"เอาเถิด ในเมื่อยามนี้ตัวมันก็พิการไร้วรยุทธ์ไปแล้ว สังหารมันไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ให้มันมีชีวิตต่อไปนั่นแหละ ส่วนผู้าุโที่สาม ท่านเองก็ไม่ต้องมอบชีวิตให้ข้าหรอก ท่านมอบชีวิตให้กับตระกูลตัวเองดีกว่า ยามนี้ตระกูลของเราตกที่นั่งลำบาก พวกเราทุกคน้าท่าน ขอเพียงท่านตั้งใจฝึกฝน เพื่อทะลวงระดับสู่ขอบเขตราชันย์ทรราชขั้นกลางได้ เมื่อนั้นท่านจึงจะพ้นความผิด ท่านเข้าใจที่ข้าเอ่ยไปหรือไม่?" หลิงหลงเซี้ยงเอ่ย แม้ก่อนหน้านี้ตัวเขาจะโกรธจนควันออกหู หวังฟาดฝ่ามือใส่หลิงเสี่ยวให้รู้แล้วรู้รอด
แต่ยามนี้เขานั้นคิดถึงความเป็ไปได้ที่จะเกิดขึ้น หากหลิงเสี่ยวถูกฆ่าตาย หลิงหวินจื่ออาจลุแก่โทสะ อาละวาดไปทั่วตระกูล นั่นต้องเป็การสูญเสียครั้งใหญ่อย่างแน่อน แล้วเขาก็ไม่อยากเสียยอดฝีมือราชันย์ทรราชไปเปล่าๆ สู้ทำให้หลิงหวินจื่อภักดีต่อตระกูลด้วยใจจริงไม่ดีกว่าหรอกหรือ ถึงเขาจะภักดีต่อตระกูลอยู่แล้วก็เถอะ
กับหลิงหวินจื่อที่ขอร้องอ้อนวอนขอชีวิตหลิงเสี่ยวอยู่นี้ ไม่มีโอกาสซื้อใจผู้าุโในตระกูลดีไปกว่าโอกาสนี้อีกแล้ว หลิงหลงเซี้ยงทราบถึงจุดประสงค์ในสายตาของหลิงอวี้หลงและหลิงเทียนดี ตัวเขาเองก็ตั้งใจจะทำแบบนั้นอยู่แล้ว เมื่อเขาเลือกไม่สังหารหลิงเสี่ยว ไม่เอาชีวิตหลิงหวินจื่อ และเลือกที่จะให้หลิงหวินจื่อภักดีต่อตระกูลต่อไป ทำให้หลิงหวินจื่อติดค้างน้ำใจใหญ่หลวง ถ้าเขาไม่ทำอย่างนี้เขาคงเป็แค่คนโง่เง่าคนหนึ่ง
"ขอบพระคุณท่านประมุข!! ขอบพระคุณนายท่านประมุข!!" หลิงหวินจื่อโขกศีรษะอย่างแรง ไม่ได้โคจรพลังปราณเลยแม้แต่น้อย ทำให้ที่พื้นเต็มไปด้วยรอยแตกและรอยเื
"เอาละๆ พอเถิด ท่านาุโสาม พาหลิงเสี่ยวไปรักษาเสีย เมื่อมันตื่นท่านก็บอกกล่าวแก่มัน ข้าอนุญาตให้มันอาศัยอยู่ในตระกูลได้ ค่าใช้จ่ายของมันก็จะได้รับตามเดิม ท่านสามารถสั่งสอนให้มันทำงานบัญชีในตระกูลก็ได้ หากท่านอยากให้มันกลับมาฝึกวรยุทธ์อีกครั้งนึง ให้ท่านบอกกล่าวแก่ข้า ข้าจะเป็คนออกตามหาแพทย์เทวะทั้งหลายมาเพื่อรักษามันเอง"
"ขอบพระคุณท่านประมุข!! ข้าจะภักดีต่อตระกูลหลิงไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่!" พูดจบหลิงหวินจื่อก็เดินไปอุ้มหลิงเสี่ยวจากไปด้วยน้ำตา
ก่อนที่ทุกคนจะแยกย้ายกันไปพักนั้น หลิงเทียนก็ได้เอ่ยมาก่อน
"ทุกท่าน ก่อนจะแยกย้ายกันไป เื่ที่ข้าพบราชันย์ัทอง หลงเฉิน ขอให้พวกท่านอย่าได้บอกกล่าวแก่ใคร ข้าไม่ทราบว่าทำไมคนผู้นั้นถึงบอกมาอย่างนี้ แต่ข้าก็รับปากเขาไว้แล้ว" หลิงเทียนเอ่ย ตามความจริง เขาไม่เคยพบราชันย์ัทองเลยแม้แต่น้อย เขาแค่นึกออกจากในความทรงจำของเขา ประกอบกับข่าวลือว่าราชันย์ัทองได้มอบโอสถวิเศษให้กับขุนพลเทพั หลังจากขุนพลเทพัทานโอสถเข้าไปล้วนแต่ทะลวงพลังได้ไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั้นย่อยทุกคน!
