"เอาล่ะ..เื่ที่พวกเรามีบรรพบุรุษเดียวกันกับเื่ความเกี่ยวข้องกันของโลกวิถีปราณและโลกสีน้ำเงินนั้น ข้าจะเล่าให้เ้าฟังทีหลัง"
"ในตอนนี้เ้าจะต้องตั้งใจฟังเื่ของการฝึกปราณยุทธ์เอาไว้ให้ดี"
"การฝึกปราณยุทธ์ ก็คือการพัฒนาร่างกายและดูดซับเอาพลังปราณที่มีอยู่ในทุกอณูของอากาศ รวมถึงในทุกอณูของทรัพยากรพลังปราณชนิดต่างๆเข้าไปในร่างกายของเ้า"
"ส่วนการฝึกปราณเซียนนั้นจะเป็การนำเอาพลังปราณเข้าไปพัฒนาจิตใจ หรือก็คือพลังจิตที่พวกเ้าบนโลกสีน้ำเงินใบนี้เรียกกัน แต่ในขั้นแรกนี้ให้เ้าสนใจฝึกในส่วนของปราณยุทธ์ไปก่อน"
"ตัวของเ้านั้นมีกายาปราณแห่งมิติเหมือนกันกับข้า ดังนั้นข้าจึงได้ตั้งโปรแกรมให้ระบบเทพยุทธ์มอบเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลให้กับเ้าเอาไว้ได้ฝึกฝน"
"เคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจแห่งมิติจักรวาลนี้ข้าได้รับการสืบทอดมาจากท่านอาจารย์ของข้าอีกที เคล็ดดูดซับพลังปราณนี้จะทำให้เ้าสามารถบรรลุขั้นพลังไปจนถึงขั้น *ปรมาจารย์ยุทธ์* ได้และเมื่อเ้าสามารถยกระดับขั้นพลังขึ้นไปเป็ขั้นเซียนได้แล้ว เ้าก็จะต้องเปลี่ยนเคล็ดดูดซับพลังปราณเคล็ดใหม่ ซึ่งระบบเทพยุทธ์จะมอบให้กับเ้าเองเมื่อถึงเวลานั้น"
"ว่าแต่..เ้ายังจำขั้นพลังของผู้ฝึกปราณยุทธ์และปราณเซียนทั้งหมดได้หรือไม่" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคถามจูหงเฟย
"ได้ครับ..อันที่จริงผมจดเอาไว้ด้วย เดี๋ยวผมจะไปหยิบมาให้ดูนะครับลุงเฉิน" จูหงเฟยตอบ
"ไม่ต้อง..ไม่ต้อง ตอนนี้เ้าและข้าอยู่ในจิตสำนึกของตัวเ้าเอง เ้าก็แค่นึกถึงมัน แล้วมันก็จะปรากฏขึ้นมาในจิตสำนึกของเ้า"
"เ้าไม่ต้องใช้ร่างต้นที่นอนอยู่ของเ้าเดินไปหยิบมาหรอก"
"สิ่งของใด..ข้อความใด..หรือรูปภาพใดก็ตามที่เ้าเพ่งสมาธิและตั้งอกตั้งใจที่จะจดจำ ระบบเทพยุทธ์ก็จะช่วยบันทึกเอาไว้ในจิตสำนึกของเ้าอย่างถาวรไม่มีวันหายไปไหน" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคอธิบายถึงฟังก์ชันเสริมของระบบเทพยุทธ์
"โอ้โห..!! แบบนี้ก็ดีเลยครับลุงเฉิน ตอนอ่านตำราเรียนเพื่อไปสอบ ผมก็ไม่ต้องกลัวว่าผมจะทำข้อสอบไม่ได้อีกแล้ว คราวนี้ผมต้องสอบได้เป็ที่ 1 ของทั้งระดับชั้นประถมปีที่ 5 แน่ๆ.. ฮ่าๆๆๆ.. ฮ่าๆๆๆ.." แล้วจูหงเฟยก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ
"เฮ้อ..ฟังก์ชันเสริมของระบบเทพยุทธ์มันก็แค่ช่วยเ้าบันทึกเนื้อหาเอาไว้แค่นั้น มันก็เหมือนกับเครื่องถ่ายเอกสาร,เครื่องสแกน หากเ้าไม่เข้าใจเนื้อหาอย่างถ่องแท้แล้ว มันก็ไม่มีประโยชน์อันใดเลย"
"เอาเถอะ..เอาเถอะ..เ้าลองนึกถึงข้อความที่เ้าจดจำขั้นพลังของผู้ฝึกปราณขึ้นมาในจิตสำนึกของเ้าดูสิ" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคบอกกับจูหงเฟย
"ครับ.." แล้วจูหงเฟยก็ทำการนึกถึงข้อความบนกระดาษแผ่นที่เขาจดขั้นพลังของผู้ฝึกปราณเอาไว้ ซึ่งจูหงเฟยก็เคยนั่งอ่านอยู่หลายต่อหลายรอบ
แว็บ..!!! แล้วก็มีข้อความปรากฏขึ้นมาภายในจิตสำนึกของจูหงเฟย
ขั้นพลังในการฝึกปราณ จะแบ่งเป็ 2 ปราณหลัก คือ *ปราณยุทธ์* และ *ปราณเซียน*
โดยจะเแบ่งแยกย่อยออกเป็แต่ละขั้นพลังจากต่ำไปสูงดังนี้..
