เหตุร้ายนั้นได้ผ่านไปแล้ว แต่หัวใจของไดอาน่ายังเต้นรัวแรงอยู่ เธอเงยหน้าขึ้นจากใต้คางมองดูใบหน้าที่สงบขรึมของเขาด้วยดวงตากลมโต ร่างของเธอยังสนิทแนบอยู่กับเขา ใบหน้าห่างกันเพียงแค่นิ้วเดียวเท่านั้น คล้ายกับจะมีการสื่อสารที่มองไม่เห็นเกิดขึ้น ยามที่เขาและเธอประสานสายตากันแววบางอย่างแปรเปลี่ยนไปเป็สัญญาณ ที่ส่งกระแสสื่อสารระหว่างกันและกัน และแผ่ซ่านไปทั่วร่างของเธอด้วย
“คุณหายใแล้วใช่ไหม? ” เสียงเรียบ ๆ ของเขาที่ถามขึ้น เหมือนลอยมาจาก ณ ที่ไกลแสนไกล
“ค่ะ” เธอกระซิบตอบเบา ๆ เมื่อรู้ว่าเขาฟังคำตอบอยู่
ริคกับคอนนี่กำลังวิ่งเข้ามาใกล้ ความห่วงใยของบุคคลทั้งสองนี้ ถูกแบ่งแยกออกระหว่างตัวไดอาน่ากับเสื้อจั๊มพ์สูทสีขาวชุดนั้น และโดยไม่ต้องใช้พละกำลังอะไรเลย ตอนที่เขาลดร่างเธอลงบนพื้น ด้วยแขนเพียงข้างเดียว อย่างอาวรณ์ในไออุ่นจากเรือนร่างของเขา ไดอาน่าสั่นสะท้านขึ้นมาขณะที่ตอบคำถามของนายจ้างคอนนี่เบนความสนใจไปอยู่ที่รอยเปื้อนดวงใหญ่ตรงขากางเกงรอยเปรอะเปื้อนใหญ่เกินกว่าที่จะถ่ายภาพต่อไปได้ และริคก็ยืนยันกับคอนนี่ว่าเขาได้ภาพมากพอแก่ความ้าแล้ว ไดอาน่าสามารถจะกลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้
เคาบอยผู้กำลังขยับสายบังเหียน ทำท่าจะชักม้าออกตอนที่ไดอาน่าเดินเข้าไปหาเขา เธอต้องเงยหน้าขึ้น เพื่อจะมองตรงไปยังใบหน้าที่เฉยปราศจากความรู้สึกยินดียินร้ายใด ๆ ทั้งสิ้น และสีหน้าสงบของเธอก็ดูเหมือนจะเยาะหยันความเร่าร้อน ในใจตัวเอง
“ฉันอยากจะขอบใจที่ ช่วยไว้ไม่ให้ตกลงมา” น่าแปลกใจนักที่น้ำเสียงของเธอ ช่างมั่นคงอะไรเช่นนั้น “คุณเก่งมากค่ะ คุณ.... ”
“มาสเตอร์สครับ....ลิเจ มาสเตอร์ส” เป็ครั้งแรกที่ไดอาน่าเพิ่งจะเคยเห็นผู้ชาย ที่ยิ้มด้วยตาเช่นเขาแนวโค้งบนริมฝีปากของเขามิได้แปรเปลี่ยนเลย น้ำเสียงก็ยังราบเรียบ แต่ตรงปลายหางตาหรี่ลง แววระยิบระยับปรากฏอยู่ในสีเทาเหมือนหินแกรไนท์คู่นั้น
“ขอบคุณค่ะ คุณมาสเตอร์ส” ฝ่ามืออุ่น ๆ ของเขาััมือเย็น ๆ ที่เธอยื่นให้
“ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับ” แววขันแกมเยาะปรากฏขึ้นในดวงตาก่อนที่จะชักม้าจากไป
