ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองป้าหลิวที่แสดงท่าทีประหม่าในใจของเธอกลับรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
ตอนที่ป้าหลิวพูดถึงซานจาจิ่วตอนแรกเธอก็คิดที่จะตอบตกลงอยู่
แต่สิ่งที่ป้าหลิวต้องการกลับมากกว่านั้น
อย่างที่คนเขาว่าเอาไว้บุญคุณเท่าเมล็ดข้าวสาร กลับกลายเป็นความแค้นเท่าภูเขาต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่อยากเสี่ยงกับเรื่องแบบนั้น
พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ตอบป้าหลิวก็เริ่มกระวนกระวาย เธอเอานิ้วถูไถกันไปมา “สภาพครอบครัวฉันเป็นยังไงก็รู้กันอยู่ฉันแค่อยากเอาสูตรพวกนี้ไปหาเงินช่วยเหลือครอบครัว ถ้าเธอไม่สะดวกก็ไม่เป็นไร”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกลืนไม่เข้าคายไม่ออกไม่ใช่ว่าเธอไม่อยากสอน เพียงแต่ส่วนผสมในการทำซานจาจิ่วไม่ใช่ถูกๆ เลยถ้าป้าหลิวใช้จ่ายอย่างประหยัดตามนิสัยเดิม คงไม่กล้าจ่ายเงินลงทุนแน่ๆ
ถ้าวัตถุดิบที่ใช้ทำไม่ถึงเครื่องซานจาจิ่วก็จะไม่อร่อย ไม่ต้องพูดถึงการเอาไปขายเลย สุดท้ายก็คงขาดทุนเปล่าๆ
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆครอบครัวของป้าหลิวคงต้องต่อว่าเธอไม่น้อย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจ“ป้าคะ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากสอน แต่สูตรพวกนี้เป็นของอาจารย์ฉันท่านไม่อนุญาตให้เอาไปบอกต่อ ฉันเลยเอาออกมาให้คนอื่นใช้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ”
ถ้าพูดสิ่งที่เธอกังวลใจออกไปตรงๆป้าหลิวคงคิดมาก ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงหาข้ออ้าง โดยโกหกว่าสูตรพวกนี้เป็นของคนอื่น
ป้าหลิวแสดงสีหน้าผิดหวังออกมาอย่างชัดเจนเธอก้มหน้าลงอย่างกระอักกระอ่วนแล้วพูดว่า “เฮ้อช่างเถอะ ป้าคิดไม่รอบคอบเอง”
“ป้าหลิวคะ” ต่งเสี่ยวเสี่ยวเรียกไว้“ถึงฉันจะให้สูตรป้าไม่ได้ แต่ป้าเอาของที่หนูทำเอาไปขายในเมืองได้นะคะ ส่วนเรื่องราคาที่ป้าจะขาย หนูไม่เข้าไปยุ่งเงินที่ได้ก็เป็นของป้าทั้งหมด”
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังจำความดีของป้าหลิวได้เสมอเธอจึงหาวิธีประนีประนอมเงินที่ป้าหลิวจะได้ก็คือส่วนต่างของราคาของที่เอาไปขายนั่นเอง
ป้าหลิวเงียบไปนาน ก่อนจะเริ่มตัดพ้อออกมา
ตัวป้าหลิวเองเคยช่วยต่งเสี่ยวเสี่ยวตั้งมากมายแต่เธอทำแบบนี้ มันออกจะใจแคบเกินไปหน่อย
ถึงป้าหลิวจะรู้สึกว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวใจแคบไปหน่อยแต่ก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นช่องทางทำเงินที่ดีเธอคิดอยู่สักพักจึงตอบตกลงทำตามที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวบอก
การรับของไปขายจากเธอโดยตรงจะช่วยประหยัดต้นทุนค่าแรง
ฉินซู่นั่งรอเธอกลับบ้านมาสักพักแล้วพอเห็นเธอ สีหน้าเคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลง เขาถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ว่าวันนี้เธอกลับมาช้าไปหน่อยจึงแลบลิ้นทำท่าทะเล้น ก่อนจะเข้าไปอธิบายกับเขา
“เมื่อกี้ฉันเจอป้าหลิวข้างนอกฉันคุยกับป้าเขาอยู่พักหนึ่งเลยกลับมาช้า พวกนายกินข้าวกันแล้วเหรอ?”
