“ไม่เป็นไรหรอกเจ้าค่ะ ดูท่าฝนคงจะตกอีกหลายวันถึงตอนนั้นดอกบัวหลวงก็คงจะเน่าหมดแล้ว”
“ครั้งนี้ฝนตกยาวนานกว่าปกติจริงๆ เจ้าค่ะ” นางซูถอนหายใจอย่างกังวลผ่านไปครึ่งเดือนแล้ว เนื้อหมูตุ๋นในไหของพวกนางก็ได้รับผลกระทบไปไม่น้อยรายรับในแต่ละวันลดลงไปมาก
ป้าโจวทำท่าทีรับไม่ได้เอ่ยว่า“ไม่ได้ลงไปทำงานในไร่นา ทำเอาข้ากระดูกอ่อนไปหมดแล้วเช้านี้ไปหมู่บ้านข้างๆ มา เห็นว่าระดับน้ำในลำธารก็สูงขึ้นมากนักขออย่าให้กลายเป็นอุทกภัยเลย!”
นางซูได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเล็กน้อยหากเกิดอุทกภัยขึ้นมาจริงๆ คงไม่ดีแน่จะส่งผลกระทบต่อการเก็บเกี่ยวพืชผลในฤดูใบไม้ร่วงของชาวนาอย่างหนัก
ป้าโจวบ่นอยู่สองสามประโยคก็พูดถึงเรื่องอื่นต่อ ในวันที่ไม่ต้องออกไปทำนา ทุกคนต่างนั่งคุยกันตามบ้านต่างๆดื่มชา หัวเราะพูดคุยเพื่อฆ่าเวลา
หลังจากป้าโจวกลับไปเย่ชิงชิงก็ยังคงนอนแผ่อยู่บนเก้าอี้เอนกายผลเฉ่าเหมยที่เน่าเสียอยู่ในแปลงน่าเสียดายยิ่งนักทำเอาเผลอนึกถึงตระกูลส้มในมิติของนางขึ้นมา
ผลไม้ที่ออกลูกดกเต็มต้นทว่านางกลับไม่ได้เก็บเกี่ยวออกมาทั้งหมดโชคดีที่มิติมีคุณสมบัติพิเศษในการถนอมอาหารไม่อย่างนั้นหากผลไม้เหล่านั้นเน่าเสียหมด นางคงถูกฟ้าผ่าเป็นแน่การสิ้นเปลืองอาหารช่างน่าละอายใจเสียจริง!
ในหนึ่งปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ได้มิติมานางได้นำผลไม้ออกมาขายสองสามครั้งภายใต้ข้ออ้างว่าซื้อผลไม้มาแต่ก็ไม่กล้าทำบ่อยนัก
และต้นไม้ผลซึ่งเป็นพืชดั้งเดิมในมิตินั้นนอกจากจะคงสภาพผลไม้ที่สุกงอมได้แล้ว ยังคงออกดอกออกผลต่อไปได้อีกด้วย!กล่าวคือช่องว่างที่เย่ชิงชิงเก็บไปนั้น ต้นไม้ก็ค่อยๆ เติมเต็มให้ใหม่...
บัดนี้ชีวิตของพวกนางมั่นคงแล้ว ได้ขึ้นเรือใหญ่ของห้างร้านไท่หรานแม้จะไม่เปิดแผงก็ไม่อดตายเย่ชิงชิงจึงมีเวลาว่างพิจารณาว่าจะใช้ข้อได้เปรียบของสวนผลไม้อย่างไรให้เกิดประโยชน์สูงสุด
เย่ชิงชิงนำเตาขนาดเล็กของตนเองออกมาเติมถ่านระอุ นางกอดหม้อดินขนาดเล็กไว้ในมือ แล้วเริ่มวุ่นวายอยู่ใต้ชายคานางไม่สามารถทำผลไม้แห้งตากแดดได้ เพราะไม่มีทักษะที่เพียงพอดังนั้นนางจึงเลือกที่จะทำแยมผลไม้แทน
นางวางผลเฉ่าเหมยแผ่ในกระทะใช้ช้อนไม้เล็กๆ ค่อยๆ คนจนกว่าน้ำจะแห้ง แล้วจึงเติมน้ำตาลทรายและเคี่ยวไปเรื่อยๆ
นางซูที่กำลังก้มหน้าก้มตาทำงานปักผ้าได้กลิ่นหอมจึงหันมามองเย่ชิงชิง“ทำอะไรอยู่หรือ?”
