สกายโร้ด เกมโลกเสมือนพลิกชะตาเทพเกม (天行)

    เล่มที่ 1 บทที่ 14 หากมีผู้หญิงสักคนก็ดี


    เวลาล่วงเลยผ่านไปเรื่อยๆ แถบค่าประสบการณ์ก็ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้น ผมรับรู้ได้ถึงความสำเร็จและคาดหวังบางอย่างที่อธิบายออกมาไม่ได้ หวังจินไห่กับผมก็ค่อยๆเข้าขากันได้ดีขึ้น เขาทำหน้าที่เป็๲ตัวล่อ ส่วนผมทำหน้าที่ตาม หลังจากต้าไห่ยิงมอนสเตอร์ไป 3 นัด ผมก็ตามมาด้วยการจัดชุดใหญ่ใส่มันอีก 4 ครั้งติดทันที และจากนั้นจึงโจมตีปกติใส่มันอีกใน 1.5 วินาทีต่อมา กระทั่งหัวของมันหลุดออกจากบ่านั่นล่ะ ถึงจะเรียกว่าปิดจ็อบได้อย่างสวยงาม

    หลังจากทำการสังหารเสร็จ…ทันใดนั้นหน้าต่างระบบก็เด้งขึ้น

    “ติ๊ง!”

    แจ้งเตือนจากระบบ : คุณได้รับข้อความใหม่จากบุคคลแปลกหน้า “เว่ยหนี่เปี้ยนไกว” (เป็๲คนดีเพื่อเธอ) คุณ๻้๵๹๠า๱ตอบรับคำขอนั้นหรือไม่?

    เพลย์เยอร์อันดับหนึ่งในอันดับกำลังรบ? เขามีธุระอะไรกับผมกัน?

    ผมกดตอบรับคำขอของเขา ทันใดนั้นข้อความของเขาก็ปรากฎขึ้นตรงหน้าทันที

    “เว่ยหนี่เปี้ยนไกว” : “ พี่น้องจินซีเหอซี คุณอยู่ส่วนไหนของซูโจวหรือ น่าจะแถวทะเลสาบไท่หูหรือเปล่า?”

    สุภาพขนาดนี้เชียว

    ผมเผยรอยยิ้มบางและตอบกลับขณะที่กำลังฆ่ามอน “ใช่แล้ว มีเ๱ื่๵๹อะไรรึเปล่า?”

    ไม่กี่วิต่อมา ข้อความของเขาก็ถูกส่งกลับมาอีกครั้ง “คืออย่างนี้ ตอนนี้ผมมีพรรคพวกที่เล่นเกมอยู่ในหมู่บ้านเริ่มต้นนี้ราวๆร้อยกว่าคน ส่วนเงินทุนเราก็มีเพียงพอแล้วหากต่อไปจะตั้งกิลด์และเติบโตไปด้วยกัน แต่ตอนนี้เป็๲๰่๥๹เวลาที่ผมกำลังหาคนที่จะมาร่วมกันก่อตั้งกิลด์อยู่ เพราะงั้นผมเลยอยากถามคุณว่า คุณสนใจที่จะมาอยู่ทีมผมไหม? พวกเราเริ่มจากทีมเล็กๆไปก่อน เมื่อถึงเวลาเหมาะสมก็ค่อยตั้งกิลด์ขึ้นมาร่วมการแข่งขันระดับโลก”

    “ไม่ล่ะ ฉันไม่คิดเข้าร่วมกิลด์ไหน” ผมตอบปฏิเสธทันที

    “งั้นเหรอ” เขาตอบกลับมาอีกครั้ง

    “ใช่” ผมยืนยันอีกรอบ

    ผ่านไปสักพัก ก็ได้ยินเสียง “ติ๊ง”พร้อมกับข้อความจากเขาคนเดิม “น่าเสียดายจริงๆ ต่อไปผมหวังว่าพวกเราจะเป็๲เพื่อนที่ดีต่อกันได้”

