บทที่ 4 ออกไปเดี๋ยวนี้?
เซียวหลิงอวิ๋นยกเท้าขึ้นอย่างเชื่องช้าสายตาเย็นเยียบกวาดมองไปยังเหล่าสาวใช้ที่กำลังหดคอด้วยความหวาดกลัวใบหน้าซีดเผือด ก่อนกล่าวเสียงเย็น
“พวกเ้าทั้งหมด พานางไปโยนทิ้งไว้ที่เรือนของซ่างกวนหลิวหากกล้าย่างกรายเข้ามาในเรือนข้าอีกแม้แต่ก้าวเดียว ก็รับผลลัพธ์ด้วยตัวเอง!”
เหล่าสาวใช้ตัวสั่นเทารีบช่วยกันลากซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ออกไป
ซ่างกวนหมัวมัวผู้นี้มีพลังระดับหลอมปราณขั้นสามแต่กลับถูกสตรีไร้พลังเล่นงานเสียย่อยยับ พวกนางแทบไม่เชื่อสายตา
หนึ่งในนั้นถึงกับรีบวิ่งไปแจ้งข่าวกับซ่างกวนหลิว
ทางด้านซ่างกวนหลิวยามที่อยู่ในศาลบรรพบุรุษ เมื่อได้ยินถ้อยคำของเซียวหลิงอวิ๋นสีหน้าก็บิดเบี้ยวบูดบึ้ง อยากจะฉีกอีกฝ่ายออกเป็ชิ้นๆ เสียตรงนั้นหากไม่ติดว่านางเป็ห่วงเซียวเย่ว์หยาละก็นางคงสั่งสอนเซียวหลิงอวิ๋นให้รู้สำนึกไปนานแล้ว ทว่าตอนนี้นางต้องรีบมุ่งหน้าไปยังเรือนของเย่ว์หยาเสียก่อน
เมื่อเทียบกับเรือนเก่าทรุดโทรมของเซียวหลิงอวิ๋นเรือนของเย่ว์หยากลับงดงามหรูหราไร้ที่ติ แม้แต่ฝุ่นสักเม็ดยังหาไม่พบรอบด้านล้วนตกแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยของล้ำค่า
เมื่อซ่างกวนหลิวเดินเข้าห้องนอนของเซียวเย่ว์หยานางก็ตื่นพอดี หลีเทียนเหยียนนั่งอยู่ข้างเตียง กุมมือนางไว้แน่นดวงตาเต็มไปด้วยความปลื้มปีติ สายตายามมองเย่ว์หยาอ่อนโยนอย่างหาที่เปรียบไม่ได้
นักหลอมโอสถที่สกุลเซียวบ่มเพาะไว้ตรวจชีพจรเสร็จและจากไปนานแล้ว
“เย่ว์หยา? เ้าไม่เป็อะไรใช่หรือไม่”
ซ่างกวนหลิวเอ่ยถามด้วยความกังวลทว่าเซียวเย่ว์หยาไม่ได้สนใจนางเอาแต่ก้มหน้าหลบสายตาหลีเทียนเหยียนด้วยท่าทีเขินอาย สองแก้มแดงระเรื่อ
ท่าทางเช่นนี้ยิ่งทำให้ซ่างกวนหลิวรู้สึกประหลาดใจนางรีบเร่งถามด้วยความร้อนใจ
“ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่ รีบบอกข้ามา!”
หลีเทียนเหยียนจะปล่อยให้นางพูดกับเซียวเย่ว์หยาด้วยน้ำเสียงเช่นนั้นได้อย่างไรเขาลุกขึ้นคำนับซ่างกวนหลิว กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
“น้องเย่ว์หยา กำลังตั้งครรภ์บุตรของข้าข้าจึงตั้งใจจะหาฤกษ์แต่งกับนางโดยเร็วที่สุด”
“จริงหรือ เย่ว์หยาตั้งครรภ์แล้วหรือ!”
สีหน้าของซ่างกวนหลิวฉายชัดด้วยความยินดีนางเห็นภาพตนเองเมื่อครั้งยังเยาว์สะท้อนอยู่ในบุตรสาว ใช้บุตรผูกใจชายนี่แหละยอดแผนการ และองค์ชายสามยังกล่าวด้วยตนเองว่าจะรับเย่ว์หยาเป็ชายาเช่นนี้ก็เป็โชคสองชั้นโดยแท้...
