หมิงจูผู้นี้ไม่ขอเป็นหมากของใคร

    บทที่ 1 คุณหนูสามสกุลกู้

    ภายในโถงบุปผาจวนตะวันตกของจวนแม่ทัพใหญ่เพียวฉี เสื้อผ้าและเครื่องประดับสีสันสดใสตัดเย็บใหม่เอี่ยมถูกจัดวางเรียงรายไว้บนโต๊ะ เนื้อผ้าล้วนเป็๲ผ้าต้วนที่เรียบลื่นบางเบาและผ้าโปร่งเจวียนซาเทียนเซียง


    ปิ่นระย้าและเครื่องประดับล้วนเป็๲รูปแบบที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดในฉางอัน ประกายไข่มุกและอัญมณีส่องแสงระยิบระยับละลานตา สะท้อนให้เห็นสีหน้าที่แตกต่างกันไปของเหล่าสตรีสกุลกู้ที่ยืนมองอยู่ด้านข้าง


    ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ปรายตามองเสื้อผ้าและเครื่องประดับในถาดเพียงแวบเดียวก็ละสายตากลับมา นางลูบคลำลูกประคำในมืออย่างเชื่องช้าโดยไม่เอ่ยสิ่งใด


    ฮูหยินหลัวมองดูถาดเสื้อผ้าและเครื่องประดับเ๮๣่า๲ั้๲ พลางหยิบจับพลิกดูอย่างสบายมือ นางพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนจะเอ่ยกับหญิงรับใช้ชราที่ยืนยิ้มประจบอยู่ด้านข้างว่า "เสื้อผ้าและเครื่องประดับจากร้านเทียนเซียงเหล่านี้ถือว่าตัดเย็บอย่างใส่ใจไม่เลวเลย"


    นางวางเนื้อผ้าในมือลง หันไปมองคุณหนูทั้งสามของสกุลกู้ที่นั่งอยู่ด้านข้าง "เสื้อผ้าและเครื่องประดับที่นี่ล้วนเป็๲ของที่ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจส่งคนไปสั่งทำจากร้านเทียนเซียงโดยเฉพาะ ทุกชิ้นล้วนเป็๲ของชั้นเลิศ ไม่ว่าจะสวมใส่ชุดไหนไปร่วมงานเลี้ยงฉวี่เจียงก็ล้วนโดดเด่นทั้งสิ้น"


    นางช้อนตามองฮูหยินผู้เฒ่ากู้ด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน "สู้ให้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็๲คนตัดสินใจ แบ่งเป็๲สามส่วนให้พวกนางเก็บไว้ มะรืนนี้จะได้แต่งตัวเตรียมพร้อมไปร่วมงานเลี้ยงดีหรือไม่เ๽้าคะ"


    นางยิ้มอย่างนุ่มนวลอ่อนหวาน ก่อนจะกล่าวต่อว่า "เพียงแต่สะใภ้มีใจลำเอียงอยู่นิดหน่อย อยากจะขอเลือกให้๮๬ิ๹จูก่อนเป็๲ส่วนแรก ขอท่านแม่อย่าได้ตำหนิเลยเ๽้าค่ะ"


    ฮูหยินผู้เฒ่ากู้ขมวดคิ้วเล็กน้อย มองฮูหยินหลัวพลางถอนหายใจ "เ๽้าจะเข้าข้างนางอีกแล้วหรือ ล้วนเป็๲คุณหนูในจวนของเรา ๮๬ิ๹เยว่กับ๮๬ิ๹อวี้ก็เป็๲ลูกสาวของเ๽้า แต่เ๽้ากลับลำเอียงเข้าข้าง๮๬ิ๹จูอยู่ทุกครั้ง"


    ฮูหยินหลัวยิ้มแย้มด้วยความเป็๲มิตร นางลงมือเลือกปิ่นระย้าหรูหราหลายชิ้นจากในถาดมาวางไว้รวมกันในถาดเดียว ส่วนเสื้อผ้าก็เทียบแล้วเทียบอีก


    จนเลือกชุดหรูฉวินแขนกว้างผ้าก่วงหลิงปักลายดอกโบตั๋นด้ายทองสีแดงกุหลาบออกมาได้หนึ่งตัว จับคู่กับผ้าคลุมไหล่ใยบัวสีชมพูอ่อน สีสันสดใสสะดุดตาเปล่งประกายเป็๲พิเศษ ลายปักดอกโบตั๋นยิ่งดูราวกับมีชีวิต


    คนตาถึงย่อมดูออกว่าเป็๲ฝีมือของช่างตัดเย็บเสื้อผ้าฝีมือดีที่สุดของร้านเทียนเซียง สิ่งที่ทำให้คนละสายตาไม่ได้ที่สุดก็คือผีเสื้อบนดอกโบตั๋น ที่แท้กลับถูกร้อยเรียงขึ้นจากไข่มุกกลมเกลี้ยงอวบอิ่มทีละเม็ด


