ณ หมู่บ้านที่ยังไม่มีความเจริญทางด้านวัฒนธรรม ยังมีบ้านหลังหนึ่งที่ถูกแยกออกไปอยู่บนเขสลูกลูกหนึ่งไว้ไกลจากหมู่บ้าน เป็วิธีการทำให้คนในหมู่บ้านรู้สึกอุ่นใจในการมีชีวิตและมีความไว้วางใจในตัว เธอ “อ้ายฉิง” หญิงสาวผู้ที่มีใบหน้าสวยงามแต่กลับซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด ราวกับคนที่อดหลับอดนอนมาหลายคืนแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้ตอนที่อ้ายฉิงยังเป็เด็ก มีแม่กับยายคอยปกป้องอยู่เสมอแต่ตอนนี้ครอบครัวกลับถูกขับไล่ไปให้พ้นจากเมืองเล็กๆแห่งนี้เพราะเอาแต่สร้างปัญหาวันแล้ววันเล่า
ั้แ่ได้ย้ายมาอยู่บนูเา วันๆอ้ายฉิงได้แต่ปลูกผักทำสวนครัวในพื้นที่อันกว้างพ้นเนื่องขากไม่มีใครจับจองเป็เ้าของ อาจจะเป็เพราะบ้านหลังที่อาศัยอยู่นั้นอยู่ห่างออกไปจากหมู่บ้านมากจนไม่มีใครสามารถตามเข้ามาถึงในป่าแห่งนี้ได้
‘จิ๊บ จิ๊บ’เสียงนกไนติงเกลตัวหนึ่งส่งเสียงร้องอย่างเป็เอกลักษณ์มาแต่ไกลพ้นเธอจึงเงียบฟังอย่างตั้งใจ อ้ายฉิงจะรู้สึกดีใจทุกครั้งที่ได้ยินเสียงนกไนติงเกลตัวนี้ร้อง เหมือนดั่งว่ามันกำลังส่งเสียงร้องเพลงอะไรอย่างนั้น อ้ายฉิงที่นั่งอยู่บนโต๊ะไม้หน้าบ้านค่อยๆฉีกยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อเสียงนกนั้นบินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนมันบินลงมายืนบนโต๊ะที่เธอกำลังจะจัดดอกไม้สำหรับใสแจกันและแบ่งอีกส่วนไปเยี่ยมคุณยายที่ได้จากไปเมื่อไม่นานมานี้
“จิ๊บ เจอตัวแล้ว” เ้านกไนติงเกลตัวหนึ่งซึ่งมีลวดลายสีสันที่แตกต่างกันออกไปจากนกตัวอื่นๆที่เธอเคยเห็นมาได้มาหยุดอยู่ตรงหน้า อ้ายฉิงจึงได้แต่มองอึ้งกับความสวยของมันและมีอาการแปลกใจเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงนกตัวนี้พูดออกมาเป็คำศัพท์ของมนุษย์
“นะนะนี่เ้าพูดได้เหรอ” อ้ายฉิงรีบพูดตอบกลับไป มือบางพรางเลื่อนมาทาบอกเอาไว้
“มันแปลกตรงไหนที่ข้าพูดได้ ทีเ้าที่เป็สาวงามยังเป็ปีศาจได้เลย” เ้านกไนติงเกลตัวน้อยทำทีหยิ่งยะโส เป็เ้าคนนายคน “เชอะ เ้ามนุษย์ปีศาจ” ตอนนี้เ้านกน้อยนั้นค่อยๆแปลเปลี่ยนเป็ร่างมนุษย์ผู้หญิงที่มีรูปร่างและใบหน้าที่สวยงามเกินมนุษย์ทั่วไป และยังคงนั่งอยู่บนโต๊ะแล้ววางขามานั่งไขว้ขาไว้บนเก้าอี้
“จะเ้าเป็อะไรกันแน่” อ้ายฉิงได้แต่จ้องมองอย่างแปลกใจอีกครั้ง ไม่เพียงแต่รู้ว่าเธอนั้นเป็ร่างสของปีศาจแถมเ้านกไนติงเกลแสนสวยตัวนี้ยังแปลเปลี่ยนเป็ร่างมนุษย์อีกด้วย มันต้องเป็นกที่ไม่ธรรมดาเป็แน่
