ภายในโถงบุปผาจวนตะวันตกของจวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉี เสื้อผ้าและเครื่องประดับสีสันสดใสตัดเย็บใหม่เอี่ยมถูกจัดวางเรียงรายไว้บนโต๊ะ เนื้อผ้าล้วนเป็ผ้าต้วนที่เรียบลื่นบางเบาและผ้าโปร่งเจวียนซาเทียนเซียง
ปิ่นระย้าและเครื่องประดับล้วนเป็รูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในฉางอัน ประกายไข่มุกและอัญมณีส่องแสงระยิบระยับละลานตา สะท้อนให้เห็นสีหน้าที่แตกต่างกันไปของเหล่าสตรีสกุลกู้ที่ยืนมองอยู่ด้านข้าง
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ปรายตามองเสื้อผ้าและเครื่องประดับในถาดเพียงแวบเดียวก็ละสายตากลับมา นางลูบคลำลูกประคำในมืออย่างเชื่องช้าโดยไม่เอ่ยสิ่งใด
ฮูหยินหลัวมองดูถาดเสื้อผ้าและเครื่องประดับเ่าั้ พลางหยิบจับพลิกดูอย่างสบายมือ นางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยกับหญิงรับใช้ชราที่ยืนยิ้มประจบอยู่ด้านข้างว่า "เสื้อผ้าและเครื่องประดับจากร้านเทียนเซียงเหล่านี้ถือว่าตัดเย็บอย่างใส่ใจไม่เลวเลย"
นางวางเนื้อผ้าในมือลง หันไปมองคุณหนูทั้งสามของสกุลกู้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง "เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่นี่ล้วนเป็ของที่ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจส่งคนไปสั่งทำจากร้านเทียนเซียงโดยเฉพาะ ทุกชิ้นล้วนเป็ของชั้นเลิศ ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหนไปร่วมงานเลี้ยงฉวี่เจียงก็ล้วนโดดเด่นทั้งสิ้น"
นางช้อนตามองฮูหยินผู้เฒ่ากู้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "สู้ให้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็คนตัดสินใจ แบ่งเป็สามส่วนให้พวกนางเก็บไว้ มะรืนนี้จะได้แต่งตัวเตรียมพร้อมไปร่วมงานเลี้ยงดีหรือไม่เ้าคะ"
นางยิ้มอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน ก่อนจะกล่าวต่อว่า "เพียงแต่สะใภ้มีใจลำเอียงอยู่นิดหน่อย อยากจะขอเลือกให้ิจูก่อนเป็ส่วนแรก ขอท่านแม่อย่าได้ตำหนิเลยเ้าค่ะ"
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองฮูหยินหลัวพลางถอนหายใจ "เ้าจะเข้าข้างนางอีกแล้วหรือ ล้วนเป็คุณหนูในจวนของเรา ิเยว่กับิอวี้ก็เป็ลูกสาวของเ้า แต่เ้ากลับลำเอียงเข้าข้างิจูอยู่ทุกครั้ง"
ฮูหยินหลัวยิ้มแย้มด้วยความเป็มิตร นางลงมือเลือกปิ่นระย้าหรูหราหลายชิ้นจากในถาดมาวางไว้รวมกันในถาดเดียว ส่วนเสื้อผ้าก็เทียบแล้วเทียบอีก
จนเลือกชุดหรูฉวินแขนกว้างผ้าก่วงหลิงปักลายดอกโบตั๋นด้ายทองสีแดงกุหลาบออกมาได้หนึ่งตัว จับคู่กับผ้าคลุมไหล่ใยบัวสีชมพูอ่อน สีสันสดใสสะดุดตาเปล่งประกายเป็พิเศษ ลายปักดอกโบตั๋นยิ่งดูราวกับมีชีวิต
คนตาถึงย่อมดูออกว่าเป็ฝีมือของช่างตัดเย็บเสื้อผ้าฝีมือดีที่สุดของร้านเทียนเซียง สิ่งที่ทำให้คนละสายตาไม่ได้ที่สุดก็คือผีเสื้อบนดอกโบตั๋น ที่แท้กลับถูกร้อยเรียงขึ้นจากไข่มุกกลมเกลี้ยงอวบอิ่มทีละเม็ด
