ตอนที่ ๒
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วไปหมด แก้วยืนมองนพที่ขนกระเป๋าลงมากองไว้หน้าบ้าน ดูแล้วเทอะทะเกินไปมากสำหรับคนจะเข้าเมืองไปหางานทำแต่เขาก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไร
นพไม่แม้แต่จะยอมให้เขาไปส่งที่ป้ายรถ บอกแค่ว่าเขาจะลำบากเดินทางเปล่าๆ ไม่นานเสียงมอเตอร์ไซต์สภาพบุโรทั่งก็ดังขึ้นพร้อมกับชัยที่ส่งเสียงทักทายมาแต่ไกล
รถมอเตอร์ไซต์สนิมเขรอะจอดที่ลานหน้าบ้าน ชัยะโลงต่อยมือกับนพ ส่วนแก้วนั้นเอ่ยทักทายอีกฝ่ายเล็กน้อยตาก็มองบนเรือน
คุณทัศน์ไม่คิดจะลงมาส่งพี่นพจริงๆ สินะ
“แก้ว” เสียงของนพดังขึ้นใกล้ๆ ไม่ทันได้หันกลับไปหาแก้มทั้งสองข้างก็ถูกอีกฝ่ายขโมยหอมไปฟอดใหญ่ จนชัยที่นั่งมองอยู่ส่งเสียงแซว พาลให้แก้วหน้าแดงเป็ลูกตำลึง
“พี่ไปนะแก้ว”
“ดูแลตัวเองดีๆ นะพี่นพ ถึงแล้วเขียนจดหมายมานะ อย่าโหมงานหนักนะ กินข้าวให้ครบทุกมื้อนะ นอนไม่หลับก็อย่าออกไปเดินข้างนอกนะมันอันตราย” แก้วร่ายยาวเท่าที่เขาจะนึกออก ใบหน้าเกลี้ยงเกลานั้นเต็มไปด้วยความเป็ห่วง กังวล และน้อยใจ
“รู้แล้วๆ” นพรับปากส่งๆ แล้วโบกมือให้คนตัวขาวเป็ครั้งสุดท้ายก่อนจะควบรถซ้อนมอเตอร์ไซต์ที่ติดเครื่องเตรียมพร้อม
ขณะที่ชัยเร่งเครื่องเตรียมออกรถแก้วที่ทนมองนพไปทั้งอย่างนี้ไม่ได้ก็วิ่งเข้ามา ทำให้ชัยต้องรีบจับเบรกรถทันที
แก้วสวมกอดชายที่ตนรักแน่น ความรู้สึกไม่อยากปล่อยเขาไปอัดแน่นจนแทบล้นทะลักออกมา นพนั่งนิ่งปล่อยให้แก้วกอดเขาอยู่อย่างนั้น กระทั่งเห็นเงาของใครบางคนที่อยู่บนเรือนชายหนุ่มจึงยกมือขึ้นโอบกอดตัวของแก้ว
“อย่าลืมกลับมารับแก้วนะ” เสียงของแก้วอู้อี้แต่ยังพอให้จับใจความได้ นพเกลี่ยนิ้วมือกับแก้มระเรื่อฝาดเื
“พี่สัญญา”
เสียงรถไกลออกไป แก้วยังคงยืนมองควันโขมงตรงหน้าแม้ว่าแผ่นหลังของนพจะหายลับไปแล้วก็ตาม
หลังจากยืนทำใจอยู่พักใหญ่คนตัวขาวจึงได้กลับขึ้นบนเรือน สอดสายตาหาก็ไม่เห็นวี่แววคนตัวสูง ทว่ากลิ่นบุหรี่ที่ลอยมาตามลมทำให้แก้วรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายอยู่ที่ไหน
“คุณทัศน์” เขาเรียกคนที่ยืนสูบบุหรี่อยู่ คุณทัศน์ดูสงบนิ่งไม่ยินดียินร้ายกับการที่นพออกจากบ้านไป แก้วไม่รู้ว่าเมื่อวานทั้งสองคนทะเลาะอะไรกัน แต่ท่าทีของทั้งสองคนที่มีต่อกันแก้วก็พอจะรู้ระดับความรุนแรงได้
“ไปแล้วหรือ”
“ครับ”
แก้วละล้าละลังมองคนตรงหน้า จากนี้จะเหลือกันแค่สองคน ทั้งบ้านทั้งนาต้องช่วยกันดูแล
“คือ ั้แ่พรุ่งนี้ไปแก้วไปช่วยคุณทัศน์ด้วยอีกแรงนะครับ”
