ท่ามกลางความเงียบสงัดของสวนป่าไผ่ท้ายสำนักบุปผาหิมะ เรือนพักของลู่ชิงตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องผ่านรอยแยกของเมฆหนา กลิ่นหอมของดอกเหมยร่วงโรยลอยมาตามลมเย็นที่พัดผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้เพียงนิด ภายในห้องนอนที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่สะอาดสะอ้าน แสงจากตะเกียงน้ำมันดวงเล็กกะพริบริบหรี่จนดับลง เหลือเพียงความสลัวที่ทำให้เห็นเงาของหญิงสาวและสัตว์เทพบนเตียงไม้ไผ่
ลู่ชิงนั่งอยู่ข้างเตียงด้วยความระมัดระวัง มือเรียวบางของนางค่อยๆ ลูบไล้ขนนุ่มของกิเลนน้อยที่นอนขดตัวอยู่บนผ้าไหมสีฟ้าอ่อน ใบหน้าที่เรียบเนียนดุจหยกสลักของนางเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความกังวล ดวงตาคู่สวยที่เปี่ยมไปด้วยความเมตตาจับจ้องไปที่แผลเล็กๆ บนขาหน้าของสัตว์น้อยที่นางเพิ่งทำการรักษาเสร็จ
"แผลของเ้าไม่ลึกนัก แต่ข้าเห็นว่าเ้าอ่อนแรงมาก" นางกระซิบเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวานเหมือนน้ำผึ้ง "เ้าต้องพักผ่อนให้เต็มที่ ข้าจะดูแลเ้าเอง"
โม่ฉีในร่างกิเลนน้อยแสร้งทำเป็หลับสนิท แต่ความจริงแล้วเขากำลังเพลิดเพลินกับการััจากมือนุ่มนวลของนาง ทุกครั้งที่ปลายนิ้วของลู่ชิงลูบไล้ผ่านขนปุยของเขา เขารู้สึกเหมือนกระแสไฟฟ้าอ่อนๆ วิ่งผ่านร่างกาย ความอุ่นจากมือของนางซึมผ่านขนมาถึงิั ทำให้เขาแทบจะส่งเสียงครางออกมาด้วยความพึงพอใจ
นางลุกขึ้นเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า เสียงผ้าไหมเสียดสีกันเบาๆ ดังขึ้นเมื่อนางเริ่มปลดเสื้อผ้าออก เตรียมตัวเข้านอน โม่ฉีแอบเปิดตาเล็กน้อยเพื่อดูการเคลื่อนไหวของนาง ใต้แสงจันทร์สลัวที่ส่องผ่านหน้าต่าง เงาของลู่ชิงเต้นระบำอย่างงดงามบนผนังไม้
นางค่อยๆ ถอดเสื้อคลุมชั้นนอกออก เผยให้เห็นเสื้อชั้นในสีขาวที่บางเบาจนแทบโปร่งใส รูปร่างที่สมบูรณ์แบบของนางปรากฏชัดเจนขึ้น ทรวงอกที่เต็มเปี่ยมและชูชัน เอวที่เล็กจนดูเหมือนจะหักได้ด้วยมือเดียว และสะโพกที่โค้งมนอย่างเย้ายวน
โม่ฉีกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก ความปรารถนาในใจเขาเริ่มพลุ่งพล่านขึ้น แต่เขายังคงแสร้งหลับเพื่อไม่ให้นางสงสัย เขาต้องรอเวลาที่เหมาะสมก่อนจะเริ่มแผนการขั้นต่อไป
ลู่ชิงเดินกลับมาที่เตียงด้วยชุดนอนสีขาวที่บางเบา ผ้าไหมเนื้อดีที่ปลิวไหวตามการเคลื่อนไหวของนาง เผยให้เห็นเค้าโครงของร่างกายที่งดงามใต้แสงจันทร์ นางนั่งลงข้างเตียงอีกครั้ง มองดูกิเลนน้อยด้วยความเอ็นดู