“ข้านะเหรอ ข้าชื่อเยี่ยยิ่ง ข้าก็เป็หัวหน้าของเหล่านกไนติงเกลยังไงละ ว่าแต่เ้าเถอะถือว่าสุดยอดมากสำหรับภาชนะร่างสิงของพระาาปีศาจผู้น่าเกรงขาม ที่ไม่ตายไปก่อนหน้านี้ ฮ้าฮาฮา ว่าแต่เ้าก็ถึงอายุสิบแปดปีบริบูรณ์แล้วสินะ ระวังไว้ละเ้าหนูผู้น่าสงสาร ไว้ท่านาาปีศาจยึดร่างเ้าได้เมื่อไหร่ข้าจะมารับท่านาาปีศาจไปเข้าพิธีสมรสเอง เ้ามนุษย์จงระวังอย่าทำอะไรท่านาาปีศาจละ ข้าไปละ” ร่างหญิงสาวสวยงามเมื่อครู่นี้แปลเปลี่ยนเป็นกไนติงเกลอีกครั้ง มันกางปีกสวยงามเตรียมโผบินแต่อ้ายฉิงที่เพิ่งได้สติรีบกุมนกเอาไว้ในอุ่งมืออย่างเบามือ
“ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิดท่านเยี่ยยิ่ง ข้าไม่อยากให้ร่างกายของข้าเป็ภาชนะข้าไม่อยากถูกมองว่าเป็ปีศาจ ข้ายังมีแม่ที่ยังต้องคอยดูแลอยู่ ได้โปรดให้ข้าได้เป็มนุษย์ธรรมดาเยี่ยงผู้อื่นเขาได้หรือไม่ท่านเยี่ยยิ่ง ขอละข้ายอมแลกกับทุกสิ่งที่ข้ามี” น้ำสีใสเริ่มขุ่นหมองเมื่อนึกถึงยามที่ตัวเธอกลายร่างเป็อสูรตัวใหญ่ั์มีเขางอกเงยบนหัวแถมยังมีปีกขนาดใหญ่ กรงเล็บที่ตปรบใครแล้วร่างนั้นฉีกขาดเหมือนดั่งมีดคมฟันจนร่างเละแทบมองไม่ได้ แถมยังกลืนกินร่างเหยื่อจนเหลือเพียงกระดูกเท่านั้น
“ขอโทษนะเ้ามนุษย์ผู้น่าสงสาร ข้าน่ะช่วยอะไรเ้าไม่ได้หรอกเพราะตลอดระยะเวลาหลายพันปีมานี้ก็มีร่างภาชนะเกิดมาอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ผู้ที่เป็ร่างภาชนะนั้นต้องเป็สาวบริสุทธิ์ทั้งกายใจแบบเ้ายังไงละ แถมให้เ้าอีกอย่างหนึ่งคือ เ้าเป็ร่างภาชนะที่อยู่ได้นานที่สุดแล้วนะ ร่างภาชนะที่ผ่านมาล้วยตายจากไปหมดั้แ่อายุยังไม่ถึงสิบแปดปีเนื่องจากว่าพวกนั้นมีแม่ที่ไม่ได้รักใคร่เหมือนเ้ายังไงละ” อ้ายฉิงนั่งนิ่งเงียบ ตั้งใจฟังเป็อย่างมาก
“ทำไมถึงเป็เช่นนั้นละ ในเมื่อร่างภาชนะนั้นเป็ลูกของพวกเขาแท้ๆทำไมไม่ช่วยให้ลูกของตัวเองมีชีวิตที่ยืนยาวล่ะ” ได้แต่นึกเศร้าภายในใจ รู้สึกว่าตัวเธอนั้นมีบุญมากเหลือเกินที่มีแม่และยายที่ไม่คิดจะรังเกียจ
“ั้แ่รู้ว่าลูกตัวเองเป็ปีศาจเ้าพวกนั้นก็ทำการเข่นฆ่าลูกตัวเองจนสิ้นใจตามที่ผู้คนในหมู่บ้านพูดกล่าว แถมจิตใจที่โเี้ยังเอาร่างภาชนะที่เป็ลูกตัวเองไปแขวนหัวประจานหน้าหมู่บ้านอีกด้วย โดยส่วนใหญ่ที่ข้าเคยพบเจอมาจะเป็เช่นนี้ แต่สำหรับเ้าข้าเองก็ช่วยอะไรได้ไม่มากนอกจากเตือนเ้าเอาไว้ว่าให้เ้าคอยระเวังตัวให้มากกว่านี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งเ้าและแม่ของเ้า