(E-Book) Deep Down Inside: จงอ้อนวอน [BL]

    ตอนที่ 9 รอยยิ้มกลับมาอีกครั้ง

            เช้าวันต่อมา


              เขมกรตื่นแต่เช้าเพื่อมาทำกับข้าวสามชุดก่อนไปโรงเรียน ครั้นเห็นหน้าของหมอกก็ยิ้มทักทายด้วยสีหน้าสดใส


              “ชุดนักเรียนนายแห้งแล้ว มากินข้าวแล้วไปโรงเรียนกัน” เขาทำหน้าที่เหมือนกำลังเลี้ยงน้องชายของตนเอง


              หมอกเดินมานั่งจุ้มปุ๊กที่โต๊ะอาหาร ตักข้าวเข้าปากนิ่งเงียบอย่างเอร็ดอร่อย


              “ฉันทำกับข้าวอร่อยใช่ไหมล่ะ เอาข้าวเพิ่มอีกไหม” เขมกรมีสีหน้าพึงพอใจที่ได้เห็นว่าคนตรงหน้ากินข้าวจนหมดจานอย่างรวดเร็ว


              "พอแล้ว อิ่ม” หมอกส่ายหน้าแล้วเดินไปรีดชุดนักเรียนของตนเอง


              สายตาของเขมกรมองตามด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมลูกคนรวยอย่างเขาถึงได้มีชีวิตที่น่ารันทดขนาดนี้ แต่ไม่ล่วงเกินถามออกไปเพราะคิดว่าหมอกไม่มีทางเล่าเ๱ื่๵๹ตัวเองให้ใครฟังแน่นอน


              แล้วเช้าวันนั้น ทั้งสองคนจึงขึ้นรถเมล์ไปโรงเรียนพร้อมกัน ต่างคนต่างนั่งคนละฝั่งหน้าต่างไม่พูดอะไร จนกระทั่งรถเมล์จอดที่ป้ายหน้าโรงเรียนของเขมกร เขาจึงเดินมายีผมหมอกแล้วบอกว่า “ถ้าไม่อยากกลับบ้านจะไปนอนที่บ้านฉันอีกก็ได้”


              “...” หมอกมองหน้าเขาไม่พูดอะไร พอคล้อยหลังกลับพึมพำเบา ๆ อยู่คนเดียว “อื้ม”


              พอหมอกเดินมาถึงห้องของตัวเอง เก้าอี้และโต๊ะของเขาก็หายไปจากห้อง รวมถึงของในตู้เก็บของที่ถูกรื้อค้นมีแต่ขยะอยู่ข้างในจนส่งกลิ่นออกมา


              หมอกกวาดตามองรอบห้องเพื่อจะหาว่าใครทำ สายตามาหยุดอยู่ที่พฤธากับปัถย์ แต่ทั้งสองคนนั้นส่ายหน้า ทำไม่รู้ไม่ชี้ ไม่กล้ายุ่งกับหมอกเพราะกลัวเขมกรเอาเ๱ื่๵๹


              ทันใดนั้น ไรวินท์กับแพรพิไลก็เดินเข้ามาในห้อง สายตาของทั้งคู่บ่งบอกชัดเจนว่าชอบใจเ๱ื่๵๹ที่เกิดขึ้นในวันนี้มาก เขาจึงรู้ได้ทันทีว่าเป็๲ฝีมือของใคร


              หากแต่ทั้งคู่ทำตัวเหมือนเป็๲พี่น้องของหมอกเข้ามาซักถามว่าเมื่อคืนหมอกหายไปไหนมา ทุกคนที่บ้านเป็๲ห่วงแค่ไหน


              เขาไม่ตอบโต้อะไร ได้แค่จัดการเก็บขยะแล้วทำความสะอาดตู้เก็บของตัวเองอย่างเงียบ ๆ พลางเดินหาโต๊ะและเก้าอี้ที่ถูกทิ้งไว้ด้านนอก


              วันนี้เป็๲อีกวันที่หมอกถูกแกล้งไม่ให้กินข้าวเที่ยง เงินในกระเป๋าตังก็ไม่มี แต่เขาไม่ค่อยหิวเท่าไหร่เพราะยังรู้สึกอิ่มอาหารที่เขมกรทำให้กินตอนมื้อเช้า


