องค์หญิงเจินหลินฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตนถูกจับมัดอยู่ภายในถ้ำแห่งหนึ่ง
เมื่อพระองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นอสูรพยัคฆ์จึงตรัสทันที “ท่าน้าอะไร”
“ข้า้าแก้แค้น” อสูรพยัคฆ์กล่าว
“อยากฆ่าก็ฆ่าเลย ข้าไม่กลัวตาย”
“ช่างเด็ดเดี่ยวยิ่งนัก ใครจะไปฆ่าท่าน ข้าจะแย่งเ้ามาจากเฉียนฟง เหมือนที่มันแย่งเจินยี่ไปจากข้า” อสูรพยัคฆ์กล่าว
“หมายความว่ายังไง เจินยี่รักท่านมาก และท่านต่างหากที่เป็คนฆ่านางกับลูก”
“ข้าก็รักนางมาก แต่นางทรยศข้าไปมีอะไรกับเฉียนฟงจนกำเนิดครึ่งอสูรนั่น มันไม่ใช่ลูกข้า ถ้าเป็ลูกข้าจริง มีหรือข้าจะกล้าฆ่าเจินยี่กับลูก” อสูรพยัคฆ์กล่าว
“ไม่จริงข้าไม่เชื่อ เฉียนฟงไม่มีวันทำแบบนั้น”
“เ้าก็รู้นี่ว่าเฉียนฟงแอบรักเจินยี่มานานแล้ว” อสูรพยัคฆ์กล่าว
“แล้วเ้าจะเอายังไง”
“ข้าก็จะทำให้เ้ามาเป็เมียข้าแทนไง เจินหลิน” อสูรพยัคฆ์กล่าว
องค์หญิงเจินหลินทรงขยะแขยงมาก เพราะอสูรพยัคฆ์กำลังเลียใบหน้าของนาง ไม่เพียงเท่านั้นเขากำลังจะถอดเสื้อคลุมของนางออก
ไม่มีทางเลือก องค์หญิงเจินหลินจึงทรงตั้งสมาธิ ทำให้ปอกกำจัดมารที่ข้อมือทำงาน และตอนนี้ประตูมิตินรกก็เปิดขึ้น แล้วดูดอสูรพยัคฆ์เข้าไปในมิตินรกนั่นทันที
เสียงอสูรพยัคฆ์ร้องคำรามสนั่น แล้วสักพักเสียงก็หายไป เพราะมิตินรกได้ปิดลง หลังจากนั้นปอกกำจัดมารก็หายวั๊บไปกับตา
เฉียนฟงและลู่หยางตามมาถึงในถ้ำ เพราะได้เบาะแสมาจากลูกน้องของเจินหลินที่ช่วยสืบหารังอสูรพยัคฆ์ให้ พอมาถึง เฉียนฟงรีบแก้มัดให้กับองค์หญิงทันที
แต่ทว่าเกิดเหตุไม่คาดฝัน อยู่ดีๆ องค์หญิงเจินหลินก็ตบหน้าเฉียนฟงอย่างแรง พร้อมกับเดินนำออกไปจากถ้ำ สร้างความงุนงงของทุกคนที่เข้าไปช่วย
พอไปถึงจวนท่านอ๋อง องค์หญิงเจินหลินก็ทรงไม่พูดไม่จา จนเฉียนฟงเข้าไปคว้าตัวพระองค์ไว้
“เ้าเป็อะไรไปน่ะ อสูรพยัคฆ์มันทำอะไรเ้า” เฉียนฟงถาม
“ปล่อยข้า อย่าแตะต้องตัวข้า” องค์หญิงเจินหลินทรงผลักเฉียนฟงออกไป
“มันเกิดอะไรขึ้น” เฉียนฟงสงสัย
เมื่อเฉียนฟงยอมปล่อยองค์หญิง พระองค์ถึงทรงยอมพูด “อสูรพยัคฆ์ถูกดูดเข้าไปในมิตินรกแล้ว”
“แล้วทำไมเ้าถึงมีท่าทีแบบนี้” เฉียนฟงถาม
“เ้าแอบไปมีความสัมพันธ์กับน้องข้า และทำให้นางตั้งครรภ์ลูกของเ้า เ้ายังไม่ยอมรับนางอีก” องค์หญิงเจินหลินตรัสอย่างแค้นเคือง
“เ้าพูดอะไร ไอ้อสูรนั่นมันพูดเหลวไหลอะไร” เฉียนฟงถาม
“มันบอกว่า ถ้าเด็กในท้องเจินยี่เป็ลูกของมันจริงๆ มันคงไม่กล้าฆ่าเจินยี่กับลูกหรอก มันทำลงไปเพราะมันแค้นที่เจินยี่เผลอไปมีความสัมพันธ์กับท่าน” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ข้าคงดูเลวในสายตาเ้ามาโดยตลอดสินะ เ้าถึงไม่ยอมเชื่อข้าสักนิด” เฉียนฟงถาม
“แล้วมันเป็ความจริงมั้ยล่ะ” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“ถ้าข้าบอกว่าไม่จริง เ้าจะยอมเชื่อข้ามั้ย” เฉียนฟงมองตา
องค์หญิงเจินหลินทรงไม่ตอบอะไร พระองค์ทรงเสด็จหนีเข้าไปในห้องบรรทมเพียงลำพัง ทำให้เฉียนฟงรู้สึกเสียใจมาก
******************************************
ลู่หยางที่แอบฟังอยู่ได้พาเฉียนฟงไปปรึกษากับท่านกุนซือถึงเื่ราวทั้งหมด
“อสูรพยัคฆ์มันเ้าเล่ห์จริงๆ มันคงไปพูดจนองค์หญิงทรงหลงเชื่อ” ท่านกุนซือกล่าว
“คงโทษมันไม่ได้หรอก เป็เพราะเจินหลินไม่เคยเชื่อใจข้าเลยต่างหาก นางมองข้าเลวมาโดยตลอดสินะ” เฉียนฟงน้อยใจ
“ใจเย็นๆ ก่อนเฉียนฟง มันอาจเกิดจากเจินหลินไม่มั่นใจว่าเ้าจะรักนางจริงๆ ต่างหาก เพราะสมัยก่อนท่านก็แสดงท่าทีชัดเจนว่ารักองค์หญิงเจินยี่มากแค่ไหน” ลู่หยางกล่าว
“ข้าคงไม่มีปัญญาทำให้นางเชื่อใจข้าได้หรอก” เฉียนฟงกล่าวแล้วเดินออกไปจากห้องท่านกุนซือทันที
“นั่นเ้าจะไปไหนน่ะ” ลู่หยางรีบถาม
“ข้าจะไปนอนโรงเตี๊ยม เช้าวันรุ่งขึ้นข้าจะออกเดินทางไปเมืองหมาป่า” เฉียนฟงะโบอก
“เดี๋ยวก่อนสิเฉียนฟง ใจเย็นๆ ก่อน อย่าเพิ่งไป” ลู่หยางพยายามยั้ง
“ปล่อยเขาไปเถอะ” ท่านกุนซือกล่าว
“แต่ว่า” ลู่หยางลังเล
“พวกเราไปเข้าเฝ้าองค์หญิงเจินหลินกันเถอะ” ท่านกุนซือกล่าว
******************************************
“พวกท่านมีอะไรกับข้าอย่างนั้นหรือ” องค์หญิงเจินหลินตรัส
“พวกเราจะมาขอขุดพระศพองค์หญิงเจินยี่” ท่านกุนซือกล่าว
“ไม่ได้เด็ดขาด ข้าไม่อนุญาต” องค์หญิงทรงไม่ยอม
“แต่เ้ากำลังคิดว่าองค์หญิงเจินยี่เป็ชู้กับเฉียนฟงอยู่นี่” ลู่หยางกล่าว
“แล้วยังไง” องค์หญิงยังทรงพิโรธ