*ขั้นพลังของผู้ฝึกปราณยุทธ์* = [ 5 ขั้น ]
-- ขั้น *กายาพื้นฐาน* : เลเวล 0 - 9
-- ขั้น *กายารวมปราณ* : เลเวล 10 - 19
-- ขั้น *นักยุทธ์* : เลเวล 20 - 29
-- ขั้น *จอมยุทธ์* : เลเวล 30 - 39
-- ขั้น *ปรมาจารย์ยุทธ์* : เลเวล 40 - 49
*ขั้นพลังของผู้ฝึกปราณฤทธิ์* = [ 3 ขั้น ]
-- ขั้น*เซียน* : เลเวล 50 - 59
-- ขั้น *าาเซียน* : เลเวล 60 - 69
-- ขั้น *จักรพรรดิเซียน* : เลเวล 70+ ขึ้นไปจนถึงเลเวล 100
.........................
"อืม.. เ้าก็จดจำข้อความได้ครบถ้วนดี เ้าจะเห็นว่าขั้นพลังที่ต่ำกว่าขั้นเซียนนั้นเป็การฝึกปราณยุทธ์ ดังนั้นเคล็ดดูดซับพลังปราณลมหายใจเเห่งมิติจักรวาลจึงใช้ได้แค่ถึงขั้นปรมาจารย์ยุทธ์เท่านั้น"
"แล้วขั้นปรมาจารย์ยุทธ์นี่มันทำอะไรได้บ้างครับ แล้วมันต่างกับขั้นเซียนยังไงครับลุงเฉิน.." จูหงเฟยถามออกไปด้วยความสงสัย
"อืม..ข้าจะอธิบายช้าๆนะ เ้าจงจดจำเอาไว้ให้ดี"
"ขั้นกายาพื้นฐาน : เลเวล 0 - 9 ขั้นนี้เป็การนำเอาพลังปราณเข้าไป *พัฒนา* ทุกส่วนของร่างกาย โดยผ่านการหายใจเอาพลังปราณเข้าปอด แล้วส่งพลังปราณผ่านไปทางเส้นเืเหมือนกับออกชิเจน เพื่อเอาไปพัฒนาทุกๆส่วนในร่างกายของเ้า เช่นพัฒนาเส้นเอ็น-เส้นประสาท-เส้นเื-กล้ามเนื้อ-ิั-เส้นผม รวมถึงกระดูกและอวัยวะภายในให้แข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งขึ้น"
"เดี๋ยวๆๆๆ..เดี๋ยวครับลุงเฉิน ผมขอแทรกนิดนึงครับ ไอ้เ้าระบบเทพยุทธ์เผด็จการนั่น มันให้ผมทำภารกิจทำร้ายตัวเองให้บอบช้ำแล้วรักษา เมื่อวานนี้ผมวิ่งเอาหัวไหล่ชนผนังห้อง แล้วผมจะรู้ได้ยังไงว่าผมจะต้องใช้แรงขนาดไหนที่จะทำให้ร่างกายของผมบอบช้ำแล้วรักษาจนผมเลื่อน % หัวข้อการป้องกันและการรักษาตัวเองให้ขึ้นเป็ 100 / 100 % ได้ครับ ไอ้ระบบซาดิสม์นั่นมันก็ไม่ยอมอธิบายให้ผมรู้สักนิด"
"ผมคาใจกับเื่นี้มากครับ ลุงเฉิน" จูหงเฟยเปลี่ยนเื่คุยทันที เพราะจูหงเฟยรู้สึกเซ็งกับไอ้เ้าระบบเทพยุทธ์เป็อย่างมากที่ไม่มีคำอธิบายใดๆเลย
"เอ้อ..ระบบเผด็จการ..ลมหายใจแปลกๆ..ระบบซาดิสม์.. นี่เ้าหนูจู ข้าสร้างระบบเทพยุทธ์นี้ขึ้นมาก็เพื่อเ้าคนเดียวโดยเฉพาะเลยนะ เ้าจะไม่ไว้หน้าข้าบ้างเลยหรือ" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคผู้ยิ่งใหญ่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อยๆ