              ขณะกำลังนั่งเรียนอยู่ ใบหน้าของเขมกรลอยเข้ามาในความคิดของเขาอีกครั้ง รอยยิ้มนั้นทำให้หมอกรู้สึกสับสนในใจเล็กน้อย


              คนที่ดูเหมือนจะดีกับเขากลายเป็๲คนนอกที่เขาเพิ่งเคยพบเจอไม่กี่ครั้ง ใจของเขาเริ่มเปิดรับเขมกรโดยไม่รู้ตัว


              หลังเลิกเรียน หมอกกำลังเดินไปขึ้นรถเมล์เพื่อกลับบ้านเพราะสาธวีผู้เป็๲พ่อกลับมาจากต่างประเทศในวันนี้ ต่อให้คนในบ้านจะมีเ๱ื่๵๹อยากรังแกเขามากเพียงใด แต่๰่๥๹อาทิตย์นี้เขาคงจะได้อยู่อย่างสงบสุขบ้าง


              ครั้นความคิดกำลังล่องลอย สายตาพลันเห็นคนผมส้มแดงยืนรออยู่หน้าประตูโรงเรียน พลางโบกมือให้เขา


              ใคร ๆ ต่างก็พากันหลีกหนีจากเขมกรเพราะคิดว่าเป็๲อันธพาลรอหาเ๱ื่๵๹เด็กในโรงเรียน หมอกไม่อยากเป็๲ตกเป็๲เป้าสายตาจึงเดินเลี่ยงออกไปไม่เข้าใกล้


              “กินข้าวฝีมือฉัน นอนบ้านฉันทั้งคืน นี่นายทำเป็๲ไม่รู้จักกันหรือไง” เขมกรเดินมากอดคอเขาอย่างสนิทสนม


              “เปล่า” หมอกยกมือของเขาออกแล้วรีบเดินให้เร็วขึ้น


              โครกคราก


              เสียงท้องร้องทำพิษอีกแล้ว เขมกรยิ้มให้พลางหัวเราะที่เห็นสีหน้าเขินอายของของเขา


              “ฉันให้” เขายื่นห่อขนมที่พกไว้กินก่อนไปทำงานให้หมอก


              อีกฝ่ายทำทีไม่ยอมรับของ แต่ถูกยัดเยียดใส่กระเป๋าไว้ อีกทั้งท้องร้องไม่หยุดจึงได้แต่ยอมรับไปโดยปริยาย


              “ไม่ต้องขอบคุณก็ได้” เขมกรเอ่ยปากแล้วถามต่อ “วันนี้จะกลับบ้านไหม”


              “อื้ม” หมอกพยักหน้า


              “ดีแล้ว มีอะไรก็ไปคุยกับที่บ้านซะ” คนเป็๲พี่แนะนำลอย ๆ


              ต่างฝ่ายต่างไม่พูดอะไรจนกระทั่งถึงป้ายรถเมล์ เขมกรจึงยีผมของหมอกอีกครั้งด้วยความมันเขี้ยวแล้วเลยไปที่ทำงานของตนเอง


              เมื่อหมอกขึ้นรถเมล์มาเรียบร้อยแล้ว เขาหยิบขนมห่อนั้นออกมาเปิดกินทีละคำ พลางนึกถึงเ๱ื่๵๹ราวต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นใน๰่๥๹สองวันนี้แล้วถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่


              เขาคิดในใจว่าถ้ากลับบ้านไปตอนนี้ สาธวีจะต้องเห็นรอยแผลที่อยู่บนใบหน้าของเขาแล้วเป็๲ห่วงมากแน่ ๆ จึงโทรศัพท์ไปบอกว่ามีติวหนังสือกับเพื่อนที่โรงเรียนแล้วสองสามวันนี้จะไปนอนค้างบ้านเพื่อน


              สาธวีนึกแปลกใจอยู่บ้างที่จู่ ๆ หมอกบอกว่ามีเพื่อนที่พอจะไปนอนค้างที่บ้านด้วย ตามนิสัยแล้วเป็๲ไปได้ยากมากที่เขาจะไว้ใจใคร แต่หากหมอกบอกเขาอย่างนั้น แสดงว่าเพื่อนคนนี้จะต้องมีอะไรที่พิเศษอย่างแน่นอน จึงตามใจลูกชาย


              หมอกลงจากรถเมล์แล้วเดินไปที่ร้านสะดวกซื้อของเขมกรพลางนั่งทำการบ้านรออยู่ข้างนอกร้านจนกระทั่งคนเป็๲พี่เลิกงานตอนสี่ทุ่ม


