เสี่ยวเทียนกลับมาที่พัก อาจารย์ลู่เอินก็ปรากฏร่างออกมา
“ บรรยากาศชั้นนี้ มีพลังเทพเบาบางไม่มากนัก แต่ก็เพียงพอที่จะทำให้เ้าสามารถ ดึงพลังงาน เข้ามาเพื่อแปรเปลี่ยนเป็พลังเทพแห่งเต๋าของเ้าได้”
“ แล้วเคล็ดวิชา เพิ่มพลังเทพของ เ้าสำนักเซี่ยฟงล่ะ ใช้ไม่ได้เลยหรือขอรับ”
“ นั่นมันสำหรับ ปุถุชนธรรมดา ไม่ใช่ลูกศิษย์ของข้า นั่งสมาธิ แล้วฝึกเดินลมปราณ ตามเส้นทางดวงดาวทั้งแปดทิศ หลังจากนั้นพลังปราณของเ้าจะเกิดเป็หลุมดำ พลังแห่งธาตุทั้งสี่ จะถูกดูดเข้ามาในหลุมดำภายในร่างกายของเ้า
เคล็ดวิชานี้ เป็วิชาที่สามารถดูดพลังจากธาตุทั้งสี่ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุลม ธาตุไฟ แต่ยังไม่พอสำหรับลูกศิษย์ของข้า
หลังจากเ้าดูดซับพลังธาตุทั้งสี่เข้ามาไว้ในจุดใต้ท้องน้อยจนเต็มแล้ว ก็เริ่มใช้จิติญญาของเ้า ปล่อยออกไปัักับสรรพสิ่งรอบตัว จะพบกับสสารชนิดต่างๆ นอกจากธาตุทั้งสี่ ไม่ว่าจะเป็อากาศ ต้นไม้ เมฆ รอบ ๆ สสารอื่นๆ เหล่านี้เรียกว่า พลังธาตุฟ้า ซึ่งเป็ธาตุสุงสุดในบรรดาธาตุทั้งสี่ แล้วเ้าก็ค่อยๆ ซึมซับ พลังงานของพวกมันเข้ามาในร่างกายของเ้าทำไปเรื่อยๆ จนกว่าที่เก็บพลังของทั้งสามจุดของเ้า จะรับไม่ได้ แล้วก็หยุด จากนั้นเ้าก็ ปลดปล่อยพลังปราณเทพออกมา” อาจารย์ลู่เอินสอนวิธีการดูดซับพลังจากจักรวาล แต่ไม่รู้ว่า นี่คือวิธีการหนึ่งในการดูดซับพลังจากคัมภีร์นิรันดร์
ท้องฟ้าเหนือ บ้านพักของเสี่ยวเทียนเริ่มปั่นป่วน มีลม พัดกระโชกแรง ฟ้าคำรามดังก้อง อากาศรอบๆ หมุนวนไป มา แล้วทุกสิ่งทุกอย่างก็ค่อยๆ มารวมตัวกัน กลายเป็พลังเทพขุมหนึ่ง พุ่งเข้ามาในบ้านพักของเสี่ยวเทียน จนพลังเทพในบรรยากาศแถบนี้ไหลเข้ามาหาเสี่ยวเทียนแทบจะหมด ในที่สุดพลังงานเทพเหล่านี้ ก็เข้ามาในจุดรับพลังของเสี่ยวเทียน จนเต็มทั้งสามจุด
เสี่ยวเทียนหยุดดูดซับ เพราะว่ามันเต็มแล้ว จึงะเิพลังปรานเทพออกมา ตูม ๆๆ ๆ ๆ !!! เสียงะเิออกมาจากร่างกายของเสี่ยวเทียน พลังปราณเทพของเทียนพุ่งขึ้นมาทันที 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ! ! ! พลังเทพยุทธ์ของเสี่ยวเทียน ขึ้นมาถึงขั้นปราณเทพระดับ 10 ในครั้งแรก โดยที่ยังไม่ได้กินยา หรือ ใช้หินพลังงานมาดูดซับเลย
