บทที่ 5 โครงกระดูกแปลกประหลาด
เสียงกรีดร้องของไอ้เสื้อลายดอกดังขึ้น สองพี่น้องหันไปมองอย่างรวดเร็วพวกเขาเห็นไอ้เสื้อลายดอกยืนอยู่ข้างหลุมและทำหน้าราวกับเห็นผี หัวหน้านักเลงจอมขี้ขลาด หวาดกลัวจนโยนมือถือทิ้งแล้วหันหลังวิ่งหนีทันทีเมื่อเห็นเหตุการณ์อย่างนั้น หลินชิงหมิงและอู๋จงหยวนจึงรีบเดินไปยังหลุมศพนั้นด้วยความสงสัย ถ้าศพเป็นปกติไอ้เสื้อลายดอกคงไม่หวาดกลัวขนาดนี้ นักเลงแบบเขาจะต้องคุ้นเคยกับการเห็นศพคนตายอยู่แล้ว ดังนั้นสิ่งที่เขาเห็นในโลงต้องเป็นสิ่งที่เขาคาดไม่ถึงไอ้เสื้อลายดอกวิ่งหนีกลับมา นั่นแสดงให้เห็นว่าเขากลัวสิ่งที่เห็นหลุมมากกว่าการโดนหักขา!เมื่อมองเห็นเด็กหนุ่มสองคนพี่น้องเข้า ไอ้เสื้อลายดอกก็รีบโบกมือเรียก “พวกนายรีบไปดูศพในนั้นเร็ว”“มีอะไร?” อู๋จงหยวนถาม“ศะ..ศพ...ศพอาจารย์ของพวกนาย.....” ไอ้เสื้อลายดอกพูดติดๆ ขัดๆท่าทางของไอ้เสื้อลายดอกทำให้อู๋จงหยวนรู้สึกงุนงงอย่างมาก ทว่าเขาก็ต้องงุนงงหนักขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าไอ้เสื้อลายดอกทำท่าเหมือนจะอ้วกออกมา เขาเริ่มคิดแล้วว่า สิ่งที่ไอ้เสื้อลายดอกเห็นในโลงศพนั่นไม่น่าจะใช่โครงกระดูกมนุษย์?ด้วยความอยากรู้ อู๋จงหยวนจึงรีบเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น เมื่อมาถึงข้างหลุมศพ หัวคิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน...นี่มันไม่ถูกต้อง ศพในโลงเป็นผู้ชาย และร่างกายของเขาไม่ได้เน่าเปื่อย สภาพร่างกายของศพ 90 เปอร์เซ็นต์เป็นมนุษย์ แต่ส่วนที่แตกต่างออกไปคือปาก ปากนั้นไม่ใช่ปากของมนุษย์! แต่มันมีรูปร่างคล้ายปากของนก ปากนกของศพนั้นมีสีเหลืองอมเทา ยาวประมาณ 10 เซนติเมตร ด้านบนยื่นยาวมากกว่าด้านล่าง และดูแหลมคมราวกับจะงอยปากของเหยี่ยวในขณะที่อู๋หยวนจ้องมองศพปริศนา หลินชิงหมิงเองก็กำลังสำรวจศพนั้นเช่นกัน หลังจากยืนดูสิ่งที่อยู่ในโลงศพอย่างมึนงงอยู่ชั่วครู่ สองพี่น้องก็หันมามองหน้ากัน ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมไอ้เสื้อลายดอกถึงทำท่าหวาดกลัวขนาดนั้นไอ้เสื้อลายดอกยังคงคิดว่าศพที่อยู่ในโลงนี้เป็นอาจารย์ของพวกเขา “ศพอาจารย์ของพวกนายเป็นแบบนี้ได้ยังไง อ่อ จริงสิ อาจารย์ของพวกนายเป็นคนจากลัทธิเต๋า เขาเลยกลายเป็นอมตะสินะ”ถ้าพวกเขาปฏิเสธว่านี่ไม่ใช่ศพของอาจารย์ นักเลงพวกนี้จะต้องค้นพบสถานที่แท้จริงที่ศพของอาจารย์ถูกฝังอยู่แน่ เมื่อฟังสิ่งที่ไอ้เสื้อลายดอกพูดอู๋จงหยวนก็รีบเดินเข้าไปหาเขาก่อนจะแกล้งขู่เสียงเข้มทันที “แกต้องเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ ห้ามแพร่งพรายให้ใครรู้เด็ดขาด ถ้าไม่อยากตาย!”