08.30 น.ลินลงมารอเ้านายเธอก่อนเวลาครึ่งชั่วโมง เพราะไม่อยากให้เขารออีกอย่างเมื่อคืนเธอก็นอนไม่ค่อยหลับเลยตื่นเร็วนั่งไม่นานก็เห็นเ้านายหนุ่มเดินตรงมาที่รถทั้งคู่ก้าวขึ้นรถโดยไม่มีใครพูดอะไรเลยสักคำ ขับรถรวดเดียว 3 ชม.โดยไม่จอดแวะพักเลย และหญิงสาวก็นั่งนิ่งมาตลอดทาง
“ให้ส่งที่ไหน”ชายหนุ่มเอ่ยออกมาหลังจากใกล้จะถึงกรุงเทพฯ
“เข้าออฟฟิศเลยค่ะเดี๋ยวลินเข้าทำงานต่อเลยค่ะ” หญิงสาวบอกเขา
ภากรหันหน้ามองหญิงสาวเล็กน้อยก่อนที่จะถึงออฟฟิศ เขาเลี้ยวเข้าร้านกาแฟเล็กๆ ร้านนึง ที่มีอาหารเช้าง่ายๆ ด้วยหญิงสาวจึงต้องจำใจลงรถเดินตามเขาเข้าไปในร้าน
“สวัสดีค่ะ รับอะไรดีคะ”พนักงานเสริ์ฟถามทั้งคู่
“กาแฟ 2 กับแซลมอนสเต๊ก2 ที่ครับ” เขาหันไปสั่งแทนหญิงสาวเรียบร้อย ลินได้แต่มองหน้าแล้วแอบค้อนให้เขา ใจก็คิดไม่ให้โอกาสเลือกเลยรึไงไม่ได้อยากกินสักหน่อย เหมือนชายหนุ่มจะเดาความคิดเธอออก
“กินแล้ว จะได้กินยาคุณยังไม่หายดี นี่ก็เที่ยงกว่าแล้วด้วย” ชายหนุ่มพูดดักคอ
“ลินหายดีแล้วค่ะ” หญิงสาวค้านเขามองแต่ไม่ได้พูดอะไร พออาหารและกาแฟมาเสิร์ฟทั้งคู่ก็ต่างคนต่างทานเงียบๆเรียบร้อยแล้วก็เดินทางต่อจนมาถึงออฟฟิศ
“เป็ไงบ้างลูกไปทำงานกับเ้านาย ราบรื่นมั้ย” นภา แม่ของชลินกาญจน์ถามขึ้นหลังจากที่เห็นลูกสาวหิ้วกระเป๋าเดินทางใบย่อมเข้าบ้านมา
“ก็ดีค่ะแม่ ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ”เธอยิ้มตอบ
“ดีแล้วล่ะ ตั้งใจทำงานขยันอดทนนะลูก ไปเก็บข้าวของ อาบน้ำอาบท่าแล้วลงมากินข้าวนะลูกนะ วันนี้แม่ทำกับข้าวของโปรดลินไว้หลายอย่างเลย”
“ค่ะ แม่”ลินเดินเข้ามาในห้องนอนเธอรู้สึกกระดากปากที่ตอบผู้เป็แม่ออกไปเื่การไปทำงานกับเ้านายครั้งนี้ได้แต่แอบขอโทษผู้เป็มารดาอยู่ในใจที่พลาดท่าทำตัวไม่สมกับที่มารดาอบรมสั่งสอนมาให้รักนวลสงวนตัว แต่เธอกลับนอนกับเ้านายที่ไม่ได้เป็แฟน หรือแม้กระทั่งคนคุยกันด้วยซ้ำเธอไม่อยากให้แม่เสียใจกับเื่นี้
เพราะรู้ดีว่าแม่เธอต้องลำบากขนาดไหนกว่าจะเลี้ยงเธอและน้องชาย มาจนโต เพราะพ่อของเธอประสบอุบัติเหตุเสียไปั้แ่ชลินกาญจน์ ยังเรียนอยู่มัธยมต้นด้วยซ้ำ เธอจึงตั้งใจเรียน ่ไหนปิดเทอมหรือมีเวลาว่าง เธอจะหางานพิเศษทำตลอด ทั้งเด็กเสิร์ฟ ทั้งขายของออนไลน์มีงานอะไรที่ได้เงินเธอทำหมด รวมถึง ลัน น้องชายของเธอที่อายุห่างกัน 5 ปี ก็ไม่ได้ทำตัวให้แม่และเธอหนักใจเลย
“ไง ลันเข้ามหาลัยวันแรกเป็ไงบ้าง” ลิน ถามน้องออกไปขณะนั่งทานข้าวเพราะเป็วันแรกที่น้องเธอเข้าเรียนมหาลัย