    “อื้ม ผมก็หวังไว้อย่างนั้นเหมือนกัน”

    หลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ส่งข้อความมาหาผมอีก ส่วนผมก็ทำภารกิจต่อ ดูเหมือนว่าพวกเราทีมเทียนเสวี่ยนจะมีชื่อเสียงในหมู่บ้านเริ่มต้นนี้แล้วล่ะ แม้แต่ผู้เล่นอันดับหนึ่งในอันดับกำลังรบที่มีเงินทุนเพียงพออย่างเขาก็ยังเป็๲ฝ่ายยื่นไมตรีกับพวกเราเองเลย


    ……

    หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น “ชิ้ง!” แสงสีทองโปรยปรายลงมาจากฟากฟ้าปกคลุมไปทั่วทั้งตัวผม เลเวลผมอัพเป็นเลเวล 15 แล้วด้วยความเร็วในการอัพที่ค่อนข้างดีเลยทีเดียว ตอนนี้ค่าสถานะทุกอย่างของผมก็ได้เพิ่มขึ้นแล้ว และในขณะที่ผมกำลังคำนวณค่าสถานะอยู่นั้น ในแชททีมก็มีข้อความเสียงจากหลินเฉอที่พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจว่า “พี่เฉิน ผมเจอบอสแล้ว พี่มาที่ตำแหน่งของผมได้เลย”

    “จะไปเดี๋ยวนี้!”

    เมื่อผ่านแนวกำแพงที่ทรุดโทรมไป ตอนที่ผมและต้าไห่ปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าหลินเฉอและจางเหว่ย พวกเขาก็กำลังยืนอยู่ที่หน้าประตูลานกว้างที่พังทลายด้วยใบหน้างุนงง ขณะที่ตรงพวกเขาเต็มไปด้วยกระแสอากาศสีแดงที่คละคลุ้งไปทั่ว มันเป็นฟิลด์ที่น่ากลัว และใจกลางลานกว้างแห่งนี้มีร่างสูงสองเมตรยืนอยู่ รอบตัวพวกมันมีลมหายใจสีดำลอยฟุ้งอยู่ …มันคือราชาซอมบี้ทมิฬในตำนานนั่นเอง เสื้อผ้าของมันขาดรุ่งริ่งจนเผยให้เห็นผิวที่มันวาว ทว่าระดับการป้องกันตัวเองไม่ได้ต่ำอย่างที่เห็นแน่นอน

    【ราชาซอมบี้ทมิฬ】(บอสระดับทองแดง)

    เลเวล :18

    พลังโจมตี :90-145

    พลังป้องกัน:100

    ค่า HP:4000

    สกิล :【พ่นหมอกพิษ】【กัด】

    แนะนำ :ราชาแห่งซอมบี้ทมิฬเคยเป็นทหารที่แข็งแกร่งที่สุดของหมู่บ้านแห่งนี้ เมื่อติดโรคระบาดมาจากพวกคนตายเขาจึงค่อยๆสูญเสียความเป็นคนและกลายเป็นซากศพเดินได้ ว่ากันว่าหากโดนมันกัดเข้าทีหนึ่งจะสุขสมราวกับขึ้นสวรรค์ทันที

    ……

    “มีความสุขราวกับขึ้นสวรรค์...”

    มุมปากของหลินเฉอกระตุก จากนั้นจึงพูดต่อว่า “แต่ว่าพลังการป้องกันของมันค่อนข้างน่ากลัวทีเดียว 100 แต้มบวกกับความต่างของเลเวลและโบนัสธาตุของบอส พวกเราจะสู้มันได้ไหมเนี่ย?”

    ผมจึงพูดขึ้นว่า “เลือดของมันแค่ 4,000 แต้ม ไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้น อีกอย่างมันเป็นเพียงบอสระดับทองแดงเท่านั้น ถึงเวลาแล้ว เตรียมตัวให้พร้อม ต้าไห่กับจางเหว่ยพวกนายเป็นฝ่ายบุก ส่วนเสี่ยวเฉอนายพยายามควบคุมจังหวะให้ดี”

    “รับทราบ!” หลินเฉอยิ้มรับ

    “เปิดฉาก ลุย!”

