“...ธัน พ่อขอโทษ”
ปัง!!!
ร่างของชายหนุ่มผุดลุกขึ้นจากเตียงด้วยอาการสะดุ้งสุดตัว หอบหายใจแรงๆ แล้วกระพริบตา เพื่อให้แน่ใจว่ามันเป็เพียงความฝัน
ธันทราชถอนหายใจแล้วใช้มือลูบหน้า เสยผมชื้นเหงื่อของตัวเองลวกๆ ก่อนจะตัดสินใจลุกจากเตียง มันนานมากแล้วที่เขาไม่ได้ฝันเห็นภาพนี้ ชายหนุ่มยืนขบกราม มองออกไปด้านนอกระเบียงห้องนอนอย่างไร้จุดหมาย
เหมือนกับพ่อจะมาเตือนเขาให้รู้ว่าควรดำเนินแผนการเพื่อท่านได้แล้ว ซึ่งเขาเองก็ได้เตรียมทุกสิ่งไว้แล้วเช่นกัน เพียงแค่รอให้ถึงเวลา...ที่เขาตั้งไว้
เวลาที่พวกมันควรชดใช้ให้กับพ่อ กับครอบครัวของเขา
พวกหมาลอบกัด ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ชื่อว่าเป็ลูกน้องผู้ภักดีของพ่อ คนที่พ่อเคยไว้ใจ
แต่มันกลับหักหลัง ใส่ร้าย โยนความผิดให้พ่อเขาอย่างหน้าไม่อาย ทั้งที่พวกมันเป็ฝ่ายผิด และพ่อของเขาก็เป็คนที่มีความรับผิดชอบอย่างยิ่ง เมื่อลูกน้องทำผิดก็ยินดีรับผิดแทนอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง
พ่อของเขาเป็นักการเมือง ที่มีชื่อด้านความซื่อสัตย์ สุจริต คนหนึ่งและท่านก็ได้รับการนับถือจากประชาชนอย่างมาก พวกมัน จึงใช้ชื่อเสียงของพ่อเขากลบงานทุจริตของพวกมัน
ทั้งขนของเถื่อน หนีภาษี อาวุธ แล้วยัง...ผู้หญิง ทำกันมานาน ขนาดที่พ่อของเขาไม่เคยระแวงสงสัยเลยเพราะความเชื่อใจที่มีต่อลูกน้อง กระทั่งมีข่าวรั่วออกมาจากรังของมัน นักข่าวแฝงตัวเข้าไปทำข่าวและเก็บภาพได้ว่าเป็คนของพรรคพ่อเขา
พ่อไม่สามารถโต้แย้งอะไรได้เลย เมื่อลูกน้องคนนั้นบอกปัดว่าพ่อเขาเป็คนสั่งการทั้งหมด
ไอ้ระยำนั่น ชายหนุ่มกำราวระเบียงแน่นเกร็งไปทั้งร่างเมื่อนึกถึงคนที่เขาเองก็ไม่อยากเชื่อว่าจะร้ายกาจกับครอบครัวเขาได้มากขนาดนี้
พ่อถูกยึดทรัพย์สินทั้งหมด แต่แค่นั้นไม่ร้ายเท่าแม่ของเขาที่ถูกยิงจนเสียชีวิต เพราะถูกเข้าใจว่าเป็แม่เล้าพาเด็กสาวไปขาย ครอบครัวของเด็กสาวที่แค้นเคืองยอมติดคุกโดยบุกเข้ามายิงถึงหน้าบ้าน
พ่อเขาตรอมใจ...