ทัศน์ชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาสีเข้มเหลือบมองแก้วที่ยืนตัวหดเหลือเท่ามด แล้วดับบุหรี่ในมือ
“ไม่ต้องหรอก ทำงานที่บ้านเหมือนเดิมนี่ล่ะ”
“แต่ว่าคุณทัศน์ทำคนเดียว...แก้วอยากช่วย”
เ้าของร่างสูงใหญ่มองแก้วที่ทำท่าทางจริง ดวงตาสีน้ำตาลคล้ายลูกแก้วที่กำลังจ้องเขาอยู่ทำเอาทัศน์ไม่มีข้อโต้แย้งใดอีก
“ตามใจเธอแล้วกัน”
เวลาสองทุ่มทุกอย่างเงียบสงัด มีเพียงแมลงตามท้องทุ่งที่พากันส่งเสียงร้องเรไร ทัศน์เดินเกาพุงอ้าปากหาววอด แสงไฟจากเทียนหน้าหิ้งพระที่แก้วจุดเอาไว้ทำให้เขาต้องหยุดมอง
แก้วนั่งคุกเข่าพนมมือไหว้พระ
“ขอให้คุณนพเดินทางปลอดภัย ได้งานดีๆจะได้กลับมารับแก้วไปอยู่ด้วยไวไว”
คำอธิษฐานที่ไม่ได้แอบฟังแต่บังเอิญได้ยินทำเอาทัศน์รู้สึกไม่สบอารมณ์ปะปนกับความสงสาร
ในขณะที่เ้าเด็กนี่ขอพรต่อหน้าพระพุทธรูปให้นพ ของตนเดินทางปลอดภัย ได้งานได้การที่ดี เ้าตัวจะรู้ไหมว่าคนที่ตนรักหนักหนาคนนั้นไม่คิดจะกลับมาที่นี่อีกแล้ว
ทัศน์มองแผ่นหลังเล็กที่ก้มลงกราบพระ เขาไม่ได้พูดอะไรออกไป ในใจหวังเพียงเมื่อเวลาผ่านไป นพจะรู้ผิดชอบกลับมาพาแก้วไปอยู่ด้วยกันตามที่ได้เอ่ยสัญญาลมเปล่า
นพเป็คนอย่างไรทำไมเขาจะไม่รู้ เด็กคนนั้นใฝ่สูงมาแต่ไหนแต่ไร ั้แ่เด็กนพก็มักจะถามคนในบ้านเสมอว่าที่นี่จะเป็ของเขาด้วยใช่ไหม
ทัศน์ไม่เคยใส่ใจกับคำพูดของน้องชาย ได้แต่ปล่อยผ่านมาตลอด
แต่พอมาวันนี้กลับโกรธเคืองจนยากจะให้อภัย
หากจะไปใช้ชีวิตสร้างตัวที่ไหนเขาไม่ว่า แต่ทิ้งแก้วที่เป็เมียเอาไว้ เพียงเพราะเื่แค่นั้น...
เขาไม่ต่อยเข้าสักหมัดก็ดีแค่ไหนแล้ว
คืนแรกที่ต้องนอนคนเดียว เตียงขนาดห้าฟุตดูกว้างกว่าที่เคย มือที่ใช้ทำงานมาแต่เล็กลูบที่ว่างข้างกาย
มันเย็นเฉียบ
ตอกย้ำให้แก้วรู้ว่าหลังจากนี้เขาต้องนอนบนเตียงใหญ่หลังนี้เพียงคนเดียว
หยดน้ำตาไหลรินสุดท้ายแล้วแก้วก็ยังไม่เข้าใจ ทำไมนพถึงไม่พาเขาไปด้วย ชายหนุ่มบอกกลัวเขาลำบากแต่แก้วลำบากมาทั้งชีวิต อีกฝ่ายยังเคยเอ่ยชมที่เขานั้นขยัน ทำงานเก่ง พบกันครั้งแรกก็ไม่ใช่สถานการณ์ที่สวยงามอะไร
แก้วที่ตอนนั้นอายุยี่สิบรับจ้างขนกระสอบข้าวแทนคนงานที่ขาหักให้กับโรงสีใหญ่ของหมู่บ้านสันผ่อดาว ส่วนนพเขาก็แค่มาเที่ยวหาชัยลูกชายเ้าของโรงสีเป็เพื่อนกันมาหลายปี
ตอนนั้นแก้วไม่เข้าใจว่าทำไมนพถึงเป็ฝ่ายเข้าหาเขาก่อน กับคนที่รูปร่างหน้าตาธรรมดาเช่นเขา
หลายวันที่นพเที่ยวมาหาเขาที่โรงสี มีของติดมือมาฝากทั้งน้ำทั้งข้าวดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร แก้วคิดว่าเขาไม่ควรเปิดใจให้กับคนๆ นี้