เสี่ยวเทียนลืมตาขึ้น แล้วมองตัวเองอย่างช้าๆ รู้ว่าร่างกายตัวเองรู้สึกเบามากกว่าเดิม คิดว่าเคลื่อนไหวได้เร็วกว่าเดิมถึงสองเท่า อย่างแน่นอน เสี่ยวเทียนพุ่งร่างออกไปจากที่พัก พุ่งไปยืนบนยอดไม้ แล้วะโลงมากับพื้นดินอย่าง รวดเร็ว
“ โอ้โฮ เร็วกว่าเดิมจริง ๆ”
“ นี่คือพลังปราณเทพ เริ่มต้นเท่านั้น ต่อไปข้าจะสอนดึงพลังธาตุทั้ง ห้าออกมาใช้ ซึ่งตามปกติคนทั่วไปจะสามารถดึงพลังจากธาตุทั้งสี่มาใช้ได้แค่ 1 หรือ 2 ธาตุเท่านั้น แต่ยกเว้นคนที่มีพลังธาตุฟ้าเช่นเ้า จะสามารถนำพลังธาตุทุกชนิดมาใช้ได้ โดยข้าจะเริ่มสอนวิชาดึงพลังธาตุมาใช้ วิชานี้เรียกว่า วิชาปัญจมหาธาตุ เริ่มจาก พลังปฐีก่อน” คืนนั้นเสี่ยวเทียน ก็เริ่มดึงพลังปฐีออกมาใช้งานในรูปแบบต่างๆ ทำให้เสี่ยวเทียนตื่นใยิ่งนักไม่คิดว่าตนเองจะควบคุมพลัง ระดับนี้ได้ เสี่ยวเทียนฝึกเช่นนี้ไปเกือบสว่าง ไม่ได้หลับได้นอน จนกระทั่งรุ่งเช้า เสี่ยวเทียนฝึกการดึงพลังธรรมชาติมาใช้แค่เพียงสองธาตุเท่านั้นเอง
“ เสี่ยวเทียนตื่นหรือยัง” ศิษย์พี่สามมาปลุกเสี่ยวเทียนแต่เช้า
“ ศิษย์พี่สาม มาแต่เช้าเลย” เสี่ยวเทียนรีบออกมาหาทันที
“ วันนี้ข้าจะพาเ้าไปรอบๆ สำนัก เพื่อให้เ้าคุ้นเคย ไปกันเลยไหม” เสี่ยวเทียนพยักหน้า ศิษย์พี่สามจึงพาเสี่ยวเทียนไปสำรวจทั่วสำนัก
“ นี่คือตึกห้องสมุดของสำนัก ในนี้มีข้อมูลการฝึกฝน ประวัติ การปรุงยา การใช้เวทย์ ค่ายกล หลอมอาวุธ หากเ้าสนใจก็เข้ามาศึกษาได้ทุกระดับชั้น เพราะพวกเราคือศิษย์หลัก” ศิษย์พี่สามเอ่ยอย่างภาคภูมิใจ เสี่ยวเทียนััพลังของศิษย์พี่สามอยู่ในขั้นปราณพรหมเทพ ระดับที่ 30 แล้ว จากนั้นก็พาไปดูตึกฝึกฝน ตึกศาสตราวุธ ตึกปรุงยา ตึกค่ายกล และตึกจอมเวทย์
“ ศิษย์พี่ ตึกจอมเวทย์นี่เขาสอนวิชาเวทย์อะไรบ้าง”