“มันก็ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหานินทาได้” ท่านกุนซือกล่าว
“ไม่ ข้าจะไม่ให้พวกท่านรบกวนนาง” องค์หญิงทรงค้าน
“แต่การที่เ้าคิดอย่างนั้น มันเท่ากับว่าเ้าดูถูกน้องสาวของตัวเองอยู่นะ เ้าคิดได้ยังไงว่านางจะกล้าประพฤติเยี่ยงนั้น” ท่านกุนซือพยายามเตือนสติ
“ข้า” องค์หญิงทรงตรัสไม่ออก
“ตอนนี้เ้าเองต่างหากที่ทำให้น้องสาวเสื่อมพระเกียรติ และข้าต่างหากที่กำลังจะล้างมลทินให้กับองค์หญิงเจินยี่” ท่านกุนซือกล่าว
“ข้าเองก็ไม่อยากคิดอย่างนั้น แต่ว่า” องค์หญิงตรัส
“เอาล่ะ ยังไงเ้าก็ห้ามไม่ทันแล้วล่ะ เพราะพระศพถูกขุดเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้หมอหลวงกำลังผ่าท้องของนางเพื่อดูบุตรในครรภ์” ท่านกุนซือยอมเผย
“ไม่ได้นะ” องค์หญิงเจินหลินรีบวิ่งออกไปห้ามหมอหลวงที่ห้องพยาบาลทันที แต่ทว่าพอนางไปถึง หมอหลวงท่านก็กำลังยกศพทารกออกมาพอดี
องค์หญิงเจินหลินทรงอึ้งตะลึงงัน เพราะว่าพระองค์ทรงได้ประจักษ์ชัดแก่สายดวงเนตรแล้วว่า ศพทารกนั้นเป็บุตรของอสูรพยัคฆ์จริงๆ เพราะเด็กน้อยมีใบหน้าเป็เสือแต่โครงสร้างร่างกายเป็มนุษย์และมีิัลายพาดกลอนอย่างชัดเจน
“เ้าเห็นแล้วหรือยัง” ท่านกุนซือกล่าว
องค์หญิงเจินหลินคุกเข่าให้กับน้องสาว พร้อมกับกล่าวว่า “พี่ขอโทษที่กล่าวหาเ้าแบบนั้น พี่ไม่น่าหูเบาหลงเชื่อไอ้อสูรชั่วนั่นเลย มันชั่วถึงขั้นพูดปรักปรำเ้าให้พี่ฟัง”
ฉู่หลานพยุงตัวเพื่อนให้ลุกขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า “ข้าว่าตอนนี้เ้าควรจะไปขอโทษเฉียนฟงได้แล้วนะ เจินหลิน เขารักเ้ามากนะ ตอนที่รู้ว่าเ้าหายตัวไป เขาก็ออกตามหาเ้าแทบพลิกแผ่นดิน”
“ขอบคุณทุกท่านมาก และข้าขออภัยทุกคนด้วย ตอนนี้ข้าจะรีบไปหาเฉียนฟง” องค์หญิงตรัส
แต่เมื่อองค์หญิงทรงออกตามหาเฉียนฟงจนทั่วจวนแล้วไม่พบเขา พระองค์ก็ทรงกรรแสง
จนลู่หยางใจอ่อน ยอมเดินไปบอกพระองค์ “เฉียนฟงจะเดินทางไปเมืองหมาป่าวันพรุ่งนี้ ตอนนี้เ้าไปพบเขาที่โรงเตี๊ยมเถิด”
องค์หญิงเจินหลินรีบไปหาเฉียนฟงที่โรงเตี๊ยมทันที
