ผู้คนจำนวนมากเดินประท้วงชูป้ายและธงต่างๆบริเวณสี่แยกพร้อมกับะโด้วยน้ำเสียงโห่ไล่ด้วยความโกรธเกรี้ยวสุดๆ แน่นอนว่าเนื้อหาในการประท้วงนั้นเป็การเสียดสีองค์จักรพรรดิและเรียกร้องให้สีตู่ผิงลาออก
ตลอดกว่า20ปีที่ผ่านมานับั้แ่ปี คศ.2020-2045 มันเป็ตัวพิสูจน์แล้วว่าสถาบันราชวงศ์นั้นไม่สามารถปฎิรูปหรือเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริงๆ เพราะสิ่งที่ได้รับมาไม่ใช่การคลายอำนาจแม้แต่น้อย มีเพียงแต่การยัดคดีให้ ยิงแก๊สน้ำตาใส่ และถมด้วยะุยางพร้อมกับกระบองเหล็กมากมายรุมทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ จนสุดท้ายก็ตามด้วยะุจริง
ไม่มีคำตอบใดๆจากองค์จักรพรรดิหรือราชวงศ์คนอื่นๆเลยแม้แต่น้อย และสุดท้ายสีตู่ผิงก็เป็นายกเทศมนตรีต่อเหมือนเดิม การประท้วงของประชาชนนั้นจบลงด้วยความพ่ายแพ้จนหมดสิ้นในปี คศ.2025 ด้วยเหตุผลที่ว่าประชาชนตาดำๆมิอาจเอาชนะกองทัพที่อาวุธครบมือได้เลย
สิ่งเหล่านี้เป็เหตุการณ์ก่อนที่เวสต้ากับเมลฟี่จะเกิดขึ้นเสียอีก แต่สิ่งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อครั้งอดีตในตอนนั้นกลับปรากฎตรงหน้าพวกเขาอีกครั้ง
“บ้าน่า…ทำไมกัน..คนพวกนี้ไม่กลัวตายเลยงั้นหรอ” เวสต้าผงะก้าวถอยหลังขึ้นมาทันที
เขารู้ว่าถ้าเหตุการณ์เป็อย่างงี้ต่อไปทหารกับตำรวจของจักรวรรดิต้องมาแน่ๆ และพื้นที่ตรงนี้จะกลายเป็สมรภูมิเืที่มีคนตายมากมาย
“เมลฟี่!…ตอนนี้พวกเรารีบกลับบ้านกันก่อนเถอะ” เด็กหนุ่มพยายามจับมือเด็กสาวไว้แล้วดึงเธอไป แต่ทว่า
“ดะ..เดี๋ยวก่อนเวสต้า..พวกเขาแค่ออกมาประท้วงเอง..ไม่น่าจะมีอะไรหรอกนะ”
“นี่เธอไม่รู้อะไรหรือไง..ถ้าปล่อยไว้แบบนั้นกองทัพจักรวรรดิต้องออกมาแน่..เธอลืมเหตุการณ์เมื่อ20ปีก่อนไปแล้วงั้นหรอ!!!.."
