สายลับ ดักจับนายมารร้าย

    บทที่ 4 สายลับ ดักจับนายมารร้าย

    บทที่ 4 สายลับ ดักจับนายมารร้าย

    “ลูกพี่ครับ ผมว่าลูกพี่ต้องใจเย็นลงกว่านี้นะครับ อย่าพยายามไปมีเรื่องกับพวกมนุษย์เลย หลีกเลี่ยงได้ยิ่งดี นะครับลูกพี่ ผมไม่อยากให้ร้านกาแฟร้านนี้ของลูกพี่ ต้องมีจุดจบเหมือนกับร้านอาหารข้างๆ นะครับ”
    เจ้าเฟรมที่กำลังก้มเงย ก้มเงย ถูพื้น
    “ฉันรู้ดีเรื่องนั้น ฉันเลยพยายามควบคุมตัวเองไว้ไง”ลาเต้พูดด้วยเสียงแผ่วเบา
    “นี่ คือพยายามแล้วใช่ไหมครับ ผมยังเห็นลูกพี่พ้นไฟใส่เธออยู่เลย ถ้าผมไม่รีบเข้ามา ผมว่าเหตุการณ์แย่แน่ๆ ครับ”
    “ฉันดูยัยนั้น เธอไม่เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นๆ ทั่วไปเลยสักนิด นี่ มนุษย์ผู้หญิงอะไรปากจัดซะหมัด”ลาเต้พูดไปเขาก็ส่ายหัวไปด้วย
    “เจ้าเฟรม นี่แกจะถูพื้นเองทำไมเนี่ย?”ลาเต้หันไปจ้องมองเจ้าเฟรมที่กำลังดูพื้นอย่างขะมักเขม้น
    “แกเดินไปปิดผ้าม่านซิ?”
    “ขอรับ” เจ้าเฟรมรีบวางไม้ถูพื้นลง และเดินไปปิดผ้าม่านทีละหลังจนหมด
    ลาเต้ร่ายเวทมนต์เพียงไม่กี่วินาที เขาปล่อยพลังเวทต์ออกมาในชั่วพริบตาเดียว บริเวณในร้านก็สะอาดเอี่ยมอ่องโดยที่ชายหนุ่มไม่ต้องลงแรงกวาด ถู เองให้เวลา
    ลาเต้เดินไปรอบๆ ร้าน เขาพยามมองหา ว่ายังมีจุดไหนบ้างที่ต้องจัดการ เมื่อเห็นว่าในร้านสะอาดเรียบร้อยหมดแล้ว เขาจึงเดินมาหลังร้าน และเพ่งพลังไปที่อุปกรณ์เครื่องทำกาแฟ และพริบตาเดียว เครื่องทำกาแฟก็ถูกทำความสะอาดจนเรียบร้อย ทุกอย่างในร้านถูกลาเต้ใช้พลังเวทต์จัดการจนหมด
    แต่การที่เขาจะเรียกใช้พลังเวทมนต์ได้นั้น เขาต้องแอบทำแบบลับๆ ไม่ให้มนุษย์เห็น มิเช่นนั้นเขาและเจ้าเฟรมอาจจะตกอยู่ในอันตรายได้ การจะเรียกใช้เวทมนต์แต่ครั้ง เขาจึงพยายามสังเกตให้แน่ชัดแล้วว่าปลอดจากเหล่าสายตาพวกมนุษย์จริงๆ เขาถึงจะเรียกใช้พลังเวทมนต์ออกมา
    ส่วนเรื่องบัญชี การเงิน ลาเต้เขาก็มิได้ลงมือทำเอง ลาเต้เพียงเพ่งสายตาไปที่กองเงินจำนวนมากที่กองรวมกันอยู่บนโต๊ะ เพียงพริบตากองเงินกองนี้ ก็ถูกจัดระเบียบ เรียงแยกประเภทให้เรียบร้อย แบงค์พันอยู่กับแบงค์ แบงค์ร้อยอยู่กับแบงค์ แบงค์ยี่สิบอยู่กับแบงค์ยี่สิบ ส่วนเหรียญก็ถูกแยกด้วยเช่นกัน ยอดขายทั้งหมดถูกคำนวณและจดบันทึกลงสมุดบัญชีเองอัตโนมัติ
    เจ้าเฟรมรีบโผล่เดินมาหาลาเต้ เขาก้มดูสมุดบัญชีที่ถูกบันทึกไว้เมื่อกี้
    “โห.....ยอดขายวันนี้” และร้องอุทานออกมา
    “สำหรับฉัน มันก็เป็นเพียงกระดาษใบหนึ่ง กับเหรียญ มันไม่ได้มีความหมายอะไร เพราะในชีวิตฉันของพวกนี้มันไม่จำเป็นที่จะต้องได้ใช้เลย แต่ในโลกมนุษย์พวกเขาล้วนปรารถนาต้องการมัน แกช่วยแบ่งเอาก้อนเงินนี้ไปครึ่งหนึ่ง แล้วนำไปบริจาคให้เด็กๆ ด้วยนะ เด็กๆ ที่เขายากจน ไร้ที่อยู่”
    “นี้ละ.....ผมละเลื่อมใสลูกพี่ของผมจริงๆ นอกจะหล่อกระชากใจสาวๆ แล้วยังจิตใจดีอีกด้วย”
    “รู้น่า...... ฉันก็เห็นพวกสาวๆ เธอพูดแบบนี้เหมือนกัน ก็มันช่วยไม่ได้นิน่า คนมันเกิดมาหล่อโดยกำเนิด ไม่ต้องศัลยกรรมให้เจ็บตัว 55555”
    ลาเต้ยิ้มอย่างพอใจ
    “ครับ...... ก็คงมีแต่ผมซินะ ที่เกิดมาขี้เหร่ หน้าตาไม่ดี ไม่เคยมีสาวๆ คนไหนจะชมผมบ้างเลย หรือว่าผมต้องไปทำศัลยกรรมเบ้าหน้ามาใหม่ 555 สาวๆ พวกนั้นนะ.....ถึงจะสนใจคนอย่างผม”
    เจ้าเฟรมพูดอย่างรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ที่ตัวเองเกิดมาหน้าตาไม่หล่อเล่า
    “พอเลยๆ อย่าดราม่าดิวะ......แกนะ....มันก็มีส่วนดีอยู่บ้าง ส่วนที่ดีของแก มันแค่ไม่ได้อยู่ที่หน้าตาก็แค่นั้นเอง 55555”
    ลาเต้พูดจบเขาหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วขาเรียวยาว ก็เดินออกมาหน้าร้าน ปล่อยให้เจ้าเฟรมยังงุนงงกับพูดของเขาอยู่
    “จะยืนเอ่ออยู่อีกนานไหม ฉันอยากกลับบ้าน ออกมา...”
    เสียงตะโกนจากหน้าร้านของลาเต้
    “ครับ ครับ ๆ ”
    เจ้าเฟรมพอได้ยินเสียงลูกพี่เรียก ก็รีบหยิบเอากล่องเงินและกระเป๋าเดินถือออกไปหน้าร้าน


    เราจะอยู่ด้วยกันทุกวันในโลกจินตการและสุดท้ายนี้รู้สึกยังไงได้โปรด.......................บอกไรท์ที