"เ้าตัวเล็ก... คืนนี้อากาศหนาวนัก เ้าาเ็อยู่นอนข้างๆ ข้านะ"
ลู่ชิงกระซิบเสียงแ่ด้วยความเอ็นดู นางจัดแจงปูผ้าห่มไหมนุ่มละเอียดและอุ้มกิเลนน้อยให้นอนเคียงข้างบนหมอนใบเดียวกัน ด้วยความกังวลว่าแผลที่ขาของมันจะอักเสบหากปล่อยให้นอนบนพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ นางหาได้เฉลียวใจไม่ว่า สัตว์ที่นางมองว่า "ไร้เดียงสา" นั้น กำลังลอบยิ้มด้วยความกระหายในจิติญญา
เมื่อนางนอนลงข้างเขา กลิ่นหอมเฉพาตัวของนางที่ผสมกับกลิ่นน้ำหอมจากดอกมะลิทำให้โม่ฉีเมามาย ความอุ่นจากร่างกายของนางแผ่ซ่านมาถึงเขา ทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังนอนอยู่ข้างเตาไฟที่อบอุ่น
นางปรับท่านอนให้สบาย หันหน้าเข้าหากิเลนน้อย มือหนึ่งวางไว้ใต้หัวเป็หมอน อีกมือหนึ่งค่อยๆ ลูบหลังของเขาเบาๆ เพื่อให้ความอบอุ่น ลมหายใจอุ่นๆ ของนางพัดมาถึงใบหน้าของเขา กลิ่นหอมหวานจากปากของนางทำให้เขาแทบจะเสียสติ
"นอนหลับให้สบายนะเ้าตัวน้อย... พรุ่งนี้เ้าจะแข็งแรงขึ้นแน่นอน" นางกระซิบเบาๆ พลางลูบหัวของเขาด้วยความรัก
ผ่านไปเพียงไม่นาน ลมหายใจของลู่ชิงก็เริ่มสม่ำเสมอส่อถึงการเข้าสู่ห้วงนิทราที่ลึกซึ้ง ความเหนื่อยล้าจากการฝึกฝนและภาระหน้าที่ศิษย์พี่ใหญ่ทำให้นางหลับสนิทอย่างรวดเร็ว มือที่เคยลูบไล้เขาค่อยๆ หยุดนิ่ง แต่ยังคงวางอยู่บนตัวเขาอย่างอ่อนโยน
*'ถึงเวลาเริ่มบทเรียนแรกแล้ว... แม่นางผู้แสนดี'*
โม่ฉีที่แสร้งหลับตานิ่งค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตาสีครามของกิเลนน้อยบัดนี้เปล่งประกายสีชมพูจางๆ ของปราณปีศาจ เขาเริ่มแผนการ "กระตุ้นเบื้องต้น" ด้วยการขยับร่างขนฟูสีขาวค่อยๆ มุดซุกไซ้เข้าไปภายใต้สาบเสื้อผ้าไหมสีฟ้าอ่อนของลู่ชิงอย่างแ่เบา
เขาเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง ใช้เวลาหลายนาทีในการเลื่อนตัวเข้าไปทีละนิดทีละหน่อย เพื่อไม่ให้นางตื่น ขนนุ่มของเขาเสียดสีกับผ้าไหมเนื้อบาง ส่งเสียงเศษเสียงแสงเบาๆ ที่แทบจะไม่ได้ยิน ความร้อนจากร่างกายของเขาเริ่มแผ่ซ่านผ่านผ้าเสื้อไปยังิัของนาง
เขาแสร้งตัวสั่นเทาคล้ายคนหนาวสั่นจัด เพื่อให้หากนางตื่นขึ้นมาจะเห็นเพียงภาพสัตว์ตัวน้อยที่พยายามหาไออุ่นจากมนุษย์ การแสดงของเขาสมจริงจนแม้แต่เขาเองก็เกือบจะเชื่อว่ากำลังหนาวจริงๆ
ขนปุยละเอียดของกิเลนเสียดสีกับผิวกายเนียนลื่นของหญิงสาว ความรู้สึกนั้นทำให้โม่ฉีแทบจะครางออกมาด้วยความสุข ิัของลู่ชิงนุ่มเหมือนผ้าไหมที่ดีที่สุด อุ่นและมีชีวิตชีวา แตกต่างจากความเย็นเยียบของหิมะที่เขาคุ้นเคยอย่างสิ้นเชิง