แก้วรู้ว่านพเป็น้องชายของคุณทัศน์ ชายที่ไม่ได้ลงเล่นการเมือง ไม่ได้เป็ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดกับพวกคนมีสี แต่กลับเป็ที่รู้จักของคนในหมู่บ้านสันผ่อดาวรวมถึงหมู่บ้านใกล้เคียง เพราะเขาที่นาและที่ทำกินไว้มากมาย แม้แต่โรงสีข้าวที่แก้วทำงานก็ยังเช่าที่ของคุณทัศน์เป็รายปี
คนมีเงินขนาดนั้นคงเห็นเขาเป็เพียงของเล่นทำให้สนุกได้เพียงชั่วครู่เท่านั้น
ถึงสมองจะคิดเอาไว้มากมายแต่สุดท้ายก็แพ้ให้กับหัวใจอยู่ดี
จากที่คิดว่านพเข้ามาจีบเล่นๆ ไม่กี่วันก็ไป ผ่านไปเป็ปีแล้ว นพก็ยังเทียวหาอยู่ตลอด แม้แก้วจะไม่ได้ทำงานที่โรงสีแล้ว และต้องกลับไปช่วยป้ากับลุงทำนา นพก็ยังถ่อมาถึงหมู่บ้านที่เขาอยู่ ลงนาช่วยอีกแรงเผชิญแสงแดดกลางท้องนาด้วยกัน
สิ่งนั้นทำให้ในที่สุดแก้วก็เปิดใจ จะมีซักกี่คนที่ยอมลำบากเพื่อเขากัน
แก้วที่เปิดใจก็เหมือนทั้งชีวิตมีเพียงนพที่พึ่งพาได้ นพว่าอย่างไรเขาก็ว่าตาม แม้จะถูกลุงทุบตีจนตัวเขียวหน้าซ้ำ ก็ยังมีพี่นพคอยทายาให้
กระทั่งเย็นวันหนึ่งที่พวกเขานั่งดื่มด่ำบรรยากาศของท้องนาด้วยกัน นพเป็ฝ่ายรุกล้ำมากไปกว่าการจับมือ ัันุ่มนวลและหอมหวานจากริมฝีปากทำให้ทุกอย่างมันเลยเถิด
แก้วคิดว่ามันจะดีตามที่คนรักพร่ำบอกทว่าครั้งแรกของเขามันกลับเจ็บมากกว่าจะมีความสุข ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังแสร้งร้องออกมาและกอดชายบนร่างเอาไว้แน่น
หลังจากนั้นเวลาก็ได้ดำเนินต่อไป กระทั่งยายแสงมาหาแก้ว บอกว่าตนคือยายแท้ๆ ของแก้วและพาเข้ามาอยู่ที่บ้านวิปภา ที่ที่พี่นพอาศัยอยู่ เพราะแบบนั้นแก้วรู้สึกว่าเขาโชคดีมากจริงๆ
ตัวเขาใช้ชีวิตกับนพก็มีความสุขดี พวกเขาไม่เคยทะเลาะกันเพราะไม่ว่าเื่อะไรแก้วเป็ก็ฝ่ายยอมให้นพตลอดยกเว้นเื่เดียวที่แก้วให้นพไม่ได้นั่นคือ ลูก
นพพูดประจำว่าอยากมีลูก พวกเขาพยายามกันมาตลอดแต่แก้วกลับไม่ท้องเสียทีจนนพเลิกพูดไป
แก้วได้แต่นอนคิดว่าหากเขามีลูกให้นพได้ มันจะพอช่วยรั้งนพเอาไว้ได้ไหม ไม่ให้ต้องจากกันไกลถึงเพียงนี้
เช้าวันแรกที่ต้องตื่นไปช่วยคุณทัศน์เริ่มขึ้นั้แ่ฟ้ายังไม่สว่าง แก้วที่คิดว่าเขาตื่นเช้ามากแล้วแต่ก็ไม่ทันคุณทัศน์นั่งรออยู่ก่อน ครั้นเ้าของบ้านตัวสูงเห็นสีหน้าของแก้วจึงเอ่ยปากบ่นพอให้ได้ยินว่าเมื่อคืนตนนั้นนอนไม่ค่อยหลับจึงตื่นเช้ากว่าปกติ
อากาศกลางทุ่งนาในยามเช้าค่อนข้างเย็น โชคดีที่แก้วสวมเสื้อแขนยาวออกมาด้วย ถึงอย่างไรเด็กๆ แถวนี้ก็โตมากับท้องทุ่งท้องนา ช่วยพ่อแม่ทำนาจนเคยตัว แก้วจึงมือคล่องแคล่วไม่เป็ภาระให้คุณทัศน์เลยสักนิด