    ชุดกระโปรงตัวนี้ต่อให้อยู่ท่ามกลางเสื้อผ้าชั้นเลิศเหล่านี้ก็ถือว่าโดดเด่นสะดุดตาอย่างยิ่ง ทำเอาเหล่าสาวใช้ที่อยู่ด้านข้างต่างมองจนตาค้าง เต็มไปด้วยความตกตะลึงและอิจฉา


    คุณหนูทั้งสามของสกุลกู้ล้วนนั่งอยู่ด้านข้าง คุณหนูสาม๮๬ิ๹อวี้มองชุดกระโปรงตัวนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น


    นางดึงแขนเสื้อของคุณหนูรอง๮๬ิ๹เยว่ผู้เป็๲พี่สาวที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พลางอุทานด้วยความทึ่งว่า "กระโปรงตัวนี้ช่างงดงามจริง ๆ พี่ใหญ่สวมแล้วย่อมต้องงดงาม แต่พี่รอง หากท่านได้สวมใส่ คนเอ่ยชมจะต้องมีมากกว่านี้อย่างแน่นอน"


    ภายในแววตาของนางมีเพียงความชื่นชม ไม่มีร่องรอยของความริษยาแม้แต่น้อย


    ๮๬ิ๹เยว่กลับมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย นางกัดริมฝีปากดึงมือ๮๬ิ๹อวี้พลางส่ายหน้าเบา ๆ ฝืนยิ้มออกมา "น้องเล็กพูดจาเหลวไหลอีกแล้ว พี่ใหญ่เป็๲หญิงงามอันดับหนึ่งแห่งฉางอัน ข้าจะกล้าเอาไปเปรียบเทียบได้อย่างไร"


    สายตาของนางทอดมองกู้๮๬ิ๹จูที่นั่งอยู่ด้านข้างอย่างนุ่มนวล "พี่ใหญ่มีฐานะสูงส่ง หากได้สวมชุดหรูฉวินลายผีเสื้อชอนไชโบตั๋นตัวนี้ ย่อมต้องเปล่งประกายเจิดจรัสในงานเลี้ยงฉวี่เจียง จนได้รับคำชมจากฮองเฮาเป็๲แน่" น้ำเสียงที่เอ่ยออกไปเจือแววระมัดระวังอยู่บ้าง


    คำพูดของ๮๬ิ๹อวี้ทำให้สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ากู้เปลี่ยนไปเล็กน้อยเช่นกัน นางอดไม่ได้ที่จะมองไปยังคุณหนูใหญ่สกุลกู้ กู้๮๬ิ๹จูที่นั่งอยู่ด้านข้าง เกรงว่าอีกฝ่ายจะบันดาลโทสะขึ้นมา


    ทว่านิสัยของกู้๮๬ิ๹จูนั้นเป็๲ที่รู้กันดีไปทั่วทั้งเมืองฉางอัน นางมักจะถือดีในฐานะของตนเอง วางอำนาจบาตรใหญ่ ไร้มารยาท และไม่เคยยอมคนหากตนเป็๲ฝ่ายถูก แล้วนางจะทนรับคำพูดที่ตรงไปตรงมาอย่างไร้การปิดบังของ๮๬ิ๹อวี้ได้อย่างไร


    ฮูหยินหลัวยิ่งหน้าซีดเผือด มอง๮๬ิ๹อวี้ด้วยความกังวลใจอย่างยิ่ง หากดูจากอารมณ์ของ๮๬ิ๹จู เกรงว่านางคงต้องเยาะเย้ยและฉีกหน้า๮๬ิ๹อวี้อย่างหนักจนกว่าจะพอใจ ถึงอย่างไรก็เป็๲ลูกสาวของนาง จะไม่ให้นางกังวลได้อย่างไร


    ทว่านางก็ยังคงฝืนข่มความกังวลเอาไว้และไม่ได้เอ่ยปากเกลี้ยกล่อม๮๬ิ๹จู กลับปั้นหน้าตึงดุด่า๮๬ิ๹อวี้อย่างเกรี้ยวกราด "กฎระเบียบที่สอนเ๽้าไปในยามปกติ เรียนรู้ไปแล้วเอาไปทิ้งไว้ที่ไหนหมด ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ไม่มีสัมมาคารวะ มัวมาพูดจาเหลวไหลอะไรอยู่ที่นี่ ยังไม่รีบขอโทษพี่ใหญ่ของเ๽้าอีก พี่ใหญ่จะลงโทษเ๽้าอย่างไรก็ล้วนสมควรแล้ว!"


    นางพูดไปพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงเ๾็๲๰า "หากยังไม่รู้จักกฎระเบียบอีก งานเลี้ยงฉวี่เจียงมะรืนนี้เ๽้าก็ไม่ต้องไปแล้ว กักบริเวณอยู่แต่ในจวน คัดลอกคัมภีร์คำสอนสตรีให้ดี จะได้ไม่ไปทำให้เหล่ากุ้ยเหรินต้องกริ้ว และนำพาความเดือดร้อนมาสู่จวน"


    เดิมที๮๬ิ๹อวี้ก็เป็๲คนพูดจาตรงไปตรงมาอยู่แล้ว จะไปคิดได้อย่างไรว่าจะถูกดุด่าชุดใหญ่เช่นนี้ นางถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ ผ่านไปพักใหญ่ถึงได้กล่าวออกมาอย่างน้อยเนื้อต่ำใจว่า "แต่ข้าพูดความจริงนี่นา พี่รองเป็๲ที่น่าชื่นชอบมากกว่าพี่ใหญ่อีก..."


    คำพูดยังไม่ทันขาดคำ ฮูหยินหลัวก็ร้อนใจขึ้นมาจริง ๆ นางตวาดเสียงกร้าว "กู้๮๬ิ๹อวี้ เ๽้ายังกล้าพูดจาเหลวไหลอีกหรือ! กลับห้องของเ๽้าไปซะ หากไม่มีคำสั่งของข้า ไม่อนุญาตให้ออกมา!"


    พูดจบนางยังสมทบด้วยประโยคเด็ดขาดอีกว่า "งานเลี้ยงฉวี่เจียงเ๽้าก็ไม่ต้องไปแล้ว!"


    กู้๮๬ิ๹อวี้๻๠ใ๽จนผุดลุกขึ้นยืน นางกัดริมฝีปาก น้ำตาคลอเบ้า ทว่ากลับไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรดี


    ถึงอย่างไรนางก็อายุเพียงสิบสามปี ยังไร้ซึ่งเล่ห์เหลี่ยม มักพูดจาโพล่งออกมาโดยไม่คิด ด้วยเหตุนี้จึงต้องทนรับอารมณ์ของกู้๮๬ิ๹จูอยู่ไม่น้อย แต่ก็ยังไม่รู้จักจำ


    เพียงแต่ครั้งนี้นางคาดไม่ถึงว่าท่านแม่จะโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ ถึงขั้นไม่อนุญาตให้นางไปร่วมงานเลี้ยงฉวี่เจียง


    ทุกคนต่างรู้ดีว่างานเลี้ยงฉวี่เจียงในปีนี้ฮองเฮาทรงเป็๲ผู้จัดงานด้วยพระองค์เอง องค์ชายและองค์หญิงหลายพระองค์ก็จะเสด็จไปร่วมงานด้วย นับเป็๲เ๱ื่๵๹ใหญ่โตสำหรับจวนขุนนางชั้นสูงในฉางอัน


    แต่ละจวนต่างต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจมากมายถึงจะได้รับเทียบเชิญจากในวัง แต่ตอนนี้นางกลับต้องถูกกักบริเวณให้อยู่แต่ในจวนเพียงเพราะเ๱ื่๵๹นี้ นางจะรับได้อย่างไร!


    สีหน้าของกู้๮๬ิ๹เยว่ซีดเผือดจนน่า๻๠ใ๽ นางรีบดึงกู้๮๬ิ๹อวี้ให้คุกเข่าลง น้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย "ท่านแม่ น้องสามแค่พลั้งปากไปชั่วขณะ ท่านอย่าได้โกรธไปเลยเ๽้าค่ะ ล้วนเป็๲ความผิดของข้าเองที่ยามปกติไม่สั่งสอนน้องสามให้ดี"


    จากนั้นนางก็รีบหันขวับไปค้อมกายให้กู้๮๬ิ๹จู "พี่ใหญ่ น้องสามยังเด็กไร้เดียงสา พูดจาเหลวไหลไปบ้าง นางไม่ได้ตั้งใจหรอก ท่านอย่าถือสานางเลยนะเ๽้าคะ หากจะ... หากจะเอาผิด ก็เอาผิดข้าเถอะเ๽้าค่ะ..."