เขาจึงอาศัยโอกาสนี้สร้างเื่โกหกขึ้นมา เพราะเหตุผลที่แท้จริงนั้นแม้แต่ตัวเขาเองก็ยังไม่ทราบเลย ถ้าหากจะให้เขาบอกว่าเพราะเขาทานอาหารที่มีพิษดับิญญาผสมอยู่แล้วระดับพลังเพิ่มขึ้นก็คงจะแปลกๆไปหน่อย อีกทั้งยังอาจจะถูกสงสัยด้วยว่าทำไมเขาถึงยังไม่ตายทั้งพลังเพิ่มขึ้น เขาจึงได้แต่ต้องโกหกไปเท่านั้น
"ตกลง พวกเราเข้าใจแล้ว" หลิงหลงเซี้ยงและผู้าุโคนอื่นๆพยักหน้าตามๆกัน ไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย หากเป็ความ้าของราชันย์ัทอง มีหรือพวกเขาจะไม่ยอมทำ ถึงแม้ตระกูลของพวกเขาจะไม่ได้กลัวอาณาจักรราชันย์ั แต่อย่างไรพวกเขาก็เคารพตัวราชันย์ัอย่างยิ่ง ทั้งที่มีพลังฝีมือสูงส่ง หวังยึดทวีปทั้งทวีปก็ไม่ใช่ว่าไกลเกินเอื้อม แต่กลับไม่เคยคิดจะทำ เลือกอยู่อย่างสงบไม่เข้าร่วมาใดๆ อีกทั้งออกกฏเหล็กว่าหากมีัตนใดเข้าร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายนึง จะทำการสังหารทั้งโคตรเหง้าตระกูลนั้นเสีย
นี่จึงเป็สาเหตุให้ทุกผู้คนจากอาณาจักรอื่นๆให้ความเคารพอย่างมาก อาณาจักรราชันย์ัไม่เคยเป็ฝ่ายเริ่มาก่อน แต่เมื่อใดที่มีา อาณาจักรราชันย์ัที่นำโดยราชันย์ัทองย่อมสู้จนถึงที่สุด ัไม่กลัวตาย แต่ักลัวเสียศักศรีดิ์ ัไม่กลัวเสียเืเสียเนื้อ แต่ักลัวการเสียเกียรติแม้เพียงนิด
"ขอบคุณทุกท่านมาก เช่นนั้น ท่านพ่อ ท่านแม่ ผู้าุโสูงสุด และผู้าุโทุกท่าน ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนได้หรือไม่ เพราะข้าเองก็ยังไม่ค่อยชินกับพลังที่เพิ่มมากขึ้นขนาดนี้เท่าไหร่นัก" หลิงเทียนเอ่ยพร้อมทำท่าเหนื่อย
"ตกลง เทียนเอ๋อร์ของแม่ แม่จะให้จี่หยูพาเ้าไปพักผ่อนเสีย หยูเอ๋อร์มาทางนี้เร็วเข้า" หลิงเหยียนไม่สนใจสายตาคนอื่น รีบลากจี่หยูทะยานมาหาหลิงเทียนด้วยความรวดเร็ว
"ตกลง ท่านแม่" หลิงเทียนตอบ
"หลิงเทียน ไปกันเถอะ!" จี่หยูพูดด้วยท่าทางน่ารัก วันนี้บุรุษของนางสู้เพื่อนางเหตุเพราะว่านางถูกข่มขู่ ตอนที่หลิงหลงเซี้ยงไล่ทุกคนออกไปเหลือเพียงผู้าุโ มีแค่นางคนเดียวที่ไม่ได้จากไป ได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ เมื่อหลิงเหยียนเห็นนางจึงไปคว้าตัวนางมาไว้ทันที นางเขินอายอย่างยิ่ง เนื่องด้วยรูปโฉมที่งดงามดุจดวงดาราของนาง ทำให้หลิงเหยียนตามใจนางยิ่งนัก ใครจะไม่อยากให้ลูกชายตัวเองได้ภรรยาที่งดงามและแสนดีเช่นจี่หยูกันหล่ะ เรียกได้ว่าเมื่อหลิงเทียนและจี่หยูอยู่ต่อหน้าหลิงเหยียน จี่หยูย่อมมีอำนาจมากกว่าตัวหลิงเทียนเองเสียอีก