ตอนนั้นเองเมลฟี่หยุดชะงักเล็กน้อย ราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง..แต่ทว่าไม่ทันแล้ว
‘หว้อออออ…หวี้หว้ออ……วื้ออออออออออออออ..’ มีเสียงหวอดังขึ้นเป็สัญญาณเตือน
มีตำรวจและทหารจำนวนมากถืออาวุธครบมือทยอยเดินลงมาจากรถบรรทุก
“ยะ..แย่แล้ว..พวกเราไปหลบตรงนั้นก่อนเถอะ”
เวสต้าจับมือเมลฟี้แล้วพาไปหลบข้างตรอกที่เป็จุดอับไม่มีใครพบเห็น จากนั้นคอยสังเกตการณ์ภายนอกแบบแอบๆ
“นี่คือเ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร กรุณาสลายการชุมนุมภายใน10นาที ถ้าหากไม่ทำตามเราจะใช้มาตราการตอบโต้ที่รุนแรง”
เ้าหน้าที่ทหารประกาศผ่านไมค์จากนั้นยิงแก๊สน้ำตาและะุยางออกมา
“ออกไป!!…เผด็จการจงพินาศ”
“สีตู่ผิงออกไป!!!…”
“ไอจักรพรรดิบ้าheeee……”
ฝูงตำรวจวิ่งเอาไม้กระบองมารุมตีกลุ่มผู้ชุมนุมอย่างโหดร้าย จากนั้นปาไม้กระบองใส่รถมอเตอร์ไซด์ที่กำลังขับหนีจนล้มแล้วลงไปกระทืบซ้ำจากนั้นใส่กุญแจมือ
"อึก..เจ็บนะเฟ้ยย..ไหน..บอกให้เวลา10นาทีไงฟะ...อั๊ก"
“อั๊ก!!..”
“โอ้ยยย…”
“เจ็บ..หายใจไม่ออก”
"อ้าาาา..ไม่นะ..อย่าตีฉันนะ..อึก...."
ฝูงชนจำนวนมากเริ่มวิ่งหนีกัน แต่ก็มีบางส่วนที่ยังยืนหยัดชูสามนิ้วอยู่ จนกระทั่งเ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้ะุจริง
‘ปัง..’
เสียงปืนนัดแรกดังขึ้นท่ามกลางความชุลมุน
เวสต้ากับเมลฟี่เบิกตาโพลงขึ้นเมื่อเห็นผู้บริสุทธิ์คนหนึ่งล้มลงพร้อมกับธงสามขีด
‘ปัง…ปัง….ปังง..’
หลังจากนั้นก็มีเสียงปืนดังขึ้นอีกหลายนัด
ทุกครั้งที่เสียงปืนดังขึ้น จะมีคนล้มลงเสมอ
เืสีแดงสดๆท่วมเจิ่งนองพื้น พร้อมกับเนื้อสมองสีครีมไหลทะลักออกมาจากศีรษะ
“หนอยแน่!!..ไอพวกเผด็จการ!!"
เมลฟี่ที่ทนไม่ไหวทำท่าจะออกไป
“เดี๋ยวก่อนเมลฟี่..เธอจะบ้ารึไง!!”
เวสต้าเอามือโอบเอวเมลฟี่เอาไว้แล้วรีบเอามือปิดปากเธอ
“มือเปล่าออกไป..มีแต่จะตายนะ..ขอร้องล่ะ!!..”
เวสต้าซบหน้าลงบนบ่าด้านหลังของเธอพร้อมกับน้ำตาซึมออกมา
“อยู่กับฉันเถอะนะ..เมลฟี่..พวกเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้..นั่นคือความจริงเช่นกัน”
ผู้ชายคนหนึ่งล้มลงเพราะถูกะุยิงเข้าที่ขา จากนั้นทหารคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามาเอาเท้าเหยียบที่หน้าอกแล้วเอาปืนจ่อที่หัว
“ทะ..ทะ…ทำไมกัน..ทำไมคุณถึงทำร้ายประชาชนผู้บริสุทธิ์ล่ะ” ชายคนนั้นร้องครวญครางพร้อมกับน้ำตาไหลออกมาด้วยความเ็ปที่ถูกยิง
“ขอโทษด้วยนะพี่ชาย…พอดีว่านายสั่งมาน่ะ” ทหารกล่าวจบแล้วลั่นไกทันทีแบบไม่รีรอ
‘ปังงงงงง!’