******************************************
ณ โรงเตี๊ยม องค์หญิงทรงถามเสี่ยวเอ้อถึงห้องสามีของตัวเอง จากนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องนั้นทันที เพราะเฉียนฟงไม่ได้ล็อคห้อง
“เ้ามาทำอะไรที่นี่ เจินหลิน” เฉียนฟงถาม
“ข้าขอโทษที่เข้าใจเ้าผิดไป ข้ารู้แล้วว่าอสูรพยัคฆ์มันหลอกข้า ท่านกับน้องข้าเป็ผู้บริสุทธิ์ พวกเรากลับไปที่จวนเสด็จพ่อเกินเถอะนะ” องค์หญิงตรัส
“ข้าตัดสินใจแล้ว เจินหลิน มนุษย์กับอสูรคงอยู่ร่วมกันไม่ได้จริงๆ พวกเราแยกกันอยู่กันคนละที่เถิด เพื่อความปลอดภัยของเ้าเองด้วย” เฉียนฟงกล่าว
“ไม่ ท่านอยู่ที่ไหน ข้าก็จะไปอยู่ที่นั่นด้วย” องค์หญิงตรัส
“อย่าเลย เจินหลิน ตอนนี้ปอกกำจัดมารก็หายไปแล้ว หากข้าเป็อสูรที่คุมสติไม่ได้ ข้าอาจจะเผลอทำร้ายเ้ากับลูก เ้ากลับไปเสียเถิดนะ” เฉียนฟงกล่าว
“เ้าไม่รักข้าแล้วหรอ” องค์หญิงทรงมีน้ำตาคลอ
“เพราะข้ารักเ้า ข้าถึงต้องทำแบบนี้ ลาก่อน เจินหลิน” เฉียนฟงหันหลังให้กับพระองค์
องค์หญิงเจินหลินจึงทรงกลับไปที่จวนท่านอ๋องเพียงลำพัง
ทุกคนที่จวนกำลังรอต้อนรับการกลับมาของเฉียนฟง แต่ก็ต้องผิดหวังที่เห็นองค์หญิงทรงเสด็จมาแต่เพียงผู้เดียว
“มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ เจินหลิน ทำไมเ้ามาคนเดียว แล้วเฉียนฟงล่ะ” ลู่หยางรีบถาม
องค์หญิงเจินหลินทรงกอดฉู่หลานแล้วทรงกรรแสงอย่างไม่อาย ทรงตรัสไม่เป็คำว่า “เฉียนฟงตัดสินใจไปเมืองหมาป่าเพียงลำพัง ตอนนี้เขายอมแยกกันอยู่กับข้าเพราะเป็ห่วงอันตรายหากเขากลายเป็อสูรไร้สติ”
“ในเมื่อเขาตัดสินใจแล้ว ก็ปล่อยเขาไปเถอะ ส่วนฉู่หลาน เ้าก็พาเจินหลินไปนอนเถอะนะ” ท่านกุนซือกล่าว
ฉู่หลานจึงประคององค์หญิงไปบรรทมที่ห้อง ถึงกระนั้นองค์หญิงเจินหลินก็ยังคงกรรแสงไม่หยุด
ฉู่หลานมองไปก็นึกสงสารเพื่อนแต่ไม่อาจทำอะไรได้
******************************************
“ท่านกุนซือไม่มีหนทางช่วยเจินหลินหรอครับ” ลู่หยางรีบถาม
“ข้ามีแผนการเอาหูมาสิ” ท่านกุนซือกระซิบ
เช้าวันรุ่งขึ้น ลู่หยางไปที่โรงเตี๊ยมแต่เช้าเพื่อไปหาเฉียนฟง
“เ้าจะมาส่งข้างั้นหรอ” เฉียนฟงสงสัย
“เปล่า ฝ่าาทรงมีภารกิจให้ข้ากับเ้าช่วยกันทำน่ะ” ลู่หยางกล่าว
“ภารกิจอะไร” เฉียนฟงถาม
“ออกตามหาพระชายาของฝ่าา พระชายาทรงพลัดพรากไปในระหว่างที่อสูรพยัคฆ์จับตัวฝ่าาไป” ลู่หยางกล่าว