ลิเจ มาสเตอร์ส ขณะที่เดินกลับขณะที่เดินกลับไปยังรถเทรลเล่อร์ ไดอาน่าเหมือนจะได้ยินชื่อนั้นกลิ้งอยู่ตรงปลายลิ้นเป็ชื่อที่แปลกจริง ๆ ไม่เคยได้ยินใครที่ไหนมีชื่อแรกอย่างนั้นมาก่อน แต่มันก็เหมาะสมแล้วกับคนแปลก ๆ อย่างเขา สำหรับชื่อหลังก็ฟังโบราณเต็มที ด้วยพละกำลังเช่นนั้น เขาย่อมมีพลังอำนาจ เฉกเช่นอินทรีที่ครองท้องฟ้าไว้ ไดอาน่าไม่เคยมั่นใจในครั้งไหนเท่าครั้งนี้มาก่อนเลยในชีวิตคือ....เธออยากจะได้พบลิเจ มาสเตอร์สอีกครั้ง
การถ่ายภาพยังคงกระทำติดต่อกันไป จนตลอดบ่าย ไดอาน่าถอด ๆ ใส่ ๆ เสื้อผ้าชุดต่าง ๆ หลายต่อหลายครั้ง จนทั้งแขนทั้งไหล่ปวดเมื่อย กล้ามเนื้อตรงบริเวณริมฝีปากสั่นเทาเพราะต้องเผยอยิ้มครั้งแล้วครั้งเล่าและคราใดที่มีโอกาสเธอก็จะมองไปรอบ ๆ แถวของพวกคาวบอยที่นั่งบ้างยื่นบ้างกันอยู่ในบริเวณนั้น อยากจะได้เห็นคาวบอยบนหลังม้าสีแดง เหมือนเืตัวนั้นอีกครั้ง และก็มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เธอเห็นเขาเข้า แต่ก็เป็นอกบริเวณนอกสนามโรดิโอ เขากำลังเดินจูงม้าเข้าสู่บริเวณคอก
ไดอาน่าเชื่อว่า เขาจะต้องกลับมาดูเธอถ่ายภาพอีก แต่เมื่อวันใกล้จะสิ้นสุดลง เธอก็รู้ว่าลิเจมาสเตอร์สไม่ใช่คนประเภทที่จะออกมาร่วมสนุกสนานฮาเฮกับคาวบอยคนอื่น ๆ ซึ่งทำให้คำถามหนึ่งเกิดตามขึ้นมาว่า แล้วเธอจะพบเขาได้อีกอย่างไร? ....ในเมื่อ คอนนี่ เดอเวอโรนน์ ได้พานางแบบทั้ง 3 คน ซึ่งรวมทั้งตัวเธอมาถ่ายภาพในซานแอนโทนิโอ เพียงแค่ 2 วัน คือวันพฤหัสกับวันศุกร์ เมื่อการถ่ายภาพที่นี่ก็จะสิ้นสุดลง วันเสาร์ก็จะต้องเดินทางกลับดัลลัสแล้ว
“ได....ฮันนี่....วันนี้คุณเด่นมากจริง ๆ ”
ในลักษณะที่กำลังเผลอตัวเช่นนั้น ไดอาน่าสะดุ้งขึ้นทั้งตัว แต่่แขนของริคโอบกระหวัดอยู่รอบไหล่ นี่คือริค....เวลาทำงานก็ดูเอาจริงเอาจังอยู่แต่กับงาน แต่พร้อมจะเป็หมาจิ้งจอกในทันทีที่เสร็จงานแล้ว.. ก็ไม่เชิงว่าเขาจะเป็จิ้งจอกจริง ๆ นัก....ไดอาน่าพยายามมองในแง่ดีไว้....