(จบ) ทะลุมิติมาเป็นหวานใจจอมวายร้ายยุค 70

    บทที่ 25 มาเยือนครั้งแรก (รีไรต์)

    บทที่ 25 มาเยือนครั้งแรก (รีไรต์)


    ใครบอกว่าไม่มีแสงไฟกันล่ะ?


    ทุกห้องมีตะเกียงน้ำมันหนึ่งถึงสองดวง


    มีลานเล็กหนึ่งแห่ง ห้องของยุวชนชายสามห้อง และห้องของยุวชนหญิงสองห้อง


    ตอนนี้พวกเขามาใหม่เจ็ดคน ทุกห้องจึงอยู่กันอย่างเบียดเสียด


    ภายในห้องนี้ก็มีเตียงเตาอยู่แถวหนึ่ง เป็๲เตียงรวมขนาดใหญ่


    เมื่อเซียวหลานเข้าไปในห้องก็รับไม่ได้พลางกระทืบเท้า “นี่มันเป็๲ที่เอาไว้ให้คนนอนเหรอ?”


    “นี่มันเล้าหมูเหอะ!”


    เหล่ายุวชนรุ่นพี่ “...”


    จะบอกว่าพวกเธอเป็๲หมูเหรอ!


    ยุวชนหญิงร่างสูงกำยำกลอกตาใส่ “ไม่ใช่ที่นอนของคน งั้นเธอก็ไม่ต้องนอน!”


    เซียวหลานส่งเสียงฮึดฮัดและหันหลังเดินจากไป “ไม่นอนก็ไม่นอน!”


    สื่อเหอผิงรีบตามไป


    ตัวปัญหาออกไปคนหนึ่งเป็๲เ๱ื่๵๹ดีสำหรับหลินเนี่ยน หน่วยยุวชนมีผู้ดูแลชั่วคราวอยู่สองคน ฝั่งผู้ชายชื่อเฉียวกั๋วเหลียง ส่วนฝั่งผู้หญิงชื่อจางหงอิง


    เฉียวกั๋วเหลียงตามออกไปพร้อมกับคนสองคน จางหงอิงก็แบ่งหลินเนี่ยนกับหวงอวี้เฟิ่งมาที่ห้องนอนของหยางชุนหลานสาวร่างใหญ่


    ทางด้านของห้องนอนยุวชนหญิงนั้นมีทั้งหมดสี่คน ไม่มีใครมีปัญหาเลยสักคนเมื่อมีหลินเนี่ยนกับหวงอวี้เฟิ่งเข้ามาอยู่เพิ่ม


    เมื่อทุกคนแนะนำตัวเองเสร็จ ก็แยกย้ายกันไปจัดการที่พัก


    จางหงอิงแนะนำตัวกับหลินเนี่ยนและหวงอวี้เฟิ่งอย่างอบอุ่น “หนึ่งคนต่อหนึ่งเตียงเตา จากนี้พวกเธอไปซื้อกุญแจกันเองนะ เก็บของมีค่ากันให้ดี ไม่อย่างนั้นถ้าของหายแล้วเกิดทะเลาะกันขึ้นมา มันจะส่งผลต่อความสามัคคีระหว่างหมู่สหายได้!”


    “ตอนนี้ยังมีน้ำเดือดในหม้อที่ครัว พวกเธอเดินทางมาเหนื่อย ๆ ไปเอาน้ำอุ่นมาล้างหน้าแปรงฟันได้ แต่หลังจากนี้ถ้าอยากใช้น้ำอุ่นก็ต้องต้มเอาเอง”


    “อีกอย่าง ทุกคนที่หน่วยยุวชนฝั่งนี้กินอาหารร่วมกัน แต่ทุกคนเอาอาหารมากันเอง จากนั้นก็ใช้กล่องข้าวที่บรรจุอาหารแล้วใส่หม้อมานึ่งรวมกันตอนกลางวันและตอนเย็น เตาไฟเป็๲ของส่วนรวม ทุกคนจึงต้องผลัดกันไปเก็บฟืน ทุกคนจะต้องส่งฟืนหนึ่งหาบทุกสัปดาห์”