เดี๋ยวก่อน!
พอคิดถึงเื่โชคสองชั้นซ่างกวนหลิวก็พลันนึกถึงถ้อยคำสุดท้ายของเซียวหลิงอวิ๋น
โชคสองชั้น? เืตกยางออก? หมดวาสนากับตำแหน่งรัชทายาท?
หรือว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะรู้ศาสตร์ทำนายฟ้า?
ไม่!เป็ไปไม่ได้ นั่นต้องเป็คำพูดเพ้อเจ้อของเซียวหลิงอวิ๋นแน่
องค์ชายสามคือผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุดที่จะเป็รัชทายาทนางจะปล่อยให้เซียวหลิงอวิ๋นมาทำให้ตนไขว้เขวไม่ได้
เมื่อพูดถึงเื่หมั้นหมายซ่างกวนหลิวก็ขมวดคิ้วพลางกล่าวว่า
“ทว่าองค์ชายสามยังมีพันธะหมั้นหมายกับเซียวหลิงอวิ๋นอยู่ เช่นนี้เย่ว์หยาต้องเป็อนุข้าไม่มีวันยอมรับได้”
ใบหน้างามของเซียวเย่ว์หยาฉายแววหม่นเศร้าดวงตาแดงก่ำราวจะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ นางกล่าวเสียงสั่นพลางมองหลีเทียนเหยียนอย่างเว้าวอน
“พี่เทียนเหยียน ข้าไม่อยากให้ลูกของเราเกิดมาต่ำต้อยกว่าผู้อื่นหากเป็เช่นนั้น เย่ว์หยายอมไม่แต่งจะดีกว่า”
หลีเทียนเหยียนเห็นดังนั้นก็กอดปลอบทันทีเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เ้าไม่ต้องห่วง เื่นี้ข้าคิดทางออกไว้แล้ว”
ดวงตาของซ่างกวนหลิวและเซียวเย่ว์หยาเปล่งประกายทันใด
“ทางไหนกัน”
หลีเทียนเหยียนเผยรอยยิ้มแฝงความเ้าเล่ห์
“หึ เ้าลืมหลีเย่หานท่านอาอ๋องเก้าของข้าไปแล้วหรือหากข้าขอเสด็จพ่อให้ประทานเซียวหลิงอวิ๋นให้แก่หลีเย่หานเ้าคิดว่าเซียวหลิงอวิ๋นจะมีจุดจบเช่นไร”
แน่นอนว่าต้องเลวร้าย!
หลายปีมานี้หญิงใดที่มีสัญญาหมั้นหมายกับหลีเย่หาน ต่างไม่ได้พบจุดจบดีเลยสักคนแผนนี้ช่างยอดเยี่ยมยิ่ง
ทว่า...
“แต่นางยังมีหมั้นหมายกับท่าน ฮ่องเต้จะยอมประทานนางให้แก่อ๋องเก้าหรือ”
รอยยิ้มของหลีเทียนเหยียนยิ่งลึกขึ้น
“แน่นอน! ลืมไปแล้วหรือ อีกไม่กี่วันจะถึงวันพิธีขอพร พวกผู้สื่อิญญาจะเดินทางมาร่วมด้วยตนเองศาสตร์ทำนายฟ้าของพวกเขาแม่นยำเป็ที่สุด หากในวันนั้นผู้สื่อิญญากล่าวว่าจำเป็ต้องประทานเซียวหลิงอวิ๋นให้แก่หลีเย่หานเพื่อให้แคว้นฮั่วหลีร่มเย็นเป็สุข เช่นนั้นแล้ว ใครจะกล้าคัดค้าน?”
แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าคัดค้าน!