เพราะมันออกจะอันตรายอยู่ คนอย่างริคเป็ได้แค่หมาหยอกไก่เท่านั้น ริคออกจะมุ่งมั่นอยู่มากเพราะเขาคิดว่ามันเป็ส่วนหนึ่งแห่งภาพพจน์ในตัวเขาในฐานะที่เป็ช่างภาพ เป็ความสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องเคียงข้างอยู่ด้วยผู้หญิงสวย ๆ ตลอดเวลาซึ่งก็เป็เหตุผลที่ไดอาน่าออกจะเข้าใจอยู่ เพียงแต่เธอไม่ชอบความจริงที่ว่า เพราะความสวยของเธอเท่านั้นที่ทำให้ใครต่อใครอยากเข้าใกล้
“ขอบใจในอภินันทนาการของคุณ” ไดอาน่ายิ้มเย็นดึงแขนเขาออกจากไหล่
“คืนนี้ วาเนสสา คอนนี่กับผมจะออกไปดินเนอร์กัน ยังไม่มีโอกาสถามสเตลล่าเลยว่าเขาจะทำอะไรหรือเปล่าทำไมคุณสองคนนี้ไม่ไปกับเราล่ะ? ” ริคทำไม่รู้ไม่ชี้กับท่าทีของไดอาน่า
“รู้สึกว่าจะเป็การดีนะที่จะแบ่งความสนใจในเราทั้ง 4 คน เสียบ้าง” เธอประชดให้อย่างสุภาพ
“แล้วคุณจะประหลาดใจ ในความสามารถของผมนะ” ดวงตาสีฟ้าโลมไล้เธอจนทั่วร่าง
ไดอาน่าไม่คิดว่า เธอจะประหลาดใจอะไรเลยเธอเคยทำพลาด ด้วยการออกไปกับเขามาแล้วครั้งหนึ่งและพบว่าหลังจากที่ดื่มไปได้เพียงสองรอบ ริคก็แปลงกายเป็ปลาหมึกั์ไปได้
“ไม่ละ ขอบคุณ คืนนี้ฉันตั้งใจจะทำอย่างอื่นแล้ว” เธอตอบปฏิเสธอย่างมั่นคง
“อย่าบอกผมนะ ว่าคุณจะใช้ตั๋วที่ผู้จัดการให้กับคอนนี่ไปดูการแสดงขี่ม้าผาดโผนคืนนี้” เขามองเธออย่างไม่เชื่อ
“อ๋อ....บัตรเชิญนั่นน่ะหรือ? ” ไดอาน่าถามส่ง ๆ ไปอย่างนั้น แต่ในสมองกำลังวาดแผนการเคร่า ๆ
“ก็จะอะไรเสียอีกล่ะ ไปด้วยกันน่า ได...ฮันนี่คุณไม่ได้อยากไปดูการแสดงในโรดิโอนั่นสักหน่อย” ริคพยายามเกลี้ยกล่อม
“ฉันว่าคุณคิดผิดแล้วละ” ไดอาน่ายิ้มเย็นหมุนตัวผละจากเขาเดินเข้าไปในรถเทรลเล่อร์ทันที
และทันทีเช่นกัน เมื่อเข้ามาในรถเทรลเล่อร์เล็ก ๆ นั้น เธอก็รีบเดินไปยังเคาน์เตอร์และพบบัตรเชิญวางอยู่ที่นั่น ไดอาน่ารู้ว่าคอนนี่จะไม่ให้แน่ เธอจึงฉีกออกมาเพียง 2 ใบ สเตลล่าเองก็ไม่เต็มใจเลยถ้าจะต้องใช้เวลาในตอนค่ำโดยมีริค, วาเนสสา, และคอนนี่ร่วมอยู่ด้วย และจะเรียกว่าโชคก็ได้ที่ไดอาน่าสามารถชักชวนให้เธอไปสนามโรดิโอได้ แทนที่จะใช้เวลายามค่ำในโรงแรม