“งั้นไปสิ แล้วจะทำยังไง” เฉียนฟงสงสัย
“คงต้องพึ่งพาลูกน้องของเจินหลิน” ลู่หยางกล่าว
“พวกเราต้องติดต่อลูกน้องของเจินหลินเองงั้นหรอ ทำไมไม่ให้เจินหลินติดต่อให้” เฉียนฟงสงสัย
“นางกลับไปที่บ้านสมุนไพร เห็นว่าอยากไปสงบสติอารมณ์อยู่ที่นั่น” ลู่หยางกล่าว
“งั้นหรอ งั้นรีบไปกันเถอะ ข้าจะได้รีบเดินทางไปเมืองหมาป่าเสียที” เฉียนฟงใจร้อน
******************************************
ณ กลางป่าที่นัดหมาย
ลู่หยางเป่าใบไม้ตามที่องค์หญิงเจินหลินทรงสอน หลังจากนั้นลูกน้องทั้งห้าก็ออกมาปรากฏตัว แต่คราวนี้พวกเขาไม่ได้ปกปิดใบหน้า ทำให้รู้ว่าผู้ชายทั้งห้าคนหน้าตาดีมาก จนเฉียนฟงแทบอึ้ง
“มีอะไรให้รับใช้งั้นหรอ” ตัวแทนลูกน้องกล่าว
“ฝ่าาทรงอยากให้สืบหาตัวพระชายาน่ะ อะนี่ คือภาพวาดเหมือนของพระชายา พวกท่านรีบไปสืบหาร่องรอยเถิด” ลู่หยางยื่นม้วนภาพวาดให้
“แล้วค่าตอบแทนล่ะ” ผู้ชายอีกคนกล่าว
“เสร็จงาน ข้าจะจ่ายให้ห้าร้อยตำลึง” ลู่หยางกล่าว
“ได้ พวกข้าจะรีบไปดำเนินการเดี๋ยวนี้ล่ะ” ลูกน้ององค์หญิงเจินหลินอีกคนกล่าว
หลังจากนั้นลูกน้องทั้งห้าก็แยกย้ายกันไปสืบทันที
“ทำไมพวกเขาถึงหน้าตาดีแบบนี้ล่ะ” เฉียนฟงกล่าว
“อ้าว นี่เ้าเพิ่งรู้หรอ เจินหลินไม่ได้บอกเ้างั้นหรอ” ลู่หยางกล่าว
“ไม่เคย นางไม่เคยบอกข้า” เฉียนฟงกล่าว
“โชคดีที่นางทำงานกับพวกเขา อีกไม่นานนางก็คงลืมเ้าได้เองนั่นแหละ ต่อไปนางคงอาจได้แต่งงานกับใครสักคน คงเป็หนึ่งในห้านี้แหละ” ลู่หยางแกล้งพูด
เฉียนฟงเริ่มกำหมัดแน่น “แล้วใครจะไปยอม”
“อ้าว เดี๋ยวสิ นั่นเ้าจะไปไหนน่ะ” ลู่หยางกล่าว
เมื่อเห็นเฉียนฟงมุ่งหน้าไปที่บ้านสมุนไพร ท่านกุนซือก็ปรากฏตัว
“ท่านรู้ได้ยังไงว่า เฉียนฟงจะต้องหึงแล้วรีบไปหาเจินหลิน” ลู่หยางสงสัย
“เ้าคงยังไม่รู้ว่า ชนเผ่าหมาป่าขี้หวงมาขนาดไหน เฉียนฟงเองก็คงไม่ต่างกันหรอก” ท่านกุนซือกล่าว
“ก็หวังว่า เจินหลินจะไม่โดนอะไรนะ” ลู่หยางกล่าว
“ข้าคาดการณ์ว่า เขาคงพาเจินหลินไปตั้งรกรากอยู่ที่อื่นนั่นแหละ พวกเรารีบกลับไปที่จวนท่านอ๋องกันเถอะ เพราะต้องอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้ท่านอ๋องฟัง” ท่านกุนซือกล่าว