    หลินเฉอและหวังจินไห่ ทั้งคู่เปิดฉากด้วยการจู่โจมระยะไกล ยันต์เต๋าอัคคีที่ใช้ขับไล่ภูตผีปีศาจถูกส่งไปยังหัวของราชาซอมบี้ทมิฬเข้าอย่างจัง ทำให้มันสูญเสียพลังเลือดไปกว่า 200 แต้ม แน่นอนว่าพลังของพวกเขาไม่สามารถทำลายการป้องกันของบอสได้

    “ย๊ากกกก”

    ในช่วงเวลาที่ผมชักดาบและพุ่งเข้าใส่ราชาซอมบี้ มันเป็นช่วงเวลาชั่วพริบตาที่ราชาซอมบี้เองกำลังพุ่งเข้าใส่หลินเฉอ ชั่วขณะนั้นผมก็เข้าชาร์จใส่มันและจู่โจมใส่มันถึง 4 ครั้งซ้อนอย่างรวดเร็วและแม่นยำ จากนั้นค่าความเกลียดชังของราชาซอมบี้ทมิฬก็ถูกหยุดไว้เพียงเท่านั้น มันคำรามลั่น ขณะที่กรงเล็บอันแหลมคมก็ถูกกางออก ในขณะเดียวกันมันก็อ้าปากพุ่งเข้ามากัดผม ทว่าผมก็ยกโล่ป้องกันออกมาอย่างไวพร้อมทั้งตั้งท่าป้องกันในทันที

    “เคร้ง เคร้ง”

    “72!”

    “171!”

    พลังโจมตีของบอสน่ากลัวจริงๆ เมื่อครู่หากป้องกันไม่สำเร็จ เกรงว่าคงต้องเสียเลือดไปกว่า 400 แต้มแน่ และหลังจากที่ผมป้องกันสำเร็จ ราชาซอมบี้ได้อ้าปากและพ่นควันพิษสีเขียวออกมา ในเวลาเพียงสองวินาที ผมและจางเหว่ยต้องสูญเสียพลังเลือดไปมากกว่า 300 แต้มทันที

    และทันใดนั้นเอง “ฉัวะ!” โลหิตสีแดงฉานกระเซ็นออกมา หลินเฉอจู่โจมสตั๊นบอสอย่างรวดเร็ว ขัดจังหวะการปล่อยหมอกพิษที่ทำให้เลือดลดอย่างต่อเนื่อง มิฉะนั้นแล้วหากปล่อยให้มันทำต่อไป ผลที่ตามมานั้นร้ายแรงยิ่ง

    “อึก!”

    ผมกระดกยาฟื้นเลือดเข้าปากหนึ่งอึก จากนั้นจึงหยิบดาบและพุ่งไปหามันทันทีพร้อมกับจางเหว่ย ด้วยการโจมตีขนาบหน้าหลัง ขณะเดียวกันก็ตั้งท่าป้องกันมันทุกกระบวนท่าเพื่อลดดาเมจที่ได้รับ

    ราชาซอมบี้ทมิฬคำรามด้วยความโกรธแค้น แถบเลือดของมันลดลงไปกว่าครึ่งอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอช้า มันสูดอากาศเข้าทางปากจนแก้มป่องและพ่นหมอกพิษออกมาอีกครั้ง

    “ท่าไม่ดีแล้ว คูลดาวน์ของผมเหลือตั้งสามวินาที!” หลินเฉอตะโกนบอกเสียงดัง

    “ดื่มยาฟื้นเลือด ทนไว้!”