ในเวลานี้ข้าต้องไปจากที่แห่งนี้แล้วมิเช่นนั้นผู้ที่หวังร้ายเ้าอาจตามกลิ่นของข้ามาก็เป็ได้”ร่างเยี่ยยิ่งในรูปนกโผบินขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศอย่างเบาหวิว ใช่แล้วตัวเธอเองก็อยากจะโผบินได้แบบนาง อยากปล่อยวางทุกสิ่งอย่างทิ้งเอาไว้ข้างหลัง แล้วพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าสีครามอันกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา
“ขอบคุณนะ สำหรับความห่วงใย ท่านเยี่ยยิ่ง” ร่างบางของอ้ายฉิงหันหลังเดินเข้าไปภายในบ้านหลังเก่าทรุดโทรม ในมือก็ถือดอกไม้สีขาวปนสีชมพูอ่อนไปใส่เอาไว้ในแจกันใบเก่าที่เริ่มมีรอยร้าว ข้าวของเครื่องใช้ภายในบ้านล้วนเก่าจวนใกล้พัง เพราะครอบครัวเธอไม่สามารถเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อหาของพวกนี้มาได้จึงต้องทำใจใช้ของที่ใกล้พังอยู่ทุกวัน
“ท่านแม่คะ เราไปเยี่ยมท่านยายกันเถอะค่ะ” เธอออกเสียงเรียกหาแม่ที่กำลังม่วนอยู่กับการทำข้าวปลาอาหารอยู่ ผิงอัน ที่ทำอะไรใกล้เสร็จแล้วจึงลุกขึ้นหยิบอะไรบางอย่าง ก่อนจะเดินมาที่อ้ายฉิง
“แม่เองก็เสร็จพอดีเลย งั้นเรารีบไปกันเลยดีกว่าช้ากว่านี้เดี๋ยวจะมืดค่ำเอา อ้ายฉิงอย่าลืมเอาเซียง (ธูป) ไปไหว้ท่านยายด้วยนะลูก” ผิงอันหันมาบอกอ้ายฉิงที่ยืนรออยู่ เมื่อได้รับหน้าที่หญิงสาวจึงรีบวิ่งไปเอาเซียงที่อยู่กับภาพวาดของยายที่เธอเป็คนลงมือวาด
“ได้มาแล้วค่ะท่านแม่ ไปกันเถอะ” ร่างทั้งสองจูงออกไปจากบ้านหลังเล็กที่ทรุดโทรม
เวลาผ่านไปไม่นานทั้งคู่ก็มาถึงยอดูเาแห่งหนึ่งที่มีเนินดินกองขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด ร่างผู้มาใหม่ทั้งสองมานั่งคุกเข่าอยู่หน้าเนินดิน นำข้าวปลาอาหารมาวางไว้แล้วจุดเซียงที่นำมาด้วย กล่าวคำเชิญให้แก่ิญญาของยายที่ล่วงลับไปแล้วให้มาทานข้าว ก่อนจะปักลงไปในดิน
“มา ทีนี้เราทั้งสองมานั่งทานข้าวด้วยกันเถอะ” ผิงอันกล่าว หันกลับมาจัดวางข้าวปลาอาหารที่เตรียมมาในส่วนของพวกนางออกมาทาน
“ท่านแม่ค่ะ เื่ของท่านพ่อ ลูกว่าเราน่าจะไปตามหาท่านพ่อนะคะ” อ้ายฉิงที่ยังไม่เคยได้เห็นหน้าพ่อของตัวเองได้พูดขึ้นมา
“แม่บอกเ้ากี่ครั้งแล้วว่าพ่อของเ้าไม่อยู่แล้ว พ่อเ้าจากไปแล้ว พอแค่นี้ก่อนเ้าก็รีบทานข้าวเถอะ” ผิงอันรีบเปลี่ยนเื่พูด คีบผักในถ้วยใส่ให้อ้ายฉิง รอยยิ้มที่ดูเหมือนจะฝืนยิ้มเล็กน้อยถูกส่งผ่านทางใบหน้าที่ดูซีดเซียวของผู้เป็แม่