โม่ฉีจงใจแทรกตัวลึกเข้าไปจนศีรษะทุยๆ ซบลงตรงกึ่งกลางระหว่างยอดปทุมถันสีชมพูระเรื่อทั้งสองข้างของนาง ความนุ่มนวลและความอุ่นที่เขาััได้นั้นเหนือกว่าสิ่งที่เขาเคยจินตนาการไว้ เขารู้สึกเหมือนกำลังจมอยู่ใน์ที่อบอุ่นที่สุด
กลิ่นอายสาวบริสุทธิ์ที่โชยออกมาจากร่องอกอุ่นๆ ทำให้ตัณหาของปีศาจเฒ่ายิ่งพลุ่งพล่าน กลิ่นหอมธรรมชาติของิัที่ผสมกับกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ จากดอกมะลิ มันเย้ายวนและมึนเมาจนปีศาจเฒ่าแทบลืมตัว ความรัญจวนใจทำให้เขาเผลอใช้จมูกเล็กๆ ดุนดันไปที่เนินอกของนางแรงขึ้นอีกนิด
เขาอ้าปากเล็กๆ แสร้งงับผ่านเนื้อผ้าบางเบาไปที่จุดชีพจรตรงกลางทรวงอกอย่างทะนุถนอม ฟันเล็กๆ ของกิเลนน้อยแตะเบาๆ ผ่านผ้าไหม ส่งความรู้สึกซ่านเสียวแปลกๆ ไปยังจุดที่ละเอียดอ่อนของนาง พร้อมกับค่อยๆ ฉีด "มนตราอุ่นวาบ" เข้าสู่กระแสเืของนางทีละน้อย
มนตราอุ่นวาบเป็เทคนิคลับที่โม่ฉีพัฒนาขึ้นมาเองใน่หลายร้อยปีที่ผ่านมา มันคือการผสมผสานระหว่างปราณหยางที่ร้อนแรงกับสารเคมีธรรมชาติที่หลั่งออกมาจากต่อมพิเศษในปากของเขา เมื่อเข้าสู่กระแสเื สารนี้จะไหลเวียนไปยังทุกส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะจุดชีพจรสำคัญที่เชื่อมโยงกับความรู้สึกทางกาย
พลังปีศาจนี้มิใช่ยาพิษ แต่มันคือสารเร่งเร้าที่เข้าไปกระตุ้นจุดชีพจรหัวใจและมดลูกโดยตรง ทำให้ร่างกายของผู้หญิงเริ่มตื่นตัวและไวต่อการััมากขึ้น สารนี้จะค่อยๆ แพร่กระจายไปทั่วร่างกาย สร้างความรู้สึกอุ่นซ่านและความปรารถนาที่เพิ่มขึ้นทีละน้อย
ลู่ชิงที่กำลังหลับใหลเริ่มขยับตัวไปมาด้วยความรู้สึกรุ่มร้อนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน ความร้อนเริ่มจากจุดที่โม่ฉีัั แล้วค่อยๆ แผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เหมือนกับกระแสน้ำอุ่นที่ไหลเวียนในเส้นเื ใบหน้าของนางเริ่มมีสีชมพูระเรื่อ ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอเริ่มขาด่และหอบถี่ขึ้น
ในห้วงความฝัน ลู่ชิงเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกคลื่นความร้อนซัดสาด ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนเริ่มตื่นขึ้นในร่างกายของนาง หัวใจเต้นเร็วขึ้น เหงื่อเล็กๆ เริ่มซึมออกมาที่หน้าผาก ทำให้ิัเปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงจันทร์
*'สูดเข้าไปเถิด... ยิ่งเ้าหายใจแรง ปราณมลักของข้าจะยิ่งฝังรากลึกในกายเ้า'*
