ตอนที่ 25: ตบหน้าคนรวย
"สิบห้าล้านหยวนครั้งที่หนึ่ง!... สิบห้าล้านหยวนครั้งที่สอง!... สิบห้าล้านหยวนครั้งที่สาม!... ปัง! ขายให้แก่คุณผู้ชายท่านนี้ครับ!"
เสียงค้อนเคาะสัญญาณไม้ปิดการประมูลของพิธีกรดังสนั่นสะท้อนก้องกังวานห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดแกรนด์บอลรูมของโรงแรมแชงกรีล่าปักกิ่ง ท่ามกลางเสียงถอนหายใจและเสียงกระซิบกระซาบวิพากษ์วิจารณ์ของเหล่ามหาเศรษฐีนักธุรกิจชั้นนำและบรรดาเซเลบริตี้สังคมคนรวยที่ต่างจ้องมองตรงมาที่ผมราวกับมองดูคนโง่เขลาผู้โอ้อวดและพยายามสุรุ่ยสุร่ายเงินทองก้อนโตเพียงเพื่อ้าเอาชนะคู่ปรับ
"สิบห้าล้านหยวนงั้นเรอะ?! บ้าไปแล้วจริงๆ... ซื้อภาพเขียนดอกเหมยเลียนแบบที่คนตาดีที่ไหนก็รู้ว่ามูลค่าไม่ถึงห้าแสนหยวนด้วยราคาตั้งสิบห้าล้านหยวนเนี่ยนะ?!"
"ไอ้หนุ่มคนนี้คงอยากเอาใจคุณหนูใหญ่ตระกูลเซียวจนหน้ามืดตามัวล่ะสิ คิดว่าโยนเงินสิบห้าล้านหยวนโชว์พาวแล้วคุณหนูใหญ่จะยอมมอบใจให้งั้นเหรอ? ช่างเป็พวกเศรษฐีใหม่ไร้รสนิยมไม่มีสมองจริงๆ..."
หลี่เทียนห้าวที่เคยหน้าซีดเผือดในตอนแรกบัดนี้ปรับเปลี่ยนสีหน้ามาแสยะยิ้มสมเพชและหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างจงใจเหยียดหยามเมื่อเห็นพิธีกรเคาะค้อนตกลงขาย "ฮ่าๆๆ!... ไอ้โง่เย่เฉิน! แกมันโง่ซ้ำซากจริงๆ สุญเสียเงินสิบห้าล้านหยวนไปกับเศษขยะภาพเขียนของปลอมไร้ค่าชิ้นหนึ่ง! ฉันอยากจะรอดูหน้าแกตอนที่จ่ายเงินจริงๆ ซะเหลือเกิน! แกจะเอาปัญญาที่ไหนมาจ่ายเงินตั้งสิบห้าล้านหยวนกัน? หรือสุดท้ายต้องคุกเข่าขอร้องให้คุณหนูใหญ่เซียวจ่ายเงินกู้หน้าให้แกกันแน่?!"
เยว่เยว่แฟนเก่าที่ยืนเคียงข้างขยับรอยยิ้มเยาะเย้ยถากถางกระซิบประจบ "นั่นสิคะเทียนห้าว! มันแกล้งยอมยกป้ายยกราคาสูงส่งเพียงเพื่อ้าหักหน้าคุณ แต่สุดท้ายตัวเองกลับต้องมารับกรรมจ่ายเงินสิบห้าล้านหยวนซื้อของปลอม! คนไร้ระดับรสนิยมต่ำแบบนี้ ต่อให้มีวาสนาควงแขนยืนข้างคุณหนูใหญ่ก็ยังคงเป็สวะโง่เขลาไร้ปัญญาอยู่วันยังค่ำแหละค่ะ!"