กระทั่งสายแดดเริ่มแรง พวกเขาย้ายไปที่สวนเล็กๆ ซึ่งปลูกผักปลูกไม้เอาไว้พอควร หัวปลีหัวใหญ่ถูกคุณทัศน์ฟันลงมา แก้วเห็นอย่างนั้นจึงเก็บมะเขือเทศลูกเล็กใส่ในกระเป๋าเสื้อ คิดเอาไว้ในหัวเรียบร้อยแล้วว่าจะทำอะไรกินดี
เก็บมะเขือเทศไปเสียงฟันเครือกล้วยดังขึ้นไม่ไกล กล้วยน้ำว้าหรือที่คนแถวนี้เรียกว่ากล้วยใต้เครือใหญ่ถูกคุณทัศน์ฟันลงจากต้น คนตัวสูงยืนเท้าเอวมองเครือกล้วยตรงหน้าคล้ายทำกำลังคิดอะไรอยู่
“คุณทัศน์มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“พรุ่งนี้วันพระ ฉันตัดเพิ่มอีกเครือดีไหม”
พอได้ยินแก้วก็ตาเป็ประกาย เห็นช่องทางทำเงินอย่างนี้มีหรือเขาจะไม่รีบคว้าเอาไว้
“ดีสิครับ เอาไปทำบุญด้วย ขายด้วย”
ทัศน์หลุบตามองใบหน้าที่สดใสขึ้นของแก้ว
“งั้นเธอรออยู่นี่ก่อนฉันจะไปหาเครือสวยๆ”
“ครับ” แก้วหยักหน้ามองคนตัวใหญ่ที่เดินหายเข้าไปในดงกล้วย ส่วนแก้วพอได้มะเขือเทศเท่าที่้าแล้วจึงหยิบจอบมาแต่งหน้าดินถอนวัชพืชที่เริ่มขึ้นรก
ระหว่างมือทำงานในหัวกลับเอาคิดเื่อื่น “ทำกล้วยบวชด้วยดีไหมนะ”
“ข้าวมันกล้วยด้วยก็น่าจะดี”
“ทำกล้วยปิ้งไปขายด้วยดีไหม”
กระทั่งพระอาทิตย์เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก อากาศที่ร้อนอบอ้าวจนทัศน์ต้องถอดเสื้อเปลือยอกเดินไปมาในสวน แก้วเองก็ไม่ต่างกันนักหากไม่ใช่เพราะเกรงใจคุณทัศน์เขาคงถอดเสื้อออกเหมือนกัน เสื้อม่อฮ่อมแม้จะซับเหงื่อได้ดีแต่ก็ร้อนมากๆ เช่นกัน
สายลมเย็นพัดผ่านร่างคนทั้งสอง เมฆครึ้มก้อนใหญ่ค่อยๆ เคลื่อนตัวบดบังแสงอาทิตย์
ทัศน์คว้าเครือกล้วยขึ้นพาดไหล่สองข้าง “รีบกลับกันเถอะ อากาศแบบนี้อีกไม่นานฝนคงตก” แก้วพยักหน้ารับเขารวบเอาทั้งหัวปลีทั้งเครื่องมือทำสวนมากอดเอาไว้รีบสับเท้าไปหาทัศน์ที่ยืนรออยู่
เสียงเม็ดฝนตกกระทบหลังคาดังเปาะแปะ พอดีกับที่ทั้งสองถึงเรือน
แก้วเอาของไปเก็บแล้วรีบไปเตรียมกับข้าวส่วนทัศน์เห็นว่าฝนไม่ได้แรงนักหลังจากวางกล้วยสองเครือไว้บนแคร่ไม้แล้วจึงออกไปดักปลา
บรรยากาศมืดหม่น ท้องฟ้าขมุกขมัวทำให้ภายในบ้านมืด แก้วนั่งตำน้ำพริกอยู่ที่ชานหลังบ้านเริ่มมองซ้ายขวาในนึกภาวนาขอให้คุณทัศน์รีบกลับมาเร็วๆ เสียงลมตีกับหน้าต่างไม้ ไม่ว่าจะเมื่อก่อนหรือตอนนี้ก็ยังน่ากลัวเหมือนเดิม บรรยากาศแบบนี้นี่แหละที่เรียกว่าบรรยากาศผีหลอก
หากเป็ทุกทีนพคงอยู่ข้างเขาเพื่อปลอบขวัญไม่ให้กลัวแล้ว
“พี่นพ”
“ฝนสาดทำไมไม่เข้าไปตำในบ้าน” สุรเสียงทุ้มตามแบบของทัศน์ดังขึ้นที่ด้านหลัง แก้วสะดุ้งตัวโยนอีกฝ่ายมาไม่ให้สุ้มให้เสียง
“คุณทัศน์!”