"อืม" หลิงเทียนตอบเบาๆ พร้อมยิ้มอย่างชั่วร้ายใส่จี่หยู
"ฮึ่ม ท่านจะแกล้งข้าอีกแล้ว!#฿" จี่หยูทำหน้ามุ้ย แล้วเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มว่า
"ฮี่ฮี่ ไปกันเถอะ"
เมื่อทั้งสองคนจากไปไกล เหล่าผู้าุโจึงแยกย้ายกันจากไป เหลือเพียงหลิงเหยียน หลิงหลงเซี้ยง หลิงอวี้หลง
"เฮ้อ หวังว่าการที่ราชันย์ัทองออกมาด้วยตัวเองนี่จะเป็เื่ที่ดีนะ" หลิงหลงเซี้ยงกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่จริงจัง
"นั่นสิ การที่ราชันย์ัทองออกมาเพื่อหาหลิงเทียนโดยเฉพาะนี่แปลกอย่างมาก ข้าคิดว่ามันน่าจะเป็เพียงเหตุผลรองในการออกมาของเขา" หลิงอวี้หลงกล่าวตอบ
"ท่านหมายความว่า?" หลิงหลงเซี้ยงขมวดคิ้วมุ่น
"ข้าคิดว่าราชันย์ัพบบางสิ่งบางอย่างที่อาณาจักรโจวฟางเเห่งนี้ และข้าก็คิดว่าเร็วๆนี้อาณาจักรราชันย์ัจะต้องมีการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน"
"นั่นก็เป็ไปได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร อาณาจักรราชันย์ัก็ไม่เคยเป็ฝ่ายหาเื่ใครก่อน หวังว่าครานี้ก็เช่นกัน"
พวกเขาหาได้รู้ไม่ว่าเื่ที่พวกเขากังวลนั้นเป็แค่เื่ที่ลูกชายของเขาแต่งขึ้นมาเองเท่านั้น ราชันย์ัตอนนี้ยังไม่แม้กระทั่งทราบเื่เสียด้วยซ้ำ
พูดจบหลิงหลงเซี้ยงก็บอกลาหลิงอวี้หลงและจูงมือหลิงเหยียนเดินไปที่บ้านพักของตน พร้อมกล่าวกับหลิงเหยียนด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
"เหยียนเอ๋อร์ หลิงเทียนลูกของเราช่างมีโชคลาภอันประเสริฐนัก เราจัดชุดใหญ่ฉลองกันเองทั้งคืนเลยเป็อย่างไร ? ฮี่ฮี่"
"ท่านจะบ้ารึไง! ปกติทุกวันท่านก็ทำกับข้าจนข้าแทบจะไม่มีเวลาพักผ่อนอยู่แล้ว เ้าจอมโจรมากราคะ!" หลิงเหยียนพูดจบก็ฟาดฝ่ามือใส่หลิงหลงเซี้ยงปลิวออกไปตกที่บ่อน้ำหลังสวนกลางตระกูล แม้หลิงเหยียนพลังฝีมือจะน้อยกว่า แต่หลิงหลงเซี้ยงไม่ได้ป้องกันตัวเลยแม้แต่น้อย อีกทั้งนางก็ไม่ได้ฟาดฝ่ามือหวังสังหาร ทำให้หลิงหลงเซี้ยงาเ็เล็กน้อยเท่านั้น
"โอ้ย เจ็บชะมัด เหยียนเอ๋อร์ของข้า ฝ่ามือของเ้านี่นับวันยิ่งรุนแรงขึ้นสินะ ข้าคงต้องสั่งสอนเสียหน่อยแล้ว"
"ฮึ่ม! สมน้ำหน้า! ข้าไปนอนแล้ว วันนี้ท่านนอนข้างนอกไปเสีย!" พูดจบนางก็วิ่งเข้าบ้านพักไปและปิดประตูเสียงดังลั่น
"เอ๋ บัดซบ! ข้าต้องนอนข้างนอกจริงดิ? ไม่เอาโว้ย นี่ข้าเป็ประมุขนะ!"