"ก็มันจริงนี่ครับลุงเฉิน ไอ้เ้าระบบเทพยุทธ์นั่น มันเหมือนกับว่าจะเสร็จก็ไม่เสร็จ จะว่าสมบูรณ์ก็ไม่สมบูรณ์ มันค้างๆคาๆยังไงก็ไม่รู้ครับ" จูหงเฟยฟ้องคนสร้างระบบเสียเลย
"เออ..~ คือ..~ ข้าก็พยายามอย่างเต็มที่แล้วนะ ตลอดเวลา 5 ปีบนโลกสีน้ำเงินใบนี้ ข้าผู้เป็ถึงจักรพรรดิเซียนและสามารถเปิดสติปัญญาญาณได้จนถึงระดับสูงสุดแล้ว ต้องศึกษาวิทยาการในด้านต่างๆของมนุษย์บนโลกสีน้ำเงินใบนี้ไปอย่างมากมายหลายแขนง สำหรับโปรแกรมการทำงานของระบบเทพยุทธ์ หากข้าได้มีเวลาศึกษาการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์หรือการเขียนโปรแกรม AI อีกสัก 2 เดือน มันก็น่าจะออกมาดีกว่านี้ เ้าก็ทนๆไปก่อนเถอะ เดี๋ยวอีกหน่อยเ้าก็ชินไปเองแหละ" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคแก้ตัว
"เอาล่ะ..ไม่นอกเื่แล้ว ที่เ้าถามว่าจะใช้แรงเท่าไหร่ในการทำให้ร่างกายบอบช้ำ กรณีหัวไหล่ รวมถึงร่างกายทุกส่วนของเ้า เ้าก็ดูว่าเมื่อเ้าทำให้ร่างกายบอบช้ำแล้วรักษาจนเสร็จแล้ว % ในหัวข้อความต้านทานของเ้ามันเพิ่มขึ้นหรือไม่ ถ้าไม่เพิ่มขึ้นแสดฃว่า?รงน้อยไป เ้าก็ต้องทำใหม่อีกครั้ง โดยเพิ่มแรงเข้าไปอีก" เทพยุทธ์หมื่นมิติเฉินไคกล่าวอธิบาย
"อ้อ..ถ้าอย่างนี้ผมก็พอกะแรงได้แล้วครับลุงเฉิน ค่อยๆเพิ่มแรงเข้าไป เริ่มจากเบาๆก่อน"
"เเล้วผมต้องทำภารกิจบอบซ้ำแล้วรักษานี่ให้ครบทุกส่วนของร่างกายเลยใช่ไหมครับ" จูหงเฟยถามออกไปเพื่อความชัวร์
"ใช่.. แต่ยกเว้นดวงตา เพราะดวงตานั้นเป็จุดอ่อนที่แก้ไขได้ยากที่สุดของทั้งมนุษย์และอสูร ต้องบรรลุเป็ขั้นเซียนแล้วเท่านั้นถึงจะแก้ไขจุดอ่อนที่ดวงตาได้" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคตอบ
"เอ้อ..!! ผมมีคำถามสำคัญครับ แล้วช้างน้อย..ของผม ผมต้องทำให้มันบอบช้ำด้วยไหมครับ" จูหงเฟยชี้ลงไปที่ตรงกลางลำตัวล่างสะดือ แล้วรอคอยคำตอบด้วยใจระทึก
"ตรงนั้นก็ด้วย..!!" จักรพรรดิเซียนหมื่นมิติเฉินไคตอบกลับมาอย่างไร้เยื่อใย
"เฮ้ย..!!!!!!.." จูหงเฟยะโออกมาอย่างดัง..พร้อมกับหัวใจที่ปวดร้าว..