ผมคลี่ยิ้มอย่างใจเย็นและไม่ได้กล่าวตอบโต้คำดูถูกเหยียดหยามของคนทั้งสองเลยแม้แต่น้อย ท่าทางสง่างามสุขุมนิ่งสงบและเปี่ยมเสน่ห์ชวนลุ่มหลงสะกดใจของผมยิ่งทำให้ทุกคนที่เฝ้าสังเกตการณ์รู้สึกแปลกประหลาดใจลึกๆ ในใจอย่างน่าประหลาด
ผมก้าวเดินขึ้นไปบนเวทีเพื่อทำการเซ็นเอกสารชำระเงินในทันที โดยใช้แอปพลิเคชันระบบผู้ฝึกสอนศิลปะระดับเทพสแกนโอนเงินทุนระบบจ่ายเงินจำนวนสิบห้าล้านหยวนเข้าบัญชีมูลนิธิการกุศลของตระกูลเซียวอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วในชั่วอึดใจ สร้างความตกตะลึงประหลาดใจให้แก่ผู้จัดงานประมูลและเ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินที่พบว่าระบบธนาคารแจ้งยอดเงินโอนเข้าบัญชีสำเร็จทันทีอย่างไม่มีสะดุด
ทว่า หลังจากที่ผมก้าวไปรับมอบกรอบภาพเขียน "ดอกเหมยยามเหมันต์" มาถือไว้ในมือ ผมกลับไม่ยอมเดินลงจากเวทีหรือแพ็กภาพเก็บลงกล่องตามปกติ แต่ผมหันไปสบตากับพิธีกรและเ้าหน้าที่จัดงานพลางเอ่ยขอยืมมีดแกะสลักหรือมีดคัตเตอร์ขนาดเล็กจากพนักงานทันที
"คุณผู้ชายท่านนี้้ามีดไปทำอะไรเหรอครับ?" พิธีกรถามด้วยความสับสนมึนงง
"ผม้าปรับปรุงภาพเขียนนี้เล็กน้อยครับ" ผมตอบสั้นๆ เสียงทุ้มต่ำทรงบารมีเปี่ยมอำนาจ
เสียงหัวเราะเยาะของหลี่เทียนห้าวดังขัดขึ้นอีกครั้ง "ฮ่าๆๆ! ปรับปรุงเหรอ?! หรือแกคิดจะกรีดภาพเขียนขยะชิ้นนั้นทิ้งเพื่อระบายอารมณ์โกรธที่รู้ตัวว่าโง่โดนหลอกซื้อของปลอมกันแน่?! ทุกคนมาดูไอ้บ้าเย่เฉินมันโชว์โง่ทำลายผลงานศิลปะสิครับ!"
เยว่เยว่ส่ายหน้าสมเพชและหัวเราะคิกคักตามคู่หมั้นของเธออย่างสะใจสะท้อนกิเลสตัณหา
ผมไม่ได้สนใจเสียงเห่าหอนของพวกมัน สองมือประคองมีดคัตเตอร์ขนาดเล็กอย่างนิ่งสงบ ก่อนจะคว่ำกรอบภาพเขียนลงบนโต๊ะไม้หรูบนเวที ผมใช้นิ้วมือลูบไล้ไปตามขอบรอยต่อกระดาษกันชื้นหนาเนื้อหยาบด้านหลังกรอบภาพเพื่อหาตำแหน่งที่เหมาะสม จากนั้นเริ่มลงปลายมีดกรีดตัดรอยขอบต่ออย่างเบามือและแม่นยำสูงสุดตามที่ทักษะเนตรดวงตาสแกนสมบัติระบุบ่งชี้
ชึ่ง... ชึ่ง...
ความเงียบงันเริ่มแผ่ปกคลุมไปทั่วห้องโถงประมูลหรูหรา ทุกคนต่างจ้องมองการกระทำแปลกประหลาดของผมด้วยใจระทึกขวัญและสงสัยลึกซึ้ง เซียวรั่วเสวี่ยยืนกอดอกจ้องมองผมอยู่ด้านล่างเวทีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและศรัทธาในตัวผมอย่างเปี่ยมล้น
ผมค่อยๆ ใช้ปลายนิ้วลอกดึงชั้นกระดาษเนื้อหยาบกันชื้นด้านนอกแผ่นหลังกรอบรูปออกช้าๆ ทันใดนั้น กระดาษชั้นนอกสุดที่ถูกผนึกประกบไว้ด้วยกาวโบราณอย่างแ่าก็ค่อยๆ ร่นหลุดออก เผยให้เห็นแผ่นผ้าไหมโบราณสีเหลืองหม่นเนื้อละเอียดอ่อนนุ่มที่ซ่อนอยู่ภายในอย่างลึกลับและประณีตลึกซึ้ง!