หลิงเทียนย่อมไม่คิดไม่ฝันมาก่อนแน่นอนว่าในเวลานี้ ตัวของเขาเองกำลังจะได้ไปข้องเกี่ยวกับอาณาจักรราชันย์ัเข้าเต็มเปา
...............
...........
........
.....
..
ในขณะเดียวกัน
อีกด้านหนึ่ง ณ อาณาจักรราชันย์ั
ในถ้ำแห่งหนึ่ง มีคนอยู่ภายในถ้ำสองคนคนหนึ่งเป็บุรุษ อีกคนเป็สตรี บุรุษคนผู้นี้มีใบหน้าสุขุมเยือกเย็น มีผมสีแดง นัยตาสีแดง ดูไปแล้วอายุราวสามสิบสี่สิบปี แต่ใครจะรู้ว่าความจริงแล้วอายุคนผู้นี้นั้นมากกว่าหมื่นปีแล้ว คนผู้นี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกเหนือจากราชันย์ั หลงเฉินนั่นเอง เขาหาได้รู้ไม่เลยว่าตัวเขานั้นถูกคิดว่าไปมอบโอสถวิเศษให้กับหลิงเทียนเสียแล้ว
"เยว่เอ๋อร์ พ่อหาพบแล้ว คนที่คู่ควรกับเ้า พ่อจะพาเ้าไปพบเขา หากเ้าถูกใจเขา ก็นำเืของจักรพรรดิัไปมอบให้กับเขาเสีย" เขาพูดกับสตรีที่อยู่ข้างหน้า
"โธ่ท่านพ่อ ข้าบอกแล้วไงว่าข้าไม่อยากแต่งงาน!" สตรีที่อยู่ข้างหน้าเขาคือธิดาหัวแก้วหัวแหวนของเขาเอง
สตรีนางนี้มีชื่อว่า หลงซินเยว่ เป็ธิดาเพียงคนเดียวของเขา ไม่ว่าใครที่ได้พบหลงซินเยว่ ต่อให้เป็หลิงเทียนเองก็ต้องพูดเหมือนกันกับทุกคนเลยว่า พระเ้า งดงามเกินไปแล้ว ถ้าหากว่าจี่หยูนั้นคือดวงดาราดวงเล็กดวงน้อยแล้ว หลงซินเยว่นั้นเปรียบกับดาวดวงใหญ่ที่คอยให้ดวงดาราดวงเล็กดวงน้อยโคจรไปรอบๆเท่านั้น ผมของนางนั้นเป็สีแดงอ่อน แต่ดวงตาของนางนั้นกลับเป็สีทองระยิบระยับ และไหนจะหน้าอกอันสะบึ้มสะบั้มที่ใหญ่กว่าจี่หยูถึงสองสามเท่าได้ ขาที่เรียวยาวและขาวเนียน บั้นท้ายเว้านู้นเต่งตึง มองดูรวมๆกันแล้วสามารถบอกได้เลยว่านี่คือสตรีที่งดงามและยั่วยวนที่สุดในทวีปอย่างแน่นอน
"เฮ้อ เอาเถิด จะอย่างไรเ้าก็ลองไปพบกับคนผู้นี้ดูก่อน คนผู้นี้อยู่ในอาณาจักรโจวฟาง เป็มนุษย์ยอดอัจฉริยะแห่งยุคปัจจุบัน ชื่อเสียงดังกระฉ่อนไปทั่ว แม้แต่พ่อเองยังสนใจเลย ไม่ว่าอาณาจักรใดไม่เว้นแต่อาณาจักรเรายังต้องกริ่งเกรงขึ้นมา แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลหลัก ที่ข้าแนะนำให้กับเ้าก็เพราะว่าพ่อได้ให้คนไปสืบข่าวเกี่ยวกับคนผู้นี้มา คนผู้นี้ช่างมีกริยามารยาทดีนัก เด็ดขาด อีกทั้งยังอ่อนโอนยิ่ง หากได้บุรุษที่ทั้งแข็งแกร่งและสมบูรณ์แบบเช่นนี้มาคู่กับลูก พ่อจะมีความสุขอย่างมาก" หลงเฉินเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักใจ ธิดาของเขาช่างเอาแต่ใจนัก เขาเคยหาคู่ครองให้ธิดาของเขามานับไม่ถ้วน แต่ไม่ว่าใครล้วนถูกนางปฏิเสธทั้งหมด ทำให้เขาหนักใจเสียใจจริงๆ