“ทำเล่นๆ ไปเรื่อยอย่างนั้นเองเจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงเบื่อหน่ายจึงใช้ช้อนไม้เล็กๆ คนก้นกระทะเป็นครั้งคราว
อุปกรณ์ชุดนี้เป็นอุปกรณ์ส่วนตัวที่นางใช้เคี่ยวน้ำกุหลาบก่อนหน้านี้นางซูเคยกล่าวว่าอยากจะเก็บน้ำค้างมาทาหน้าเย่ชิงชิงจึงทำน้ำกุหลาบให้นางหนึ่งขวดแม้ว่าน้ำในมิติที่เจือจางแล้วจะออกฤทธิ์ช้าลงเล็กน้อยแต่ก็จะไม่ทำให้เกิดความน่าสงสัย
หลังจากใช้ไปสองถึงสามเดือนสีหน้าของนางซูก็ดีขึ้นมาก ผิวพรรณขาวอมชมพู ดูอ่อนเยาว์ลงอย่างเห็นได้ชัดชาวบ้านในหมู่บ้านต่างกล่าวว่าผู้คนมักสดชื่นเมื่อมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นพร้อมแนะนำให้นางขอบคุณเทพเจ้าทั้งหลายให้มากขึ้น...นางซูเองก็รู้สึกว่าจิตใจของนางเบิกบานขึ้น ร่างกายก็พลอยรู้สึกเบาสบายตามไปด้วย
สายฝนที่พร่างพรมค่อยๆหยุดลง เย่จื้อเฟิงที่กำลังวุ่นวายกับการตกแต่งร้านค้าแห่งใหม่ก็กลับมาจากเมืองแล้ว
เขาขยับจมูกสูดกลิ่นรับรู้ได้ถึงกลิ่นผลไม้หอมหวานฟุ้งกระจายอยู่ใต้ชายคาบ้าน เขาหัวเราะพลางถามว่า“ทำอะไรอยู่หรือ?”
“ชิงชิงกำลังเล่นสนุกอยู่” ไม่เคยเห็นใครนำผลเฉ่าเหมยมาต้มนางซูไม่ค่อยใส่ใจนัก นางถามเย่จื้อเฟิงว่า “เลือกไม้ที่เหมาะสมได้แล้วหรือยัง?”
เพื่อวางไหเรียงเป็นชั้นๆจึงต้องสั่งทำตู้ไม้จำนวนมาก เย่จื้อเฟิงจึงต้องวิ่งฝ่าสายฝนไปสองวัน เขาเอ่ยว่า“ไม้ต้นไหว [*] กับไม้พะยอมก็ดีนะขอรับ แต่ไม้จวี่ [**]นั้นแข็งแรงกว่า ท่านแม่คิดเห็นว่าอย่างไร?”
“เช่นนั้นก็เลือกไม้จวี่เถิด” แม้จะเป็นเพียงตู้สำหรับวางสินค้าแต่เมื่อคำนึงถึงปัญหาเรื่องน้ำหนักที่ต้องรับและการป้องกันความชื้น นางซูก็ไม่อยากประหยัดเงินในส่วนนี้ “วันนี้ว่างแม่จะทำเกี๊ยวให้พวกเจ้ากิน”
เย่จื้อเฟิงพยักหน้าตอบรับก่อนจะเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่แห้ง จากนั้นเขาก็ออกมาดูเตาของเย่ชิงชิง
“ท่านพี่ช่วยข้าดูหน่อยเจ้าค่ะ อย่าให้มันไหม้ติดก้นกระทะนะเจ้าคะ” ใครจะรู้ว่าพอเย่ชิงชิงเห็นเขาปุ๊บก็ยื่นช้อนไม้ให้ทันทีส่วนตัวเองก็วิ่งตึงตังเข้าไปในครัว
เย่จื้อเฟิงรับช้อนมาด้วยความงงงวยทำได้เพียงนั่งยองแล้วคนไปมาต่อจากนาง กลิ่นหอมหวานอบอวลอยู่ที่ปลายจมูกอดไม่ได้ที่จะตักขึ้นมาชิมเล็กน้อยรสชาติเปรี้ยวอมหวานผสมกับกลิ่นหอมสดชื่นของผลเฉ่าเหมย ต้มกินก็อร่อยดีแฮะ...
