๗
หลังกลับมาจากประจวบฯพราวพริ้มก็ไม่เคยเจอหน้าศิลาอีกเลย นี่ก็เกือบเดือนหนึ่งแล้วเขาขาดการติดต่อไปดื้อ ๆ เงียบหายไปคล้ายสายลมเย็นที่พัดเข้ามาในชีวิตแล้วจางหายไป
พีระพลเฝ้าน้องสาวไม่ให้ห่างถ้าตัวเองไม่ว่างก็ให้แม่บ้านคอยจับตา แม้กระทั่งเธอจะออกไปไหนยังต้องมีคนขับรถคอยรับส่งถึงขั้นกำชับว่าห้ามคลาดสายตา
อึดอัดจนอยากจะเป็นบ้า!
“พราวเบื่อพี่พีทำเหมือนพราวเป็นเด็กเล็ก ๆ ที่ต้องมีคนดูตลอดเวลาไปได้”พราวพริ้มอาละวาดขึ้นมาในช่วงบ่ายของวันหนึ่งที่ พีระพลกลับมาถึงบ้าน
“แล้วไม่ใช่เหรอ”พี่ชายย้อนถามทำเอาพราวพริ้มเม้มริมฝีปาก
“พราวโตแล้ว อายุจะ 23 ปีแล้วด้วย”
“แต่พี่ว่าความคิดไม่ต่างจากเด็ก 13”คำต่อว่ารุนแรงที่พราวพริ้มไม่เคยได้ยินจากปากของพี่ชายทำเอาน้ำตาคลอเบ้า
“พราวทำอะไรผิด” เธอน้อยใจแต่ยังไม่ยอมแพ้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรผิดนักหนา
“ไหนว่าโตแล้ว”
“พี่พีก็บอกมาตรง ๆ สิคะ”
“แน่ใจว่าจะรับฟังได้”
“แน่นอนค่ะ” เธอเชิดหน้าท้าทายคิดว่าตัวเองไม่เคยทำเรื่องอะไรเสียหายร้ายแรง แค่นอนกับเพื่อนพี่ชายเท่านั้นเองมันคงไม่ถึงกับทำให้ใครตาย
“งานไม่ทำ วัน ๆ เอาแต่เที่ยวเล่นปล่อยตัวเสียผู้เสียคน ไปมั่วสุมกับกลุ่มเพื่อนที่ไร้อนาคต แล้วยัง...”พีระพลหยุดพูดเมื่อเห็นน้ำตาของน้องสาวไหลอาบแก้ม
พราวพริ้มอ้าปากค้าง ตาโตกำลังตกใจสุดขีดที่ถูกดุด้วยถ้อยคำรุนแรง ไม่มีการรักษาน้ำใจกันสักนิด
ไอ้พี่พีบ้า! บ้าที่สุดเลย
“จะไปไหน”พีระพลรั้งท่อนแขนของน้องสาวเอาไว้เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังจะเดินหนี
“พราวไม่คุยกับพี่แล้ว ไอ้พี่พีบ้า”
“จะมากไปยัยพราวขึ้นไอ้กับพี่กับเชื้อใครสั่งสอน”
“ปล่อยพราว”เธอเสียงแข็งพยายามสะบัดมือให้พ้นจากการเกาะกุม
“ไปไหนไม่ได้อยู่กับบ้านจนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย”
พราวพริ้มชะงักกับคำพูดของพี่ชาย
เขาว่าอะไรนะ!