“ เยอะแยะ เ้าอยากฝึกไหม ข้าจะพาเข้าไปดู” เสี่ยวเทียนพยักหน้าทันที พอเข้าไปก็พบกับ รูปปั้นชายชราผู้หนึ่ง พอเสี่ยวเทียนเข้าไปถึง ก็ปรากฏกลุ่มควันขึ้นมากลายเป็ชายชราในรูปปั้น
“ สวัสดี เ้าสนใจวิชาจอมเวทย์ของข้าไหม” ชายชรารีบเอ่ยถามทันที
“ สนใจขอรับ”
“ ดีเลย เ้าไปยืนจุดนั้น ข้าจะถ่ายทอดวิชาจอมเวทย์ให้กับเ้า ภายในเจ็ดวันหากเ้าเข้าใจเนื้อหา แล้วสามารถ ใช้พลังจอมเวทย์ได้ เราจะได้เจอกันอีกครั้ง” แล้วร่างของชายชราผมขาวก็หายไป ศิษย์พี่สามพาเทียนไปยืนตรงหน้ารูปปั้น แล้วก็มีพลังแสงพุ่งออกมาจากฝ่ามือ ของรูปปั้นที่ยืนแล้วทำท่าปล่อยฝ่ามือออกมา เสี่ยวเทียนรับรู้ วิชาจอมเวทย์เข้ามาในหัวประมาณ สามวิชา เช่น เวทย์หายตัว เวทย์กักขัง เวทย์4ธาตุ เสี่ยวเทียนเข้าใจทั้งสามวิชาอย่างง่ายดาย แต่ไม่พูดอะไร
“ วิชาแมวสามขาพวกนี้ ยังจะมาสอนลูกศิษย์ข้าอีก เ้าไม่ต้องสนใจ กลับไปฝึกฝนพลังปัญจมหาธาตุ ให้สำเร็จโดยเร็ว ตาแก่จอมเวทย์ก็ไม่อาจเป็คู่มือของเ้าได้” อาจารย์ลู่เอินกล่าว เสี่ยวเทียนได้แค่รับคำแล้วเดินออกมา
“ ที่นี่มีตึกสอนวิชาอยู่มากมาย หากเ้าอยากเรียนอะไรก็เข้ามาศึกษาได้ไม่ต้องกลัวใครทั้งสิ้น หากมีปัญหาอะไรก็แจ้งศิษย์พี่ได้ไม่ต้องเกรงใจ วันกลางวันจะมีคนเอาของมาขายกันมากมายที่โรงอาหารของสำนัก พวกเราไปดูกันเถอะ ไม่แน่อาจมีของถูกใจเ้า” เสี่ยวเทียนก็อยากไปดูเช่นกัน คิดว่าพอไปดูเสร็จแล้วค่อยกลับไปฝึกฝนต่อ
พอไปถึง โรงอาหารก็พบว่า พ่อค้าแม่ค้า ที่มาขายของก็เป็ศิษย์สำนักสะท้านฟ้าทั้งนั้น เสี่ยวเทียนเดินเข้าไปเห็นของที่มาตั้งขายมากมาย ก็เริ่มตื่นตาตื่นใจ แต่ไม่รู้จะซื้ออะไร ที่เป็ประโยชน์กับตนเอง จึงได้แต่ปรึกษาอาจารย์ลู่เอิน
อาจารย์ลู่เอินมองแต่ละอย่างก็ไม่เห็นมีอะไรสำคัญเลย แต่มาหยุดที่ภาพวาดแผ่นหนึ่ง เป็ภาพวาดโบราณไม่ต่ำกว่า ห้าร้อยปี เป็รูปวิวทิวทัศน์ มีภาพหญิงสาวอยู่ใน หอกลางน้ำ จึงสั่งให้เสี่ยวเทียนซื้อขึ้นมา
