เสียงเคาะประตูดังขึ้น “ก๊อก ๆ” ตามด้วยเสียงผู้ชายวัยรุ่นเอ่ยขึ้นจากอีกฟาก
“แม่หมอเวงครับ ผมชื่อแทน... จองคิวไว้บ่ายโมงครึ่งอะครับ” ลูกค้าคนที่สองของวันมาถึงแล้ว
เวงเดินไปเปิดประตูในลุคจัดเต็ม สวมเสื้อกล้ามเข้ารูปสีดำกับกางเกงขายาวผ่าข้าง แต่งหน้าฟาดลิปแดง คิ้วเป๊ะ ทรงผมลอนคลายที่ปล่อยสยายพาดไหล่ขาวเนียน
จนแทนที่กำลังจะทักถึงกับชะงักไปสามวินาทีเต็ม
“อะ... เอ่อ ผมมาดูดวงครับ แต่... เอ่อ... คุณเวงสวยจังเลยครับ”
“จะมาดูหน้าหมอ หรือมาดูดวง ตอบ!” เวงแค่นเสียงหัวเราะ ก่อนจะผายมือให้เข้าไปในห้อง
แทน เด็กหนุ่มอายุราว 18 ปี ผิวเข้ม ผมชี้ตั้ง ใส่เสื้อยืดลายเกม กางเกงขาสั้นแบรนด์วัยรุ่น เดินเข้ามาแบบเก้ ๆ กัง ๆ พร้อมกับเสียงกระซิบจากใครบางคนที่ลอยตามมาด้วย
‘โอ้ย เด็กคนนี้ไม่ไหวเลย วัน ๆ เล่นแต่เกม จะสอบยังไงให้ติดเนี่ย!’
เวงเหลือบมองหญิงวัยกลางคนที่ยืนกอดอก ใบหน้ามุ้ย ปากบ่นยุบยิบ
“แม่เหรอคะ?” เวงหันไปถามเบาๆ ในจังหวะที่แทนหันหลังอยู่
‘เปล่า! น้า! แม่เขายังอยู่ดี แต่ฉันเป็ป้าข้างบ้านเ้าแทน เห็นกันั้แ่เท้าเท่าฝาหอย’ ผีป้าข้างบ้านพูดเสียงแข็ง ก่อนจะทำมือป้องปากแล้วฟ้องแบบจัดเต็ม
‘เมื่อคืนก็ยังตีป้อมอยู่เลย! สามทุ่มถึงตีสอง! พอใกล้สอบดัน กลัวสอบไม่ติด ต้องวิ่งมาหาหมอดูสะงั้น!’ เวงถึงกับตาโต โอโหหห ป้าข้างบ้านเผือกยันตอนเป็ิญญาเลยเหรอเนี่ย!