ะุยิงเข้าที่ศีรษะะเิกระโหลกเป็เสี่ยงๆ
ละอองเืฟุ้งกระจายไปทั่วอากาศ จนชุดเครื่องแบบผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เปรอะเปื้อน แต่ทว่าอาวุธปืนสีทองยังคงเหลืองอร่ามสะดุดตาท่ามกลางสนามรบ

เมลฟี่ทนมองภาพนั้นไม่ไหวจึงหลับตาลงร้องไห้แล้วหันไปซบอกเวสต้า
เวสต้ากัดฟันแน่น ก้มมองผมสีชมพู แล้วมองไปยังสี่แยกที่มีตำรวจกับทหารของจักรวรรดิไล่ฆ่าประชาชนอย่างบ้าคลั่ง
‘ถ้าเสียงปืนดังขนาดนี้คงไม่ได้ยินเสียงพวกเราหรอก…จะรอให้เหตุการณ์สงบลงก่อนแล้วค่อยหนีดีรึป่าวนะ’
ตอนนั้นเองผมรู้สึกถึงอะไรบางอย่างจ่อที่หัวตัวเองจากด้านหลัง
“หยุด..อย่าขยับ..”
‘ชิบหายแล้ว!?…ใครน่ะ..ทหารของจักรวรรดิหรอ!..’
เหงื่อผมเริ่มไหลออกมา เมื่อได้ยินเสียงเคร่งขรึมนั่น
ผมพยายามรวบรวมสติพร้อมกับกอดเมลฟี่แน่นขึ้น และดูเหมือนว่าจะโชคดีมากที่เมลฟี่รู้สถานการณ์ดีเธอจึงไม่ได้พูดอะไรแล้วซบหน้าอกผมอยู่เงียบๆ
ผมพยายามรวบรวมสติแล้วพูดออกไปตรงๆ
“คือว่าผมเป็นักเรียนที่กำลังกลับบ้านเฉยๆครับ ไม่ได้จะมาชุมนุมเลยครับ”
“นักเรียนงั้นเรอะ?”
คนปริศนาคนนั้นกล่าวด้วยน้ำเสียงแคลงใจเล็กน้อยจากทางด้านหลัง
“ครับ..พอดีนี่เป็ทางกลับบ้านของผมเฉยๆครับ และระหว่างทางกลับก็มาเจอเหตุการณ์นี้พอดีเลยรีบเข้ามาหลบตรงนี้”
“หรอ..งั้นช่วยหันหน้ามาหน่อย..”
คนปริศนาก้าวถอยออกไปเล็กน้อย แต่ยังคงใช้ปืนจ่อมาทางผมอยู่
เมื่อผมหันหน้ามาทางเขา พร้อมกับกอดเมลฟี่เอาไว้ ก็พบว่าคนๆนั้นใส่เครื่องแบบเ้าหน้าที่ทหารแถมยังถือปืนยาวสีทอง
‘เป็ทหารของจักรวรรดิจริงๆด้วยสินะ’
ทหารคนนั้นมองไปยังเครื่องแบบนักเรียนที่มีตัวอักษร O สลักอยู่
“แกเป็นักเรียนของโรงเรียนที่องค์จักรพรรดิสร้างขึ้นสินะ..ขอดูบัตรนักเรียนหน่อยได้ไหม”
“ครับ”
ผมหยิบบัตรนักเรียนออกจากกระเป๋าสตางค์แล้วยื่นให้
ทหารก้มมองดูบัตรนักเรียนแล้วคืนให้ผม
“แล้วอีกคนล่ะ..ขอดูหน่อย”
ทหารจ่อปืนมาทางเมลฟี่ซึ่งเป็เพียงแค่เด็กผู้หญิงธรรมดา และแน่นอนคำตอบของเมลฟี่ก็เป็ไปตามคาด
“ไม่..ฉันไม่ให้พวกแกดูหรอก”
“หือ?”