“ น้องชายนี่ตาแหลมคมจริงๆ นี่คือภาพวาดโบราณ มาจากโลกเก่า ว่ากันว่า ก่อนที่ท่านมหาเทพหลี่เทียนจะสร้างโลกทั้งเก้า ได้มีการเคลื่อนย้าย ของมีค่ามาไว้ในโลกแต่ละชั้น นี่ก็คือภาพความงดงามของโลกเก่า ที่ควรค่าแก่การสะสมยิ่งนัก เพียงสามแสนเหรียญเงินหรือสามหมื่นคะแนนความดีเท่านั้น ไม่แพงเลย” เ้าของร้านเป็รุ่นพี่ไม่รู้ว่าไปเอาภาพโบราณมาจากไหน เสี่ยวเทียนยื่นเหรียญเงิน สามแสนเหรียญให้ทันทีไม่ต่อสักคำ
“ เสี่ยวเทียนเ้าจะซื้อไปทำไม แพงขนาดนี้” ศิษย์พี่สามเอ่ยห้ามไม่ทันแล้วเพราะ
เ้าของร้านเก็นเงินแล้วยื่นภาพวาดที่เขียนลงบนผ้าไหมโบราณให้กับเสี่ยวเทียนเรียบร้อยแล้ว
“ ไม่เป็ไร ข้าชอบภาพวาดโบราณแบบนี้” เสี่ยวเทียนพูดไปเรื่อย
แต่ในมุมโต๊ะที่อยู่ไม่ไกล มีกลุ่มคนแปดคนกำลังจ้องมองเสี่ยวเทียนที่มากับศิษย์พี่สามด้วยสายตาโกรธแค้น
“ มันมากับศิษย์พี่เซี่ยคัง เอายังไงดีลูกพี่”
“ รอดูมันไปก่อน หากมันแยกจากศิษย์พี่เซี่ยคังเมื่อไร รุมอัดมันแล้วแย่งเอาคะแนนของเรากลับคืนมา แล้วนำแหวนมิติของมันออกมาด้วย” ลูกพี่ของคนทั้งแปดรูปร่างอ้วนใหญ่ที่สุด เอ่ยออกมาอย่างโหดเลย
แต่สิ่งที่คนทั้งแปดคุยกันเช่นนี้มีหรือที่จะรอดพ้นจิตััของเสี่ยวเทียนในเวลานี้
“ ศิษย์พี่ ข้าไม่อยากอยู่นาน อยากกลับไปฝึกฝนต่อเพราะ พรุ่งนี้ท่านเ้าสำนักจะทำการทดสอบข้าแล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยเสร็จ จึงขอตัวกลับไปที่บ้านพักเพื่อจะฝึกการใช้พลังปัญจมหาธาตุ ให้สำเร็จ
พอแยกย้ายกับศิษย์พี่ เสี่ยวเทียนก็ยืนอยู่คนเดียว ก็เริ่มฝึกการดึงพลังวายุมาใช้ ทำให้รอบๆ ตัวเริ่มมี พายุหมุนเป็ลูก ๆ ออกมาทีละลูก คอยหมุนตัวอยู่รอบๆ ตัว
ในขณะที่ รุ่นพี่ทั้งแปดคนยังตามสะกดรอย มาถึงที่บ้านพัก
“ มันกำลังฝึกวิชาอะไรวะเนี่ย” ลูกพี่เห็นเสี่ยวเทียนกำลังฝึกพลังธาตุวายุ ทำให้ทั้งแปดคน เริ่มที่จะใ ไม่ทันที่จะพูดอะไร ก็มีแรงลมพัดพา ทั้งแปดคนมากองอยู่ตรงหน้าเสี่ยวเทียน
“ พวกเ้านี่อยากมีเื่กับข้าใช่ไหม” เสี่ยวเทียนใช้เท้าก้าวไปเหยียบหน้าอกของรุ่นพี่คนหนึ่ง ในขณะที่มองอีก 7 คนที่เหลือ ที่กำลังตื่นกลัวเสี่ยวเทียน
“ ไม่พูดรึ” เสี่ยวเทียนปล่อยพลังน้ำแข็งไปจับส่วนล่างของคนทั้ง เจ็ดคน ทำให้ทั้งหมดขยับตัวหนีไม่ได้
