หลังจากความวุ่นวายในตอนเช้าผ่านไป ตอนนี้ทั้งสี่คนกำลังนั่งทานอาหารเช้าของรีสอร์ต โดยมีจันทร์ที่ไม่กล้ามองไปยังเด็กหนุ่มเพราะภาพเมื่อเช้ายังคงฝังอยู่ในสมองจนทำให้เธอหน้าแดงไม่หายเสียที
“ ไม่ยุติธรรมเลย เป็ผู้ชายแท้ๆทำไมถึงน่ารักได้ขนาดนั้น งึมงำๆ ” อาหารถูกใส่เข้าไปในปากพร้อมกับการพึมพำที่ทำให้หญิงสาวอีกคนยิ้มแห้งๆ ก่อนจะหันไปมองเด็กทั้งสองคนที่กินอาหารโดยไม่มีการพูดคุยกันเลยแม้แต่น้อย
เด็กสาวกินอย่างรวดเร็วราวกับหิวโหยมานาน ผิดกับเด็กหนุ่มที่ตักอาหารเข้าปากไปเรื่อยๆโดยไม่พูดอะไรราวกับคนเบื่ออาหาร แต่ปริมาณการกินของทั้งคู่กลับมากพอกันอย่างไม่น่าเชื่อ
“ ว่าแต่หนูชื่ออะไรเหรอจ๊ะ ” หลังจบมื้ออาหารที่เธอคิดว่าคงจะทำให้พ่อครัวร้องไห้(ตั๋วที่พักพร้อมอาหารฟรี) ในที่สุดเธอก็ได้ถามชื่อเด็กหญิงเสียที เมื่อคืนหลังจากกินข้าวต้มเสร็จ ร่างเล็กก็ผลอยหลับไปอีกรอบ เพิ่งมาตื่นอีกทีก็ตอนเช้านี้เอง
พอมองดูดีๆแล้วเด็กคนนี้ก็น่ารักมากเช่นกัน ผมสีฟ้ายาวถึง่ไหล่กับตาสีฟ้าใสราวกับท้องฟ้าน่าจ้องมอง หน้าตาทั้งน่ารักและสวยไปในตัวกับเรือนร่างที่ยังอยู่ในวัยเติบโต อีกไม่นานคงจะสวยพอๆกับพวกเธอหรือเหนือกว่าเลยทีเดียว
“ ไม่มี ” เด็กสาวส่ายหน้าช้าๆพร้อมกับพูดออกมาด้วยเสียงอันแ่เบา ทำให้ทางด้านของคนโตกว่าทั้งสองคนผงะไปอีกครั้งเมื่อได้ยินว่ามีคนที่ไม่มีชื่ออยู่หน้าตัวเอง
การพูดคุยที่เริ่มขึ้นหยุดชะงักลงเมื่อไม่มีใครต่อบทสนทนา ทั้งสี่คนกลับมาที่บ้านพัก หลังจากส่งเด็กทั้งสองคนกลับเข้าห้อง ทั้งสองก็เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเด็กทั้งสองคนทันที โดยมีเพียงจันทร์ที่โทรไปหาพี่ชายของตัวเองให้มาช่วยด้วย
“ หา? เด็กสองคน คนนึงไม่มีนามสกุล ส่วนอีกคนไม่มีชื่อ น้องสาวเอ๋ย รู้ตัวไหมเนี่ยว่าเื่นี้มันยุ่งยากขนาดไหน ” คิ้วของหญิงสาวกระตุกทันที เมื่อได้ยินคำพูดของพี่บังเกิดเกล้าของตน ทางเพื่อนของเธอก็ได้แต่ยิ้มออกมาอย่างจนใจ
“ หนูรู้ดีน่า แต่ช่วยคิดให้หน่อยว่าควรจะทำยังไงดี ทั้งคู่ยังเด็กอยู่เลยนะ ”
“ พูดน่ะง่ายนะน้องสาวเอ๋ย ถ้าจะให้เตรียมสถานสงเคราะห์ให้มันก็ได้อยู่หรอก แต่ไม่มีชื่อกับนามสกุลนี่ น้องคงรู้นะว่ามันหมายถึงอะไร ” คำพูดและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปนั้นทำให้เธอเปลี่ยนสีหน้าจากไม่สบอารมณ์มาเป็จริงจังทันที ส่วนเพื่อนของเธอก็มีสีหน้างุนงงขึ้นมาแทน
“ รู้ค่ะ ”
“ โอเค ส่งรูปของทั้งสองคนมา เดี๋ยวพี่จะลองหาข้อมูลให้ น่าจะได้วันที่น้องกลับมาพอดี ระหว่างนี้ให้ทั้งคู่ดูแลเด็กทั้งสองคนให้ทีละกันนะ อ๋อ ดาว พี่คิดถึงอาหารฝีมือน้องมาก รีบกลับมาเร็วๆนะ อาหารพี่สะใภ้เรานี่พี่เริ่มทนไม่ไหวจริงๆแล้ว แค่นี้แหละ ” เสียงจากปลายสายเงียบลงบ่งบอกว่าอีกฝ่ายตัดสายไปแล้ว