“ฉันทำเธอใหรือ ขอโทษนะ”
“คุณทัศน์ไม่ต้องขอโทษแก้วหรอกครับ แก้วแค่...คิดอะไรเรื่อยเปื่อย”
คิ้วของทัศน์ขยับเข้าหากันเล็กน้อย “เข้าไปข้างในเถอะลมแรงเดี๋ยวเธอจะเป็หวัดเอา” ครั้งนี้ไม่พูดเปล่า ทัศน์ยังคว้าเอาหัวปลีกับเขียงไม้เดินดุ่มๆ เข้าไปด้านใน ทำให้แก้วต้องยกครกตามเข้าไปด้วย
เสียงฉับฉับดังสลับกับเสียงโขลกน้ำพริก ทัศน์ซอยหัวปลีให้เป็เส้นบางใส่กะละมังที่มีน้ำเปล่าและมะนาวผ่าซีกลอยวน น้ำมะนาวที่ผสมลงไปจะช่วยให้หัวปลีไม่เปลี่ยนเป็สีดำ
แก้วเหลือบมองเสี้ยวใบหน้าคมของทัศน์ที่กำลังตั้งใจลงมีด เขารู้สึกทึ่งเล็กน้อยที่คุณทัศน์ทำอาหารได้คล่องแคล่วหยิบจับอะไรดูคล่องมือไปหมด คงเป็เพราะคุณลุงที่เลี้ยงแก้วมาไม่ชอบทำอาหาร พอไม่มีอะไรกินก็จะใช้ป้าหรือแก้วทำให้เสมอ ถ้าไม่มีคนทำให้ก็ไม่ยอมทำเองเอาแต่พูดว่าไม่ใช่หน้าที่ของตน ส่วนคุณนพก็ทำเป็แค่ไข่ต้ม ไข่ดาว ไข่เจียวที่ต้องมาลุ้นอีกทีว่าจะกินได้ไหม
เมื่อไม่มีภรรยาทั้งยังต้องอยู่กับน้องชายที่ทอดไข่เจียวทีก็ทั้งเค็มทั้งไหม้ ยายแสงที่อายุมากก็ตาไม่ค่อยดีแล้ว นั่นอาจเป็สาเหตุที่คุณทัศน์ทำอาหารเป็แถมยังอร่อยมากอีกต่างหาก
คนถูกจ้องเหลือบตามองกลับ ทัศน์เองก็อยากรู้เหมือนกันว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร แต่แก้วที่รู้ตัวว่าถูกจับได้ก็หลบตาหนีไปเสีย คนตัวสูงจึงยันตัวลุกขึ้นไปเปลี่ยนช่องวิทยุที่สัญญาณเริ่มขาดๆ หายๆ แทน
เมื่อเห็นว่าลมเริ่มสงบทัศน์จึงออกไปจุดไฟเตรียมตั้งกระทะ แก้วคดน้ำพริกออกจากครกใส่ในถ้วยใบเล็กแล้วจัดการยกข้าวของตามออกไป
เสียงฉู่ฉ่าของน้ำพริกที่ผัดในกระทะจนดีดตัวไปมากับกลิ่นฉุนจมูกตลบไปทั่วจนแก้วจามออกมา ตามด้วยเสียงฉ่าของน้ำเปล่าที่ทัศน์เทลงในกระทะ กลิ่นพริกฉุนจมูกจึงค่อยๆ จางลง
แก้วเอียงหน้ามองคนตัวใหญ่ที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลังเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาสนใจน้ำพริกในกระทะที่เริ่มเดือดปุดๆ คนตัวขาวคนน้ำพริกวนไปมา แล้วจึงใส่มะเขือเทศตามลงไป พอดีกับเงาของทัศน์ที่ทาบทับด้านหลังอยู่หายไป ดูเหมือนว่าจะมีคนมาที่หน้าบ้าน
แก้วชะเง้อคอมองตามแผ่นหลังกว้างไป จากชานหลังบ้านสามารถมองทะลุเข้าไปด้านในจนถึงประตูหน้าได้ชัดเจน เมื่อเห็นว่าอาคันตุกะเป็ใครแก้วจึงย้ายสายตากลับมาที่กระทะตามเดิม
เสียงพูดคุยดังพอให้ได้ยินแต่ไม่เป็คำ แม้แก้วจะพยายามเงี่ยหูฟังแต่ก็จับใจความไม่ได้อยู่ดี