เ้าหน้าที่ทหารเืขึ้นหน้าทันที พร้อมกับเอาปืนจ่อหน้าผากเมลฟี่
“ขะ..ขอโทษนะครับ..พอดีน้องสาวของผมใอยู่ในอาการช็อกเล็กน้อยน่ะครับ นี่ครับบัตรนักเรียนของเธอ”
ผมรีบเข้าไปห้ามทหารพร้อมกับเปิดกระเป๋าสตางค์เมลฟี่ขึ้นมาแล้วดึงบัตรนักเรียนออกมา
ดูเหมือนเมลฟี่จะใเล็กน้อยว่าทำไมในมือผมถึงมีกระเป๋าสตางค์ของเธอ
ก็แหงล่ะ เพราะผมรู้ว่าเมลฟี่จะตอบแบบนี้ ผมจึงแอบล้วงกระเป๋าของเธอออกมาก่อนล่วงหน้าไงล่ะ แม้จะรู้สึกผิดเล็กน้อย แต่ผมคิดว่าในสถานการณ์นี้ชีวิตมันมีค่ามากกว่าศักดิ์ศรีนะ
‘เดี๋ยวค่อยไปขอโทษเมลฟี่ทีหลังละกัน’
หลังจากทหารคนนั้นตรวจบัตรของเมลฟี่แล้ว ก็ส่งบัตรกลับคืนมา
“ขอบคุณที่เชื่อผมนะครับ”
“ถ้าไม่อยากตายตรงนี้ก็รีบกลับบ้านไปซะเ้าหนู..”
ทหารคนนั้นลดปืนลงแล้วเดินจากไป
ดูเหมือนตรอกที่ผมซ่อนอยู่นั้นจะมีทางเชื่อมที่ทะลุไปมาหากันได้
“เห้ออ..ฉันประมาทไปหน่อย..แต่ทีนี้ก็ปลอดภัยแล้ว..พวกเรากลับกันเถอะ..เมลฟี่”
‘เพี้ยะ!..’
ฝ่ามือของเมลฟี่ตบไปที่หน้าของผม
“เอ๊ะ!..ทะ..ทำไม..”
“นายน่ะ..มันเป็ผู้ชายขี้ขลาด..”
ผมเอามือจับแก้มตัวเอง พร้อมกับแววตาสั่นไหวเล็กน้อย จากนั้นมองไปยังแววตาสีชมพูที่มีท่าทีโกรธเคือง
“นี่น่ะ..คือความโกรธของฉันที่มีต่อนาย..แต่ว่า..”
เมลฟี่เดินเข้ามาใกล้แล้วโผเข้ากอดผม
“สิ่งที่นายตัดสินใจเมื่อกี้น่ะ..มันไม่ได้ผิดหรอกนะ..และนี่คือคำขอบคุณของฉัน”
เมลฟี่จูบไปตรงแก้มข้างที่ตบเบาๆอย่างนุ่มนวล
“มะ..เมลฟี่..”
“ขอโทษนะ..ที่ฉันตบนายเมื่อกี้”
“อืม..ไม่เป็ไรหรอก..ฉันเข้าใจ..”