“เข้าใจแล้วๆๆ” ไอ้เสื้อลายดอกพยักหน้าเสียงเครื่องยนต์ของรถขุดดังจนคนขับไม่ได้ยินสิ่งที่ลูกพี่ของเขากับอู๋จงหยวนพูดคุยกัน แต่เพราะสีหน้าแปลกๆ ของคนสามคนที่อยู่ด้านนอกทำให้เขาเกิดความอยากรู้อยากเห็น นักเลงขับรถขุดจึงชะโงกหน้าออกมาจากตัวรถและมองลงไปที่หลุมด้านล่างเมื่อไอ้เสื้อลายดอกเห็นก็ตะโกนเข้าใส่ “การมองศพจะทำให้โชคร้าย กลับเข้าไปซะ”คนขับรถจึงหันกลับเข้าไปในรถตามเดิม ไอ้เสื้อลายดอกหันกลับไปมองอู๋จงหยวนตอนนี้ เลือดที่ไหลออกมาจากแผลบนหัวทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกเวียนหัวอีกครั้ง เขาจึงเร่งให้กลบหลุมฝังศพต่อ “กลบหลุมฝังศพต่อ”“เอ่อ...โทรศัพท์ฉัน” ไอ้เสื้อลายดอกชี้ลงไปที่หลุมศพ ก่อนหน้านี้เพราะเขาตกใจจนโยนโทรศัพท์ทิ้งไป ในตอนนั้นเองที่มันตกลงไปในหลุมศพอู๋จงหยวนไม่อยากล้วงลงไปในโลงศพ “ถ้าเก็บขึ้นมา นายยังจะกล้าใช้อยู่เหรอ?”อู๋หยวนพูดจบ เสียงของหลิงฉิงหมิงก็ดังขึ้นที่อีกฝั่ง “มาดูนี่สิ”อู๋จงหยวนเดินอ้อมไปหาพี่ชาย เมื่อเข้ามาใกล้หลินชิงหมิงก็ชี้ไปที่ฝาโลงศพที่ติดอยู่บนที่ขุดและบอกให้เขาสังเกตดูอู๋จงหยวนมองไปตามที่พี่ขายชี้ มีไม่กี่คนที่คุ้นเคยกับการสร้างโลงศพแบบนี้และมีเพียงไม่กี่คนที่รู้จักโลงศพรูปแบบนี้ อาจารย์ของพวกเขาสร้างโลงศพของตนเองต่อหน้าพวกเขา โลงศพมีองค์ประกอบ 5 ประการของหยินและหยาง ดังนั้นโลงศพจึงไม่สามารถยึดด้วยตะปูได้ มันถูกต่อเข้าด้วยกันด้วยวิธีการเข้าเดือยไม้ในรูปแบบเฉพาะ และไม้สำหรับสร้างตัวโลงก็จะใช้ไม้โอ๊ก ซึ่งนั่นเป็นแบบเดียวกับที่อาจารย์ของเขาสร้างตอนที่ยังมีชีวิตอยู่!ศพนี้เป็นใครกันแน่ คนคนนี้จะต้องมีความเกี่ยวข้องกับอาจารย์ของพวกเขาอย่างแน่นอน แต่อาจารย์ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ให้พวกเขารู้มาก่อนเลยหลังจากมองสำรวจกันอยู่สักพัก ทั้งคู่ก็นำโลงศพที่ติดอยู่ที่ที่ขุดลงมาวางไว้ในหลุม“โทรศัพท์ของฉัน” ไอ้เสื้อลายดอกอาลัยอาวรณ์กับโทรศัพท์ในหลุมศพ“ไม่ต้องเอาแล้ว ให้อาจารย์ของฉันไว้นั่นแหละ” อู๋จงหยวนพูด เขาไม่คิดที่จะเอาโทรศัพท์ขึ้นมา เพราะกลัวว่าในโทรศัพท์นั้นจะมีรูปที่ถ่ายไว้ก่อนที่จะตกลงไป“ให้น่ะให้ได้ แต่ถ้ามีคนโทรหาฉัน ฉันก็รับโทรศัพท์ไม่ได้” ไอ้เสื้อลายดอกพูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อยอู๋จงหยวนเหนื่อยหน่ายเกินกว่าที่จะพูดกับไอ้เสื้อลายดอกแล้ว เขากระโดดลงไปในหลุมศพแล้วหยิบโทรศัพท์ในโลง แต่ในขณะที่กำลังจะหยิบโทรศัพท์ เขาก็พบหยกสีขาวชิ้นหนึ่งวางอยู่ใกล้กับศพ เขาโยนโทรศัพท์มือถือไปให้ไอ้เสื้อลายดอก ในขณะเดียวกันก็รีบเก็บหยกสีขาวใส่เข้ากระเป๋าทันทีหลินชิงหมิงเห็นสิ่งที่อู๋จงหยวนทำ เขาไม่ได้ห้ามปรามน้องชายแต่กระโดดลงมาในหลุมศพแล้วเอาตัวบังเขาไว้หลังจากขึ้นจากหลุมแล้ว อู๋จงหยวนก็รู้เวียนหัวขึ้นมาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าผ้าพันแผลจะพันไว้อย่างแน่นหนาแต่เลือดก็ยังคงไหลซึมออกมาไม่หยุดหลินชิงหมินรีบหันไปดูอาการของน้องชาย ก่อนจะหันไปพูดกับไอ้เสื้อลายดอก “เปิดโทรศัพท์”ไอ้เสื้อลายดอกเดาสิ่งที่หลินชิงหมินต้องการออก จึงรีบเลื่อนหน้าจอโทรศัพท์แล้วยื่นส่งให้ “โทรศัพท์ไม่ได้ใส่รหัสไว้ นายดูได้ ฉันไม่ได้ถ่ายรูปอะไรไว้เลย”หลินชิงหมิงเพียงแค่มองดูโทรศัพท์แต่ไม่ได้ยื่นมือไปมันหลังจากทาไอ้เสื้อลายดอกแสดงความบริสุทธิ์ใจเรื่องโทรศัพท์แล้ว เขาก็หันไปสั่งให้คนขับรถขุดให้ปิดฝาโลงแล้วกลบหลุมศพ ใช้เวลาเพียงไม่นานนัก ทุกอย่างก็เสร็จสิ้นไอ้เสื้อลายดอกพนมมือขึ้นแล้วโค้งคำนับไปที่หลุมศพ“ขุดต้นไม้สองต้นนี้แล้วย้ายมันไปปลูกให้ห่างออกไป 300 เมตร” หลินชิงหมิงพูดด้วยเสียงเคร่งขรึมไอ้เสื้อลายดอกตอบตกลง แต่เขาไม่ได้ถามว่าทำไม เพราะเขาคิดว่าหลินชิงหมิงไม่ต้องการให้คนอื่นรู้ตำแหน่งที่แน่นอนของหลุมศพอาจารย์ ไอ้เสื้อลายดอกยังคงไม่รู้ว่าศพนั้นไม่ใช่ศพอาจารย์ของพวกเขาเมื่อรถขุดกำลังยุ่งอยู่กับการทำงาน พวกเขาก็กลับไปที่บ้านเพื่อค้นหาอะไรที่ยังพอจะใช้งานได้อยู่อีกบ้างอู๋จงหยวนเสียเลือดเป็นจำนวนมาก หลังจากเขายกหินไปไม่กี่ก้อนเขาก็หมดแรง และนั่งลงตรงมุมหนึ่งของซากปรักหักพังไอ้เสื้อลายดอกที่วิ่งจากทางตะวันออกมายังดูซากของบ้านที่พังแล้ว รีบโค้งคำนับอู๋จงหยวน “น้องชาย อ่ะ ไม่สิ ท่านลัทธิเต๋าน้อย นายน้อย ฉันตาบอดจริงๆที่ไม่เห็นความสามารถของนายน้อย ฉันจะจ่ายค่าเสียหายให้ทั้งหมด”“ทำแบบนี้ แกไม่กลัวว่ากรรมตามสนองบ้างเหรอวะ?” ถึงแม้ว่าอู๋จงหยวนจะเป็นคนดีแค่ไหน เขาก็ไม่ใช่คนที่จะสุภาพกับคนที่รื้อทำลายบ้านเขา นอกจากนี้เขาไม่ใช่คนอารมณ์ดี“กลัวจ้า” ไอ้เสื้อลายดอกตอบเสียงอ่อย พร้อมกับพยักหน้าอย่างช้าๆ“การรื้อบ้านคนอื่นทิ้ง กับขุดหลุมศพคนตายเป็นการกระทำที่ชั่วช้าสามานย์ ถ้าแกกลัวกรรมจริงๆ แกก็ไม่ควรทำแบบนี้” อู๋จงหยวนพูดอู๋จงหยวนพูดอย่างโหดเหี้ยมทำให้ไอ้เสื้อลายดอกตัวสั่น แต่เดิมเขาไม่เคยเชื่อในบาปบุญคุณโทษ แต่ตอนนี้เขาเริ่มเชื่อแล้วหลังจากได้เห็นศพที่มีจะงอยปากยาวยื่นออกมาในโลงนั่น จากสิ่งที่เขาเคยได้ยินมานักบวชลัทธิเต๋านั้น ในตำนานว่ากันว่าเมื่อตายแล้วจะเป็นอมตะ ซึ่งตรงกับสถานการณ์ตอนนี้“ฉันจะให้คนเอาเงินมาให้” วิธีเดียวที่ไอ้เสื้อลายดอกจะชดเชยได้นั้นคือการจ่ายเงินอู๋จงหยวนไม่ได้ตอบสนองอะไร ผู้คนในโลกนี้สนใจเฉพาะสิ่งที่พวกเขาต้องการ เชื่อเฉพาะสิ่งที่พวกเขาอยากเชื่อและทุกคนก็ต้องการเงินอู๋จงหยวนลังเลแต่หลินชิงหมิงไม่ “พวกฉันไม่ต้องการเงินของแก เงินพวกนั้นมันเทียบไม่ได้กับสิ่งที่พวกแกทำ”เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินชิงหมิงพูด ไอ้เสื้อลายดอกก็หวาดกลัวขึ้นมาเรื่อยๆ เขาเห็นว่าอู๋จงหยวนนั้นเจรจาง่ายกว่าจึงมองไปที่อู๋จงหยวนด้วยท่าทางอ้อนวอนอู๋จงหยวนหลบตาหันไปอีกด้านหนึ่ง เขาไม่ยอมมองไอ้เสื้อลายดอก ถึงเขาและพี่ชายจะมีอายุห่างกันสามปี แต่เขาก็เชื่อฟังหลินชิงหมิงอย่างมาก ถ้าพี่ชายพูดว่าไม่ก็คือไม่“นายน้อย” ไอ้เสื้อลายดอกหวาดกลัวพร้อมกับขยับเข้าหาอู๋จงหยวนเมื่ออู๋จงหยวนเห็นอย่างนี้จึงพูดว่า “เอาเถอะ ไม่ต้องกลัวไป ในเมื่อแกเห็นศพของท่านอาจารย์แล้ว ก็อย่าให้ใครมายุ่งกับศพของอาจารย์อีกละกัน”เมื่อไอ้เสื้อลายดอกได้ยินอย่างนั้นก็หายหวาดกลัว “ได้ พวกนายวางใจเถอะ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันจะส่งคนมาดูทุกวัน”“แกไม่คิดว่าคนอื่นจะสงสัยเหรอ?” อู๋จงหยวนส่ายหัว“งั้นฉันควรทำยังไงดี?” ไอ้เสื้อลายดอกถามอย่างร้อนรน“ไม่รู้! ลองหาวิธีเอาเองสิ” อู๋จงหยวนพูดขึ้นอย่างหงุดหงิดในขณะที่หนึ่งนักเลงกับหนึ่งเด็กหนุ่มคุยกันอยู่ หลินชิงหมิงก็ค้นของในซากปรักหักพังของบ้าน ทุกสิ่งทุกอย่างในบ้านถูกทำลายไม่มีชิ้นดี จะเหลือดีก็เพียงแค่หนังสือเล่มเล็กใหญ่เท่านั้นหลินชิงหมิงหยิบหนังสือพวกนั้นออกมาจากซากบ้านแล้ววางไว้ข้างๆ อู๋จงหยวน “ฉันไม่มีเวลาพอที่จะอ่านหนังสือพวกนี้ แล้วก็ไม่มีที่เก็บด้วย นายเอาไป”“หยิบมาจากไหนน่ะ” อู๋จงหยวนปัดเศษดินออก“มันน่าจะตกมาจากเพดาน” หลินชิงหมิงพูดเมื่ออู๋จงหยวนปัดเศษดินออก ก็เห็นหนังสือที่อยู่ด้านบนสุด ‘เต่าเต๋อจิง’ หนังสือนี้น่าจะเป็นพระคัมภีร์ที่อาจารย์ของเขาเก็บรวบรวมไว้ตอนยังมีชีวิต“พี่ ผมเหนื่อยแล้ว ไปกันเถอะ” ที่จริงแล้วอู๋จงหยวนไม่ได้เหนื่อยแต่เพราะเขาเสียเลือดมากเกินไปหลินชิงหมิงพยักหน้าตอบแล้วเดินไปที่รถมอเตอร์ไซค์ ส่วนอู๋จงหยวนก็หยิบหนังสือแล้วเดินตามไปติดๆ“พวกนายจะไปกันแล้วเหรอ?” ไอ้เสื้อลายดอกถาม“ทำไม จะเชิญพวกฉันกินข้าวกับพวกแกรึไง?” อู๋หยวนถาม“ฉันกลัวพวกลูกน้องจะไม่กล้านั่งกินด้วยอะสิ” ไอ้เสื้อลายดอกพูด“แกพูดถูก” อู๋จงหยวนตอบหลินชิงหมิงสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ อู๋จงหยวนขึ้นซ้อน จากนั้นหลินชิงหมิงก็บิดรถลงจากภูเขาไปทางทิศตะวันออกเมื่อเห็นสองพี่น้องจากไปแล้ว ไอ้เสื้อลายดอกก็หันกลับมาตะโกนไปที่รถขุด “ขุดไวๆ เสร็จแล้วจะได้รีบไป” เขามองหลุมศพอย่างขนลุกใช้เวลาไม่นานสองพี่น้องก็ออกจากถนนของหมู่บ้าน พวกเขากำลังมุ่งตรงไปยังถนนในเมือง