หัวปลีที่แช่น้ำเอาไว้ถูกแก้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำทิ้งแล้วใส่ลงในถ้วยใบใหญ่จากนั้นก็ตักน้ำพริกที่อยู่ในกระทะราดลงไป้าพอประมาณ แล้วจึงจัดการคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน
ส้าหัวปลีเสร็จเรียบร้อยพอดีกับที่ทัศน์เดินกลับเข้ามา
“แก้ว อีกเดี๋ยวฉันจะไปธุระนะเย็นๆ ถึงจะกลับ อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม” น้ำเสียงของทัศน์ดูกังวลอย่างชัดเจน ทำเอาแก้วรู้สึกผิด เหมือนกับตัวเขาในตอนนี้ได้กลายเป็ภาระของคุณทัศน์ไปอย่างสมบูรณ์
เ้าของบ้านอย่างคุณทัศน์จะไปไหนมาไหนกลับต้องคอยกังวลเื่ของเขาเสียอย่างนั้น
“แก้วอยู่ได้ครับ คุณทัศน์ไปเถอะไม่ต้องห่วงแก้ว” สีหน้าของทัศน์ดูจะไม่ได้เชื่อแก้วมากเท่าไหร่แต่ก็ยอมพยักหน้า ก่อนจะนั่งลงกับพื้นเพื่อเตรียมทานข้าว
มื้อแรกของวันในยามบ่ายแก่ๆ มีเพียงข้าวเหนียวและส้าหัวปลี ทว่าคุณทัศน์กลับทานมันจนเกลี้ยง ไม่รู้เพราะแก้วทำอร่อยหรือคุณทัศน์หิวกันแน่
หลังจากทานเสร็จทัศน์ยกถ้วยใบใหญ่ที่เหลือเพียงคราบน้ำพริกขึ้นมาเตรียมเอาไปล้างแต่กลับถูกแก้วห้ามเอาไว้
“คุณทัศน์ เดี๋ยวแก้วทำเองคุณเตรียมไปทำธุระเถอะครับ”
“ล้างจานแป๊บเดียว ไม่ได้เสียเวลาขนาดนั้น”
“แก้วทำเองดีกว่า”
“เธอทำกับข้าวแล้วไง จานนี่ฉันล้างเอง” แก้วเม้มปากคุณทัศน์อย่างนี้เสมอ ชอบหยิบทำอะไรเองคนเดียว ถ้วยชามก็ชอบเอาไปล้างแรกๆ เขาเสนอตัวจะล้างก็ทำเป็ไม่หือไม่อือไม่ได้ยินเสียอย่างนั้น
ถึงแก้วจะรู้สึกดีที่ไม่ต้องตามล้างให้เหมือนอย่างลุงกับนพแต่ก็ไม่ชินด้วยเช่นเดียวกัน เขาถูกสอนให้คอยล้างจานของคนในบ้านมาั้แ่จำความได้ แม้แต่กินข้าวกับนพเองเขาก็เป็คนล้าง มีแค่บางครั้งเท่านั้นที่คุณทัศน์จะอยู่กินข้าวพร้อมหน้ากันที่บ้าน และทุกครั้งคนตัวใหญ่ก็จะหยิบถ้วยจานไปล้างเอง
แก้วลองคิดดูดีดีแล้ว หนึ่งปีมานี้น้อยครั้งที่ทัศน์กับนพจะอยู่บ้านพร้อมกัน คุณทัศน์มักจะออกไปข้างนอกเสมอ ทำนู่นนี่อยู่ตลอดกลับมาอีกทีก็มืดค่ำแก้วเตรียมตัวจะเข้านอน ต่างจากนพที่นอกจากช่วยงานที่สวนที่นาตอนเช้าแล้วก็อยู่บ้านกับเขาตลอด บางวันแก้วจะเอาของไปขายที่ตลาดยังไม่ยอมให้ไป หลังจากยายแสงจากไปยิ่งแล้วใหญ่นพยอมให้เขาออกไปข้างนอกนับครั้งได้
แก้วนั่งแกว่งเท้าบนแคร่ไม้ใต้ถุนบ้าน ฝนหยุดตกไปพักใหญ่แล้วท้องฟ้าเปิด แสงแดดสาดส่อง เป็ดสองพี่น้องเดินสับดินหาไส้เดือนกินพลางส่งเสียงร้อง จนรำคาญหู
วันๆ ที่เงียบสงบของแก้วบางครั้งก็ทำให้เบื่อหน่าย เมื่อก่อนเขาทำงานรับจ้างแทบไม่มีเวลาพัก พอย้ายมาอยู่ที่นี่ก็ยังได้หยิบจับงานเอาของไปขาย รับจ้างเป็ครั้งคราว