    ขณะที่ผมเองก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เฉียบขาดว่า “หากราชาซอมบี้หลุดจากการควบคุม เสี่ยวเฉอกับต้าไห่ให้แยกกันทันที”

    ทันทีที่จางเหว่ยได้ยิน เขาได้แสดงพลังให้มันดูเป็นขวัญตา เขากางฝ่ามือออกจากนั้นแสงสีทองได้เปล่งออกมาเจิดจ้า ทันใดนั้นร่างพยัคฆ์มายาปรากฎเหนือฝ่ามือของเขาพร้อมเสียงคำรามอย่างดุร้าย มันพุ่งออกไปตะปบใส่ราชาซอมบี้ทมิฬทันที

    “144!”

    ฝ่ามือพยัคฆ์,พลังของมันนับว่าโอเค

    สามวินาทีหลังจากนั้น เลือดของผมก็ลดลงอีกครั้ง ในขณะที่ผมดื่มยาฟื้นเลือดเข้าไป สองเท้าของผมก็หยัดขึ้นบนพื้นดิน ขณะที่กระแสอากาศรอบตัวก็กระจายตัวออกไปพร้อมกับเกราะป้องกันที่เปิดใช้งานเพื่อลดดาเมจทันที หลินเฉอเองก็ไม่รีบร้อนที่จะใช้เคล็ดตรึงกายกับศัตรูไว้เหมือนกัน นั่นเพราะจางเหว่ยเชื่อในพลังการป้องกันของผมนั่นเอง ด้วยสกิลป้องกันของผมแล้ว สามารถลดดาเมจได้ถึง 50% เลยทีเดียว ไม่อย่างนั้นเราก็คงตายกันยกทีมกันไปแล้ว

    “ตึง ตึง ตึง!”

    เสียงฝ่ามือที่มีหนามแหลมราวกับหอกของราชาซอมบี้แทงลงมาบนเกราะป้องกันอย่างบ้าคลั่ง มันกำลังเจาะเกราะป้องกันระดับ 1 ของผม ทว่ามันมีเลือดเพียง 4000 แต้มเท่านั้น ภายใต้การบุกโจมตีอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่การต่อสู้เริ่มขึ้นเกือบยี่สิบวินาที ก็เกิดเสียงร้องโหยหวนพร้อมกับร่างบอสที่ล้มลง และแล้วบอสระดับทองแดงอีกตัวก็ถูกพวกเราฆ่าตาย

    “แก๊งง~~”

    เสียงของอุปกรณ์ที่ตกลงสู่พื้น ขณะเดียวกันค่าประสบการณ์ก็ “ชิ้ง!” เพิ่มสูงขึ้นกว่า 50 % แล้ว แน่นอนความเร็วที่ทำได้ในตอนนี้มันยังไม่เพียงพอ พวกเรายังต้องฆ่าบอสอย่างมันอีกสองสามตัวถึงจะอัพเลเวล 20 ได้ในคืนนี้

    หลินเฉอเปิดร่างของราชาซอมบี้ทมิฬออก บนร่างนั้นปรากฎของสามชิ้น ซึ่งนั่นก็คือปืนคาบศิลาดำ 1 กระบอก สนับข้อมือสีเข้มหนึ่งคู่และมีโล่กำบังที่มีรอยเลือดสีแดงสดติดอยู่อีก 1 โล่ หลินเฉอกางฝ่ามือออก ทันใดนั้นคุณสมบัติของรางวัลทั้งสามจึงปรากฎขึ้นต่อหน้าพวกเราทันที

    【ปืนคาบศิลาดำ】(อุปกรณระดับทองแดง)

    พลังโจมตี :15-28

    ความแข็งแกร่ง :+5

    เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :15

    【สนับข้อมือน้ำนิลกาฬ】(อุปกรณ์ระดับทองแดง)

    ประเภท :เกราะป้องกัน

    พลังป้องกัน :26

    ความแข็งแกร่ง :+5

    เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :15

    【โล่เหลี่ยมหัก】(อุปกรณ์ระดับทองแดง)

    พลังป้องกัน:45

    ระดับการปัดป้อง:+1

    ความอดทน:+7

    เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :15

    ……

    ใบหน้าของทุกคนเปล่งประกายจนแทบจะระเบิดออกมาได้อยู่แล้ว

    “โอ้ววว!”