“ฉันกินกันแล้ว เหลือเอาไว้ให้เธอเธอรีบไปกินเถอะ พวกเด็กๆ เล่นกันจนเหนื่อย ตอนนี้หลับกันไปหมดแล้ว”
ระหว่างที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังกินข้าวเธอก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ให้ฉินซู่ฟัง
“ฉันนัดกับป้าหลิวไว้แล้วพรุ่งนี้จะทำของไปให้ลองขายดูก่อน ถ้าขายได้ ค่อยทำเพิ่มให้เยอะกว่าเดิม”
ฉินซู่เผลอมองต่งเสี่ยวเสี่ยวโดยไม่รู้ตัวเขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พอเห็นสีหน้าที่มีความสุขของเธอเขาก็ทำได้แค่กลืนคำพวกนั้นกลับลงไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวทำซานจาจิ่วเสร็จตั้งแต่เช้าตรู่พอทำเสร็จเธอก็ไปตามที่นัดหมายกับป้าหลิวไว้เมื่อคืนเธอเดินมาถึงข้างต้นไม้ต้นเล็กๆ ที่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน
“ป้าหลิวนี่คือซานจาจิ่วที่เพิ่งทำเสร็จวันนี้ค่ะ”
ป้าหลิวเปิดผ้าคลุมตะกร้าออกซานจาจิ่วพวกนั้นเคลือบด้วยน้ำตาล ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ากินมาก
เธอยื่นเงินที่เตรียมไว้ล่วงหน้าให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวก่อนจะรับตะกร้าแล้วเดินทางไปตลาด
ระหว่างทำงานต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกกระวนกระวายใจเล็กน้อยเธอเอาแต่คิดว่าวันนี้ซานจาจิ่วจะขายได้ไหม
ถึงแม้ว่าเธอจะมั่นใจในฝีมือของตัวเองมากแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะรับรองว่าทุกคนจะชอบของเปรี้ยวอมหวานกัน
ป้าหลิวไปตลาดตั้งแต่เช้าพอกลางวันก็กลับมาด้วยสีหน้าตื่นเต้น
“เสี่ยวเสี่ยว ซานจาจิ่วขายดีมาก!วันนี้ป้าเอาไปก็ขายหมดเกลี้ยงเลย พรุ่งนี้ทำมาเยอะๆ หน่อยนะ พวกเขาชอบกันมาก!แถมยังมีคนมาสั่งจองล่วงหน้ากับป้าอีกด้วย!”
ใบหน้าของป้าหลิวแดงก่ำไปด้วยความตื่นเต้นและดีใจ
หลังจากที่พวกเขาลองชิมไปเม็ดหนึ่งก็รีบจ่ายเงินกันยกใหญ่ เธอลองคำนวณดูแล้วหลังจากหักเงินที่จ่ายให้ต่งเสี่ยวเสี่ยวไปเงินที่ขายได้ในวันนี้มากกว่าค่าแรงที่เธอออกไปทำงานถึงห้าวันเสียอีก
นี่มันธุรกิจที่ได้กำไรมหาศาลชัดๆ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเธอเป็นห่วงว่าคนพวกนั้นจะไม่ชอบซานจาจิ่ว และป้าหลิวจะขาดทุน
“ค่ะ พรุ่งนี้ฉันจะทำเยอะๆ นะคะ”
เรื่องที่ทั้งสองคนร่วมมือกันทำธุรกิจไม่ได้บอกให้ใครรู้แต่ป้าหลิวไปตลาดทุกวัน แถมยังมีคนเห็นเธอมาขายของที่ตลาดพอลองถามดูถึงได้รู้ว่าเธอกับต่งเสี่ยวเสี่ยวร่วมมือกัน
“ถ้าไม่ได้เสี่ยวเสี่ยวให้ของพวกนี้มาฉันก็คงทำเงินไม่ได้ขนาดนี้”
ป้าหลิวกำลังตื่นเต้นอยู่กับความสุขในการหาเงินโดยไม่รู้ว่าพอผู้หญิงคนอื่นๆ ได้ยินแบบนั้น ก็เริ่มหัวเราะเยาะเธอว่าโง่
“ฉันว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้หวังดีอะไรหรอกถ้าหล่อนอยากให้ป้าหาเงินได้จริงๆ ทำไมไม่ให้สูตรไปเลยทำไมต้องทำอะไรอ้อมค้อมแบบนี้ด้วย?”