“ ไม่แล้ว พวกเราไม่กล้าแล้ว” ลูกพี่ใหญ่รีบเอ่ยออกมาก่อนใคร เพราะถูกตรึงด้วยน้ำแข็งไว้ที่ขา ขยับไม่ได้
“ กลับไปซะ หากก่อเื่อีก ข้าจะแช่แข็งพวกเ้าทั้งร่าง ให้กลายเป็น้ำแข็งไปจนตายเลย” เสี่ยวเทียนขู่จบ ก็เตะร่างที่อยู่ใต้เท้า เข้าใส่คนทั้งเจ็ด จนหลุดออกจากน้ำแข็งพร้อมกันทั้งหมด พอตั้งตัวได้ก็รีบวิ่งหนีออกไปจากที่แห่งนี้ทันที
เสี่ยวเทียนยังฝึกพลังอัสนี โดยดึงพลังฟ้าดินเข้ามา แล้วส่งสายฟ้าผ่าออกไปต้นไม้ด้านหน้า เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ พลังอัสนีที่ดึงพลังฟ้าดินมาโดยที่ไม่ต้องใช้กระบี่อัสนี์เลย
“ อาจารย์ นี่ถ้าข้าใช้กระบี่อัสนี์ด้วย จะมีอานุภาพขนาดไหนเนี่ย”
“ หากเ้านำกระบี่อัสนีมาใช้ พลังก็จะมากกว่าที่เ้าเคยใช้เป็เท่าตัว เพราะบัดนี้เ้าสามารถใช้พลังปราณเทพได้แล้ว”
เสี่ยวเทียนฝึก พลังวายุ พลังปฐี พลังเหมันต์ พลังอัสนีจนชำนาญ แล้วสุดท้ายอาจารย์ก็ให้เริ่มฝึกพลังธาตุที่ห้า พลังธาตุฟ้า
“ พลังธาตุฟ้า เป็พลังที่อยู่นอกเหนือพลังธรรมชาติทั้งสี่ เ้าคอยดู” อาจารย์ลู่เกินยกมือไปที่ก้อนเมฆบนฟ้า แล้วก้อนเมฆสีขาวก็ถูกดูดลงมาที่พื้นดินต่อหน้าอาจารย์ลู่เกิน จากนั้นอาจารย์ลู่เอินก็ขึ้นไปเหยียบบนก้อนเมฆ แล้วก็ลอยไปมาอย่างน่าอัศจรรย์ แล้วมายืนต่อหน้าเสี่ยวเทียน แล้วดึงร่างเสี่ยวเทียนขึ้นมาด้วย
สองศิษย์อาจารย์ยืนบนเมฆแล้วลอยหายไปบนฟ้าอย่างรวดเร็ว
“ โอ้โห อาจารย์บังคับก้อนเมฆให้เคลื่อนไหวเช่นนี้ได้ยังไงเนี่ย”
“ นี่คือพลังของธาตุฟ้า ยังมีให้เ้าดูอีก” ก้อนเมฆสีขาวมาหยุดที่ป่าทึบแห่งหนึ่ง
อาจารย์ลู่เกิน ยกมือไปที่ป่าที่หนาทึบ ต้นไม้ทุกต้น โค้งคำนับแทบจะติดดิน รากไม้เลื้อยไปมาตามมือของอาจารย์ลู่เอินที่เคลื่อนไหวไปมา ก้อนเมฆค่อยเคลื่อนตัวเลี่ยดินไปเรื่อยๆ อย่างช้า หมู่มวลต้นไม้ขยับหลีกทางให้ จนทั้งสองมาถึงูเา
อาจารย์ลู่เอินดึงของเหลวสีทองกับของเหลวสีเงินออกมาจากูเา มาเป็จำนวนมาก