    จางเหว่ยฉีกยิ้มกว้าง “พวกเรารวยแล้ว...ดรอปอุปกรณ์ทองแดงออกมาตั้งสามชิ้นเชียวนะ”

    ต้าไห่จ้องมองกระบอกปืนด้วยดวงตาพร่ามัว จากนั้นจึงหัวเราะคิกคัก ขณะที่หลินเฉอก็หัวเราะและพูดขึ้นว่า “พี่เฉิน พี่มาแบ่งของกันเร็ว”

    ผมพยักหน้ารับ “ปืนคาบศิลาดำเป็นของต้าไห่อยู่แล้ว มือปืนอันดับหนึ่งของทีมเทียนเสวี่ยนเราไม่สามารถใช้อาวุธเลเวล 1 ไปตลอดได้ แบบนั้นมันก็เกินไปหน่อย ส่วนสนับข้อมือน้ำนิลกาฬคู่นี้ก็ดีกว่าของฉันหน่อย ให้จางเหว่ยแล้วกันและชิ้นสุดท้าย โล่เหลี่ยมหักนี่ฉันเก็บไว้ก็แล้วกัน ในที่สุดฉันก็มีโล่ดีๆใช้สักที!”

    หลินเฉอยิ้มรับแล้วพูดต่อว่า “ดีล!”

    เขาเดินไปหยิบโล่เหลี่ยมหักชิ้นนั้นมาและโยนมาให้ผม ส่วนผมก็จัดการเปลี่ยนโล่อันเก่า ชั่วขณะหนึ่งของอารมณ์ผมคิดว่าคุณสมบัติของโล่เป็นรากฐานของอัศวิน และโล่ที่เหมาะสมเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับอัศวิน และยิ่งไปกว่านั้นคือโล่เหลี่ยมหักชิ้นนี้เป็นอุปกรณ์ระดับทองแดงเลเวล 15 และไม่ต้องสงสัยเลยว่าสำหรับภารกิจในค่ำคืนนี้ที่เพิ่งผ่านไปมันคือโล่ที่ดีที่สุดเพียงหนึ่งเดียว

    กำลังสู้รบของผมเพิ่มขึ้นเป็น 353 แต้มแล้ว เป็นอีกครั้งแล้วที่พวกเราสามารถเอาชนะ “เว่ยหนี่เปี้ยนไกว” ทั้งยังได้นั่งบัลลังก์ในตำแหน่งผู้เล่นฝึกหัดที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่บ้านเริ่มต้นอีกด้วย!

    นอกจากอุปกรณ์แล้ว ร่างของราชาซอมบี้ทมิฬก็ดรอปเหรียญทอง 2 เหรียญให้พวกเราได้เก็บสะสมอีกด้วย ผมถือดาบยาวแล้วเดินออกมาข้างหน้า “ฮ่าๆๆๆๆๆ”เสียงหัวเราะของผมดังขึ้นหลังจากที่ได้ควักหัวใจของราชาซอมบี้ออกมายัดใส่กระเป๋า

    “อี๋....”

    หลินเฉอมองมันอย่างรังเกียจและเอ่ยขึ้น “น่าขยะแขยง ดีนะที่ทีมเราไม่มีผู้หญิงไม่งั้นก็คงแย่ยิ่งกว่านี้แน่”

    ต้าไห่ขำคิกคัก “นี่คงจะเป็นเหตุผลที่พวกนายไม่มีแฟนสินะ”

    “เงียบปากไปเลยน่า!”