เวงพาแทนเดินไปโต๊ะดูดวงที่ตกแต่งไว้อย่างเรียบง่ายแต่มีเสน่ห์ โต๊ะกลมเล็ก ๆ ปูผ้าสีม่วงอมเทา วางสำรับไพ่เรียงสวย มีเทียนหอมกลิ่นดอกไม้จาง ๆ ลอยอบอวลในอากาศ ใกล้กันมีขวดสเปรย์อโรมา ไม้จิ้มธูป และโหลแก้วที่มีหินนำโชคหลากสี
แทนทรุดตัวลงนั่งอย่างเกร็ง ๆ ตรงข้ามเวงบนเบาะนุ่มสีดำ ระแวดระวังจนมือเกือบไปปัดลูกแก้วคริสตัลบนโต๊ะ
เวงยิ้มนิด ๆ เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มคนนี้ประหม่าเกินไป
“หายใจลึก ๆ แล้วนั่งสบาย ๆ เหมือนอยู่บ้านตัวเอง” เธอพูด ขณะนั่งลงตรงข้าม สับไพ่ช้า ๆ เหมือนกับกำลังเชื้อเชิญจิตใจให้สงบนิ่ง ก่อนส่งไพ่ให้แทนเลือก
แทนพยักหน้าเบา ๆ สูดลมหายใจเข้า ก่อนจะวางมือไว้บนโต๊ะพร้อมเลือกไพ่ที่วางเรียงกันเรียบร้อยแล้ว
“เลือกไพ่สามใบ แล้วบอกคำถามในใจ” เวงพูดนิ่ง ๆ พอเหลือบมองป้าผีที่ชะโงกมาดูด้วย อะไรมันจะอยากรู้ขนาดน้านนน
แทนยื่นมือไปแตะไพ่ทีละใบ อย่างลังเล ก่อนจะหยิบมาสามใบเรียงไว้ตรงหน้า เวงคว่ำไพ่ไว้ หยิบขึ้นมาพลิกช้า ๆ ทีละใบ มือเธอเคลื่อนไหวมั่นคง แต่สายตาอ่านลึก
ไพ่ใบแรกขึ้น “เดอะฟูล” เวงยิ้มมุมปากบาง ๆ ไพ่แห่งความไม่แน่นอน มักโผล่มาเมื่อคนลังเลกับอนาคต แหมมม ดีจริงๆ ได้ไพ่เข้าทางเลย
“ผมอยากรู้ว่าสอบเข้ามหาลัยที่อยากได้ จะติดมั้ยครับ”
เวงหรี่ตามองไพ่ที่สอง “เจ็ดไม้เท้า” ความพยายาม ทว่าอ่อนแรงลงเพราะความไม่สม่ำเสมอ โฮ๊ะ! วันนี้ฉันดวงดีจริงๆ ไม่ต้องแต่งเื่โยงไพ่กับความจริงแบบมั่วๆ
“ติดเกมมากเลยนะ เราหนะ” เวงพูดขึ้นพร้อมมองหน้าแทน ป้าข้างบ้านพยักหน้ารัวๆ
แทนสะดุ้งเล็กน้อยแล้วเงยหน้าขึ้นทันที
“คุณเวงว่าอะไรนะครับ? ผมก็อ่านหนังสืออยู่นะ ไม่ได้เล่นเกมตลอดซะหน่อย” เขาเถียงเสียงแข็งเล็กน้อย
เวงเลิกคิ้วก่อนจะยิ้มเย็น
“อ๋อเหรอ... แล้วเมื่อคืนตีสองครึ่ง เธอเพิ่งจะเลิกเล่น ‘สังเวียนนักรบ’ ไม่ใช่เร๊อะ?” แ
ทนชะงัก กะพริบตาถี่ ๆ
“รู้ได้ยังไง...?”
เวงยักไหล่
“หมอดูแม่นไงจ้ะ ยังไม่รวมที่เล่นติดกันสามคืนก่อนหน้านะ”
แทนทำหน้าเหมือนโดนสาดน้ำเย็นใส่กลางหน้าร้อนทันที ก่อนจะหน้าเจื่อนลงไป
แต่เธอไม่สนใจหรอกนะ เด็กแบบนี้ต้องโดนสั่งสอนสะมั่ง หวังแต่จะพึ่งดวง แต่ไม่ทำอะไรสักอย่าง บ้าจริงๆ