แต่เมื่อไหร่แก้วก็ไม่ทันรู้ตัวที่ตัวเขานั้นไม่ได้ออกไปไหนอีกเลย มาถึงตอนนี้นพไม่อยู่ เขาเองก็จะเอาแต่พึ่งพาคุณทัศน์ไม่ได้ จึงคิดเอาไว้ว่าจะออกไปรับจ้างอีกครั้ง เก็บเงินช่วยนพอีกทาง ครบปีแล้วทั้งเขาและนพจะได้มีเงินถุงเงินถังสำหรับใช้ชีวิตที่กรุงเทพฯ
“พี่นพจะเป็ยังไงบ้างนะ” นั่งรถไฟจากที่นี่ไปกรุงเทพฯแก้วพอรู้มาว่าใช้เวลาเกือบสิบชั่วโมง ไม่รู้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะเป็ยังไงบ้าง
แก้วเผลองีบหลับไปบนแคร่ไม้ ตื่นมาอีกทีก็ใกล้โพล้เพล้ แก้วรู้สึกไม่ดีนัก เมื่อคำพูดของยายแสงดังขึ้นในหัว อย่านอน่ผีตากผ้าอ้อมนะ เดี๋ยวผีจะหลอกจนจับไข้เอา
เ้าตัวรีบดีดตัวลุกจากแคร่ไม้ รีบต้อนบรรดาเป็ดไก่ให้เข้าเล้า เสร็จแล้วก็รีบสับเท้าขึ้นบ้านโดยไว
ตะเกียงน้ำมันถูกจุดทิ้งเอาไว้ตรงชานหน้าบ้าน เผื่อว่าคุณทัศน์กลับมาจะได้มองเห็นทาง ส่วนแก้วที่เตรียมข้าวเย็นเสร็จก็ถือตะเกียงกลับเข้าห้อง นั่งฟังวิทยุไปแก้เหงาเขาจะได้ไม่รู้สึกว่าอยู่คนเดียว
“แก้ว”
เสียงเรียกชื่อเขาดังแว่วมากับสายลม คนตัวขาวยิ้มดีใจกำลังจะอ้าปากขานรับแต่ก็ต้องยกมือขึ้นปิดปากเอาไว้ เมื่อสัญชาตญาณร้องเตือน
“แก้ว” เสียงของคุณทัศน์ดังขึ้นอีกครั้ง แก้วขนลุกซู่ หากอีกฝ่ายเป็คุณทัศน์ทำไมไม่เข้ามาในบ้านล่ะจะเรียกเขาจากข้างนอกทำไมกัน กุญแจก็อยู่ที่คุณทัศน์ เขาแค่ล็อกประตูเอาไว้ไม่ได้ลงกลอนเสียหน่อย
“แก้ว ไม่ได้ยินฉันหรือ”
เสียงที่คล้ายกับจะย้ายจากด้านหน้ามาที่หน้าต่างห้องนอนทำเอาแก้วหลับตาปี๋ มือจับผ้าห่มแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกจากอก ไปมาเร็วขนาดนี้จะให้เขาเชื่อว่าเป็คนได้ยังไง
“แก้ว” เสียงนั้นเอ่ยชื่อเขาอีกครั้ง ทั้งน้ำเสียงยังดูเข้มขึ้นราวกับว่าอีกฝ่ายที่อยู่ด้านนอกนั่นเริ่มรู้สึกไม่พอใจที่เขาไม่ยอมตอบรับเสียที
“แก้ว!”
ฮื้ออออ คุณทัศน์รีบกลับมาเร็วๆ เถอะครับ
แก้วหลับตาปี๋ยกมือขึ้นปิดหูนั่งงอตัวพิงกำแพง พยายามนับเลขในใจแต่นับเท่าไหร่ก็สติแตกวนกลับมานับหนึ่งใหม่ซ้ำๆ
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แก้วไม่สามารถรู้ได้เลย กระทั่งเสียงที่เงียบหายไปดังขึ้นอีกครั้ง
“แก้ว” เสียงเรียกที่ดังลอดมาให้ได้ยินทำเอาแก้วร้องไห้ออกมา ต้องอยู่ใกล้แค่ไหน เขาเอามือปิดหูแล้วยังได้ยินอยู่อีก
เ้าตัวหลับตาแน่น ตัวก็สั่นจนน่าสงสาร
ััที่แตะลงบนหลังมือทำให้เขากรีดร้องออกมา
“กรี๊ดดดดดด” แข้งขาที่ชาจนแข็งเมื่อครู่ถีบมั่วๆ ไปด้านหน้าตามสัญชาตญาณเต็มแรง
โครม!