ซ่างกวนหลิวกับเซียวเย่ว์หยาต่างก็ยิ้มกว้างจนแทบกลั้นไม่อยู่
องค์ชายสามช่างน่าเกรงขามเสียจริงถึงขั้นดึงผู้สื่อิญญามาเข้าพวกได้เช่นนี้ตำแหน่งรัชทายาทก็ไม่มีใครเหมาะสมเท่าเขาอีกแล้ว
ซ่างกวนหลิวแน่ใจทันทีว่าคำพูดของเซียวหลิงอวิ๋นเมื่อครู่นั้นเป็เพียงการเพ้อเจ้อข่มขู่เท่านั้น
เมื่อคิดว่าอีกไม่นานเซียวหลิงอวิ๋นก็จะสิ้นใจโดยไม่ต้องเปลืองแรงพวกนางซ่างกวนหลิวก็สุขใจยิ่งนักถึงขนาดที่ว่าเมื่อซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ก็ถูกหามกลับมาอย่างน่าอับอาย ซ่างกวนหลิวแม้จะโกรธจนใบหน้ามืดดำแต่กลับไม่ได้ออกคำสั่งลงโทษใดๆ อย่างที่เคยทำ
นางเพียงสั่งให้บ่าวไพร่ในเรือนไม่ต้องใส่ใจเซียวหลิงอวิ๋นอีกต่อไปทำเอาบ่าวเ่าั้ใจนพูดไม่ออก
เซียวหลิงอวิ๋นหาได้ล่วงรู้ถึงแผนร้ายของซ่างกวนหลิวและพวกไม่
เมื่อเดินเข้าห้องนางก็ต้องชะงักไปทันทีเมื่อเห็นโต๊ะเก้าอี้ที่ขาไม่สมประกอบและบนเตียงก็มีเพียงผ้าห่มขึ้นราที่ไม่รู้ใช้มากี่ปีแล้ว ใบหน้าของนางพลันมืดครึ้ม
ตลอดหลายปีที่ผ่านมาซ่างกวนหลิวไม่เพียงปล่อยให้ข้ารับใช้ข่มแกล้งเซียวหลิงอวิ๋นซ้ำยังยักยอกเงินเบี้ยเลี้ยงของนาง แย่งชิงสินเดิมที่มารดาทิ้งไว้ให้ไปจนเกลี้ยง
เรือนที่นางอยู่หลังคารั่วหน้าต่างพัง ลมพัดมาก็หนาวฝนตกมาก็เปียกเสื้อผ้าที่ใส่ก็เป็เพียงผ้ากระสอบเก่าที่แม้แต่บ่าวรับใช้ยังไม่อยากใส่การบีบคั้นเช่นนี้เกินกว่าคำว่าโเี้จะพรรณนาได้
หากป่วยก็ต้องทนเอาเองไม่มีแม้แต่ยาสักห่อ สิวฝ้าที่ขึ้นเต็มหน้า ส่วนหนึ่งมาจากพิษในร่างอีกส่วนก็มาจากสภาพแวดล้อมที่สกปรกจนเกิดเชื้อรา
เ้าของร่างอายุสิบเจ็ดปีแล้วแต่รูปร่างกลับผอมบางเหมือนต้นถั่วที่ไม่เจริญเติบโตล้วนเป็ผลจากการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง
ร่างกายเต็มไปด้วยาแทั้งภายนอกภายในนางจะตายเพราะถูกโบยด้วยกฎประจำตระกูลนั้นนับว่าไม่แปลกเลย
แม้ตอนนี้นางจะฟื้นคืนมาใหม่มีจิติญญาที่แข็งแกร่ง แต่หากไม่รีบบำรุงรักษาร่างกายนี้คาดว่าอยู่ต่อไปอีกไม่ถึงเดือนก็คงสิ้นชีพอีกหนแน่
ซ่างกวนหลิวกล้ารังแกเซียวหลิงอวิ๋นถึงเพียงนี้ก็เพราะนางขี้ขลาดไม่กล้าออกนอกจวนแต่ภายนอกกลับเต็มไปด้วยข่าวลือเสียหายมากมายว่า เซียวหลิงอวิ๋นเอาแต่ใจกิริยาหยาบคาย อัปลักษณ์น่าเกลียด ชอบรังแกแม่เลี้ยงอิจฉาริษยาเซียวเย่ว์หยาที่รูปงามกว่า และอื่นๆ อีกมากมาย
ยิ่งไปกว่านั้นั้แ่ยังเยาว์ก็ตรวจพบว่าเ้าของร่างนี้ไร้รากิญญาเป็คนไร้ค่าในโลกนี้โดยสิ้นเชิง ต่อให้นางไม่เคยก้าวเท้าออกนอกจวนแต่ชื่อเสียงที่เลวร้ายก็แพร่สะพัดไปทั่วอยู่ดี