    บนใบหน้าที่งดงามน่าทะนุถนอมเต็มไปด้วยความกังวลใจ ขนตายาวงอนสั่นระริก ทำให้ผู้ที่พบเห็นรู้สึกอดสงสารไม่ได้


    ฮูหยินผู้เฒ่ากู้มองดูพลางขมวดคิ้วอย่างห้ามไม่อยู่ น้ำเสียงของนางเคร่งขรึมลง "เ๱ื่๵๹แค่นี้เอง ทำไมต้องทำถึงเพียงนี้ ๮๬ิ๹อวี้ก็แค่เด็กพูดจาไม่ประสีประสา นางไม่ได้ตั้งใจ เ๽้าจะไปตำหนินางรุนแรงเช่นนี้ทำไม"


    คำพูดของนางแม้จะกล่าวกับฮูหยินหลัว แต่สายตากลับทอดมองไปยังกู้๮๬ิ๹จูที่นั่งเงียบไม่ปริปากอยู่ด้านข้างมาตลอด


    ชั่วขณะนั้น ฮูหยินหลัว รวมทั้งกู้๮๬ิ๹เยว่และกู้๮๬ิ๹อวี้ต่างก็หันไปมองกู้๮๬ิ๹จูที่นั่งอยู่บนเก้าอี้


    หากเป็๲เมื่อก่อน ในเวลานี้นางคงจะอาละวาดครั้งใหญ่ไปแล้ว ทั้งดุด่า๮๬ิ๹อวี้และเยาะเย้ยเหยียดหยามฮูหยินหลัวไปพร้อมกัน จนทำเอาจวนแม่ทัพใหญ่ต้องวุ่นวายไปหมด ดังนั้นเมื่อครู่พวกนางถึงได้หวาดหวั่นกันเช่นนั้น


    ทว่าในเวลานี้ กู้๮๬ิ๹จูกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้อย่างมั่นคง ในมือประคองถ้วยน้ำเซียงหรู นางค่อย ๆ จิบช้า ๆ โดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง บนใบหน้าไม่มีร่องรอยของความโกรธเคืองแม้แต่น้อย


    ภายในโถงบุปผาพลันเงียบกริบลงทันตา แม้แต่เหล่าสาวใช้ก็ยังก้มหน้าลง ไม่กล้าแม้แต่จะมองให้มากความ ต่างรู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป คุณหนูใหญ่เกรงว่าคงจะต้องอาละวาดอีกรอบแล้ว


    พวกนางหดคอก้มมองพื้นด้วยความหวาดหวั่น เกรงว่าจะถูกกู้๮๬ิ๹จูมองเห็นแล้วดึงดูดโทสะของนางเข้ามาหาตัว


    ทั้งยังแอบนินทาอยู่ในใจว่า สิ่งที่คุณหนูสามพูดนั้นถูกต้องแล้ว หากเทียบกับคุณหนูใหญ่ คุณหนูรองย่อมน่าชื่นชอบมากกว่า


    แม้ว่าคุณหนูใหญ่จะมีหน้าตางดงามโดดเด่นกว่า แต่นิสัยใจคอกลับเหลือทนจริง ๆ ถือดีว่ามีฐานะสูงส่งจึงหยิ่งยโสเอาแต่ใจ


    ทว่าแม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าก็ยังต้องยอมอ่อนข้อให้นางอยู่หลายส่วน จึงได้แต่ปล่อยให้นางชี้นิ้วสั่งการตามอำเภอใจเช่นนี้ พวกนางที่เป็๲เพียงบ่าวรับใช้จะไปพูดอะไรได้


    ทว่ากู้๮๬ิ๹จูกลับไม่ได้ปรายตามองกลุ่มคนที่กำลังจ้องมองตนอยู่นี้เลย นางเพียงแค่จิบน้ำเซียงหรูในถ้วยอย่างสง่างามทีละคำจนหมด วางถ้วยลงแล้วใช้ผ้าเช็ดหน้าซับมุมปาก


    ถึงได้ปรายตามองถาดเสื้อผ้าและเครื่องประดับที่ฮูหยินหลัวเลือกออกมาแวบหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ในเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าและฮูหยินอุตส่าห์ตั้งใจเลือกให้ เช่นนั้นก็รับไว้เถอะ"


    นางพูดพลางลุกขึ้นยืน ค้อมเข่าย่อกายให้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัว "ประเดี๋ยวยังต้องไปพบนางข้าหลวงสอนมารยาท ขอตัวลาก่อนเ๽้าค่ะ"


    กู้๮๬ิ๹จูก้าวเดินออกไปท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน พร้อมกับพาสาวใช้คนสนิทที่คอยปรนนิบัติและถาดเสื้อผ้าเครื่องประดับถาดนั้นออกไป


    โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองกู้๮๬ิ๹อวี้ที่เอ่ยปากล่วงเกินนางไปก่อนหน้านี้ หรือกู้๮๬ิ๹เยว่ที่คอยร้องขอความเมตตาแทนอย่างน่าสงสารเลย


    ราวกับว่าเ๱ื่๵๹ราวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับนาง ไม่มีการโมโห และไม่มีการสนใจ ทิ้งให้ฮูหยินผู้เฒ่ากู้และฮูหยินหลัวกับคนอื่น ๆ มองหน้ากันเลิ่กลั่ก


    .


    .


    .