“ถ้าอยากติดมหาลัย ต้องมี ‘วินัย’ มากกว่านี้ใช่ไหมล่ะ” ผีป้าข้างบ้านทำท่าปรบมือเงียบ ๆ อย่างสะใจ
“แทน” เวงพูดเสียงนิ่ง
“ไพ่ขึ้นชัดมาก ว่าความตั้งใจของเธอมันยังครึ่ง ๆ กลาง ๆ”
แทนหน้าเจื่อนลง
“อยากสำเร็จ ต้องพยายาม ต้องเรียงความสำคัญในชีวิตให้ถูก ไม่ใช่เอาแต่นั่งๆ นอนๆ หรือเอาเวลาไปทำในสิ่งที่สำคัญน้อยกว่า แล้วหวังว่าจะได้ในสิ่งที่้า มันประหลาด !! ” เวงพูดพลางยื่นดินสอให้ แทนรับมาแบบงงๆ
"มันคืออะไรเหรอครับ" แทนถือดินสอขึ้นมาหมุนดูด้วยความสังสัย
"ดินสอแห่งความตั้งใจ ถ้าเธอใช้ดินสอนี้ มันจะทำให้ช่วยอ่านหนังสือได้ดีขึ้น 200%!!" เวงพูดด้วยความมั่นใจ เสียงดังฉะฉาน
"เอาครับ!! ผมเชื่อ แม่นจนขนลุกขนาดนี้ ก็ต้องมีของดีๆ ติดตัวอยู่แล้ว หรือนี้คือไอเทมลับกันนะ โหยย โชคดีสุดๆ เลยเรา" แทนแถบจะะโตัวลอย พร้อมทำท่าบูชาดินสอแท่งนั้น และหยิบมือถือมา แชะๆๆ หลายรูป
'เดี๋ยวนี้มันมีของแบบนี้ด้วยเหรอหนู' ผีป้าข้างบ้านรีบถามด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็นสุดๆ เวงยังไม่ทันตอบ ผีเ้าปอยตัวแสบก็ดังขึ้นมา พร้อมโพล่หัวมาตรงกลางโต๊ะ
'โอ๊ยป้า! มันก็แค่ดินสอธรรมดานั้นแหละ เหมือนกับ น้ำหอม หรือด้ายแดงที่วางอยู่แถวๆ นี้ เจ้แกอะ เอาไว้หลอกขายลูกค้า ! ฮาๆๆๆ' เวงถึงกับถลึงตาใส่ เด็กนี้ปากไม่ดี สักวันเดี๋ยวจะจับไปถ่วงน้ำสะเลย! (ทำได้เร๊อะ!?)
'ปอยพูดแบบนั้นก็เกินไป ของพวงนี้ หนูเวงเขาก็หวังดีทั้งนั้น เพราะคนเรามันยึดติด หรือ้าเครื่องยึดเหนี่ยว พอมั่นใจว่าทำได้ มันก็ทำได้เองแหละ' ผีป้านวล โพล่มาจากด้านหลังอีกคน เวงรีบพยักหน้ารับคำรัวๆ
'เนี่ยทุกวันนี้ เงินที่ได้จากการขายของพวกนี้ เยอะกว่าที่ดูดวงอี๊กกก!!!' เวงรีบเบรกหน้าตัวเองแถบไม่ทัน โหป้า! ไอ้ตรงประโยคหลังไม่ต้องพูดก็ได้นะ
เวงคันปากอยากจะพูดมากแต่ก็พูดไม่ได้เพราะ แทนถ่ายรูปเสร็จแล้ว แล้วหันมามองหน้าเวงต่อด้วยประกายตาแห่งความหวัง เวงเลยได้แต่เห็นผีเด็กปอยเ้ากวนกับผีป้านวลที่แทงข้างหลังหัวเราะกับคิคักก่อนจะ แว๊ปหายไป !! เวงได้แต่ขมุบขมิบด่าเป็บทสวด
"จารย์เวงครับ ขอผมอีกสัก 3 แท่งได้ไหม นี่ผมถ่ายส่งไปให้เพื่อน มันอยากได้กัน!" สิ้นเสียงแทน เวงถึงกับยิ้มหวาน ต่างกับป้าข้างบ้านที่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอาเมื่อรู้ความจริง ตอนแรกยังเรียกคุณ ตอนนี้เรียกจารยสะแล้ว