    พวกเราต่างก็ทำหน้าไม่สบอารมณ์ “ทำอย่างกับว่านายมีแฟนอย่างนั้นล่ะ”

    ต้าไห่ยกมือขึ้นสองข้างทำท่ายอมแพ้ “ยอมแพ้แล้วขอรับทุกท่าน…ว่าแต่ พี่จะไม่หาผู้หญิงสักคนสองคนเข้าทีมเราบ้างเหรอ”

    ผมทำท่าเบื่อหน่ายและพูดขึ้นว่า“ฉันก็คิดอยู่ แต่นายจะให้ฉันไปหาจากที่ไหนล่ะ อย่างพวกเราที่กินแต่ผัก 3 อย่างกับซุป 1 อย่างทุกวัน ผู้หญิงที่ไหนเขาอยากจะเข้าทีมเรากัน นายไม่เห็นโพสต์ที่เขารับสมัครเซียนเกมเหรอ อย่างคนอื่นเขามีกำหนดให้ออนไลน์เกมทุกวัน วันล่ะ 8 ชม. กับข้าวก็มีคนทำให้ เครื่องสำอางก็มีให้ ประกันสังคมก็มีให้ รถยนต์ส่วนตัวที่อย่างน้อยๆราคาสามแสนขึ้นไปก็ยังมีให้เลย แล้วพวกเราล่ะ? ได้แต่ต้มบะหมี่กึ่งกินกับมีสวัสดิการเป็นรถมอไซต์ไฟฟ้าคันเก่าของเสี่ยวเฉอไหมล่ะ…จะไปหาคนมาจากที่ไหนกัน นอกจากผู้หญิงคนนั้นจะตาบอดล่ะสิไม่ว่า…”

    หลินเฉอกระแอมเล็กน้อย “ว่ากันตามตรงก็คือสภาพของเราตอนนี้ยังไม่พร้อมจะรับคนเพิ่มหรอก แต่เอาเถอะค่อยเป็นค่อยไปก็ได้ แต่จริงๆเราต้องการฮีลเลอร์นะพี่ ในทีมจะไม่มีนางฟ้าพเนจรได้ยังไงกัน ก็เหมือนกับราชาซอมบี้ทมิฬเมื่อกี้นี้ เราทำกันได้ดีมากเลย แต่ก็ยังถือว่าสู้ยากพอควร ถ้าเรามีนางฟ้าพเนจรคอยเติมเลือด มันก็จะดีมากเลยนะพี่ ถึงตอนนั้นฆ่าบอสระดับทองแดงก็เหมือนฆ่าสุนัขตัวนึงเลยล่ะ”

    “อื้ม”

    ผมพยักหน้ารับ “เอาล่ะ มันคือสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ตอนนี้เรายังไม่พร้อมหรอก อย่าไร้สาระเลย ไปเถอะ ไปส่งภารกิจดีกว่า”

    ……

    หลังจากออกจากหมู่บ้านซอมบี้แล้วจึงรุดหน้าไปยังเนินเขาเล็กๆทันที

    กัปตันหน่วยสอดแนมหลี่เหวยทอดสายตาไปยังวิวทิวทัศน์ข้างหน้า เขากำลังคิดถึงอนาคตที่งดงาม วีรบุรุษผู้กล้าคนหนึ่งที่องอาจและกล้าหาญได้แต่งกวีบทหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจขึ้น “ดินแดนทางเหนือระส่ำระส่าย ไร้ซึ่งผู้ดูแล สัตว์ร้ายรุดแก่อำนาจ ราชวงศ์แห่งเผ่าเซี่ยตกอยู่ในอันตราย หากมีดาบพิทักษ์และกองทัพที่แข็งแกร่งจ้องมองไปยังศัตรูและเข่นฆ่าอย่างองอาจก็คงไม่น่าผิดหวังดังเช่นนี้”

    ผมเดินไปข้างหน้าแล้วชำเลืองมองเขาเล็กน้อย “นี่คือบทกวีของท่านงั้นเหรอท่านใต้เท้า พวกเรากลับมาส่งมอบภารกิจครับ”


    ****************************

    โปรดติดตามตอนต่อไป......