ป้าหลิวเคยรู้สึกโกรธเรื่องนี้ในใจแต่ตอนนี้เธอต้องพึ่งพาต่งเสี่ยวเสี่ยวในการหาเงินเธอจึงไม่พูดถึงสิ่งที่ไม่ดีเกี่ยวกับต่งเสี่ยวเสี่ยวต่อหน้าคนอื่น
ถ้าเรื่องนี้ไปถึงหูต่งเสี่ยวเสี่ยวเรื่องที่เธอร่วมมือกับต่งเสี่ยวเสี่ยวทำธุรกิจคงจะจบเห่แล้ว
“เสี่ยวเสี่ยวบอกว่าสูตรพวกนี้บอกใครไม่ได้อีกอย่างฉันเองก็ไม่ได้มีฝีมืออะไร ถ้าทำเองคนอื่นคงไม่ชอบหรอกเสี่ยวเสี่ยวเก่งกว่าตั้งเยอะ”
ป้าหลิวส่งยิ้มให้แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือเสียงหัวเราะเยาะเย้ยของคนอื่นๆ
“จะถ่อมตัวไปทำไมฝีมือการทำอาหารป้าเป็นยังไงคิดว่าพวกเราไม่รู้เหรอ? ฉันว่าต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่อยากให้ป้าหาเงินได้เยอะๆต่างหากล่ะ ถึงไม่ยอมให้สูตรป้า หล่อนฉลาดจะตาย แค่นั่งเฉยๆ อยู่ก็ได้เงินสบายๆส่วนป้าต้องลำบาก เดินทางไปๆ มาๆ ทุกวัน ได้เงินมาแค่เล็กๆ น้อยๆ”
ผู้หญิงคนที่พูดอยู่มองไปรอบๆก่อนจะคล้องแขนป้าหลิว
“ป้าหลิว ฉันไม่ได้ตั้งใจจะพูดยุแยงนะแต่ลองคิดดูสิ ป้าต้องแบ่งเงินให้เธอตั้งเยอะ แต่เธอแค่อยู่บ้านเฉยๆแถมยังไม่ออกไปทำงานก็ยังหาเงินได้อีก”
ป้าหลิวก็เริ่มรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมา ใช่สิทุกวันคนที่ต้องตื่นแต่เช้าไปตลาดก็คือฉันคนที่ต้องตะโกนเรียกลูกค้าที่ตลาดก็คือฉัน
ต่งเสี่ยวเสี่ยวแค่อยู่บ้านทำของให้แล้วก็รอรับเงิน
เมื่อเห็นสีหน้าของป้าหลิวไม่สู้ดีนักบนใบหน้าของผู้หญิงหลายคนก็ปรากฏรอยยิ้มออกมาอย่างพอใจ
“ป้าหลิว สรุปว่าตอนนี้ป้าได้เงินก็จริงแต่คนที่ได้เงินเยอะคือต่งเสี่ยวเสี่ยว เรื่องนี้ป้าต้องคิดให้ดีนะ”
ป้าหลิวดูไม่ปกติ...
ทันทีที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวเห็นก็รู้สึกได้
“ป้าคะ ป้าไม่สบายหรือเปล่าคะ? ถ้าอย่างนั้นวันนี้ไม่ต้องไปขายแล้วก็ได้นะคะ?”
พอเห็นต่งเสี่ยวเสี่ยวเป็นห่วงเป็นใยเธอก็ไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งใจแม้แต่น้อย กลับรู้สึกว่าหล่อนกำลังเสแสร้ง
“ป้าไม่เป็นไร แค่พักผ่อนน้อยน่ะ”
ถึงป้าหลิวจะไม่ได้พูดอะไรแต่ตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวไปทำงานก็ได้ยินข่าวลือต่างๆ นานามาบ้าง
“นี่ป้าหลิวคิดว่าฉันเห็นป้าเป็นคนโง่เหรอคะ?”