ภาพเขียนพู่กันจีนโบราณที่แท้จริงสะท้อนลายเส้นอันทรงพลัง ทรงคุณค่า และงดงามจนยากจะหาคำบรรยายประกายส่องวาบแวบผ่านสายตาทุกคน! มันคือภาพัั์สีดำสนิทที่กำลังแหวกม่านเมฆทะยานข้ามยอดขุนเขาอันสลับซับซ้อน ลายเส้นแปรงพู่กันจีนสะท้อนความเฉียบคม ดุดัน แข็งแกร่งทรงพลังอำนาจ ประดุจัมีชีวิตจริงๆ ที่พร้อมจะทะยานหลุดออกมาจากผ้าไหมโบราณ และที่สำคัญที่สุด ที่มุมขวาด้านล่างของภาพมีตราประทับสีแดงชาดและลายเซ็นต์ตราประทับโบราณที่เด่นหราชัดเจน
"์!!... นั่นมันตราประทับประจำตัวของ อู๋เต้าจื่อ จิตรกรเอกระดับตำนานมหาเทพแห่งราชวงศ์ถังนี่นา?!"
ศาสตราจารย์กู้ หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญการประเมินค่าศิลปะโบราณอันดับหนึ่งของสมาคมศิลปะปักกิ่งที่ยืนชมเหตุการณ์อยู่ด้านล่างถึงกับเบิกตากว้างกรีดร้องะโเสียงหลงราวกับคนบ้า ร่างชราสั่นเทาพุ่งทะยานวิ่งขึ้นมาบนเวทีอย่างลนลาน มือถือแว่นขยายส่องสั่นระริกไปตามแผ่นผ้าไหมโบราณชิ้นนั้นทันที
"เป็ไปได้ยังไงกัน?! ภาพัทะยานข้ามขุนเขาในตำนานที่สูญหายไปกว่าหนึ่งพันปีของอู๋เต้าจื่อ! ลายเส้นพู่กันโบราณที่ทรงพลังเปี่ยมจิติญญาแบบนี้ ตราประทับสีชาดแท้จากยุคถังนี้... ของแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์อย่างแน่นอน! พระช่วย! นี่มันสมบัติระดับชาติที่ประเมินค่าไม่ได้! มูลค่าในตลาดประมูลปัจจุบันของมันหรืองานของอู๋เต้าจื่อชิ้นนี้... ต้องไม่ต่ำกว่า 120,000,000 หยวน (หนึ่งร้อยยี่สิบล้านหยวน) แน่นอนครับ!!"
คำประกาศสั่นสะท้านสะกดิญญาของศาสตราจารย์กู้ ทำให้คนทั้งแกรนด์บอลรูมของโรงแรมแชงกรีล่าดังะเิเซ็งแซ่ระงมไปด้วยความตกตะลึงสูงสุดขีด! มหาเศรษฐีทุกคนในงานต่างอ้าปากค้างดวงตาแทบหลุดออกจากเบ้าด้วยความทึ่ง อัศจรรย์ใจ และนับถือในสายตาอันเฉียบแหลมมองขาดระดับมหาเทพของผมอย่างที่สุด!
มหาเศรษฐีนักสะสมหลายคนในโถงต่างรีบกรูเข้ามารายล้อมรอบตัวผมเพื่อขอแลกนามบัตรและเสนอขอซื้อต่อภาพวาดนั้นทันทีด้วยราคาเจ็ดสิบล้านแปดสิบล้านหยวน ทว่าผมปฏิเสธพวกมันไปทั้งหมดอย่างนิ่งเฉยเฉยเมย
"หกร้อยล้านบาทงั้นเรอะ?! จากเงินสิบห้าล้านหยวนกลายเป็หนึ่งร้อยยี่สิบล้านหยวนภายในพริบตาเดียวนี่นะ?!"
"ไอ้หนุ่มคนนี้ไม่ใช่คนธรรมดาแล้ว! สายตามองขาดของของเล่นศิลปะโบราณเหนือกว่าระดับปรมาจารย์ประเมินเสียอีก! เขามองทะลุกระดาษซ่อนรูปชิ้นนี้ได้ยังไงกัน?!"