“ก็โอเคนะพี่ลิน แต่เพิ่งวันแรกยังไม่ค่อยมีเพื่อนเท่าไหร่ แต่ไม่ต้องห่วงลันนะครับ ลันจะตั้งใจเรียนไม่เกเรแน่นอน” น้องชายพูดให้พี่สาวหายห่วง เธอก็รู้ว่าน้องเธอเป็เด็กดีแต่ก็เป็ธรรมดาของวัยรุ่น อาจจะมีเที่ยวกับเพื่อน อาจจะมีสังสรรค์บ้างแต่ลันก็ไม่เคยทำให้พี่และแม่เป็ห่วงเลย เขาค่อนข้างดูแลตัวเองได้ดี
“เ้านายเค้าดีกับลินมั้ยลูก”จู่ๆ แม่ก็ถามเธอขึ้นมา
“แค่กๆๆ ...”ลินที่ไม่ได้ตั้งตัวถึงกับสำลักน้ำแกงทีเดียว
“เอ่อ...ก็ดีค่ะแม่แม่ไม่ต้องห่วงนะ ลินเอาตัวรอดได้ งานหนักลินก็ไหวค่ะ” เธอบอกให้แม่สบายใจ
“ดีแล้วลูก ตั้งใจทำงานนะ เอาๆกินข้าวๆ กันลูก” แม่หญิงสาวตัดบท ก่อนที่จะทานข้าวกันไปคุยกันไป สามคนแม่ลูก
เช้านี้ลินมาทำงานเธอเปลี่ยนจากแว่นหนามาเป็คอนแท็คเลนส์เพราะจากที่ลองใส่ไปงานเลี้ยงวันก่อนเธอก็ว่ามันเข้าท่าดี ไม่เกะกะเวลาทำงานอีกด้วยใจก็คิดว่าหากเก็บเงินได้สักก้อนเธอคงจะไปทำเลสิกได้แค่คิดคงอีกนานกว่าจะเก็บเงินได้เพราะตอนนี้เธอต้องรับภาระค่าใช้จ่ายในบ้านรวมถึงส่งน้องเรียนอีกด้วยยังดีที่บ้านเป็ของพ่อกับแม่เธอเองเลยไม่ต้องเสียค่าเช่าอีก
08.30 น.ภากร เดินออกจากลิฟต์มาเจอเลขาในลุคไม่ใส่แว่นตาก็ขมวดคิ้วสงสัย แต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกไป
“วันนี้เที่ยงมีนัดทานข้าวกับลูกค้านะคะที่ร้าน.... แล้วตอนบ่ายสี่โมงเย็นมีนัดประชุมกับฝ่ายการตลาดอัปเดตโปรเจคใหม่ค่ะ”หญิงสาวรายงานคิวงานให้เขาฟัง
“อืม” เขาตอบสั้นๆ
“กาแฟค่ะ” หลังรายงานคิวงานเสร็จเธอก็เดินไปชงกาแฟมาให้เขา
“แว่นตาไปไหน”ชายหนุ่มถามออกไปเพราะเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว
“ไม่ได้ไปไหนค่ะ แค่ไม่ได้ใส่”หญิงสาวตอบยียวนออกไปความจริงไม่ได้ตั้งใจแต่ด้วยยังมีเื่ติดค้างในใจจึงทำให้เธอตอบออกไปเช่นนั้น
“ทำไมถึงไม่ใส่”
“ไม่อยากใส่แว่นแล้วเลยเปลี่ยนมาใส่คอนแท็คเลนส์แทน แต่ลินก็ยังทำงานได้ปกตินะคะ” เธอยังไม่ยอมลดละ
“ผมถาม ไม่ได้ให้คุณมายอกย้อน”เขาว่าเสียงเข้มวางแก้วกาแฟที่กำลังจรดปากลงพร้อมยืนขึ้นเต็มความสูงจ้องหน้าเลขาเขม็ง
“ขอโทษค่ะคุณภากรมีอะไรให้ทำอีกมั้ยคะ”
“เที่ยงนี้เตรียมตัวไปกับผมด้วย”เขาสั่ง
“เอ๊ะแต่ลินต้องเตรียมเอกสารที่จะต้องประชุมด้วยนะคะเกรงว่าจะไม่ทัน” หญิงสาวอ้าง
“ก็ให้ฝ่ายการตลาดเตรียมเองสิครั้งนี้หรือถ้าใครมีปัญหาก็บอกผม!!” เขาพูดเสียงเข้มใส่เธอ
“รับทราบค่ะ”หญิงสาวตอบรับหน้าตึงเดินออกไป รีบเคลียงาน เตรียมเอกสารเพื่อที่จะได้ไม่ต้องฝากงานให้คนอื่นทำ