“อะไรเรียบร้อยคะ”ดวงตากลมโตหันกลับมาจ้องหน้าเค้นเอาคำตอบ
“ขอโทษพี่ ที่ทำมารยาทไม่ดี”
“ไม่ค่ะ พราวไม่ผิดพี่พีไม่มีสิทธิมาห้ามอะไรพราวทั้งนั้น”
พีระพลถอนหายใจ
“ขืนทำตัวแบบนี้ก็ไม่ต้องตงต้องแต่งกันแล้ว”
“แต่งอะไรคะ”
“แต่งงาน”
“ใครแต่งงานคะ”
“แกไง” เขากอดอกอยากจะหยิกคนที่ทำเป็นไร้เดียงสาให้รู้สึกตัว
“กับใครคะ”น้องสาวเหมือนไร้สมองขึ้นมากระทันหันยังคงถามต่อจนพีระพลอยากกรอกตาไปให้ดึงดาวเสาร์
“จำกันไม่ได้แล้วเหรอ”เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้น พร้อมร่างสูงที่ปรากฏตัว ศิลาเดินเข้ามาหาทั้งคู่ในห้องนั่งเล่นทันได้ยินท้ายประโยคของสองพี่น้อง
“พี่ศิลา”
พีระพลถอนหายใจก่อนจะเดินไปทิ้งตัวลงบนโซฟากอดอกหันไปมองสวนหย่อมนอกหน้าต่างรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นส่วนเกินอยู่ในฉากรักของละครหลังข่าวสักเรื่อง
“หายไปไหนมาคะ” พราวพริ้มตัดพ้อน้ำตาเอ่อรื้นขึ้นมาอีก
“ไปจัดการธุระของเราให้เรียบร้อย”
“เรื่องอะไรคะ”
“แต่งงานกับพี่นะ”เขาพูดออกมาด้วยสีหน้าแววตาจริงจัง ไร้ร่องรอยของการล้อเล่นในนั้น
พราวพริ้มดูจะตกใจ ก่อนหันไปมองพี่ชายเขาต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมดตั้งแต่แรก
พีระพลโทรศัพท์ไปหาศิลาตั้งแต่อยู่ที่ประจวบฯข่มขู่สารพัดให้เข้าไปเจรจากับพ่อแม่ของเขาอย่างถูกต้องเป็นทางการน้องสาวของเขาไม่ใช่ว่าใครจะผ่านเข้ามาเล่น ๆ แล้วเขี่ยทิ้งได้ง่าย ๆดีที่คนนั้นคือศิลา ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นเขาจะจับมันถ่วงทะเลให้เป็นอาหารปลา
ตลอดหนึ่งเดือนพีระพลให้คนคอยเฝ้าน้องสาวเพื่อไม่ให้ไป ก่อเรื่องเพิ่มที่ไหนระหว่างที่ศิลาหายตัวไปเตรียมเคลียงานต่างๆ ให้พร้อม
“ไปล้างหน้าล้างตาเถอะพี่จะพาไปลองชุด”
พราวพริ้มยังปรับอารมณ์ให้ยอมรับเรื่องนี้ไม่ได้ทุกอย่างกระทันหันจนน่าตกใจเกินไป
“เป็นเรื่องจริงเหรอคะพราวไม่ได้ฝันไปหรอกนะ” อยากจะหยิกเนื้อตัวเองก็กลัวเจ็บ
“พี่ไม่เคยพูดเล่น”
“เยอะ!ลืมไปหรือเปล่าว่ามีคนนั่งอยู่ตรงนี้อีกคน” พีระพลเอ่ยขัดอันที่จริงเขาก็ไม่อยากจะสอดปากขึ้นมาแต่ดูเหมือนทั้งคู่จะเริ่มออดอ้อนกันผิดที่เวลา เขาจึงต้องรีบดักเอาไว้ก่อน
พีระพลถอนหายใจก่อนจะลุกขึ้นยืนเดินผ่านทั้งคู่ออกไป
“พี่พีคะ”พราวพริ้มวิ่งตามพี่ชายออกมา
“พราวขอโทษที่ทำนิสัยไม่ดี”เธอยกมือขึ้นไหว้เมื่อพีระพลหันกลับมา
“มีครอบครัวแล้วก็ต้องรู้จักอดทนหนักแน่นเข้าไว้ไม่เอาแต่ใจเหมือนอยู่กับพี่ล่ะ” เขายกมือขึ้นลูบหัวน้องสาวที่พูดไปก็อยากเตือนสติไม่ได้อยากให้น้องเสียใจพราวพริ้มใช้ชีวิตตามใจตัวเองมาตลอดจึงต้องปรามกันบ้าง