เย่ชิงชิงรีบเข้าไปในครัวก่อนนางซูเพื่อนำแตงกวาสองลูกและผักใบเขียวหนึ่งกำมือออกจากมิติใส่ไว้ในตะกร้าผักเมื่อนางซูเข้ามาทำอาหาร นางก็จะคิดว่าเป็นผักที่เย่จื้อเฟิงซื้อมาจากเมืองจะได้ไม่คิดมากอะไร
ผักที่เติบโตในมิติสีเขียวสดชื่นราวกับจะบีบน้ำออกมาได้รูปลักษณ์น่ารับประทาน ทั้งยังอุดมด้วยสารอาหารและมีรสชาติอร่อยเลิศ
อาหารกลางวันวันนี้เป็นเกี๊ยวจริงๆแบ่งออกเป็นสองชนิด คือไส้ผักกาดขาวผสมเนื้อหมูและไส้ขึ้นฉ่ายผสมเนื้อหมูเกี๊ยวที่ทำเองแป้งบางไส้แน่นเมื่อจิ้มกับน้ำจิ้มก็มีน้ำซุปเข้มข้นหอมหวานเต็มปากยิ่งขึ้นมีรสขิงกระเทียมและน้ำส้มสายชูช่วยตัดความเลี่ยน
นางซูทุบแตงกวาแล้วนำไปคลุกกับพริกและน้ำมันงารสชาติกรุบกรอบสดชื่น นางยังต้มซุปผักใบเขียวใส่ไข่ รสชาติหวานสดชื่นมากกินเสร็จทั้งสามคนก็อิ่มจนพุงกาง พึงพอใจยิ่งนัก
เมื่อถึงเวลาอาหารแยมผลเฉ่าเหมยของเย่ชิงชิงก็เสร็จพอดีหลังจากกินข้าวเสร็จก็คลายความร้อนลงจนพักตัวหมดแล้วเนื่องจากผลเฉ่าเหมยมีไม่มากนัก พอนำมาต้มก็เหลือปริมาณน้อยลงสีสันสดใสดูน่ารับประทาน
“นำผลเฉ่าเหมยมาต้มกินได้ด้วยหรือ?” นางซูใช้ตะเกียบแตะขึ้นมาลองชิมดูแล้วเลียริมฝีปากพลางเอ่ยว่า “รสชาติดีนะ”
“สิ่งนี้พอจะขายได้ไหมเจ้าคะ?” เย่ชิงชิงกะพริบตาจ้องมองมารดา
นางซูตกตะลึงเล็กน้อยไม่คิดว่าบุตรสาวจะคิดเรื่องนี้ นางจิ้มนิ้วชี้บนหน้าผากของเย่ชิงชิง“นางหนูจอมตะกละ เนื้อหมูตุ๋นในไหก็ทำให้พวกเราวุ่นวายพอแล้วนะ”
เย่จื้อเฟิงก็เอ่ยว่า“ถึงของชิ้นนี้จะแปลกใหม่ แต่ก็เป็นแค่ของว่างเล็กๆ น้อยๆกินสองสามคำก็เบื่อแล้ว”
“ขายให้คุณชายเจ้าของห้างได้เจ้าค่ะ” เย่ชิงชิงคิดว่านางจะทำแยมผลเฉ่าเหมยก่อนและในอนาคตยังสามารถทำผลไม้กระป๋องเพื่อจะได้ค่อยๆใช้ส้มและส้มโอในมิติให้หมดไปได้ด้วย
เชิงอรรถ
[*]ไม้ต้นไหว (槐木) เป็นไม้เนื้อแข็งสีน้ำตาลเข้มสวยงาม นิยมนำมาใช้ในการแกะสลักงานไม้
[**]ไม้จวี่ (榉木) หมายถึงไม้บีช ไม้เนื้อแข็งชนิดหนึ่งที่มีชื่อเสียงและนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในงานไม้