องครักษ์หนิงปวดศีรษะเหลือเกิน ท่านอ๋องสั่งให้ไปสังหารใครยังจะง่ายเสียกว่าที่ให้ตามหาคนและพิณเฟิ่งถง นี่ก็ผ่านมาสามอาทิตย์แล้ว จวนเจียนจะถึงเวลานัดที่ท่านอ๋องมอบให้ ยังไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่างแม้เครือข่ายสายสืบทั่วทั้งแคว้นที่วางเอาไว้จะดีแค่ไหน แต่ก็ยังไม่ได้เรื่อง! สงสัยเรื่องนี้ต้องพึ่งโอวหยางไป๋! องครักษ์หนิงนึกถึงบุรุษผู้นี้แล้วหน้าดำเป็นก้นหม้อ แต่ก็ยังไปที่จวนเสนาบดีฝ่ายซ้าย แม้ในจวนจะมียอดฝีมือป้องกันแน่นหนาอย่างไร ระดับเขาแล้วผ่านไปได้อย่างง่ายดายบุรุษหนุ่มที่สวมชุดยาวผ้าไหมสีดำผู้หนึ่งกำลังยืนชมจันทร์ในสวนท่วงท่าสบายๆ ใบหน้าคมคายแหงนขึ้นสู่ท้องฟ้า มือหนึ่งถือกาสุรา อีกมือถือจอก การปรากฏตัวแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยขององครักษ์หนิงไม่ทำให้เขาตกใจหรือกลัวแม้แต่น้อย“ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย...”“ประตูมี...ไยต้องมาพบข้าแบบผิดปกติด้วยเล่า”โอวหยางไป๋เผยรอยยิ้มตรงมุมปาก แววตาแพรวพราวสุกสกาวดุจดวงดารา ในรอยยิ้มนั้นมองเห็นถึงความเจ้าเล่ห์และเจ้าแผนการ จึงไม่ค่อยมีใครกล้าตอแยกับบุรุษผู้นี้นัก แม้แต่จินเยี่ยหยางก็ตาม“ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะขอให้ท่านช่วย” องครักษ์หนิงประสานมือเป็นหมัดทำความเคารพ“ช่วยอะไร” โอวหยางไป๋ผินใบหน้ากลับมามองผู้ที่มาหาในยามค่ำคืนดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้“ท่านทราบหรือไม่ว่า...ตอนนี้พิณเฟิ่งถงอยู่ที่ไหน”“อ้าว...ข้าได้ยินมาว่าจินอ๋องทรงได้พิณตงถงไปแล้วนี่ ไยต้องการพิณเฟิ่งถงอีก”โอวหยางไป๋หูไวตาไวยิ่งนัก บุรุษผู้นี้รุ่นราวคราวเดียวกับจินเยี่ยหยาง เป็นที่หมายปองของบรรดาคุณหนูสกุลใหญ่ต่างๆ อยู่เช่นกัน อีกทั้งยังเป็นโสด ยังไม่มีฮูหยินเอกและอนุภรรยาเลยสักคน“พิณตงถงตัวนั้นมีเจ้าของใหม่แล้ว ท่านอ๋องทรงไม่ปรารถนาที่จะให้ใครแตะต้องอีก” องครักษ์หนิงกล่าวตามความจริง กับบุรุษผู้นี้...ปิดบังอะไรไม่ได้หรอก“ถ้าอย่างนั้น...ที่ข้าได้ยินมาก็เป็นความจริง” โอวหยางไป๋แย้มยิ้มขึ้นอีกนิดก่อนที่จะเยื้องกรายไปยังศาลาและนั่งลงพร้อมๆ กับวางกาสุรากับจอกสุราองครักษ์หนิงยังไม่ทันพูดตอบ เสนาบดีฝ่ายซ้ายก็พูดขึ้นมาอีกสุ้มเสียงเจือแววหัวเราะ และผายมือมาทางด้านหน้าเพื่อเชิญอีกฝ่ายนั่งคุย“ท่านอ๋องกำลังสนพระทัยในตัวสตรี ช่างน่าสนใจนัก และสตรีนางนี้องค์ชายสามก็สนพระทัยเช่นกัน ข้าอยากพบปะนางขึ้นมาด้วยคนเสียแล้ว ฮา...ฮา...”