อู๋จงหยวนพูดขึ้น “พี่ พี่คิดว่าโลงศพนั้นเกี่ยวข้องกับอาจารย์เรายังไง”“ในเมื่ออาจารย์ไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ฟังก็แสดงว่าไม่อยากให้เรารู้ นายเลิกสนใจได้แล้ว” อู๋จงหยวนตอบแต่อู๋จงหยวนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นอีก “พี่เห็นศพนั้นไหม ศพนั่นไม่ได้ใส่เสื้อผ้า ร่างกายนั่นเปลือยเปล่า ถ้าใส่จะต้องหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้างสิ”“นายหยิบอะไรออกมาจากศพ” หลินชิงหมิงไม่ตอบคำถามอู๋จงหยวนหยิบหยกสีขาวออกมาจากกระเป๋าและมองสำรวจ หยกนี้มีรูปร่างแปลก ผิวของมันเรียบเนียน“หินเล็กๆ นี่ ดูเหมือนจะเป็นหยก” อู๋หยวนยื่นหยกสีขาวไปให้หลินชิงหมิงหลินชิงหมิงไม่ได้สนใจมองหยกเพราะเขากำลังขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ “ทีหลังอย่าหยิบของมาจากคนตาย”“อืม..” อู๋จงหยวนตอบระหว่างทางก่อนจะเข้าเมือง หลินฉินหมิงก็มองหาคลินิกเพื่อรักษาแผลให้อู๋จงหยวน แผลนั้นทั้งลึกทั้งยาวจำเป็นต้องเย็บ แต่อู๋จงหยวนกลัวเข็มเขาปฏิเสธที่จะเย็บแผลจึงทำได้แค่ฆ่าเชื้อและห้ามเลือดเท่านั้นหลังจากหาอะไรกินกันแล้ว หลินชิงหมิงก็ขี่มอเตอร์ไซค์ที่ยืมมากลับไปที่เหมืองส่วนอู๋จงหยวนก็นั่งรถเมล์กลับพร้อมกองหนังสือในขณะที่อู๋จงหยวนนั่งอยู่บนรถเมล์ เขาก็เผลอหลับไปเมื่อเขาตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเขาไม่ได้อยู่บนรถเมล์แล้ว แต่กำลังอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลแทนที่นี่คือห้องพักผู้ป่วย มีหมอและพยาบาลประมาณ 10 คนยืนรายล้อมเตียงเขาอยู่“ผมมาอยู่ที่นี่ได้ไง?” อู๋จงหยวนดันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วถามด้วยความสงสัย“คุณอยู่ระหว่างการให้น้ำเกลือ อย่าขยับ” พยาบาลพูดพร้อมกับขยับหมวก “คุณสลบอยู่บนรถเมล์”“อ่อ” อู๋จงหยวนพยักหน้าอย่างเข้าใจและพบว่าทุกคนกำลังมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ “มีอะไรกันรึเปล่าครับ?”ไม่มีใครตอบอู๋จงหยวนรู้สึกประหม่าขึ้นมาเมื่อโดนทุกคนจ้องมองมาด้วยสายตาแปลกๆ ‘มันก็แค่อาการบาดเจ็บเล็กน้อยไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมีหมอมาเยอะขนาดนี้’อู๋จงหยวนคิด “ผมมีอะไรผิดปกติรึเปล่าครับ?”“นี่มันไม่ถูกต้อง” คุณหมอที่ดูมีอายุคนหนึ่งพูดขึ้นกับใครสักคนที่ประตูห้อง ก่อนจะเดินมาใกล้เตียงอู๋จงหยวน “เด็กน้อย ฉันมีอะไรอยากจะถามเธอหน่อย”“อะไรเหรอครับ” อู๋จงหยวนรู้สึกกังวลมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะเขาเห็นว่าหมอคนนี้พูดด้วยท่าทางตื่นเต้น“ตอนเด็กๆ เธอเคยตรวจเลือดมาก่อนไหม......”...