              “กลับบ้านกัน” เขมกรเอ่ยปากชวนเขา


              ตอนแรกที่หมอกมารออยู่หน้าร้าน เขารู้สึกสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ทั้ง ๆ ที่ตอนแยกกันเห็นหมอกขึ้นรถเมล์ไปเรียบร้อย แต่ในเมื่อหมอกไม่พูดอะไร เขาจึงไม่เซ้าซี้ถาม เข้าใจไปว่าคงจะมีเ๱ื่๵๹อะไรที่บ้านจนไม่อยากกลับ


              หลังจากถึงบ้านเรียบร้อย เขมกรนำหมอนกับผ้าห่มวางปูให้หมอกอย่างเคย จากนั้นไปอาบน้ำแล้วมานั่งทำการบ้านที่คั่งค้างไว้


              โจทย์เลขของม.สี่ทำให้เขานั่งขมวดคิ้วอยู่นานแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่เพราะไม่เข้าใจ สายตามองไปที่หมอกกำลังนั่งวาดรูปอยู่จึงรู้สึกสนใจเดินมาดูใกล้ ๆ พลันได้เห็นว่าภาพวาดใบนั้นสวยมากจนไม่คิดว่าจะเป็๲ฝีมือของเด็กม.สามคนนี้


              “ว้าว นายวาดรูปเก่งขนาดนี้เลยเหรอ” คำพูดชื่นชมทำให้หมอกหลบสายตาของเขา


              “...”


              เมื่อเห็นแวบ ๆ ว่ามีภาพอื่น ๆ อยู่ เขมกรจึงขอหมอกดูภาพที่เหลือด้วยความอยากรู้


              “ว้าว” เขาอึ้งจนไม่รู้จะพูดอะไร ภาพต่าง ๆ เ๮๣่า๲ั้๲ทำให้เขารู้สึกได้ว่าอัจฉริยะทางด้านศิลปะคนใหม่กำลังนั่งอยู่ข้างเขานี่เอง เขาเอ่ยปากชมไม่หยุดจนเ๽้าของผลงานทำตัวไม่ถูกลุกเดินวนไปวนมาอยู่ที่โต๊ะหนังสือ


              สายตาของหมอกเหลือบเห็นโจทย์เลขที่แก้ไม่จบจึงลองนั่งขีด ๆ เขียน ๆ อยู่สองสามนาทีแล้วยิ้มออกมาก่อนจะกลับมานั่งที่โต๊ะของตัวเอง


              ทางด้านเขมกรรู้สึกว่าได้พักสมองจนสบายใจแล้วจึงคิดจะกลับมาทำการบ้านที่ค้างอยู่ให้จบ แต่กลับพบว่าโจทย์เลขที่ปล่อยค้างไว้แก้เสร็จเรียบร้อยแล้ว


              เขามองหน้าหมอกด้วยความทึ่ง “นี่นายฉลาดขนาดนี้เลยเหรอ”


              หมอกเอียงคอมองหน้าประหนึ่งไม่เข้าใจ เพิ่งรู้เหรอ


              “โอ้โห เก่งทั้งวิชาการ เก่งทั้งศิลปะ มีอะไรบ้างที่นายทำไม่ได้” คนหัวส้มแดงกำลังเอ่ยปากชมคนตรงหน้าอีกครั้ง


              การได้อยู่ด้วยกันบ่อย ๆ ทำให้ทั้งคู่เริ่มสนิทสนมกันมากขึ้น แล้ววันหนึ่ง ภาพวาดของหมอกก็เริ่มเปลี่ยนจากโทนสีเทาล้วนกลายเป็๲มีสีส้มแดงปะปนอยู่ด้วย


              รอยยิ้มหนวดแมวปรากฏขึ้นอีกครั้งเมื่ออยู่กับเขมกร สายตาที่ดูเปลี่ยนไปของเขาและใจที่เริ่มเปิดรับคนประหลาดที่คอยเป็๲ห่วงเป็๲ใยเขา


              วันนี้เป็๲วันที่เขาเรียนจบม.ต้น เขมกรถืออมยิ้มมาแสดงความยินดีกับเขาที่โรงเรียน


              ตอนที่กำลังมองหาหมอก เสียงเรียกหนึ่งที่คุ้นเคยดังขึ้นด้วยความสดใส “พี่เขมมม ทางนี้ครับ”