“เดี๋ยวฉันจะโอนหุ้นในบริษัทให้แกไปยี่สิบเปอเซ็นและฉันก็จะให้เงินเดือนแกเท่ากับที่บริษัทฝรั่งเขาให้ แล้วแกก็เข้าไปนั่งตำแหน่งผู้บริหารแทนตาวัฒน์นั้นแหละโดยเริ่มงานวันจันทร์นี้เลยเพราะตาวัฒน์เขาก็จะออกเดินทางในเย็นนี้แล้ว”
สั่งความจบแล้วคุณวัลยาก็ลุกขึ้นเดินจากไป
ทยาวัตร์ถอนใจออกมาเฮือกหนึ่งด้วยความรู้สึกสมเพชตัวเองที่จนแล้วจนรอดก็หนีไปจากเงื้อมอำนาจของสตรีผู้นี้ไม่พ้น ั้แ่วันที่เดินทางไปต่างประเทศ เขาก็คิดว่าตัวเองได้เป็อิสระแล้วเชียว แต่เท่าที่ประจักในตอนนี้ เขาก็รู้แล้วว่ามันไม่ใช่ นั่นมันเป็แค่สิ่งที่เขาคิดไปเองเท่านั้น ความจริงแล้วห่วงโซ่บุญคุณยังคงผูกรัดเขาเอาไว้ได้แ่า อยู่ที่ว่าคุณวัลยาจะสาวโซ่ดึงเขากลับมาให้อยู่ใต้คำสั่งเมื่อใดเท่านั้น
“เอ๊ะ นั้นคุณมาหาใครคะ”
เสียงทักจากหญิงชราคนหนึ่งที่ดังขึ้นใกล้ๆทำให้ชายหนุ่มรีบหันไปมอง แล้วเขาก็รีบยกมือไหว้หญิงชราผู้นั้นทันทีอย่างจำได้ ในขณะที่ฝ่ายหญิงชรายังทำท่างงๆ คงจำไม่ได้นั้นเอง
“เอ่อ คุณคือ...”
“ผมทยาวัตร์ไงครับป้าสมบุญ”
ชายหนุ่มบอกก่อนลุกขึ้นไปกอดร่างท้วมของหญิงแม่บ้านวัยชราเอาไว้ด้วยความคิดถึง
“คุณทยา นี่คุณจริงๆหรือคะ”
ป้าสมบุญอุทานออกมาอย่างตื่นเต้นพลางก็กวาดสายตาสำรวจดูร่างสูงสง่านั้นอย่างจะให้แน่ใจมากยิ่งขึ้น
“เคยมีใครเคยบอกป้างั้นหรือครับ ว่าโลกนี้มีทยาวัตร์ตัวปลอมอยู่ด้วย”
ชายหนุ่มย้อนถามยิ้มๆกับคนที่เคยดูแลเขาด้วยความรักและเอาใจใส่เมื่อครั้งที่เขายังอยู่ในวัยเด็กไร้เดียงสา
“โอ๊ย คุณทยา เป็คุณจริงๆด้วย ป้านึกว่าคุณจะไม่กลับมาเหยียบเมืองไทยอีกแล้ว”
อุทานอย่างตื่นเต้นแล้วหญิงชราก็น้ำตารื่นขอบตาออกมาด้วยรู้ถึงปูมหลังในอดีตของชายหนุ่มผู้นี้ดี
“ทำไมจะไม่กลับละครับ ประเทศไทยคือบ้านเกิดของผมยังไงผมก็ต้องกลับมาตายที่นี่”
“ป้านึกว่าเื่ราวเมื่อวัยเด็กจะทำให้คุณเข็ดจนไม่อยากกลับมาเหยียบเมืองไทยแล้วนี่คะ”
“ถึงยังไงผมก็ต้องกลับมาครับ”
“คุณทยาดูหล่อเข้มขึ้นมากเลยนะคะ แล้วนี่ได้พาแฟนแหม่มมาเที่ยวเมืองไทยด้วยหรือเปล่าคะ”
ป้าสมบุญถามยิ้มๆสายตามองสำรวจชายหนุ่มอย่างชื่นชม
“ผมยังไม่มีแฟนหรอกครับป้า”
“อะไรกันค่ะ จะเป็ไปได้ยังไงไปอยู่ต่างประเทศตั้งเป็สิบปี”
“คงเพราะผมคิดว่าตัวเองยังไม่พร้อมที่จะมีใครมั้งครับ ยังไม่อยากเอาใครมาลำบากด้วย อยากจะเอาตัวเองให้รอดก่อน”
“โถ พ่อคุณ”
ป้าสมบุญกล่าวอย่างตื้นตันในอก รู้สึกสงสารชายหนุ่มผู้นี้จนจับใจ รู้ดีว่าต้นกำเนิดมีผลต่อความรู้สึกตอนโตของชายหนุ่มอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว
“แล้วนี่ป้ามีอะไรให้ผมทานบ้างไหมครับ คิดถึงฝีมือการทำอาหารของป้าจะแย่”
ทยาวัตร์ฝืนท่าทางของตัวเองให้ดูร่าเริงขึ้น กลบเกลื่อนรอยร้าวลึกในใจที่เกิดขึ้นทุกครั้งเวลาที่ถูกมองมาด้วยแววตาแสดงวามเห็นใจ ซึ่งหากใครเคยถูกมองด้วยสายตาอย่างนี้บ่อยๆก็จะเข้าใจดีว่ามันเป็ความรู้สึกที่ขมขื่นอยู่ไม่น้อย
“นี่คุณทยายังไม่ได้ทานอะไรมาหรือคะ”
“ทานของว่างบนเครื่องบินตอนหลายชั่วโมงมาแล้วครับแต่พอลงจากเครื่องบินก็ตรงมาที่นี่เลย ไม่ได้แวะทานอะไรที่ไหน”
“ตายจริง งั้นรอเดี๋ยวนะคะ เดี๋ยวป้าจะจัดการให้ คุณทยาชอบทานไข่เจียวหมูสับใช่ไหมคะ ป้าจำได้”
ว่าแล้วหญิงชราก็รีบเดินกลับไปในครัวโดยมีร่างสูงของชายหนุ่มเดินตามไปติดๆแล้วอีกจากนั้นไม่นานนัก เขาก็ได้ไข่เจียวหมูสับมาทานกับข้าวสวยร้อนๆแถมด้วยแกงจืดผักกาดขาวใส่ลูกชิ้นปลาอีกชามมานั่งทานอย่างอเร็ดอร่อย มันคือความสุขเล็กๆเหมือนที่เขาเคยััได้เมื่อวัยเด็ก