    “น้ำก็เหมือนกัน มีถังเก็บน้ำอยู่ในครัวสองใบ ทุกคนผลัดกันไปตัก ถึงตาใครคนนั้นก็รับผิดชอบเติมน้ำสองถังใหญ่ให้เต็ม”


    หลินเนี่ยนฟังจางหงอิงพูดแบบนี้ก็คิดว่าเธอคนนี้กับคนดูแลฝั่งยุวชนชายก็พอมีฝีมืออยู่บ้าง แจกแจงหน้าที่งานรายบุคคลได้ดี กินอาหารก็ของใครของมัน ไม่ได้กินข้าวหม้อเดียวกันแบบนี้ ทำให้ความขัดแย้งลดลงไปมาก


    เยี่ยมมาก!


    “ถ้าพวกเธอมาแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะจัดแจงงานตักน้ำของพวกเธอให้ ส่วนฟืนไม่ต้องจัด ถึงยังไงก็ต้องส่งหนึ่งหาบทุกสัปดาห์ พอได้ฟืนกลับมาก็มาให้ฉันบันทึก”


    หลินเนี่ยนพูดขึ้นว่า “ขอบคุณพี่หงอิงมากค่ะ! ตอนแรกมาถึงฉันก็รู้สึกมืดแปดด้าน จากนี้ยังต้องให้พี่หงอิงชี้แนะอีกเยอะเลยค่ะ” เธอปากหวาน พูดจาดียิ้มตาหยีด้วยท่าทางว่าง่าย


    จางหงอิงพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่เป็๲ไร จากนี้มีอะไรไม่เข้าใจก็มาถามฉันได้เลย!”


    “ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พวกเธอเก็บของแล้วพักผ่อนเถอะ!”


    หลินเนี่ยนเลือกตำแหน่งเตียงในสุด เตียงในสุดไม่มีคนนอน ได้อยู่ห่างจากคนอื่นเล็กน้อย ไม่สำคัญว่าฤดูหนาวจะหนาวหรือไม่ เธอไม่ได้คิดจะอยู่รวมกันนานอยู่แล้ว


    ตอนนี้ก็แค่ลองอยู่ดูก่อน


    เพราะหลังจากนั้นเธอต้องหาทางย้ายออกไปอยู่ตามลำพัง


    เธอหยิบของที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวันออกมาวางบนโต๊ะใหญ่ใกล้หน้าต่าง แล้วเก็บของกิน เครื่องประทินผิว และเสื้อผ้าต่าง ๆ ล็อกเข้าตู้ แม่กุญแจเธอซื้อไว้ล่วงหน้าแล้ว


    จากนั้นก็ได้ยินหวงอวี้เฟิ่งพึมพำบางอย่าง “ของโทรม ๆ ก็ใช่ว่าจะมีค่าอะไร จะล็อกกันใครล่ะ”


    หลินเนี่ยนไม่เกรงอกเกรงใจ ตอบออกไปว่า “ใครพูดก็เอาไว้กันคนนั้นแหละ ถึงของจะไม่มีค่า แต่ก็สู้พวกเอาแต่ด้อยค่าไม่ได้!”


    หยางชุนหลานสบตากับยุวชนอีกคน “เพิ่งจะมาก็ไม่ลงรอยกันซะแล้ว”


    ต่อไปนี้ห้องของพวกเราก็จะคึกคักขึ้นแล้ว!


    หวงอวี้เฟิ่งโมโห “เธอ!…”


    หลินเนี่ยนหยิบกระติกน้ำใบใหญ่เตรียมไปตักน้ำในครัว พลางพูดว่า “อะไรของเธอ ไม่ได้ยินที่พี่หงอิงพูดเหรอ ล็อกไว้จะได้ไม่มากล่าวหากัน”


    “เธอจะไม่ยอมล็อกก็เ๱ื่๵๹ของเธอ แต่ถ้าทำของหายก็อย่ามาโทษคนในห้องเราก็แล้วกัน!”


    หยางชุนหลานเอ่ยสำทับ “หลินเนี่ยนพูดถูก เราสามคนล็อกไว้หมดแล้ว ถ้าเธอไม่ล็อก ต่อไปถ้าทำของหายก็อย่ามาโทษพวกเราแล้วกัน!”


    สวี่เหนียนหัวก็พยักหน้าตาม


    หวงอวี้เฟิ่งจึงรู้ตัวว่าคำพูดของเธอได้ล่วงเกินกระทั่งยุวชนรุ่นพี่ด้วย


    ทำได้แค่อธิบายแก้เขิน “ฉะ...ฉันไม่ได้หมายถึงพวกพี่!”


    หยางชุนหลานกลอกตา


    หวงอวี้เฟิ่งอับอายไม่เหลือชิ้นดี ทำได้แค่หยิบกะละมังของตัวเองไปตักน้ำร้อนในครัว


    เธอเพิ่งจะก้าวออกไป สวี่เหนียนหัวก็ตามไปซุบซิบกับหยางชุนหลานติด ๆ “เธอดูหน้าใหม่สองคนนี้สิ ฐานะทางบ้านของสหายหวงอวี้เฟิ่งน่าจะไม่ดี ของใช้เธอเก่ามาก แม้แต่กะละมังยังมีรอยขีดข่วนเยอะแยะเลย”


    “ฐานะทางบ้านของสหายหลินเนี่ยนน่าจะดี ของใช้ในมือเธอเป็๲ของใหม่ทั้งนั้น! โดยเฉพาะกระติกน้ำร้อนนั่น สะดุดตามากจริง ๆ!”


    “อยู่ห้องเดียวกัน สักวันพวกเราคงพึ่งบารมีได้”


    หยางชุนหลานจ้องสวี่เหนียนหัว “อย่าเอาแต่คิดพึ่งบารมีคนอื่นไปวัน ๆ หลินเนี่ยนคนนี้ดูไม่ใช่คนที่จะหาเ๱ื่๵๹ด้วยง่าย ๆ!”


    สวี่เหนียนหัวไม่เห็นด้วย อยู่ห้องเดียวกันได้เจอหน้ากันบ่อย ๆ ตราบใดที่ทำตัวดี หลินเนี่ยนจะยื่นมือไปตีคนที่หน้าตายิ้มแย้มได้เหรอ 


    หลินเนี่ยนตักน้ำกลับมา หยิบขนมออกมากินสองชิ้น ดื่มน้ำสักหน่อยแล้วไปล้างหน้าแปรงฟัน


    เวลานี้ก็มีเสียงดังมาจากในลานด้านนอก หลินเนี่ยนเงี่ยหูฟัง ที่แท้ก็เป็๲คนที่ไล่ตามเซียวหลานกับสื่อเหอผิง ได้ยินพวกเขาบอกว่าทั้งสองจะไม่อาศัยอยู่ในหน่วยของยุวชน จากนี้จะอาศัยอยู่ที่บ้านของหัวหน้าหมู่บ้านแทน


    ทุกคนที่ได้ยินต่างก็ถอนหายใจไม่หยุด มาถึงก็ได้อาศัยอยู่ในบ้านของหัวหน้าหมู่บ้านเลย ดูท่าว่าเ๤ื้๵๹๮๣ั๹ของสองคนนี้จะไม่ธรรมดาจริง ๆ


    ต้องรู้ไว้ว่าหัวหน้าหมู่บ้านของที่นี่ไม่ใช่ผู้นำที่จะอ่อนโยนกับผู้หญิง


    พูดถึงเซียวหลานคนนี้ หวงอวี้เฟิ่งก็กระตือรือร้นขึ้นมา เธอเหลือบมองหลินเนี่ยน แล้วพูดจีบปากจีบคอ “จะว่าไปแล้ว สหายเซียวหลานก็ใจกว้างดีนะ แบ่งขนมที่พกมาจากเมืองหลวงให้พวกเรากินบนเกวียนด้วย”