เพราะอย่างนี้ไง องครักษ์หนิงถึงได้มีสีหน้าดำเป็นก้นหม้อก่อนที่จะเข้ามาหา หลังจากฟังเสียงหัวเราะจึงเอ่ยเตือนออกไป และไม่ได้นั่งลงตามคำเชื้อเชิญ“ข้าน้อยมาขอให้ท่านช่วยเรื่องพิณเฟิ่งถง ท่านรู้หรือไม่ว่าตอนนี้อยู่กับผู้ใด”“ข้าไม่รู้หรอกว่าพิณเฟิ่งถงตอนนี้อยู่กับผู้ใด แต่มีที่หนึ่งที่เจ้าควรจะไปถามหานะ” โอวหยางไป๋เทสุราใส่จอกให้ตัวเองอย่างรื่นเริง“ที่ใด...ช่วยบอกข้าน้อยด้วยเถิด” ผู้มาขอความช่วยเหลือประสานหมัดทำความเคารพ“หอสุรากุ้ยฮวา”“อ่า...ข้าน้อยลืมเรื่องนี้ไปได้อย่างไร” องครักษ์ป้ายทองขั้นหนึ่งต่อว่าตัวเองขึ้นมาทันใด ถ้าฉุกใจคิดได้แต่แรกก็คงไม่มาถึงที่นี่หรอก“แหมๆ บางทีเจ้าก็สมองทึ่มนะ” โอวหยางไป๋ได้ทีก็พูดแซ็ว“นี่ท่าน!” องครักษ์หนิงหน้าดำเป็นก้นหม้ออีกแล้ว“องครักษ์หนิง ข้าชอบเจ้านะ”“ข้าน้อยไม่ใช่ต้วนซิ่ว!’“แต่ข้าใช่”“ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย! ได้โปรดอย่าล้อเล่น”“เฮ้อ...เจ้าไม่เชื่อข้า ข้าจะทำอย่างไรดี เจ้าเห็นไหมว่า...ข้ายังไม่มีฮูหยินหรืออนุภรรยาเลยสักคน” โอวหยางไป๋ตัดพ้อต่อว่าหน้าเศร้า แต่มุมปากยังแต้มยิ้มรื่นเริง พร้อมกันนั้นก็หยิบกาสุราเทสุรารสเลิศใส่จอกให้กับตัวเอง“ขอบคุณสำหรับข้อมูล ข้าน้อยขอตัว” องครักษ์หนิงประสานหมัดคารวะแล้วเตรียมหนี“เดี๋ยวสิ!” โอวหยางไป๋รั้งเอาไว้ก่อน“มีอะไรขอรับ”“เฮ้อ...ข้าจะให้ข้อมูลเจ้าเพิ่มสักหน่อย เจ้าทึ่ม!”เจ้าทึ่มเริ่มมีสีหน้าอยากจะฆ่าคนขึ้นมาเสียแล้ว ถ้าพุ่งเข้าใส่ คาดว่ามีโอกาสชนะถึงหกส่วน แต่ไม่ลงมือ เพราะลงมือไม่ได้โอวหยางไป๋มีวรยุทธแต่สู้องครักษ์หนิงไม่ได้ ทว่าฐานะของเขาสูงกว่า เป็นถึงเสนาบดีฝ่ายซ้าย และเป็นสหายสนิทของจินอ๋อง รู้จักจินเยี่ยหยางตั้งแต่เยาว์วัย ต่างเป็นเสาหลักค้ำจุนแคว้นจ้าว และเป็นที่ต้านลมพายุให้กับจินเยี่ยถง ใครคิดที่จะแย่งชิงบัลลังก์จากองค์ฮ่องเต้ก่อนเวลาอันควร ต้องดูก่อนว่าจะผ่านพวกเขาไปได้ไหม“เจ้าตามหาคุณหนูใหญ่สกุลจาง แต่ก็ยังไม่เจอนางสักที เจ้ารู้ไหมว่าเพราะเหตุใด” โอวหยางไป๋ถามกลับท่วงท่าเอื่อยเฉื่อย“เพราะเหตุใด” องครักษ์หนิงฟังแล้วมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันใด“เพราะเจ้าทึ่มไง ฮา...ฮา...”“ท่านเสนาบดีฝ่ายซ้าย...” ผู้ที่ถูกหัวเราะเยาะหรี่ตาลงโดยพลัน“เอาละๆ ข้าจะเลิกแหย่เจ้าแล้ว เพราะเจ้ามัวแต่ตามหาคนจากสกุลใหญ่ๆ ปลาซิวปลาสร้อยเจ้าก็ต้องดักเอาไว้!” โอวหยางไป๋ยกจอกสุราขึ้นดื่ม แววตาคมกริบขึ้นมาวูบหนึ่ง ถ้าต้องหาก็ต้องหาให้ละเอียด“นางไม่ต้องการพิณตงถง!” องครักษ์หนิงเอ่ยอย่างคับข้องใจ ยามนี้รู้สึกผิดเต็มประตู ความคิดของเขาช่างตื้นเขินเหลือเกินที่มัวแต่มองหาคุณหนูจางสกุลใหญ่ๆ เท่านั้น“เป็นสตรีที่แปลกดี มิน่า...