พอเที่ยงภากรและลินก็มาถึงร้านอาหารที่นัดลูกค้าไว้ นั่งรอไม่นานลูกค้าก็เดินเข้ามา เป็สาวสวยมากๆคนหนึ่ง
“สวัสดีค่ะคุณภากรไม่เจอกันนานเลยนะคะ เอ่อ...แล้วนี่??” หญิงสาวผู้มาใหม่ทักทายภากรพร้อมหันมาที่เธอ
“สวัสดีครับคุณน้ำรินทร์ นี่ชลินกาญจน์ เลขาผมครับ” ชายหนุ่มแนะนำ
“สวัสดีค่ะคุณน้ำรินทร์ เรียกลินเฉยๆ ก็ได้นะคะ” ลิน ยกมือไหว้พร้อมแนะนำตัว
น้ำรินทร์ หรือ น้ำเป็ลูกค้าใหม่ของบริษัทฯเธอนัดภากรเพื่อมาทำการเซ็นสัญญาการซื้อ-ขายรวมถึงพูดคุยรายละเอียดกัน เธอเป็ลูกสาวของเ้าสัวที่ทำธุรกิจส่งออกอาหารสำเร็จรูปหลากหลายชนิดเบอร์ต้นๆของประเทศ เมื่อเธอได้ยินว่า ลิน เป็เลขาจึงดึงสายตากลับทันทีไม่ได้ใส่ใจอีกต่อไป พูดคุยกะหนุงกะหนิงกันสองคน โดยมี ลินคอยซัพพอร์ตเอกสารและชี้จุดว่าต้องเซ็นเอกสารตรงไหนบ้าง
เอาจริงๆ แล้วเธอคิดว่าคุณน้ำรินทร์ ไม่ได้สนใจธุรกิจสักเท่าไหร่กันหรอกดูน่าจะอยากเจอ อยากคุย อยากสานสัมพันธ์กับเ้านายเธอมากกว่า ถึงจะไม่ค่อยชอบใจแต่ก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาเพราะเธอกับภากรก็ไม่ได้มีความสัมพันธ์ไปมากกว่าเ้านายและลูกน้องอยู่แล้ว
เมื่อได้เวลากลับ ภากรก็ร่ำลากับ ลูกค้าสาวเรียบร้อย แถมท้ายว่าหากมีเวลาเธอคงต้องนัดเ้านายหนุ่มเพื่อคุยเื่รายละเอียดการซื้อ-ขายกันอีกครั้งเพราะยังไม่เข้าใจเท่าที่ควร
‘จะเข้าใจได้ยังไงล่ะเล่นไม่ฟังที่เ้านายเธออธิบายเลย เอาแต่จ้องหน้าเ้านายตาเยิ้มซะขนาดนั้นถ้ามีครั้งหน้าเธอจะไม่มากับเขาเด็ดขาด อึดอัดชะมัด’ เลขาสาวแอบคิดในใจ
“โอเคงั้นคุณมารุธ ไปแก้ไขโปรเจคมาตามที่คุยกันก็แล้วกัน สัปดาห์หน้าผมจะนัดวันประชุมอีกที” ภากรเอ่ยขึ้นหลังจากฟังฝ่ายการตลาด อัปเดตโปรเจคยังไม่เป็ที่พอใจเขาเท่าไหร่จึงให้ไปแก้ไข และมาอัปเดตอีกครั้ง เขาและลินกลับเข้ามาก่อนหน้าประชุมเพียงแค่ 10 นาทีเนื่องจากกว่าจะปลีกตัวจากลูกค้า VIP สาวสวยได้ก็ใช้เวลาพอสมควร
“ได้ครับคุณภากรงั้นผมคงต้องรบกวนคุณลิน ประสานงานทีนะครับ” มารุธ ผจก.ฝ่ายการตลาดหันหน้ามาหาลินเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ยินดีค่ะมีอะไรที่จะให้ลินอัปเดตคุณภากรก่อน คุณรุธแจ้งลินได้เลยนะคะ” หญิงสาวกล่าว
“ขอบคุณมากๆ เลยนะครับถ้าไม่ได้คุณลินช่วยผมคงหัวหมุนแน่ๆ เลย” พูดพร้อมกับยิ้มหวานสายตาเป็ประกายให้กับหญิงสาว
“อะอึ่ม...”เสียงเ้านายกระแอมขัดจังหวะพร้อมลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปแบบหน้าตึงๆ
“ไม่เป็ไรหรอกค่ะอะไรช่วยได้ก็ช่วยกันค่ะ” ลินกล่าว ไม่ได้ใส่ใจกับท่าทีของเ้านาย