“ อาจารย์นี่มันทองคำ กับเงิน นี่ โอ้โห อาจารย์เรากลายเป็เศรษฐีแล้ว” เสี่ยวเทียนะโโลดเต้นที่เห็นทองคำกับเงิน ไหลออกมาจากูเามากมายเช่นนี้
“ เด็กโง่ ข้าให้เ้ามาฝึกควบคุมพลังธาตุฟ้า ไม่ใช่มาสนใจเื่เงิน ทองแบบนี้”
เสี่ยวเทียนเห็นอาจารย์หยุดดึงโลหะ ทองคำ กับ เงินแล้ว ก็ไม่สนใจฟัง รีบจัดการเก็บทองคำกับเงินที่ กอง อยู่ท่วมหัว เช่นนี้กวาดเข้ามาเก็บไว้ในแหวนมิติจนหมด
“ อาจารย์ เมื่อไรข้าจะฝึกได้อย่างอาจารย์แบบนี้”
“ ไม่นานหรอก ต่อไปเ้าก็หมั่นฝึกตน นั่งสมาธิทุกๆ วันค่อยๆ ทำที่ละอย่าง ไม่ช้าเ้าก็จะทำได้เอง เวลานี้ เ้าไปฝึกควบคุมเมฆ กับต้นไม้ก่อน” เสี่ยวเทียนได้ยินก็รับคำสั่งทันที
เสี่ยวเทียนฝึกควบคุมเมฆ อย่างทุลักทุเล ชนโน่น ชนนี่ตลอด เสี่ยวเทียนใช้เวลาทั้งวันในป่าแห่งนี้ จนควบคุมเมฆสำเร็จ ถึงไม่คล่อยนัก แต่ก็พอไปไหนมาไหนได้
ส่วนต้นไม้นั้น ก็ได้แต่ควบคุมได้ทีละต้น ไม่สามารถควบคุมได้ทั้งป่าอย่างอาจารย์
“ วันนี้พอก่อนเถอะอาจารย์ ข้าไม่ไหวแล้ว พรุ่งนี้เ้าสำนักบอกว่าจะทดสอบข้าอีก” เสี่ยวเทียนขี่เมฆชนต้นไม้ไปหลายต้นสะบักสบอมไปทั้งตัว เพราะอาจารย์ไม่ให้เหาะไปบนฟ้า ให้หลบไปมา ในป่าเพื่อความชำนาญ
“ได้ ข้าก็จะสร้างมิติส่วนตัวให้เ้า ต่อไปก็สามารถฝึกฝนในเวลาที่จำกัดได้”
คืนนั้น อาจารย์ลู่เอินก็สร้างมิติส่วนตัว ด้วยหินมิติสถานที่ ที่นำมาจากท้องพระคลังของ จักรพรรดิฟงเลี่ย โดยสถานที่นี้ มีูเา มีทะเล มีปราสาทที่พัก มีแปลงปลูกสมุนไพร มีบ่อเลี่ยงปลา แล้วก็มีห้องฝึกฝนมิติเวลา ที่นำหินมิติเวลาที่มีนำมาสร้างเอาไว้
ต่อไปหาก้าฝึกที่เร่งด่วน สามารถฝึกในห้องฝึกเพียง 1 วัน เท่ากับเวลาภายนอก ถึง 1 ปีเลยทีเดียว
ตอนเช้าลานหน้าที่พักของเ้าสำนักสะท้านฟ้า มีอาจารย์เ้าสำนัก กับ เซี่ยคังยืนอยู่ โดยที่เสี่ยวเทียนก็มายืนเผชิญหน้า เพื่อรับการทดสอบ
“ สามวันที่ผ่านมา เ้าสามารถดึงพลังเทพเข้ามาใช้ จนมีพลังลมปราณเทพระดับ10 ไม่เลว มาดูกัน ว่าพลังปราณเทพของเ้า จะรับมือ ศิษย์พี่ของเ้าได้กี่กระบวนท่า เซี่ยคังลองทดสอบเสี่ยวเทียนซิ”
“ ขอรับอาจารย์”