หลังจากที่เถียงอยู่กับสเตลล่าเป็ครู่ ในเื่ที่ไดอาน่าทำตัวออกนอกลู่นอกทางแล้ว สเตลล่าก็พลอยคล้อยตามไปกับความคิดนั้นด้วย หัวจิตหัวใจของสาวน้อยผู้นี้นึกไปถึงนึกแต่แววตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมจากบรรดาคาวบอยทั้งหลาย อันที่จริง ทั้งสองสาวก็มิได้คิดจะชื่นชอบกับการแสดงผาดโผนแบบตะวันตก เช่นนี้มาก่อนนอกจากความจริงที่ว่าทั้งคู่เกิด และเติบโตมาในเท็กซัสเป็สาวจากเมืองหลวงและสาวจากเมืองหลวงคนไหน ๆ ก็เหมือนกันทุกคนในโลก ดังนั้นการที่จะไปชมการแสดงขี่ม้าผาดโผนในสนามโรดิโอคืนนี้ ก็เนื่องมาจากความอยากผจญภัยเท่านั้นและแน่ที่สุดก็คือ เหตุผลของไดอาน่ามิได้เหมือนกับของสเตลล่าเลย เพราะมันขึ้นอยู่กับกับบุรุษผู้มีชื่อว่า ลิเจ มาสเตอร์ส เพียงผู้เดียวเท่านั้น
ที่นั่งของสองสาวนั้นอยู่ในจุดที่ใกล้ ทั้งช่องทางที่จะปล่อยตัวแสดงและประตูใหญ่ที่นักขี่ม้าทั้งหลายจะต้องผ่านเข้ามา ไดอาน่าแทบจะไม่เชื่อว่าตัวเองมีโชคถึงขนาดนั้น ดวงตาของเธอสอดส่ายไปตามแถวของนักขี่ม้าที่เดินม้าเป็ขบวนเข้ามา สดสวยไปด้วยสีสันและก้องกระหึ่มด้วยเพลงชาติ..แต่ทว่ามิได้มีวี่แววของม้าสีแดงตัวนั้นกับร่างของลิเจ มาสเตอร์สเลย ....
เขาจะต้องมาสิ.. ไดอาน่าเฝ้าแต่บอกตัวเองมองดูคาวบอยทั้งหลายที่แปรขบวนกันอยู่ หลังจากนั้นก็มีเสียงประกาศว่า การแสดงจะเริ่มด้วยการขี่ม้าที่ยังไม่ได้ฝึกเป็อันดับแรก แม้ไดอาน่าจะเงี่ยหูฟังสักเพียงไร แต่ก็ไม่ได้ยินการประกาศชื่อเขาจากโฆษก เธอปรบมือให้กับการแสดง และผู้แสดงทั้งที่ทำได้สำเร็จและไม่สำเร็จไปในแต่ละรายการ แต่มิได้รู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วยเท่าไรนัก
รายการต่อมาคือ แสดงการจับวัวหนุ่ม ลิเจ มาสเตอร์ส เข้ามาอยู่ในสนามก่อนที่ไดอาน่าจะทันเห็นคราวนี้เขาขี่ม้าสีน้ำตาลอ่อน ในขณะที่จ้องมองการแสดงของเขา ไดอาน่ามีความรู้สึกหายใจขัด ๆ อยู่ในอก เธอปรบมือให้อย่างเต็มที่กับการคล้องจับลูกม้าไว้ได้ แต่ทว่าเป็การปรบมือที่เธอมอบให้แก่ลิเจ มาสเตอร์ส เพียงคนเดียวเท่านั้น
“ผู้แข่งขันคนต่อไปของเรา.......ท่านสุภาพสตรีและท่านสุภาพบุรุษที่เคารพ” เสียงโฆษกของเวทีกำลังประกาศ “ขออวยพรให้บุรุษจากรัฐนิว เม็กซิโก......อีไลจาห์ มาสเตอร์ส”