'ทั้งๆที่ข้าอยากอุ้มหลานแท้ๆ หลานตัวน้อยๆน่ารักๆ ข้าอยู่มาหมื่นปีแล้วยังไม่เคยอุ้มหลานเลยซักครั้ง ช่างน่าเศร้าจริงๆ' เขาคิดในใจแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา
เนื่องจากเผ่าันั้นมีลูกได้ยากมาก เผ่าัหลายคนจึงหาคู่ครองเป็คนจากเผ่าพันธ์ุอื่น แต่หลงซินเยว่นั้นมีพ่อแม่เป็ั นับว่าโชคดีนักที่ได้เกิดมา เขาจึงดูแลเอาใจใส่หลงซินเยว่ยิ่ง ไม่ว่านางไม่้าหรือ้าอะไรเขาก็ตามใจนางทั้งหมด แต่เขาล้วนขอต่อ์อยู่ทุกครั้งว่าเขาอยากให้ธิดาของเขาแต่งงานเร็วๆเนื่องจากเขาอยากอุ้มหลาน
"ฮึ่ม! ตกลง! เผ่ามนุษย์งั้นหรอ ฮี่ฮี่ น่าสนใจจริงๆ ข้ายังไม่เคยได้พบบุรุษเผ่ามนุษย์มาก่อนเลยซักครั้ง พวกที่ข้าไปพบมามีแต่หน้าตาอัปลักษณ์ทั้งนั้น ได้ยินว่าเผ่ามนุษย์ล้วนมีหน้าตาที่หล่อเหลา แต่เผ่ามนุษย์นั้นอ่อนแอ ท่านพ่อแน่ใจหรือว่าเขาแข็งแกร่งหน่ะ" นางตอบตกลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หลงเฉินเห็นความหวังอันริบหรี่ ไม่รอช้ารีบคว้าไว้
"แน่นอน! แน่นอน! เขาแข็งแกร่งมาก อีกทั้งยังหน้าตาหล่อเหลา เขาฝึกยุทธ์ั้แ่อายุเจ็ดขวบ เมื่ออายุเก้าปีก็ทะลวงสู่ขั้นก่อตั้งปราณ อายุสิบสามปีก็ทะลวงสู่ปราณหลอมรวม ปัจจุบันนี้ข้าได้ยินว่าเขาอยู่ระดับหลอมรวมขั้นเจ็ดมานานแล้ว อีกไม่นานเขาสมควรทะลวงสู่ระดับแก่นแท้ปฐีได้แล้ว" หลงเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แสดงให้เห็นว่าเขาชื่นชอบเด็กคนนี้
"โอ้โอ้โอ้" นางตื่นเต้นมาก "แล้วเขาคือใครกันหล่ะท่านพ่อ?" นางถามอย่างกระตือรือร้น
หลงเฉินตอนนี้เบิกบานใจยิ่งนัก เขาไม่เคยเห็นท่าทางนางเป็อย่างนี้มาก่อน ความหวังอันริบหรี่เริ่มส่องสว่างขึ้นเรื่อยๆ เขากระทั่งจินตนาการถึงเด็กน้อยที่กำลังจะเกิดมา 'จะเป็เด็กชายหรือเด็กหญิงกัน หรือจะเป็แฝดก็ดีนะ' 'หลังจากนี้ข้าต้องรีบไปซื้อเสื้อผ้าเด็กกับของเล่นพร้อมตุ๊กตาที่เมืองมนุษย์เสียแล้ว ฮ่าฮ่าฮ่า'
"ท่านพ่อ ท่านพ่อ" นางเรียกเขาเมื่อเห็นเขานั่งเหม่อลอย
'แล้วข้าจะตั้งชื่อหลายว่าอะไรดี หลงเทียนเยว่ ? หลงเทียนหยุน ? ฮู้ว ข้ายังไม่ได้คิดเลยแฮะ'
"ท่านพ่อ!!!" นางะโอย่างดัง
"ฮะ เอ่อ อะไรนะลูก" หลงเฉินตื่นจากฝันอย่างรวดเร็ว
"โธ่ ข้าถามว่าเขาคือใครกัน?" นางทำหน้ามุ้ย กำขอบชายกระโปรงเล็กน้อย ท่าทางข่างดูน่ารักเสียจริง
"อ้อ เขาคือบุตรชายของผู้นำตระกูลหลิงคนปัจจุบัน หลิงหลงเซี้ยง ชื่อของเขาเรียกว่า"
"หลิงเทียน"