โม่ฉีไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขาใช้ลิ้นเล็กๆ ที่เริ่มมีความร้อนสูงเลียไล้ผ่านผ้าไหมไปตามส่วนโค้งเว้าของเต้านมลู่ชิงอย่างช้าๆ ลิ้นที่อุ่นและเปียกชื้นเคลื่อนไหวเป็วงกลมเล็กๆ รอบจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุด แรงกดและััเปียกชื้นทำให้ลู่ชิงในห้วงความฝันรู้สึกเหมือนกำลังถูกคลื่นความร้อนซัดสาด
ผ้าไหมเนื้อบางเริ่มเปียกชื้นจากลิ้นของเขา ทำให้ติดแนบกับิัของนางมากขึ้น เผยให้เห็นรูปร่างและสีสันของจุดที่ละเอียดอ่อนใต้ผ้าได้ชัดเจนขึ้น สีชมพูอ่อนของยอดปทุมถันที่เริ่มแข็งตัวจากการกระตุ้นปรากฏผ่านผ้าที่เปียกชื้น
นางเผลอส่งเสียงครางแ่เบาในลำคอ "อืม..." เสียงที่ไพเราะและเซ็กซี่จนโม่ฉีแทบจะสูญเสียการควบคุมตัวเอง พร้อมกับบิดกายเร่าไปมาบนเตียงไม้ไผ่ ขาเรียวขาวของนางเริ่มเบียดเสียดเข้าหากันโดยสัญชาตญาณ พยายามบรรเทาความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้นระหว่างขา
การเคลื่อนไหวของนางทำให้ชุดนอนเลื่อนขึ้น เผยให้เห็นขาเรียวยาวที่ขาวเนียนใต้แสงจันทร์ ิัที่เนียนลื่นเปล่งประกายระยิบระยับด้วยเหงื่อเล็กๆ ที่เริ่มซึมออกมา โม่ฉีมองดูด้วยความพึงพอใจ สายตาของเขาจับจ้องไปที่ทุกส่วนของร่างกายที่เริ่มตื่นตัว
ความโหยหาทางกายภาพที่นางไม่เคยรู้จักมาก่อนเริ่มตื่นขึ้นทีละน้อย ร่างกายของนางเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อการกระตุ้น หัวนมที่เคยนิ่มนวลเริ่มแข็งตัวและชูขึ้น ความรู้สึกซ่านเสียวแผ่ซ่านจากทรวงอกลงไปยังส่วนล่างของร่างกาย
ภายใต้ััที่ดูเหมือน "ไร้เดียงสา" ของกิเลนตัวจ้อย ลู่ชิงไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกปลุกเร้าอย่างเป็ระบบ โม่ฉีใช้เทคนิคที่เขาฝึกฝนมาหลายพันปี ค่อยๆ เพิ่มความเข้มข้นของการกระตุ้น ทำให้ร่างกายของนางปรับตัวและเริ่มกระหายการััมากขึ้น
เขาเลื่อนตำแหน่งไปยังจุดอื่นๆ ใช้ขนนุ่มของตัวเองเสียดสีไปตามแผ่นท้องเรียบของนาง ความรู้สึกจากขนที่นุ่มและอุ่นทำให้กล้ามเนื้อท้องของนางกระตุกเล็กน้อย ส่งความรู้สึกซ่านเสียวไปทั่วร่างกาย
"หา... หา..." ลมหายใจของนางเริ่มหอบเร็วขึ้น ใบหน้าที่เคยเรียบเนียนเริ่มเปียกชื้นด้วยเหงื่อเล็กๆ ผมที่เคยเรียบร้อยเริ่มยุ่งเหยิงจากการขยับตัวไปมา ริมฝีปากที่เคยสีชมพูอ่อนเริ่มแดงเข้มขึ้นและเผยอออกเล็กน้อย
โม่ฉีสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างด้วยความพึงพอใจ เขารู้ว่าแผนการของเขากำลังได้ผลตามที่คาดหวัง ร่างกายของลู่ชิงเริ่มตอบสนองต่อการกระตุ้นของเขาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการทำให้นางเริ่มกระหายการััจากเขาเอง