หลี่เทียนห้าวที่ยืนอยู่ด้านล่างถึงกับหน้าซีดปนเขียวเข้มตัวสั่นระริกราวกับจับไข้ ใบหน้าหล่อเสเพลบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นสะสม เจ็บช้ำใจ และพ่ายแพ้อย่างแสนสาหัสจนกระอักเืในอก เยว่เยว่เอามือปิดปากร่างสั่นระริกด้วยความเสียใจสับสนและเสียดายสุดขีดที่ทิ้งเพชรเม็ดงามอย่างผมไปคว้าขยะอย่างหลี่เทียนห้าว
นี่คือการตบหน้าคนรวยขี้อวดและแฟนเก่าหน้าเงินอย่างเจ็บแสบและทรงพลังอำนาจสูงสุด!
ผมก้าวเดินลงจากเวทีพร้อมกรอบภาพโบราณล้ำค่าหนึ่งร้อยยี่สิบล้านหยวนอย่างสง่างาม ท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมยินดีสั่นะเืลานจัดงาน รั่วเสวี่ยก้าวเข้ามาหาผมดวงตาหงส์ส่องประกายด้วยความเคารพรักเทิดทูนสูงสุด
"เสี่ยวเฉิน... คุณช่างมหัศจรรย์และเก่งที่สุดเลยค่ะ..." เธอกระซิบเสียงหวานหอม
ทว่า ท่ามกลางกระแสความตื่นเต้นที่แผ่พุ่งถึงขีดสุดนั้นเอง...
"อึก!... อื้อออ..."
จู่ๆ ร่างระหงของคุณหนูใหญ่เซียวรั่วเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างผมกลับหอบสะท้านอย่างรุนแรง ใบหน้าสะสวยเฉียบคมพลันแปรเปลี่ยนเป็สีขาวซีดเผือด ผิวกายตามเรียวแขนที่ผมััได้ทันควันพลันกลับมาเย็นเฉียบเหน็บหนาวประดุจก้อนน้ำแข็งอีกครั้งอย่างกะทันหัน!
ความตื่นเต้นและการเต้นระรัวรัวเร็วของชีพจรหัวใจจากการประมูลที่ระทึกตื่นเต้นกระตุ้นการไหลเวียนของลมปราณ จนทำให้เศษซากพิษเย็นดั้งเดิมที่แฝงลึกอยู่ในกระดูกขั้วหัวใจปะทุสะท้อนกลับมาเล่นงานขัดขวางชีพจรของเธออีกครั้งอย่างรุนแรง!
[ติ๊ง! ระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินระดับสีแดง!]
【ระบบ: ตรวจพบภาวะไอเย็นสะท้อนกลับกะทันหัน (Cold Qi Rebound) ของเป้าหมายเซียวรั่วเสวี่ย!】
【เงื่อนไขความเสียหาย: หากไม่ทำการสกัดกั้นและละลายไอเย็นด้วยพลังหยางบริสุทธิ์จากโฮสต์ภายในเวลา 5 นาที ชีพจรหัวใจของเธออาจจะหยุดเต้นอย่างถาวร!】
【คำแนะนำการรักษา: ต้องกระทำการโคจรพลังหยางร้อนผ่านการร่วมรักสอดใส่รักษาเร่งด่วนในสถานที่ปิดมิดชิด!】
"รั่วเสวี่ย!"
ผมรีบเอื้อมแขนแกร่งโอบประคองรับร่างบางที่เกร็งสั่นสะท้านร่วงหล่นซบลงในอ้อมอกของผมอย่างรวดเร็ว ร่างกายของเธอกึ่งเสียวสะท้านกึ่งค้างคาดวงตาปรือลอยมองผมอย่างสั่นเครือเว้าวอน...
ผมไม่รอช้า ช้อนอุ้มร่างสั่นเทาที่เย็นเฉียบดุจน้ำแข็งของคุณหนูใหญ่ขึ้นมาแนบอก ฝ่าฝูงชนที่กำลังช็อคตื่นตระหนกวิ่งตรงเข้าไปยังห้องพักผ่อนส่วนบุคคล VIP สำหรับบอร์ดบริหารตระกูลเซียวที่อยู่ด้านหลังห้องจัดเลี้ยงทันที เสียงปิดประตูล็อคบานหนาดังลั่นพร้อมก้าวเข้าสู่การรักษาเร่งด่วนครั้งสำคัญถัดไปในทันที!