เกี้ยวสีแดงถูกหามส่งเข้าวังในตอนเย็นย่ำวันหนึ่ง หว่านหวงลู่รู้ดีว่าไม่ต้องมาส่งหว่านหนิง สิ่งที่หว่านหนิง้าคือการเข้าไปในตำหนักร้อยดาวแบบเงียบๆ ก็ในเมื่อลี่หยางมิได้เป็ที่สนใจ และไม่ได้มีพิธีรีตองอะไร
“คุณหนู ข้าเห็นทีต้องกลับแล้วเช่นกัน ท่านนั่งรออยู่ในห้องบรรทมขององค์ชายห้า เพียงครู่คาดว่า องค์ชายคงเสด็จในไม่ช้าเพราะมิได้มีการเลี้ยงฉลอง งานแต่งอย่างที่ควรจะเป็ “แม่สื่อที่มีหน้าที่เดินนำเกี้ยว ตามธรรมเนียมเอ่ยขึ้นเมื่อมาถึงตำหนักร้อยดาว
“ท่านป้ากลับไปเถิดข้าทำใจไว้แล้ว ว่าต้องเป็แบบนี้ หลายอย่างไม่เกินคาดหมายนัก”แม่สื่อยิ้มเจื่อนๆ ก่อนจะถอยออกไปทันทีหว่านหนิงยืนนิ่งหน้าตำหนักรกร้าง
ไม่มีการเลี้ยงฉลองไม่มีแม้กระทั่งการคารวะบรรพบุรุษ หรือญาติผู้ใหญ่มีเพียงส่งตัวหว่านหนิงเข้ามาในตำหนักร้อยดาวเพียงลำพัง
“ท่านแม่ หว่านหนิงจะพยายามให้ถึงที่สุด”สูดลมหายใจเข้าลึกๆ
ผลักบานประตูเข้าไปช้าๆ ภาพเบื้องหน้าคนผู้หนึ่งในอาภรณ์สีแดงรูปร่างสูงโปร่ง แต่ซูบผอมปากคอคิ้วคางแม้จะรับกับใบหน้าคิ้วดกดำผิวขาวจนกลายเป็ซีด ริมฝีปากบางแต่ทว่าซีดขาว หากมีสีเืกว่านี้ บุรุษผู้นี้อาจจะนับได้ว่าหล่อเหลาเราเทพ์ นั่งหันหน้ามาทางประตูจ้องมองมาที่หว่านหนิง สายตาเ็าเรียบเฉย
“จงหว่านหนิง คารวะองค์ชายห้า”ย่อตัวลงอย่างที่คิดว่าสวยงามที่สุด ใบหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอาการว่ายินดียินร้ายก็ในเมื่อไม่เห็นหน้าของหว่านหนิงด้วยผ้าแพรสีแดงถูกดึงลงคลุมใบหน้าไว้ หว่านหนิงนึกสงสัยไม่น้อยหากว่าเขาคนนั้นเห็นใบหน้าของหว่านหนิงจะมีปฏิกิริยาเช่นไร
“ ข้าลี่หยาง….”หว่านหนิงยิ้มเยาะ เพียงแค่นี้ เฮ้ออย่างน้อยก็ดีกว่าไม่เอื้อนเอ่ยคำใดเขามานั่งรอนานแค่ไหนกันที่แรกคิดว่าหว่านหนิงจะต้องเป็ฝ่ายรอเขาเสียอีก
แสงสุดท้ายของสุรีย์ฉายลับขอบฟ้าไปแล้ว ลี่หยาง นั่งนิ่งเหมือนกับไร้ชีวิต หว่านหนิงเองก็นั่งอยู่บนแท่นนอน รอให้ลี่หยางมาเปิดผ้าคลุมหน้า
“องค์ชาย”
“ข้าออกไปข้างนอก เ้าอาบน้ำเสีย ห้องน้ำอยู่ทางซ้ายมืออีกหนึ่งชั่วยามข้าจึงจะเขามา”หว่านหนิงทำตาโต ใจคอจะไม่มาเปิดผ้าคลุมหน้าตามธรรมเนียมจริงๆ หรือ กว้างเท้ายาวๆ พาร่างสูงโปร่งออกจากห้องไป หว่านหนิง ถอนหายใจ บรรจงถอดชุด สีแดง ออกจากร่างบาง เปิดผ้าแพรคลุมหน้าวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งที่สะอาดสะอ้านเข้ามาในนี้มีเพียงห้องนี้เท่านั้นที่ ไร้เศษฝุ่นผงเ้าของตำหนักคง อาศัยอยู่แต่ในห้องนี้