    “ขนมนั่นน่ะเป็๲ขนมที่อร่อยที่สุดในชีวิตที่ฉันเคยกินเลย ได้ยินสหายเซียวหลานบอกว่า มันเป็๲ขนมเ๽้าเก่าของเมืองหลวง พ่อของพ่อครัวใหญ่ที่ทำขนมเป็๲พ่อครัวหลวงเชียวนะ”


    “แต่ว่านะ มีบางคนนิสัยไม่ดี สหายเซียวหลานก็เลยไม่แบ่งให้เธอ”


    ตีวัวกระทบคราด หลินเนี่ยนไม่ได้สนใจอีกฝ่าย สู้เอาเวลานี้ไปนอนดีกว่า ง่วงจะตายอยู่แล้ว


    สวี่เหนียนหัวได้ยินก็กระตือรือร้นขึ้นทันที แล้วดึงหวงอวี้เฟิ่งมาซุบซิบ “โอ้โห แบบนี้แสดงว่าบ้านของเซียวหลานคนนี้เป็๲ครอบครัวนายทุนงั้นเหรอ”


    หวงอวี้เฟิ่งพยักหน้า “นายทุนแน่นอน แถมยังเป็๲นายทุนใหญ่ด้วยนะ!”


    สวี่เหนียนหัวประหลาดใจไม่หยุด “โอ้โห สุดยอดไปเลย ทายาทจากครอบครัวนายทุนทำไมถึงยอมมาสถานที่ห่างไกลแบบนี้ล่ะ”


    หวงอวี้เฟิ่งตอบ “ใครจะไปรู้ล่ะ แต่เหมือนเด็กที่มาจากครอบครัวแบบนี้ ไปอยู่ที่ไหนก็ไม่ลำบากหรอก!”


    หยางชุนหลานไม่อยากฟังพวกเธอเอาแต่พร่ำบ่น “เอาละ ๆ มีเ๱ื่๵๹อะไรอีกไหม ถ้าไม่มีฉันจะดับไฟนอนแล้ว!”


    “น้ำมันก๊าดนี่ทุกคนรวมเงินรวมตั๋วกันซื้อนะ!”


    เมื่อได้ยินว่าน้ำมันก๊าดต้องรวมเงินกันซื้อ หวงอวี้เฟิ่งก็รีบร้อนพูดว่า “งั้นก็รีบดับเร็วเข้า ฉันไม่ทำอะไรแล้ว! อันที่จริงพวกเรามาชนบทช่วยสร้างชุมชน ของพวกนี้ไม่ใช่ว่าหมู่บ้านควรออกให้พวกเราหรอกเหรอ”


    “เธอก็รู้ว่ามาช่วยสร้างชุมชน ไม่ซื้อเองยังจะใช้ของชาวบ้านอีก เธออายบ้างไหม” หยางชุนหลานโต้กลับ


    หวงอวี้เฟิ่งถูกทักท้วงก็พูดไม่ออก


    สวี่เหนียนหัวจึงช่วยไกล่เกลี่ย “เฮ้อ ชุนหลาน อวี้เฟิ่งเพิ่งจะมาก็เลยไม่รู้ เธอก็พูดดี ๆ สิ จะฉุนเฉียวขนาดนี้ทำไม”


    “อวี้เฟิ่ง เธออย่าใส่ใจเลย ชุนหลานคนนี้ไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร ก็แค่พูดตรงไปนิดหน่อย”


    หลินเนี่ยนที่นอนซุกผ้าห่มพลันหาวออกมา ก่อนจะนอนหลับก็ตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะย้ายออกไปให้เร็วที่สุด


    ห้องนอนรวมนี่หนวกหูจริง ๆ