จินอ๋องกับองค์ชายสามถึงได้สนพระทัย”“นางปฏิเสธพิณตงถงที่มีค่าถึงหมื่นตำลึงทอง ข้าน้อยจึงคิดว่านางมาจากสกุลใหญ่”“ความคิดของเจ้าไม่ผิดหรอก แต่คับแคบจนเกินไป คุณหนูสกุลใหญ่บางคนพอได้ยินว่าเป็นพิณตงถงที่มีค่าถึงหมื่นตำลึงทองก็ยังต้องตาโต สิ่งนี้เรียกว่าความโลภของคน”“ข้าน้อยเข้าใจที่ท่านพูด” องครักษ์หนิงก้มหน้าก้มตายอมรับผิด“นางช่างน่าสนใจจริงๆ ข้าอยากเจอนางตัวเป็นๆ เสียแล้ว” โอวหยางไป๋ยิ้มพรายขึ้นมา ดวงหน้าน่ามองยิ่งนัก ในเมืองหลวงมีสตรีเช่นนี้ด้วยหรือ สตรีที่ทำให้จินอ๋องและองค์ชายสามหัวหมุน“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ” องครักษ์หนิงประสานหมัดทำความเคารพอีกครั้ง“อืม...”“ข้าน้อยขอตัวลา”“ข้าชอบเจ้านะ”“ท่าน...ท่านไม่พูด! ก็ไม่มีใครว่า”องครักษ์หนิงแยกเขี้ยวก่อนจากไป พลันก็มีเสียงหัวเราะรื่นเริงตามหลังให้รู้สึกรำคาญใจยิ่งนัก“ฮา...ฮา...ฮา...”
หลงจู๊แห่งหอสุรากุ้ยฮวาเงยหน้าขึ้น นึกอยู่แล้วว่าต้องมีวันนี้ วันที่คนของจินอ๋องมาหาเขา เพราะได้ข่าวมานานแล้วว่าตำหนักจินอ๋องกำลังตามหาของสองสิ่งอยู่ ผู้เฒ่าฉีกยิ้มต้อนรับองครักษ์หนิง พลันผายมือหนึ่งออกต้อนรับผู้มาเยือนให้ขึ้นไปยังชั้นสามด้วยกัน“เชิญที่ชั้นสาม ห้องหมายเลขหนึ่ง”ผู้ที่จะเข้าไปในห้องนี้ได้มักเป็นผู้ที่มาทำการค้ากับหอสุรากุ้ยฮวา ทั้งซื้อและขาย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของชนิดใดก็ตาม รวมทั้งข่าวสารที่สำคัญด้วยองครักษ์หนิงถือกระบี่เดินตามหลงจู๊เข้าไปในห้องหมายเลขหนึ่ง สีหน้ายามนี้เคร่งเครียดนัก เพราะที่นี่เป็นความหวังสุดท้ายที่จะทำงานหนึ่งให้สำเร็จลุล่วงไปก่อนผู้เฒ่ารินน้ำชาต้อนรับบุรุษหนุ่มให้ด้วยตัวเอง จากนั้นก็นั่งลงฝั่งตรงข้ามและเอ่ยถามอย่างยิ้มๆ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายกำลังมองหาอะไร“ข้าต้องการพิณเฟิ่งถง!” องครักษ์หนิงเอ่ยขึ้น ไม่แม้แต่จะจิบน้ำชาให้ชุ่มคอก่อนด้วยซ้ำ เพราะมีเวลาให้หาพิณเฟิ่งถงไม่มากแล้ว“พิณเฟิ่งถง?” หลงจู๊แสร้งทำเป็นได้ยินเรื่องนี้ครั้งแรก“ใช่แล้ว ท่านหาให้ข้าได้หรือไม่ เท่าไรข้าก็ยอมจ่าย”“อ่า...ท่านรีบร้อนหรือไม่”“รีบ! หนึ่งอาทิตย์ ท่านหาให้ข้าได้หรือไม่...ภายในหนึ่งอาทิตย์” องครักษ์หนิงฝากความหวังเอาไว้กับหอสุรากุ้ยฮวาแล้ว “ข้าวางมัดจำเอาไว้ก่อนเลย...ห้าพันตำลึงทอง!”“อย่าเพิ่ง! อย่าเพิ่ง!” หลงจู๊รีบผลักถุงเงินที่อยู่บนโต๊ะกลับคืน และปรามอีกฝ่ายว่าอย่าใจร้อน ทุกงานมันต้องใช้เวลา “อีกสามวันท่านค่อยกลับมาหาข้า พบพิณเฟิ่งถงหรือไม่...ข้ารับรองไม่ได้”“ข้าเข้าใจ” องครักษ์หนิงมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยวูบหนึ่ง จากนั้นก็ดึงถุงเงินกลับและยืนขึ้น ก่อนจะจากไป เขาเอ่ยกับหลงจู๊อีกครั้ง “หวังว่าท่านจะหาพบ”หลงจู๊ยิ้มรับลูกค้า หาพบหรือไม่นั้น...แท้จริงพบแล้ว เพราะมันอยู่กับจางหานเฟิ่งมานานถึงสามปีแล้ว