เซี่ยคังหันมา เผชิญหน้า กับ เสี่ยวเทียน เพื่อทดสอบพลังของเซี่ยคัง ที่อยู่ขั้นปราณพรหมเทพ ซึ่งห่างชั้น กับเสี่ยเทียนที่อยู่ขั้น ปราณเทพ ถึง 25 ระดับ
“ ศิษย์น้องข้าให้โอกาสเ้า โจมตีก่อนสามขบวนท่า” เซี่ยคังอ่อนข้อให้เสี่ยวเทียน
“ ขอบคุณศิษย์พี่” เสี่ยวเทียน ออกมายืนตั้งท่าพื้นฐาน แล้วก็ค่อยเรียกพลังวายุออกมา พลังวายุในบรรยากาศรอบๆ ก็หมุนวนไปมารอบ ๆ เสี่ยวเทียนเห็นว่าพอสมควรแล้ว ก็ผลักดันฝ่ามือวายุ เข้าใส่ศิษย์พี่สาม พลังวายุก็หมุนตัวเป็เกลียวควงสว่านจากเล็กๆ ไปเป็วงใหญ่พุ่งเข้าใส่ร่าง ของศิษย์พี่ใหญ่ที่กำลังใไม่ทันได้ตั้งรับ โครม !! ร่างพี่สามถูกกระแทกลอยไปไกลลิบ ยังไม่ทันส่งเสียงร้องใดๆ ออกมาเลย อาจารย์เ้าสำนักก็ใยิ่งนักไม่คิดว่าเสี่ยวเทียนจะมีพลังธาตุวายุ และฝึกปรือได้รวดเร็วเช่นนี้
“ ดีมาก เสี่ยวเทียน เ้าไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวังเลยจริงๆ ในเมื่อเ้ามี ธาตุวายุ อีกเจ็ดวัน ปราสาทเทพเซียน จะทำการเปิด ข้าจะส่งเ้าไปเป็ตัวแทนสำนัก เผื่อว่าเ้าโชคดี เ้าอาจได้เคล็ดวิชาดีดี ของเซียนวายุหานฟง หรือไม่ก็ ของวิเศษบางอย่างก็เป็ได้” อาจารย์เ้าสำนักกล่าวอย่างดีใจ ที่เสี่ยวเทียนมีพลังถึงระดับนี้
“ ปราสาทเทพเซียน มันคืออะไรหรือขอรับ”
“ นี่เ้าไม่รู้จักเลยหรือ ปราสาทเทพเซียนก็คือของวิเศษชนิดหนึ่ง ที่เคยเป็สถานที่ฝึกฝนของ ปฐมจักรพรรดิหยางหยุนเทียน ครั้งในอดีต ท่านมหาเทพหลี่เทียนได้ฝากจักรพรรดิหยางหยุนเทียน ไว้กับ ท่านเซียนวายุหานฟง เพื่อศึกษาวิชา ท่านก็ศึกษาวิชาจนสำเร็จถึงขั้นเซียน์ใน ปราสาทเทพเซียนแห่งนี้ จากนั้นท่านก็ทิ้ง สมบัติวิเศษทั้งหลาย ทั้งหมด ไว้ในปราสาทเทพเซียน เพื่อให้ คนรุ่นหลังเอาไว้เพื่อศึกษา หาความรู้ แล้วยังทิ้งของวิเศษเพื่อมอบให้กับคนที่เหมาะสม ซึ่งทุกๆ 10 ปี ปราสาทเทพเซียนจะเปิด พวกเราจะส่งตัวแทนขึ้นไปทดสอบ หนึ่งร้อยคน ปีนี้ข้าจะส่งเ้าไปด้วย”
“ ถ้าของวิเศษมีจริง ทำไมจักรพรรดิหยางหยุนเทียน ไม่เก็บของวิเศษไว้ให้ทายาทของพระองค์เองล่ะ” เสี่ยวเทียนสงสัย .....