ในทางกลับกันซ่างกวนหลิวกับเซียวเย่ว์หยากลับได้รับการสรรเสริญว่าเป็แม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างมารดาผู้เปี่ยมเมตตาหายากดุจดั่งสั่งสมบุญวาสนามาเป็ร้อยปี
เซียวหลิงอวิ๋นนอนฟุบอยู่บนเตียงที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอับของเชื้อราหลังจากเรียบเรียงความทรงจำของเ้าของร่างเสร็จสิ้น นางก็ทำได้เพียงหัวเราะเยาะซ่างกวนหลิว
นางมาอยู่ในร่างนี้แล้วก็ย่อมต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของเ้าของร่างมิฉะนั้นวิบากกรรมย่อมมาเยือน
ตอนนี้พลังฝึกตนของนางยังไม่ฟื้นคืนแต่เมื่อใดที่พลังฟื้นคืนแล้ว นางสาบานว่าจะจัดการซ่างกวนหลิวและพวกให้สาสมอย่างแน่นอน
ในความทรงจำของเ้าของร่างสิ่งเดียวที่ทำให้เซียวหลิงอวิ๋นโล่งใจก็คือ ที่แคว้นฮั่วหลีแห่งนี้ผู้คนให้ความเคารพนับถือปรมาจารย์ฮวงจุ้ยเป็อย่างยิ่ง ไม่เพียงมีฐานะสูงส่งหากยังเป็บุคคลที่ยากจะพานพบ
ที่นี่นางจะต้องเฉิดฉายได้แน่นอน!นางจะต้องฟื้นฟูชื่อเสียงและปีนขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดของเมืองฮั่วหลีให้ได้!
แต่ก่อนอื่นเป้าหมายหลักคือต้องหาเงินมาซื้อของสำหรับฟื้นฟูร่างกายให้แข็งแรง
เงินเบี้ยเลี้ยงแต่ละเดือนของเ้าของร่างมีเพียงหนึ่งเหรียญเท่านั้นซ้ำยังถูกซ่างกวนชุ่ยเอ๋อร์ปล้นไปจนหมดเวลาจะกินก็ได้แต่อาศัยเศษอาหารของพวกบ่าวรับใช้
เซียวหลิงอวิ๋นค่อยๆโคจรเคล็ดวิชาชาติก่อน โดยอาศัยไอม่วงเล็กน้อยที่ดูดซับมาจากหลีเย่หานเมื่อวันก่อนเพ่งสมาธิไปรักษาาแที่หลังจนเผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อลืมตาอีกครั้งก็เป็่สายของวันถัดมาแล้ว
ตลอด่เวลานั้นไม่มีใครส่งข้าวส่งน้ำมาให้เลย หากเ้าของร่างคนเก่าตายไปคงไม่มีผู้ใดล่วงรู้
เซียวหลิงอวิ๋นรู้ดีอยู่แล้วว่าสถานการณ์เป็เช่นนี้เมื่อนางลุกขึ้นแล้วพบว่านางไม่เจ็บหลังแล้วจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเสียดายไอม่วงที่ต้องสิ้นเปลืองไปกับการรักษาแผลเหล่านี้
ทันใดนั้นท้องก็ร้องด้วยความหิวนางเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็วแล้วมุ่งหน้าไปยังห้องครัวใหญ่ของจวนสกุลเซียวทันที
เพียงย่างเท้าเข้าใกล้ก็ได้กลิ่นหอมของอาหารหลากหลายชนิดลอยมาแตะจมูก
เซียวหลิงอวิ๋นลูบท้องที่ร้องจ๊อกๆพลางเดินเข้าไปภายในดวงตาสว่างวาบเมื่อเห็นน้ำแกงรังนกเืิญญาและเนื้อวัวิญญาที่จัดวางเรียงรายบนโต๊ะ
แต่แล้วเมื่อเหล่าพ่อครัวแม่ครัวในครัวหันมาเห็นนางก็พากันขมวดคิ้วสีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เอ่ยขึ้นอย่างไร้ความยำเกรง
“คุณหนูใหญ่ ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่ท่านจะเข้ามาได้ รีบออกไปเดี๋ยวนี้!”