“ท่านแม่คะ ท่านแม่ช่วยเล่าเื่ของพ่อให้อ้างฉิงฟังสักเล็กน้อยบ้างสิคะ ที่ผ่านมาแม่บอกแค่ว่าพ่อตายจากโลกนี้ไปแล้วแต่ไม่ยอมพูดเกี่ยวกับพ่อมากกว่านี้เลยสักครั้ง” อ้ายฉิงไม่ยอมละความพยายามซึ่งเธอเองก็รู้ดีว่าพ่อของเธอนั้นต้องไม่ใช่คนธรรมดาอย่างแน่นอน หลังๆมานี้รู้สึกว่าตัวเองมีพลังบางอย่างที่แปลกๆแต่นี่ก็ไม่เคยบอกท่านแม่เลย
“ทะท่านพ่อเ้าเหรอ แม่พบเจอกับท่านพ่อของเ้าที่ทะเลสาบแห่งหนึ่ง ที่ๆแม่ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต” ผิงอันวางถ้วยไว้ด้านข้างจ้องมองใบหน้าของอ้ายฉิงที่มีความคล้ายคลึงกับผู้เป็พ่ออย่างมากแล้วอดน้ำตาซึมไม่ได้
“แล้วท่านแม่เดินทางไปพบที่แห่งนั้นได้ยังไงละเ้าคะ”อ้ายฉิงไม่สนใจว่าอาหารที่ตัวเองกำลังทานอยู่เริ่มเย็นแล้วและไม่สนใจว่าจะทานต่ออีกเพราะเธออยากที่จะฟังผิงอันเล่าเื่มากกว่านี้
“แม่ได้ยินเสียงกระซิบว่าให้แม่ปิดตา พอแม่ทำตามที่บอกก็มีมือขนาดใหญ่มาจับกุมมือของแม่ด้วยความอ่อนโยน และมีกลิ่นดอกไม้ของนานาชนิด เขาพาแม่มาจนถึงทะเลสาบแห่งหนึ่ง พอเปิดตาจึงได้เห็นว่าสถานที่แห่งนั้นมันช่างสวยงามมากแห่งจนแม่มิอาจละสายตาไปมองทางอื่นได้เลย แต่พอได้ยินเสียงของชายข้างกายจึงหันไปมอง เขาท่านนั้นมีรูปกายที่งดงามดั่งเทพเทวดาจุติมาเกิด แววตาของเขาช่างอ่อนโยนกับแม่เหลือเกินจนแม่นั้นแทบขาดสติไปเลยทีเดียว” ผิงอันยิ้มออกมาด้วยความสุขเพียงเท่านี้ก็ทำให้อ้ายฉิงรู้แล้วว่าแม่ของตัวเองได้พบเจอกับเทวดาเข้าแล้ว
“ท่านพ่อใช่ไหมเ้าคะ” อ้ายฉิงฉีกยิ้มกว้าง ที่แท้พ่อของข้าก็เป็ถึงเทพนี่เองมิหน้าละหน้าของข้าถึงได้สวยปานนี้
“เปล่าหรอก” ทันทีที่ได้ยินอ้ายฉิงถึงกับหุบยิ้มเลยทีเดียว “พ่อของเ้าน่ะ จะเป็หลังจากนี้ต่างหาก หลังจากที่แม่คุยกับบุรุษท่านนั้นแม่ก็ไม่อยากกลับไปอีกเลย จึงคิดที่จะอยู่กับบุรุษท่านนั้นไปตลอดกาล แต่ไม่ทันได้เริ่มอะไรมากนักจู่ๆท้องฟ้าที่สวยงามก็มืดคลื้ม ทะเลสาบที่มีสีฟ้าสดใสกลับเปลี่ยนเป็สีเื ดอกไม้ที่เบ่งบานกลับเหี่ยวแห้งไปในชั่วพริบตา” ใบหน้าที่มีรอยยิ้มเมื่อครู่เริ่มแปลเปลี่ยนเป็เศร้าหมองจนอ้ายฉิงไม่อยากให้ผู้เป็แม่ฝืนเล่าต่อแต่ด้วยความอยากรู้อยากเห็นจึงทำอะไรเธอไม่ได้
………………………………………………………................
หว้าาาา ! จบแล้วสิ ^_^ อยากอ่านต่อใช่ไหมละคะ
ถ้าอยากอ่านต่ออย่าลืมคอมเม้นเพื่อเป็กำลังใจในการแต่งให้น้องซูซี่ด้วยนะค้าาาา แฮร่ๆ ซูซี่คือชื่อแมวตัวน้อยของดาวเองค่ะ มันน่ารักมากกกกกก บวกกับ ซนมากด้วย
ซูซี่ : เมี๊ยวๆ !!!! ช่วยส่งกำลังใจให้เมี๊ยวด้วยนะนุดๆ เมี๊ยววว