"ได้สิจ๊ะ!! 3 แท่ง 300 บาท เห็นว่าเป็เด็กดี เลยลดให้เหลือ 150 นะ ยังไม่รวมกับค่าครูละ จ่ายสดหรือโอนดีจ๊ะ" แทนได้ยินแบบนั้นถึงกับอ้าปากค้าง...ดินสอบ้าไรวะแท่งละ 100 ลดแล้วยังแท่งละ 50 นี้กูเดินไปซื้อร้านขายเครื่องเขียนแม่มแท่งละ 10 บาทเอง เวงเหมือนรู้ทันความคิดแทนเลยพูดขึ้นว่า
"ถ้ามันดูไม่คุ้มกับการสอบติด ก็ไปนั่งเล่นเกมต่อได้นะ" เวงพูดพร้อมกับทำท่าจะเอาดินสอคืน
แทนที่มัวแต่ช็อคราคา เกือบลืมเื่ที่เวงดูแม่นมากกกกกกก (เหรอ?) ไปแล้วถึงกับดึงสติกลับมา แล้วรีบเก็บดินสอเข้ากระเป๋าอย่างกลัวเวงจะเอาคืนจริง
"โอนครับๆ แหมมมม พี่เวง ยังไม่ได้บอกว่าจะไม่เอาเลย ของดีๆ แบบนี้ราคาแบบนี้ถือว่าถูกมากเลยค๊าบบบ" แทนรีบสแกนค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เวง
'โดนหลอกยังไม่รู้ตัวเองไอ้เด็กบื้อ!! แต่ก็เอาเถอะถ้ามันจะทำให้แกขยันขึ้นจริงๆ มันก็ดี' ผีป้าข้างบ้านบ่นเป๊าะแป๊ะ แต่ก็หันมาพูดกับเวงว่า
‘ขอบใจนะหนู ที่ทำให้เ้าเด็กคนนี้คิดได้’
จังหวะเดียวกันแทนลุกขึ้นพร้อมเอ่ยลาเวง
“ขอบคุณนะครับพี่เวง ผมจะพยายามมากกว่านี้ มีดินสอดีๆ แบบนี้ผมสอบติดแน่นอน!!”
เวงเดินไปส่งแทนหน้าห้องก่อนปิดประตูแล้วพูดกับตัวเองเบาๆ ว่า
“ความแม่นของหมอดู บางทีมันก็ขึ้นอยู่กับว่า คนฟัง... อยากเปลี่ยนตัวเองแค่ไหน”
'เวง จะถึงเวลานัดกับเพื่อนแล้วนะ จะไปไหม เดี๋ยวก็สายหรอก!' เสียงผีป้านวละโจากห้องครัวออกมา เวงเหลือบสายตามองดูนาฬิกาที่บ่งบอกเวลา บ่ายสามครึ่ง ก็รีบตรงไปเก็บกระเป๋าทันที เนื่องจากเย็นนี้เธอมีนัดทานข้าวกับแก๊งเพื่อนๆ หมอดูของเธอ
'แคว๊ก!!' ร้องเท้าเธอขาดในขณะที่เธอกำลังจะเดินออกจากห้อง
'รางไม่ดีป่ะเจ้?' ผีเ้าปอยโพล่มาจากชั้นวางรองเท้า
"รองเท้ามันก็แค่เก่าหนาา! เลิกพลุบๆ โพล่ๆ แบบนี้สักทีได้ไหม ดีนะฉันมันคนหัวใจแข็งแรง ถ้าเป็คนอื่นคงใตายวันละ 8 รอบ!!" เวงรีบเปลี่ยนรองเท้าใหม่ ถึงจะเถียงเ้าปอย แต่อีกใจก็รู้สึกแปลกๆ เหมือนกัน
'เจ้ตายก็ดีสิ จะได้มาลอยเล่นกับหนู!~' ผีเ้าปอยแล่บลิ้นใส่
"โอ๊ยยย เ้าเด็กผี!! ไม่คุยด้วยแล้วคนยิ่งสายๆ อยู่" เวงรีบปิดประตูใส่หน้าผีเ้าปอย แล้วเดินจ้ำออกไป พร้มอกับเสียงขำของปอยที่ลอยออกมาจากห้อง