ชุดกระโปรงตัวนี้ต่อให้อยู่ท่ามกลางเสื้อผ้าชั้นเลิศเหล่านี้ก็ถือว่าโดดเด่นสะดุดตาอย่างยิ่ง ทำเอาเหล่าสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างต่างมองจนตาค้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึงและอิจฉา
คุณหนูทั้งสามของสกุลกู้ล้วนนั่งอยู่ด้านข้าง คุณหนูสามิอวี้มองชุดกระโปรงตัวนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
นางดึงแขนเสื้อของคุณหนูรองิเยว่ผู้เป็พี่สาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลางอุทานด้วยความทึ่งว่า "กระโปรงตัวนี้ช่างงดงามจริง ๆ พี่ใหญ่สวมแล้วย่อมต้องงดงาม แต่พี่รอง หากท่านได้สวมใส่ คนเอ่ยชมจะต้องมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน"
ภายในแววตาของนางมีเพียงความชื่นชม ไม่มีร่องรอยของความริษยาแม้แต่น้อย
ิเยว่กลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางกัดริมฝีปากดึงมือิอวี้พลางส่ายหน้าเบา ๆ ฝืนยิ้มออกมา "น้องเล็กพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว พี่ใหญ่เป็หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งฉางอัน ข้าจะกล้าเอาไปเปรียบเทียบได้อย่างไร"
สายตาของนางทอดมองกู้ิจูที่นั่งอยู่ด้านข้างอย่างนุ่มนวล "พี่ใหญ่มีฐานะสูงส่ง หากได้สวมชุดหรูฉวินลายผีเสื้อชอนไชโบตั๋นตัวนี้ ย่อมต้องเปล่งประกายเจิดจรัสในงานเลี้ยงฉวี่เจียง จนได้รับคำชมจากฮองเฮาเป็แน่" น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเจือแววระมัดระวังอยู่บ้าง
คำพูดของิอวี้ทำให้สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ากู้เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน นางอดไม่ได้ที่จะมองไปยังคุณหนูใหญ่สกุลกู้ กู้ิจูที่นั่งอยู่ด้านข้าง เกรงว่าอีกฝ่ายจะบันดาลโทสะขึ้นมา
ทว่านิสัยของกู้ิจูนั้นเป็ที่รู้กันดีไปทั่วทั้งเมืองฉางอัน นางมักจะถือดีในฐานะของตนเอง วางอำนาจบาตรใหญ่ ไร้มารยาท และไม่เคยยอมคนหากตนเป็ฝ่ายถูก แล้วนางจะทนรับคำพูดที่ตรงไปตรงมาอย่างไร้การปิดบังของิอวี้ได้อย่างไร
ฮูหยินหลัวยิ่งหน้าซีดเผือด มองิอวี้ด้วยความกังวลใจอย่างยิ่ง หากดูจากอารมณ์ของิจู เกรงว่านางคงต้องเยาะเย้ยและฉีกหน้าิอวี้อย่างหนักจนกว่าจะพอใจ ถึงอย่างไรก็เป็ลูกสาวของนาง จะไม่ให้นางกังวลได้อย่างไร
ทว่านางก็ยังคงฝืนข่มความกังวลเอาไว้และไม่ได้เอ่ยปากเกลี้ยกล่อมิจู กลับปั้นหน้าตึงดุด่าิอวี้อย่างเกรี้ยวกราด "กฎระเบียบที่สอนเ้าไปในยามปกติ เรียนรู้ไปแล้วเอาไปทิ้งไว้ที่ไหนหมด ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่มีสัมมาคารวะ มัวมาพูดจาเหลวไหลอะไรอยู่ที่นี่ ยังไม่รีบขอโทษพี่ใหญ่ของเ้าอีก พี่ใหญ่จะลงโทษเ้าอย่างไรก็ล้วนสมควรแล้ว!"
นางพูดไปพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเ็า "หากยังไม่รู้จักกฎระเบียบอีก งานเลี้ยงฉวี่เจียงมะรืนนี้เ้าก็ไม่ต้องไปแล้ว กักบริเวณอยู่แต่ในจวน คัดลอกคัมภีร์คำสอนสตรีให้ดี จะได้ไม่ไปทำให้เหล่ากุ้ยเหรินต้องกริ้ว และนำพาความเดือดร้อนมาสู่จวน"
เดิมทีิอวี้ก็เป็คนพูดจาตรงไปตรงมาอยู่แล้ว จะไปคิดได้อย่างไรว่าจะถูกดุด่าชุดใหญ่เช่นนี้ นางถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้กล่าวออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า "แต่ข้าพูดความจริงนี่นา พี่รองเป็ที่น่าชื่นชอบมากกว่าพี่ใหญ่อีก..."
คำพูดยังไม่ทันขาดคำ ฮูหยินหลัวก็ร้อนใจขึ้นมาจริง ๆ นางตวาดเสียงกร้าว "กู้ิอวี้ เ้ายังกล้าพูดจาเหลวไหลอีกหรือ! กลับห้องของเ้าไปซะ หากไม่มีคำสั่งของข้า ไม่อนุญาตให้ออกมา!"
พูดจบนางยังสมทบด้วยประโยคเด็ดขาดอีกว่า "งานเลี้ยงฉวี่เจียงเ้าก็ไม่ต้องไปแล้ว!"
กู้ิอวี้ใจนผุดลุกขึ้นยืน นางกัดริมฝีปาก น้ำตาคลอเบ้า ทว่ากลับไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี
ถึงอย่างไรนางก็อายุเพียงสิบสามปี ยังไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยม มักพูดจาโพล่งออกมาโดยไม่คิด ด้วยเหตุนี้จึงต้องทนรับอารมณ์ของกู้ิจูอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังไม่รู้จักจำ
เพียงแต่ครั้งนี้นางคาดไม่ถึงว่าท่านแม่จะโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ ถึงขั้นไม่อนุญาตให้นางไปร่วมงานเลี้ยงฉวี่เจียง
ทุกคนต่างรู้ดีว่างานเลี้ยงฉวี่เจียงในปีนี้ฮองเฮาทรงเป็ผู้จัดงานด้วยพระองค์เอง องค์ชายและองค์หญิงหลายพระองค์ก็จะเสด็จไปร่วมงานด้วย นับเป็เื่ใหญ่โตสำหรับจวนขุนนางชั้นสูงในฉางอัน
แต่ละจวนต่างต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายถึงจะได้รับเทียบเชิญจากในวัง แต่ตอนนี้นางกลับต้องถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในจวนเพียงเพราะเื่นี้ นางจะรับได้อย่างไร!
สีหน้าของกู้ิเยว่ซีดเผือดจนน่าใ นางรีบดึงกู้ิอวี้ให้คุกเข่าลง น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ท่านแม่ น้องสามแค่พลั้งปากไปชั่วขณะ ท่านอย่าได้โกรธไปเลยเ้าค่ะ ล้วนเป็ความผิดของข้าเองที่ยามปกติไม่สั่งสอนน้องสามให้ดี"
จากนั้นนางก็รีบหันขวับไปค้อมกายให้กู้ิจู "พี่ใหญ่ น้องสามยังเด็กไร้เดียงสา พูดจาเหลวไหลไปบ้าง นางไม่ได้ตั้งใจหรอก ท่านอย่าถือสานางเลยนะเ้าคะ หากจะ... หากจะเอาผิด ก็เอาผิดข้าเถอะเ้าค่ะ..."
