ตอนที่ 3
“ผมยังไม่ได้ดอกกุหลาบจากคุณเลย” ห๊ะ!! พูดว่าอะไรนะ แหมจำแม่นจังเลยนะนี่เขาเป็คนใส่ใจเื่เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จริงเหรอ ถ้าเป็เื่งานจะขนาดไหนนี่ ที่จริงฉันก็ไม่ได้ทำงานดีอะไรมากมายหรอกนะก็พื้นๆ ก็บอกแล้วว่ามาทำงานแก้เหงา
“คุณได้ดอกกุหลาบเยอะแล้วนี่คะคงไม่้าดอกกุหลาบจากดิฉันหรอกค่ะ” ฉันตอบปัดๆ ไป จะให้บอกว่าลืมซื้อหรือว่าฉันไม่ได้คิดจะให้คุณั้แ่แรกแล้ว อย่างนั้นเหรอ ก็ไม่ได้ใช่ไหม
“ใครบอกคุณเป็เลขาของผมนะ แต่คุณเป็คนเดียวที่ไม่ได้ให้ดอกกุหลาบกับผม” ทำไมถ้าไม่ได้ดอกกุหลาบจากฉันจะทำงานไม่ได้หรือไง เื่บ้าอะไรกันนี่ แค่นี้ก็เป็ประเด็นฉันไม่เข้าใจ
“เอ่อ...ท่านรองคะ เรามาคุยเื่งานกันดีกว่าไหมคะ ตกลงท่านรองจะเข้าประชุมเช้านี้หรือเปล่าคะดิฉันจะได้แจ้งรายชื่อเข้าร่วม” ฉันเปลี่ยนเื่มาคุยเื่งานทันที
“ใครบอกให้คุณเรียกผมแบบนี้” ใครๆเขาก็เรียกกัน แล้วอยากให้ฉันเรียกว่าอะไรดีล่ะ เ้านาย นายท่าน หรือนายภัทรเื่เยอะดีล่ะ คิกๆๆ ฉันแอบขำในใจกับความคิดของตัวเอง ก็เขาเื่มากเื่เยอะจริงๆ นี่
“แล้วท่านรองจะให้ดิฉันเรียกว่าอะไรดีคะ” ฉันยังคงทำหน้าเรียบเฉยแล้วถามอย่างอยากรู้จริงๆ ว่าเขาอยากให้ฉันเรียกเขาว่าอะไร
“เรียกผมว่าคุณภัทรละกันท่านรองฟังดูแก่จัง ห้ามเรียกนะ แล้วคุณชื่ออะไรผมยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย” แก่เหรอ... เออก็จริงอย่างที่เขาบอก ฉันก็ว่าแบบนั้นเหมือนกันสมัยนี้เขาไม่เรียกกันแบบนี้แล้ว แต่ฉันก็เรียกตามคนอื่นๆ เขานะจะไปแหวกแนวได้ยังไงจริงไหม
“ดิฉันชื่อ...” ฉันยังพูดไม่ทันจบเลยเขาก็พูดแทรกขึ้นมา
“ขอชื่อเล่นนะผมไม่ชอบเรียกชื่อจริงมันยาวี้เีจำ” เขาให้เหตุผล แต่ฉันก็ไม่ได้จะบอกชื่อจริงสักหน่อยชื่อเล่นของฉันออกจะเพาะย่ะ
“ดิฉันชื่ออิงฟ้าค่ะ” ฉันตอบ
“ชื่อน่ารักดีนะ” ห๊ะ! ฉันหูกวาดไปหรือเปล่านี่
“ขอบคุณค่ะ” ก็เขาชมชื่อของฉันว่าน่ารัก ฉันก็ต้องขอบคุณสิมันเป็มารยาท
“งั้นต่อไปนี้ดิฉงดิฉัน ผมไม่เอาแทนตัวเองด้วยชื่อเล่นก็แล้วกัน” แน่!!อะไรของเขาวะนี่อิงฟ้าไม่เข้าใจ
“ค่ะ” ใครจะไปกล้าขัดยืนคุยกันตั้งนานจะยิ้มสักนิดก็ยังไม่มีเลย คนอะไรยิ้มยากจัง
“คุณตามผมเข้าไปด้านในหน่อยสิผมเมื่อยขาี้เียืนคุยอยู่แบบนี้” พูดจบเขาก็เดินเข้าห้องของเขาไปเลย ฉันก็เลยต้องเดินตามเขาเข้าไป
“เชิญนั่งลงก่อนครับ” นึกว่าจะไม่เชิญนั่งซะแล้วฉันค่อยๆ เลื่อนเก้าอี้ออกมานิดนึงแล้วหย่อนก้นลงไปนั่ง ท่าทางเรียบร้อยก็คุณแม่ของฉันสอนมาดี
“ท่าน...เอ่อคุณภัทรจะให้อิงช่วยทำอะไรก็บอกมาได้เลยนะคะ”
“ผม้าเข้าถึงพนักงานที่นี่ให้มากที่สุดั้แ่ตำแหน่งใหญ่สุด จนถึงเล็กที่สุดของที่นี่” มือเรียวผสานกันอยู่บนโต๊ะอย่างมาดเข้มสุดๆ! จะเก๊กไปไหนเนี่ย
“แล้วคุณภัทรอยากรู้เื่อะไรของพนักงานที่นี่ก่อนดีล่ะคะ” ก่อนอื่นเลยการที่เราจะทำงานร่วมกับใครเราก็ควรจะรู้จักคนคนนั้นก่อนข้อนี้ฉันเห็นด้วยกับเขานะ เพราะเราจะได้รู้ว่าใครทำงานอะไรและเราสามารถผสานงานโดยตรงกับคนที่รับผิดชอบเื่นั้นๆ ได้ถูกต้อง แม่นยำโดยเฉพาะคนที่เป็เ้าของบริษัทอย่างเขา
“คุณทำงานที่นี่มากี่ปีแล้ว” อ้าวแล้วมาถามเื่ของฉันทำไม/*-*/!