“ครับท่านกุนซือ” ลู่หยางเดินตามท่านกุนซือไปทันที
******************************************
องค์หญิงเจินหลินทรงปลูกพืชสมุนไพรอยู่ข้างบ้านในสภาพเหม่อลอย ทำให้พระองค์ทรงเผลอเหยียบก้อนหินจนข้อเท้าพลิก แล้วล้มไปกองกับพื้น พระองค์ทรงพยายามลุกขึ้นแต่ลุกไม่ไหว จนกระทั่ง
เฉียนฟงฉุดพระองค์ลุกขึ้นแล้วให้พระองค์ทรงขี่หลัง ระหว่างนั้นทั้งสองก็คุยกัน
เมื่อองค์หญิงทรงทอดพระเนตรเห็นเป็หน้าสามี ทำให้พระองค์ทรงดีพระทัยมาก แล้วกล่าวว่า “นี่เ้าให้อภัยข้าแล้วหรอ เ้าจะกลับมาอยู่กับข้าแล้วใช่มั้ย”
“ข้าไม่เคยโกรธเ้า” เฉียนฟงกล่าว
“ว่าแต่ทำไมเ้าไม่พาข้าเข้าไปในบ้าน แล้วเ้าจะพาข้าไปไหน หรือว่ากลับจวนเสด็จพ่อ” องค์หญิงตรัส
“ข้าจะพาเ้าไปตั้งรกรากในดินแดนอันไกลโพ้น” เฉียนฟงบอกแผน
“ทำไมล่ะ ทำไมต้องไปไกลถึงที่นั่นด้วย” องค์หญิงทรงสงสัย
“ทำไมเ้าไม่บอกว่าข้า ว่าลูกน้องเ้าหน้าตาดีกันทั้งนั้น” เฉียนฟงเริ่มเอาเื่
“ก็เ้าไม่เคยถามนี่ แล้วเ้าไปเห็นพวกเขาแล้วหรอ” องค์หญิงตรัส
“ใช่ และข้าจะไม่ยอมให้เ้าไปทำงานกับพวกเขาอีก” เฉียนฟงกล่าว
“ข้าไม่ทำงานกับพวกเขาก็ได้ แต่ไม่เห็นต้องไปไกลเลยนี่” องค์หญิงตรัส
“พวกเราไปใช้ชีวิตอันสงบเหมือนมิติอนาคตนั่นเถอะนะ ข้าฝันเห็นลูกชาย ข้าอยากมีลูกชายเต็มแก่แล้ว” เฉียนฟงกล่าว
“แล้วเ้าจะเดินแบกข้าอยู่อย่างนี้งั้นหรอ ทำไมไม่หารถม้าดีๆ ล่ะ” องค์หญิงตรัส
“ข้ากะว่าจะหาโรงเตี๊ยมใกล้ๆ นี้ก่อนนะที่รัก มาเข้าหอกันก่อนแล้วค่อยเดินทางต่อก็แล้วกัน พอไปถึงดินแดนแห่งนั้นเ้าจะได้ท้องพอดี” เฉียนฟงบอกแผน
“แล้วข้าจะมีแรงเดินทางได้ยังไง” องค์หญิงตรัสเขินๆ
“น่า เดี๋ยวข้าให้เ้านอนพักในรถม้าก็แล้วกัน” เฉียนฟงกล่าว
“เดี๋ยวสิ พวกเรายังเดินทางไปไม่ถึงไหนเลยนะ นี่เ้าจะเข้าไปในโรงเตี๊ยมข้างหน้านี้เลยหรอ” องค์หญิงทรงตกพระทัยในความใจร้อนของสามี
“เมื่อคืนข้าคิดถึงเ้ามากเลยนะเจินหลิน ตอนนี้ข้าอดใจไม่ไหวแล้วจริงๆ พวกเราพักโรงเตี๊ยมนี้ก่อนเถอะนะ” เฉียนฟงยอมเผย
เดชะบุญ เพราะองค์หญิงเจินหลินทรงเจ็บข้อเท้า พระองค์จึงทรงวิ่งหนีไปไหนไม่ได้ คงต้องปล่อยเลยตามเลย อีกไม่นานพระองค์คงได้ตั้งครรภ์สมพระทัยแน่นอน
จบบริบูรณ์