บนใบหน้าที่งดงามน่าทะนุถนอมเต็มไปด้วยความกังวลใจ ขนตายาวงอนสั่นระริก ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกอดสงสารไม่ได้
ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มองดูพลางขมวดคิ้วอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำเสียงของนางเคร่งขรึมลง "เื่แค่นี้เอง ทำไมต้องทำถึงเพียงนี้ ิอวี้ก็แค่เด็กพูดจาไม่ประสีประสา นางไม่ได้ตั้งใจ เ้าจะไปตำหนินางรุนแรงเช่นนี้ทำไม"
คำพูดของนางแม้จะกล่าวกับฮูหยินหลัว แต่สายตากลับทอดมองไปยังกู้ิจูที่นั่งเงียบไม่ปริปากอยู่ด้านข้างมาตลอด
ชั่วขณะนั้น ฮูหยินหลัว รวมทั้งกู้ิเยว่และกู้ิอวี้ต่างก็หันไปมองกู้ิจูที่นั่งอยู่บนเก้าอี้
หากเป็เมื่อก่อน ในเวลานี้นางคงจะอาละวาดครั้งใหญ่ไปแล้ว ทั้งดุด่าิอวี้และเยาะเย้ยเหยียดหยามฮูหยินหลัวไปพร้อมกัน จนทำเอาจวนแม่ทัพใหญ่ต้องวุ่นวายไปหมด ดังนั้นเมื่อครู่พวกนางถึงได้หวาดหวั่นกันเช่นนั้น
ทว่าในเวลานี้ กู้ิจูกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้อย่างมั่นคง ในมือประคองถ้วยน้ำเซียงหรู นางค่อย ๆ จิบช้า ๆ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของความโกรธเคืองแม้แต่น้อย
ภายในโถงบุปผาพลันเงียบกริบลงทันตา แม้แต่เหล่าสาวใช้ก็ยังก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะมองให้มากความ ต่างรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป คุณหนูใหญ่เกรงว่าคงจะต้องอาละวาดอีกรอบแล้ว
พวกนางหดคอก้มมองพื้นด้วยความหวาดหวั่น เกรงว่าจะถูกกู้ิจูมองเห็นแล้วดึงดูดโทสะของนางเข้ามาหาตัว
ทั้งยังแอบนินทาอยู่ในใจว่า สิ่งที่คุณหนูสามพูดนั้นถูกต้องแล้ว หากเทียบกับคุณหนูใหญ่ คุณหนูรองย่อมน่าชื่นชอบมากกว่า
แม้ว่าคุณหนูใหญ่จะมีหน้าตางดงามโดดเด่นกว่า แต่นิสัยใจคอกลับเหลือทนจริง ๆ ถือดีว่ามีฐานะสูงส่งจึงหยิ่งยโสเอาแต่ใจ
ทว่าแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังต้องยอมอ่อนข้อให้นางอยู่หลายส่วน จึงได้แต่ปล่อยให้นางชี้นิ้วสั่งการตามอำเภอใจเช่นนี้ พวกนางที่เป็เพียงบ่าวรับใช้จะไปพูดอะไรได้
ทว่ากู้ิจูกลับไม่ได้ปรายตามองกลุ่มคนที่กำลังจ้องมองตนอยู่นี้เลย นางเพียงแค่จิบน้ำเซียงหรูในถ้วยอย่างสง่างามทีละคำจนหมด วางถ้วยลงแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าซับมุมปาก
ถึงได้ปรายตามองถาดเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ฮูหยินหลัวเลือกออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินอุตส่าห์ตั้งใจเลือกให้ เช่นนั้นก็รับไว้เถอะ"
นางพูดพลางลุกขึ้นยืน ค้อมเข่าย่อกายให้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัว "ประเดี๋ยวยังต้องไปพบนางข้าหลวงสอนมารยาท ขอตัวลาก่อนเ้าค่ะ"
กู้ิจูก้าวเดินออกไปท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน พร้อมกับพาสาวใช้คนสนิทที่คอยปรนนิบัติและถาดเสื้อผ้าเครื่องประดับถาดนั้นออกไป
โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองกู้ิอวี้ที่เอ่ยปากล่วงเกินนางไปก่อนหน้านี้ หรือกู้ิเยว่ที่คอยร้องขอความเมตตาแทนอย่างน่าสงสารเลย
ราวกับว่าเื่ราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับนาง ไม่มีการโมโห และไม่มีการสนใจ ทิ้งให้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัวกับคนอื่น ๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก
.
.
.