“ ตามที่ได้ยินนั่นแหละดาว คงต้องดูแลทั้งคู่ไปก่อนล่ะนะ ” เธอหันไปสรุปให้กับเพื่อนของเธอที่ยังคงงงกับบทสนทนาของพี่น้องคู่นี้อยู่
“ อืม แต่น่าสงสารพี่เขานะ ก็อาหารที่แฟนพี่เขาทำน่ะมัน ” พูดพลางนึกถึงสภาพอาหารที่พี่ของพวกเธอต้องทานแล้วมันก็อดสงสารไม่ได้จริงๆ
“ สมควรโดนบ้างแล้วล่ะ ไอ้พี่บ้านั่นน่ะ เสียดายที่ตั๋วพักมันได้แค่สามวันสองคืน น่าจะให้เจอซักอาทิตย์นึงด้วยซ้ำไป แต่ก่อนอื่นมาคิดชื่อให้น้องคนนั้นกันก่อนดีกว่าไหม ” แต่ทางด้านคนที่เพิ่งคุยกับพี่ของตนกลับรู้สึกสะใจเสียด้วยซ้ำไป ก่อนจะวกเข้าเื่สำคัญในตอนนี้ก่อน
“ อืม นั่นสินะ ”
ทางด้านของเด็กสองคนยังคงนิ่งเงียบโดยไม่พูดคุยกันแม้แต่น้อย และเป็ทางด้านของเด็กสาวที่หมดความอดทนก่อน
“ ไม่มีอะไรจะพูดแล้วรึไง ” เด็กสาวพูดขึ้นก่อนจะหันไปจ้องเด็กชายที่นั่งเหม่อลอยมองไปด้านนอก นั่นทำให้เขาหันกลับมามองเธอเช่นกัน
“ ไม่มี ” เด็กหนุ่มตอบสั้นๆ
“ ทำไมถึงต้องมาอยู่ใกล้ฉันด้วย ” เด็กสาวถามอีกครั้ง
“ เพื่อปกป้องเธอ ” คำตอบของเด็กหนุ่มยังคงสั้นเช่นเดิม
“ ฉันไม่้า ไปซะ ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย ” เด็กหนุ่มส่ายหน้าทันทีเมื่อได้ยินสิ่งที่เธอพูด
“ ไม่ได้ ลุงบอกให้ทำ ” ทันทีที่ได้ยินใบหน้าสวยของหญิงเผยอารมณ์โกรธออกมาพร้อมกับตะคอกใส่เด็กหนุ่ม
“ พอแล้ว!! อยากจะทำอะไรก็เชิญ ” เด็กหญิงล้มตัวลงนอนลงบนเตียง ทางด้านเด็กหนุ่มก็ได้แต่เหม่อลอยอยู่เช่นเดิม
่สายของวัน สองสาวพาเด็กมั้งสองออกมานั่งเรือเล่นที่กลางทะเลตามตารางของทางรีสอร์ต จริงๆสามารถตกปลาได้ด้วย แต่ด้วยนิสัยของเพื่อนเธอทำให้เพียงจันทร์ไม่คิดจะตกปลา ทางด้านเด็กสาวจ้องมองไปยังท้องทะเลเบื้องหน้าออกอาการสนใจเป็อย่างมาก ส่วนเด็กหนุ่มนั้นนั่งอยู่ที่กราบเรือและยังคงเหม่อลอยอยู่เช่นเดิม
“ นี่จ้ะ ” ดารายื่นกระดาษแผ่นนึงให้เด็กสาว เธอรับไปมองดูพลางทำหน้างง ทางด้านคนที่โตกว่าจึงรู้ว่าเธออ่านตัวหนังสือไม่ออก
“ ชื่อของหนูไง ” จันทร์เป็คนพูดแทนเพื่อนของเธอ เด็กสาวเผยสีหน้าใปนยินดีก่อนจะจ้องมองกระดาษแผ่นนั้นไม่วางตา ทำให้คนโตกว่าอดยิ้มไม่ได้
“ มันอ่านว่า นภาพร น่ะ ”
เด็กสาวอ่านชื่อของตนช้าๆซ้ำไปมาจนจำขึ้นใจ ก่อนจะยกมือไหว้ขอบคุณหญิงสาวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเป็ครั้งแรกั้แ่ตื่นขึ้นมา ทางด้านคนที่โตกว่าทั้งสองก็ได้แต่ยิ้มเมื่อเห็นท่าทางของเด็กสาว ส่วนเด็กหนุ่มเพียงหันมามองเล็กน้อยก่อนจะกลับไปเหม่อตามเดิม
เรือยังคงแล่นไปอย่างช้าๆ โดยที่มีบางอย่างใต้น้ำเริ่มไล่ตามมันมาอย่างเงียบเชียบโดยที่ไม่มีใครล่วงรู้