หว่านหนิงชำระร่างกายจนเรียบร้อย มานั่งรอที่แท่นนอน ผ้าห่มสีทึมทึบทว่าสะอาดสะอ้าน คนผู้นี้เช่นไรท่านแม่ถึง้าให้หว่านหนิง มาดูแลเขากันในเมื่อเขาดูแลตัวเองได้ดีไม่น้อยเพียงแต่โดดเดี่ยวไปสักหน่อยเท่านั้นเอง
เสียงประตูห้องดังกุกกัก ร่างสูงโปร่งเข้ามาข้างใน ตาคมสบเข้ากับดวงตากลมมนของหว่านหนิง สีหน้าตื่นตะลึงกับใบหน้างดงามของหว่านหนิง ยืนตะลึงอยู่ตรงนั้น ไม่คาดคิดว่าชายา ของเขาจะมีใบหน้างดงามปานนี้ ทีแรกคิดว่าเป็เพียงความประสงค์ของฮ่องเต้ ที่เห็นว่าเขาอายุสมควรที่จะแต่งชายาได้แล้วเท่านั้นคงจะไม่ได้คัดเลือกใครมาคงเป็เพียงหญิงสาวหน้าตาธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น
ความรู้สึกเสียดายเกิดขึ้นทันทีนางน่าจะแต่งกับคนอื่นที่ ดีกว่าเขา ในเมื่อใบหน้าของนางงดงาม เพียงนี้
“ข้า...ข้า จะมานอนในห้องนี้ แต่ในเมื่อเ้าจะนอนที่นี่ ข้า..ไปนอนห้องอื่นก็ได้”หันหลังเดินกลับ
“องค์ชาย หว่านหนิงแต่งเข้า ตำหนักร้อยดาวแล้ว เรา..สองคนเป็สามีภรรยา ต้องนอน... ด้วยกัน”หยุดชะงักฝีเท้าหันหน้ากลับมา ใบหน้าที่เคยปราศจากสีเืบัดนี้กลับมีสีแดงระเรื่อจนถึงใบหู หว่านหนิงอมยิ้มอดขำกับท่าทีขวยเขินเหมือนเด็กสาวของลี่หยางไม่ได้
“มานอนเถิด แต่องค์ชายยังไม่ทันได้อาบน้ำหว่านหนิง ผสมน้ำอุ่นไว้แล้ว เดินเข้าไปหมายจะช่วยปลดเปลื้องเสื้อผ้า ตามแบบที่ถูกสอนมาในแบบของภรรยาที่ดี แต่ร่างสูง ถอยออกห่าง จับคอเสื้อไว้แน่น
“ข้าจัดการเองได้ เ้านอนเสีย เดี๋ยวข้าจึงจะมานอน”ใบหน้าเรียบเฉย แต่น้ำเสียงตื่นตระหนกไม่น้อย สาวเท้ายาวๆ ออกจากห้องไป
หว่านหนิงถอนหายใจ ก่อนจะเดินตามไปที่ห้องอาบน้ำ
ภาพที่เห็นคือ ลี่หยางลงไปแช่น้ำทั้งที่ยังมีอาภรณ์อยู่บนร่างกาย หว่านหนิงรู้แล้วว่าลี่หยางเขินอายจน ทำอะไรผิดๆ ถูกๆ หว่านหนิงอ้าปากค้างตั้งใจจะว่ากล่าว แต่กลับคิดได้ว่า คนผู้หนึ่งโดดเดี่ยวมาตลอดเช่นไรจะสามารถถเข้า ใจการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นเช่นนั้นจึงต้องค่อยๆ ให้เขาซึมซับไปทีละนิดจะดีกว่า เดินกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนแท่นนอนอุ่นสบายกลิ่นกายของบุรุษผู้นี้ แทรกซึมไปทั่ว หว่านหนิงเองก็คงต้อง ทำความคุ้นเคยเพื่อให้ตัวเองคุ้นชินกับเขา ในเมื่อ ไม่เคยได้ พบปะพูดคุยสนิทสนมกันมาก่อนอยู่ๆ ต้องมาร่วมหอร่วมห้องกันในทันที