“ถ้าคุณอยู่ที่นี่นานคุณคงรู้จักคนที่นี่เยอะกว่าผม เพราะผมยังไม่รู้จักใครเลย” ก็จริง
“สองปีค่ะ” ั้แ่ที่ฉันเรียนจบมาฉันก็มาทำงานที่นี่เป็ที่แรกเลย แล้วก็ไม่ได้คิดจะไปทำที่ไหนเพราะฉันมีเพื่อนอยู่ที่นี่แล้ว ส่วนเพื่อนสมัยเรียนก็แยกย้ายกันไปทำงาน บางคนก็แต่งงานมีครอบครัวบางคนก็ไปทำงานต่างประเทศ เพื่อนสมัยเรียนก็เลยไม่มีแล้วเพราะฉันเลือกอยู่กับปัจจุบันมากกว่า
“แสดงว่าเราอายุเท่ากัน” เอ๊!!! ตกลงตาคนนี้อย่างรู้เื่อะไรกันแน่รู้สึกว่าจะโฟกัสแต่ฉันนะ
“ผมอยากรู้ว่าใครชื่ออะไรทำงานตำแหน่งไหนกันบ้าง แล้วหน้าตาเป็ยังไง” โอ้โหเล่นฉันซะแล้วไหมล่ะจะบ้าเหรอไม่ไปเรียกมาสัมภาษณ์ทีละคนเลยไหมเล่า...โถ่!!
“ถ้างั้นคุณภัทรคงต้องลงไปเยี่ยมหรือทำความรู้จักกับทุกแผนกแล้วแหละค่ะ” ฉันตอบเสียงเรียบแต่ในใจเดือดผุดๆ
“นั่นแหละคือสิ่งที่ผม้าคุณพาผมไปหน่อยสิ” เฮ้ย!! จริงดิ ท่านรองจะลงไปเองเลยเหรอ เกินคาดแฮะ ไม่น่าจะเป็ไปได้หรือว่าเราจะมองเขาผิดไป
“ยินดีค่ะ” เขาอยากจะทำความรู้จักกับพนักงานของเขาเหรอนี่เขาดูเข้าท่ากว่าที่ฉันคิดไว้เยอะเลยนะ
“ถ้างั้นไปกันเลยไหมครับ” ไปเลยเหรอ!...แผนกวางแผนตอนนี้น่าจะนั่งจิบกาแฟกันยังไม่อิ่มส่วนแผนกเทคนิคตอนนี้ก็น่าจะเช็คเรตติ้งดูโซเชียลกันอยู่แน่ๆส่วนแผนกบัญชีก็น่าจะจิบกาแฟกินขนมแล้วก็เม้ามอยเื่ละครหลังข่าวกันอยู่แน่ๆแผนกอื่นๆ ก็น่าจะคล้ายๆ กัน เอายังไงดีล่ะ กว่าพวกนั้นจะทำงานกันก็ประมาณสามโมงสามโมงครึ่งกันโน่นแหละ
“อิงว่า ให้อิงโทรแจ้งทางแผนกแต่ละแผนกก่อนดีไหมคะเขาจะได้ต้อนรับคุณภัทร...” ฉันยังพูดไม่ทันจบดีเขาก็พูดแทรกขึ้นมาอีกแล้ว
“เมื่อเช้าก็ต้อนรับไปแล้วจะต้อนรับอะไรกันอีกนักหนา ผมว่าเราไปกันเลยดีกว่า” พูดจบเขาก็ลุกยืนแล้วเดินออกไปเลยส่วนฉันก็ตามสิคะ ขายาวๆ ของเขาทำให้ฉันต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งเพราะเขาเดินเร็วมากที่จริงเขาก็ดูไม่ได้รีบอะไรหรอกนะ แต่เขาตัวสูงแล้วขาเขาก็ยาวมากๆส่วนฉันตัวนิดเดียวเอง แถมยังใส่ส้นสูงด้วยก็เลยไม่ค่อยจะเหมาะกับการวิ่งสักเท่าไหร่
“คุณภัทรคะเดินช้าๆ หน่อยก็ได้ค่ะ อิงเดินไม่ทัน” พอฉันพูดจบเขาก็หยุดเดินทันที แต่ฉันยังวิ่งอยู่ไง ทำให้ฉันชนเข้ากับแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างจัง
“โอ๊ย!! ขอโทษค่ะ อิงรีบตามคุณไปหน่อย”
---------------------------------------