“ทำไมมารุธจะต้องชื่นชมคุณขนาดนั้นเค้าจีบคุณเหรอ” หลังจากเธอเดินมานั่งที่โต๊ะแต่เอารายงานการประชุมเมื่อสักครู่เข้าไปให้ เขาก็ถามขึ้น
“ไม่ทราบเหมือนกันค่ะคงไม่มั้งคะ” เธอตอบตามที่รู้สึก
“หึ..ไม่รู้ หรือทำเป็ไม่รู้กันแน่” เขาค่อนขอด
“คุณภากรคะ ลินไม่ได้ถามแล้วคุณมารุธเค้าก็ไม่ได้บอกลินนี่คะ ลินจะไปรู้ได้ยังไงกันอีกอย่างเค้าก็ขอบคุณที่ลินคอยช่วยประสานงานให้ก็ไม่เห็นจะแปลกอะไรนี่คะ”เธอย้อนเขาแล้วก็เดินออกมานั่งทำงานเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นภากรได้แต่มองตามหลังเลขาตาปริบๆ อย่างไม่รู้จะเถียงอะไรเธอทัน
“เย็นนี้ว่างรึเปล่า ผมมีงานให้ทำ” เขาเดินตามออกมาถามเธอ
“งานอะไรคะ??” ลินสงสัยเนื่องจากมั่นใจว่าเช็คดีแล้ว วันนี้ไม่มีงานอะไร
“มีนัดลูกค้าที่ร้านอาหารไปช่วยผมดูเอกสารหน่อย เดี๋ยวให้โอที” เขาเสนอ
“เอ๊ะ ลูกค้าที่ไหนคะทำไมลินไม่รู้มาก่อน”
“ก็..เค้าติดต่อผมมาโดยตรงเมื่อวานตอนเย็นแล้วล่ะผมไม่ได้บอกคุณ” เขาอ้าง
“เหรอคะ.....ก็ได้ค่ะ”หญิงสาวแม้จะสงสัย แต่ก็ตอบรับเธอคิดว่าคงเป็คนที่เ้านายรู้จักถึงได้คุยตรงกับเ้านายโดยไม่ผ่านเธอ
ภากรและลินมาถึงยังร้านอาหาร จนถึงเวลาที่นัดลูกค้าเธอก็ยังไม่เห็นวี่แววว่าลูกค้าจะมาเลยเอ่ยถามผู้เป็เ้านาย
“คุณภากรคะให้ลินช่วยโทรตามลูกค้ามั้ยคะ”เธออดเอ่ยถามเ้านายไม่ได้ เพราะโดยปกติแล้วเ้านายเป็คนรักษาเวลามากและหากเจอลูกค้าที่ไม่รักษาเวลาขนาดนี้เขาคงหัวเสียกลับไปแล้ว แต่นี่น่าแปลกเ้านายยังนิ่ง แถมนั่งทานอาหารที่เขาเป็คนสั่งเองทั้งหมดรวมทั้งยังสั่งให้เธอด้วยหน้าตาเฉย
“อ่อเขาเพิ่งไลน์บอกผมเมื่อกี้นี้เองว่าติดธุระด่วน ขอเลื่อนไปก่อน” เขาบอก
“เอ๊ะ!! ลูกค้าแจ้งตอนไหนเหรอคะ”ลินสงสัยเพราะั้แ่มานั่ง เหมือนจะยังไม่เห็นเค้าจับมือถือเลย
“บอกว่าแจ้งแล้วไงทานสิผมสั่งให้แล้ว ไหนๆ ก็เสียเวลามาแล้ว ถือว่ามาทานข้าวก็แล้วกัน”
หลังจากทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยแล้วภากรก็ขับรถมาส่งหญิงสาวที่หน้าบ้าน
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”ลินหันมายกมือไหว้ พร้อมทำท่าจะเปิดประตูรถ
“พรุ่งนี้เตรียมอาหารเช้าให้ผมด้วยนะ”
“คุณภากรอยากทานอะไรคะลินจะได้สั่งไว้ให้ค่ะ” เธอถามเค้าเพื่อจะได้สั่งร้านอาหารประจำที่เ้านายเธอชอบทานในเวลาที่ไม่ได้ออกไปทานข้างนอกหรือ ไปทานกับลูกค้าที่ไหน
“ไม่ล่ะเบื่อแล้ว....ปกติตอนเช้าคุณทานอะไร”
“ทำไมเหรอคะปกติลินก็ทานข้าวจากที่บ้านไปน่ะค่ะ...อย่าบอกนะคะว่า....”