เมลฟี่เสนอว่าให้นั่งรออยู่ตรงนี้จนกว่าสถานการณ์จะสงบลง ไม่อย่างงั้นพวกเราอาจโดนลูกหลงระหว่างกลับได้ ฉะนั้นพวกผมจึงนั่งด้วยกัน2คนในตรอก พร้อมกับเอาถุงขยะมากองไว้สูงๆเพื่อกันไม่ให้ใครเห็น
จนกระทั่งถึงเวลา3ทุ่มซึ่งท้องฟ้ามืดสนิทและสถานการณ์คลี่คลายลง ผมกับเมลฟี่จึงรีบกลับบ้านด้วยกัน
ระหว่างทางกลับบ้านดูเหมือนเ้าหน้าที่มูลนิธิจะมาเก็บศพผู้ชุมนุมไปหมดแล้ว เหลือไว้แต่เพียงคราบเืและอวัยวะภายในตกค้างอยู่ตามพื้นจำนวนมาก
“โหดร้าย..” เมลฟี่เอามือปิดปากตัวเองพร้อมกับหน้าซีด
“อืม..สำหรับพวกเราคงเป็ครั้งแรกสินะ…”
ผมเดินไปตามทางถนนพร้อมกับจับมือเมลฟี่เอาไว้ แล้วสวดภาวนาให้ผู้เสียชีวิตในใจ
ทุกคนที่ต้องมาตายในที่แห่งนี้ล้วนมีพ่อแม่ญาติพี่น้อง และครอบครัวที่ต้องกลับไปหาทั้งนั้น นี่คือความขมขื่นที่ไม่อาจกล่าวออกมาเป็คำพูดได้
แม้ว่าคนพวกนี้จะไม่ใช่ญาติพี่น้องหรือครอบครัวผม แต่ว่าความรู้สึกเ็ปในใจตอนนี้เป็สิ่งที่ยืนยันได้ว่าพวกผมยังมีหัวใจของความเป็มนุษย์อยู่
"เหตุการณ์นี้มันไม่ได้เคยเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียวหรือเพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็ครั้งแรก แต่ประวัติศาสตร์ในอดีตของอาณาจักรนี้มีประชาชนผู้เรียกร้องประชาธิปไตยจำนวนมากถูกยิงตายข้างถนนแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว…แม้สุดท้ายเื่ราวจะจบลงแบบสงบ แต่ว่าผู้ก่อเหตุโศกนาฎกรรมเหล่านี้กลับไม่เคยต้องรับโทษใดๆ ไม่ว่าผู้บงการ หรือ ผู้กระทำ"
ผมกล่าวด้วยน้ำเสียงหดหู่
ใช่แล้วล่ะ นั่นคือความจริงที่ไม่เปลี่ยนแปลง โลกนี้ไม่มีวีรบุรุษที่กล้าหาญและปกป้องผู้อ่อนแอเหมือนในนิทานหรอก มีแต่เพียงผู้แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะเข่นฆ่าผู้อ่อนแอและกอบโกยผลประโยชน์แบบไร้มนุษย์ธรรม
พอผู้อ่อนแอลุกขึ้นต่อต้าน ก็ถูกฆ่าและถูกจับขังอย่างโหดร้าย
ผมกับเมลฟี่เดินตามถนนยามค่ำคืนที่มีพระจันทร์สีเหลืองนวลส่องสว่างเหนือท้องฟ้า
‘ถ้าหากโลกนี้มีพลังวิเศษล่ะก็….’
#คุยกับไรท์(คนเขียน)#
ครั้งนี้ไม่มีอะไรครับ แค่จะฝากคำคมที่ไรท์ถูกใจและเอามาจากภาพในป้ายของคนๆหนึ่งที่เคยชูใน….(??)..เอาล่ะไม่พูดละกันเดี๋ยวนิยายปลิว 555
<ถ้าคุณรู้สึกเจ็บ แปลว่า คุณยังมีชีวิตอยู่
แต่ถ้าคุณรู้สึกเจ็บแทนผู้อื่น แปลว่า คุณยังมีความเป็มนุษย์อยู่>
สุดท้ายขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่หยิบนิยายของผมขึ้นมาอ่านนะครับ

อันนี้เป็ภาพต้นฉบับของคำพูดนั้นครับ เนื่องจากผมหาเ้าของภาพต้นฉบับไม่เจอ ฉะนั้นถ้าหากเ้าของภาพหรือคนในภาพมาอ่านรบกวนทักผมมาทางเพจ [FB: Aungmoonlord Novel Writer] นะครับ
ตามนี้ลิงค์นี้เลย https://www.facebook.com/Aungmoonlord-Novel-Writer-101827765493926
เสร็จแล้วผมจะทำการใส่เครดิตในนิยายให้ตามที่ท่าน้า