เขาค่อยๆ เลื่อนตัวลงไปทางส่วนล่างของร่างกาย ใช้จมูกเล็กๆ ดุนดันเบาๆ ไปตามแผ่นท้องและสะดือของนาง ความร้อนจากลมหายใจของเขาทำให้ิัของนางสั่นระริก ส่งความรู้สึกซ่านเสียวไปทั่วร่างกาย
ลู่ชิงในห้วงความฝันเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังถูกไฟไหม้ ความร้อนที่เริ่มจากทรวงอกแผ่ซ่านลงไปทั่วร่างกาย ทำให้นางรู้สึกอยากจะถอดเสื้อผ้าออกเพื่อระบายความร้อน แต่ในห้วงความฝัน นางไม่สามารถควบคุมการกระทำของตัวเองได้
"อ้า... ร้อน..." นางพึมพำเบาๆ ในลำคอ พลางขยับตัวไปมาอย่างไม่สงบ มือของนางเริ่มเคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณ พยายามหาทางระบายความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น
โม่ฉีเห็นโอกาสดี เขาค่อยๆ เลื่อนตัวขึ้นมาใกล้มือของนาง แล้วใช้ขนนุ่มเสียดสีกับฝ่ามือและปลายนิ้วของนาง ความรู้สึกจากขนที่นุ่มและอุ่นทำให้นางเผลอกำมือเขาไว้ แล้วเริ่มลูบไล้ตัวเขาอย่างไม่รู้ตัว
การลูบไล้ของนางทำให้โม่ฉีรู้สึกเหมือนกำลังได้รับการนวดจากเทพธิดา ความรู้สึกนั้นทำให้เขาแทบจะครางออกมาด้วยความสุข เขาแสร้งส่งเสียง "หงิง..." เบาๆ เพื่อให้นางคิดว่าเขากำลังสบายใจ
ขณะที่นางลูบไล้ตัวเขา โม่ฉีก็ใช้โอกาสนี้เพิ่มความเข้มข้นของการกระตุ้น เขาใช้ลิ้นเลียไปตามฝ่ามือของนาง ส่งปราณอุ่นเข้าไปในกระแสเืผ่านจุดชีพจรที่ข้อมือ ทำให้ความรู้สึกร้อนแรงแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของนางเร็วขึ้น
"หา... หา... ร้อนจัง..." นางพึมพำด้วยเสียงที่หอบเหนื่อย ใบหน้าของนางแดงก่ำไปหมด เหงื่อเริ่มไหลซึมออกมาตามหน้าผากและคอ ทำให้ิัเปล่งประกายระยิบระยับใต้แสงจันทร์
ชุดนอนที่เคยหลวมเริ่มติดแนบกับร่างกายเพราะเหงื่อ เผยให้เห็นรูปร่างของนางได้ชัดเจนขึ้น ทรวงอกที่เต็มเปี่ยมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่เร็วขึ้น หัวนมที่แข็งตัวชูขึ้นผ่านผ้าเนื้อบาง และเส้นโค้งของร่างกายที่เซ็กซี่ขึ้น
โม่ฉีรู้ดีว่าหากคืนแรกนี้เขากระตุ้นนางได้สำเร็จ คืนต่อๆ ไป ลู่ชิงจะกลายเป็ผู้ที่กระหายััจากเขาเสียเอง โดยที่นางยังเชื่อสุดใจว่ามันคือความรักและความเอ็นดูที่มีต่อสัตว์เทพตัวหนึ่งเท่านั้น
เขาเริ่มขั้นตอนสุดท้ายของคืนนี้ ค่อยๆ เลื่อนตัวไปยังจุดที่ละเอียดอ่อนที่สุดระหว่างขาของนาง ใช้ลมหายใจอุ่นๆ พัดไปยังจุดนั้นผ่านผ้าเนื้อบาง ความร้อนและความชื้นทำให้นางสั่นสะท้านไปทั้งตัว
"อ้า!" นางส่งเสียงครางเบาๆ ขาทั้งสองข้างกำแน่นเข้าหากัน พยายามบรรเทาความรู้สึกแปลกใหม่ที่เกิดขึ้น แต่การกระทำนี้กลับทำให้โม่ฉีถูกบีบคั้นระหว่างขาของนาง ทำให้เขาได้ัักับความอุ่นและความนุ่มนวลอย่างใกล้ชิด