“นั่นแหละ เตรียมให้ผมด้วยเอาเหมือนที่คุณทานนั่นแหละ”เขาพูดหน้าตาเฉย
“ให้ผมจ่ายเงินให้ก็ได้นะผมจะได้สั่งประจำเลย” เขาว่าเมื่อเห็นเธอยังนิ่ง
“เอ่อ...อย่าเลยดีกว่าค่ะเพราะบ้านลินกินอะไรแบบบ้านๆง่ายๆ มันคงไม่ถูกปากคุณหรอกค่ะ ให้ลินสั่งร้านเดิมให้ดีกว่านะคะ”
“ผมบอกว่าจะกิน ก็คือจะกินไงหรือคุณไม่อยากทำไปเผื่อผม??”
“คือไม่ใช่แบบนั้น..ก็ได้ค่ะแต่ถ้าไม่ถูกปาก หรือทานไม่ได้อย่ามาโทษลินนะคะ”
“คุณกินได้ ผมก็ต้องกินได้สิผมไม่ใช่คนเื่มากนะ” ภากรยังไม่เลิกตื้อ
“ไว้ลองทานแล้วค่อยพูดดีกว่าค่ะลินเข้าบ้านนะคะ สวัสดีค่ะ”
ลิน ตัดบทพร้อมเอ่ยลาเขาอีกทีแล้วลงจากรถยืนรอเขาออกรถลับตาไป เดินเข้าบ้านก็อดคิดไม่ได้ ว่าเ้านายมาอารมณ์ไหนไม้ไหนอีก เดี๋ยวผีเข้า ผีออก เธอจะตามทันเขาสักวันมั้ยนะ
เช้านี้ลินก็ตื่นมาทำกับข้าวกับแม่เธอตามปกติแม่เธอตื่นมาทำอาหารไว้เพื่อให้เธอและน้องเป็ประจำแต่เช้าในทุกๆ วันอยู่แล้วยกเว้นเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดที่แม่และเธอจะตื่นสายกว่าปกติเพื่อให้พักผ่อนได้อย่างเต็มที่แล้วจะมาทำอาหารด้วยกันเป็ประจำ
“แม่จ๊ะเช้านี้ลินขอห่อข้าวเช้าไปชุดนึงนะคะ”
“ได้สิลูกลินจะเอาไปกินมื้อเที่ยงเหรอ” แม่เอ่ยถาม
“เปล่าค่ะ คือ...พอดีเ้านายให้ลินจัดอาหารเช้าไปให้แต่ไม่เอาจากร้านที่เคยสั่ง ขอเป็กับข้าวบ้านเราแทนน่ะค่ะ” ลินอธิบายให้แม่เธอฟัง ผู้เป็แม่ฟังแล้วก็นึกเอะใจอยู่เงียบๆแต่ก็ไม่อยากถามลูกสาวตอนนี้ เลยคิดว่าจะแอบดูพฤติกรรมเป็ระยะๆ
“อืม ได้สิ แต่แปลกนะคนระดับเ้าของบริษัท จะอยากกินกับข้าวบ้านๆ ของเลขาแบบนี้ก็ได้เหรอ” แม่เธอเปรยๆออกมาเหมือนโยนหินถามทาง
“นั่นสิคะ ลินก็งงๆ แหละค่ะแต่เค้ายืนยันลินเลยต้องรับปากค่ะแม่”
“จ๊ะงั้นลินก็จัดใส่กล่องได้เลยนะ” แม่เธอเอ่ยอย่างใจดี
“ขอบคุณจ๊ะ แม่ใจดีที่สุดเลย”หญิงสาวพูด พร้อมหอมแก้มมารดาฟอดใหญ่