ส่วนเขา เป็ไอ้ลูกโง่เง่าที่สุขสบายอยู่อเมริกา เขาไม่รู้ข่าวอะไรเลยจนกระทั่งเมื่อสามปีก่อนที่เขาเรียนจบและมีผู้เป็อาไปรับ พร้อมกับเตรียมบอกเื่ทุกอย่างของพ่อเขา
อาเขาบอกว่า จำเป็ที่จะต้องทำตามคำขอสุดท้ายในพินัยกรรมของพี่ชาย ไม่ว่าอย่างไรต้องรอให้หลานชายเรียนจนสำเร็จจึงให้กลับมารับรู้และรับพินัยกรรมที่ระบุถึงธันทราชเท่านั้น
เขากลับมา...พบเพียงพินัยกรรม และไฟล์บันทึกภาพ
ชายหนุ่มเปิดดูอย่างรวดเร็ว มันเป็ภาพของพ่อเขา สีหน้าพ่อเขาซีดเซียว ธันทราชไม่ได้ฟังรายละเอียดที่พ่อเขาพูดมากนัก หูเขาอื้อ และภาพสุดท้ายที่เขาจำได้ติดตา พ่อเขาหยิบปืนขึ้นมาจ่อขมับตัวเอง
เสียงลั่นไกนั่น...นั่นเองที่เป็จุดเริ่มต้นของแผนการแก้แค้น
นานพอแล้วที่ปล่อยให้พวกนั้นได้เสวยสุขอยู่บนชื่อเสียง เงินทอง นานพอกับตราบาปที่พ่อเขาไม่ได้ก่อ นานพอสำหรับคนทรยศ
โดยที่เขาจะเริ่มจากบาปแรกที่มันก่อ...ค้าผู้หญิง
เอมอร เดินออกจากบริษัทนี้เป็แห่งที่ห้าแล้วหลังจากที่เขียนใบสมัคร และเข้าออกแต่ละบริษัทมาั้แ่เช้า หล่อนถือกระเป๋าเอกสารในมือจนชื้นไปหมดเพราะความร้อน และเพราะยังไม่มีที่ไหนรับหล่อนเข้าทำงานสักแห่ง
นี่ถ้าหล่อนใช้นามสกุลชัยรัฐของมารดาป่านนี้คงไม่ต้องมาเดินเตะฝุ่นเตะถนนหางานให้หน้ามืดอย่างนี้หรอก
แต่ก็นั่นแหละ หล่อนก็ไม่อยากได้ชื่อว่าเป็เด็กมีเส้นสาย ใช้นามสกุลนักการเมืองของมารดามาหางานทำ
ในครั้งแรกมารดาอยากให้หล่อนเรียนต่อเมืองนอก แต่เอมอรค้านมารดาว่ายังไม่อยากเรียนต่อ ้าหางานทำก่อน
“จะไปหาทำไม ยายเอมมาช่วยงานแม่สิ” คุณอัมราบอกลูกสาว “ธุรกิจแม่กับพ่อมีเยอะแยะ อยากให้เราเข้าไปดูแลเหมือนกันจะได้ช่วยๆ กัน พ่อเราก็ทำไม่ค่อยจะทันอยู่แล้ว”
ถึงแม่จะพูดอย่างนั้น แต่เอมอรก็อยากมีประสบการณ์การทำงานนี่ เข้าไปช่วยงานมารดาจะได้ไม่ทำให้ใครมองว่าว่าเป็เด็กอ่อนประสบการณ์ หล่อนจึงขอออกไปทำงานเองเสียก่อน
เอมอรมองร้านข้าวฝั่งตรงข้ามที่คนเริ่มน้อยลงเพราะตอนนี้บ่ายโมงกว่าแล้ว หล่อนเองก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยั้แ่เช้า
มองซ้ายขวารอจังหวะข้าม ก็มีรถตู้หรูมาบดบังถนนทำให้หล่อนต้องขยับเพื่อมองถนนมองรถอีกรอบ แต่เพียงแค่รถตู้เปิดประตูตอนหล่อนเดินผ่าน หล่อนก็ถูกคว้าเข้าไปอยู่ในรถทันที เอมอรไม่ทันจะได้ร้องขอความช่วยเหลือประตูรถก็ปิดฉับตัดหล่อนออกจากโลกภายนอก ในรถเงียบมาก มีเพียงเสียงหล่อนดิ้นเท่านั้น
“อะไรกัน ปล่อยฉันนะ...นี่คุณ” เอมอรพยายามสะบัดมือและเอี้ยวตัวไปที่ประตู
“ปิดปาก ปิดตาซะ” เสียงห้าวสั่งมาจากด้านหลัง คนที่นั่งข้างคนขับเอื้อมมาจับหล่อนไว้อย่างง่ายดายและใช้เทปกาวปิดปากหล่อนและผ้าสีดำก็ปิดหล่อนจากการมองเห็นทุกอย่าง
เอมอรร้องอื้ออึง ยังไม่ยอมหมดฤทธิ์ง่ายๆ เพราะกำลังกลัวสุดขีดและทำทุกอย่างเพื่อจะเอาตัวรอด
หล่อนใ ใมากด้วย กำลังมีคนลักพาตัวหล่อน
ทำไมล่ะ? หรือจะเรียกค่าไถ่...อาจเป็ไปได้ พวกนี้คงต้องสืบมาแล้วแน่ๆ ว่าหล่อนเป็ใคร ลูกของใคร นี่พวกเขาไม่กลัวคนเห็นเลยหรือไง หรือเป็พวกรักสนุกขี้ยา ที่ชอบทำตัวเย้ยกฎหมาย เอมอรคิดแล้วยิ่งสั่น คนพวกนี้น่ากลัวที่สุด พวกไม่เกรงกลัวกฎหมาย คงเป็พวกเ้าพ่อ หรือว่ามารดาไปขัดผลประโยชน์ของพวกนี้เข้า
พวกมัน้าขู่
เอมอรได้ยินเสียงประตูรถเปิดและมีมือหนึ่งดึงหล่อนออกจากรถอย่างไม่ปราณีทั้งยังจับหล่อนพาดบ่าเดินไปอย่างสบาย เอมอรพยายามใช้มือที่ถูกมัดไว้ด้วยกันทุบหลัง ตีในทุกจุดที่ทำร้ายได้ แต่คนที่อุ้มกลับไม่มีอาการสะทกสะท้านเหมือนูเาที่ถูกลมอ่อนๆพัดเข้าหาเท่านั้นเอง