“โอ๊ย!” เสียงร้องของทัศน์ดังขึ้น คราวนี้แก้วค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองถึงอย่างนั้นก็ยังเบี่ยงหน้าหนีหรี่ตาด้วยความกลัว
ภาพตรงหน้าพร่าเบลออยู่ครู่หนึ่งจึงจะเห็นว่าเป็คุณทัศน์ที่นั่งกุมท้องอยู่ที่พื้น
“คุณทัศน์!” เ้าของลูกถีบกระโจนลงเตียงด้วยความใ รีบเข้าไปหาอีกฝ่ายที่นั่งจุกอยู่บนพื้น ใครจะไปคิดว่าคนตัวเล็กอย่างแก้วเมื่อถึงคราวกลัวลูกถีบแรงถึงขนาดทำให้คนตัวใหญ่อย่างทัศน์จุกจนลุกไม่ขึ้นได้
“คุณทัศน์แก้วขอโทษ” แก้วลนลานไม่รู้จะทำยังไงดี
“ใจเย็นๆ ก่อนแก้ว” ทัศน์จับต้นแขนคนตัวขาวเอาไว้ เรียกสติอีกฝ่ายให้กลับมา
“คุณทัศน์...แก้วขอโทษ” เห็นแก้วก้มหน้ารู้สึกผิดทัศน์จึงส่ายหน้า
“เป็ฉันเองที่ทำให้แก้วใ ฉันผิดเอง” แก้วได้ยินก็เม้มปาก ก่อนจะถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ “คุณทัศน์แกล้งแก้วเหรอครับ”
“หืม? ฉันจะไปแกล้งอะไรแก้ว”
“แก้วได้ยินเสียงคุณทัศน์เรียกอยู่รอบๆ บ้าน แต่คุณทัศน์ก็ไม่เข้ามาสักที” ทัศน์ที่ได้ยินก็ขมวดคิ้ว ทั้งยังเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง “แล้วแก้วได้ขานรับเสียงฉันไหม”
แก้วส่ายหน้าเป็คำตอบ นั่นทำให้สีหน้าของทัศน์ดูโล่งใจขึ้น ตัวเขานั้นพอกลับมาก็ไม่เจอแก้ว วิทยุที่เ้าตัวมักจะเปิดทิ้งเอาไว้ก็ส่งเสียงซ่าจนแสบหู พอลองเข้ามาตามหาในห้องก็เห็นแก้วนั่งตัวสั่นอยู่บนเตียง
แค่นั้นก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนขวัญอ่อนอย่างแก้วในคืนก่อนวันพระ เื่นี้เขาไม่ได้พูดออกไปเพราะกลัวว่าจะทำให้แก้วกลัวยิ่งกว่าเดิมจึงเปลี่ยนเื่เสีย
“จริงสิ ฉันได้ปลามา พรุ่งนี้กลับมาฉันจะแกงปลาให้แก้วกิน”
“ไม่ลำบากคุณทัศน์หรอกครับ แก้วเป็คนทำให้คุณทัศน์ดีกว่า” แค่นี้เขาก็เกรงใจคุณทัศน์จะแย่แล้ว พอพูดถึงเื่ข้าวก็ดูเหมือนว่าแก้วจะนึกอะไรออก
“จริงสิแก้วยังไม่ได้แช่ข้าวเลย!” ว่าแล้วแก้วก็รีบลุงขึ้นตรงไปที่ประตูกำลังจะออกจากห้องแต่เท้าก็หยุดชะงัก
เ้าตัวเดินกลับมาหาทัศน์ที่ยังนั่งขัดสมาธิอยู่ “คุณทัศน์ แก้วช่วยคุณทัศน์นะครับ”
ทัศน์ได้ยินก็ยิ้มขำ ยอมให้แก้วช่วยพยุงขึ้น แท้จริงแล้วแก้วคงไม่กล้าออกจากห้องคนเดียวถึงได้วกกลับมาช่วยเขา
“คุณทัศน์ เอ่อ คือ” แก้วไม่รู้จะหาคำพูดไหนชวนอีกฝ่ายให้ไปที่ชานหลังบ้านเป็เพื่อนดี เขาไม่กล้าไปคนเดียวกลัวจะแย่
“ฉันอยากตากลมสักหน่อยแก้วช่วยพาฉันไปตากลมหลังบ้านได้ไหม”
“ครับ!” เห็นคนตัวขาวยิ้มกว้างขานรับ ทัศน์ก็หัวเราะออกมา ทำเอาแก้วมองด้วยความงุนงง
เห็นอย่างนั้นแล้ว ทัศน์จึงโบกมือบอกปัด “ไม่มีอะไร ไปกันเถอะ”
ส้าหลัวปลี
อ้างอิงรูปภาพจาก ไรท์เอง╮ (¯▽¯) ╭