ความรู้สึกนั้นทำให้โม่ฉีแทบจะเสียสติ เขาใช้ความพยายามอย่างมากในการควบคุมตัวเอง เพื่อไม่ให้เผยตัวตนที่แท้จริงออกมาในเวลานี้ เขายัง้าให้นางเชื่อว่าเขาเป็เพียงสัตว์น้อยที่ไร้เดียงสา
หลังจากที่เขากระตุ้นนางจนถึงจุดสูงสุดที่เหมาะสมสำหรับคืนแรก โม่ฉีค่อยๆ ลดความเข้มข้นลง เขาไม่้าให้นางตื่นขึ้นมาในคืนนี้ เพราะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม เขา้าให้นางจดจำความรู้สึกนี้ในจิตใต้สำนึก และเริ่มกระหายมันในคืนต่อๆ ไป
เขาค่อยๆ เลื่อนตัวกลับไปยังตำแหน่งเดิมข้างหัวของนาง แล้วขดตัวนอนเหมือนเดิม แสร้งทำเป็หลับสนิท ปล่อยให้ปราณอุ่นที่เขาฉีดเข้าไปค่อยๆ ลดลงเอง จนลู่ชิงกลับเข้าสู่ห้วงนิทราที่สงบอีกครั้ง
แต่ในจิตใต้สำนึกของนาง ความทรงจำเกี่ยวกับความรู้สึกแปลกใหม่นั้นได้ถูกฝังไว้แล้ว เมื่อนางตื่นขึ้นมาในตอนเช้า นางจะรู้สึกแปลกๆ และเริ่มมองกิเลนน้อยด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป โดยที่นางเองก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร
ลมหนาวพัดผ่านหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ ทำให้ผ้าม่านปลิวไหวเบาๆ แสงจันทร์ที่ส่องผ่านเมฆหนาเริ่มสลัวลง เป็สัญญาณว่าอีกไม่นานก็จะรุ่งสาง แต่สำหรับโม่ฉีแล้ว คืนนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของแผนการยิ่งใหญ่ของเขาเท่านั้น
เขาหลับตาลงด้วยรอยยิ้มที่พึงพอใจ ในใจคิดถึงคืนต่อๆ ไปที่เขาจะได้กระตุ้นนางมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งนางไม่สามารถต้านทานเสน่ห์ของเขาได้อีกต่อไป และเมื่อถึงเวลานั้น เขาจะเผยตัวตนที่แท้จริงออกมา แล้วทำให้นางเป็ของเขาอย่างสมบูrณ์
ความเงียบสงบกลับคืนมาสู่เรือนพักเล็กๆ ท้ายสวนป่าไผ่ เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของหญิงสาวที่หลับใหลอย่างไม่รู้ตัว และเสียงใบไผ่เสียดสีกันเบาๆ ที่ปลิวมาตามสายลม
แต่ภายใต้ความสงบเงียบนั้น เมล็ดพันธุ์แห่งความปรารถนาได้ถูกหว่านไว้ในจิตใจของลู่ชิงแล้ว เมล็ดพันธุ์ที่จะค่อยๆ งอกงามและเติบโตขึ้นในคืนต่อๆ ไป จนกระทั่งกลายเป็ต้นไม้ใหญ่ที่จะครอบงำหัวใจของนางอย่างสิ้นเชิง
และนี่คือคืนแรกของการล่มสลายของสำนักบุปผาหิมะ ที่เริ่มต้นจากห้องเล็กๆ ท้ายสวนป่าไผ่ ด้วยััที่ดูเหมือน "ไร้เดียงสา" ของสัตว์น้อยตัวหนึ่ง ที่แท้จริงแล้วคือปีศาจเฒ่าผู้กำลังวางแผนจะทำลายความบริสุทธิ์ของสำนักให้พังทลายลงั้แ่รากฐาน