ต้าหมิงอาณาเขตของจักรวรรดิหมิง Author Michal Klajban ณ จวนแม่ทัพใหญ่หยางกงแห่งต้าหมิง เหล่าผู้รับใช้ล้วนอยู่กันอย่างผาสุกในสถานที่อันปลอดภัย ทั้งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยข้าวปลาอาหารและทรัพยากรในการดำเนินงานของตนอย่างไม่ขาดแคลนหยางไคในตำแหน่งคนสวนนั้น ย่อมมีความสุขตามอัตภาพของตนเอง ด้วยความพึงพอใจในโอกาสที่เขาได้รับ แม้จะต้องใช้ความพยายามอย่างมากกว่าจะได้มันมาจากเด็กในชนบทอันห่างไกลสู่ใจกลางราชธานีเป่ยจิง อันเป็นศูนย์กลางอำนาจของการปกครองของราชวงศ์หมิงตระกูลหยางนั้นเป็นตระกูลของนักรบซึ่งกำลังร่วงโรยลงไปแล้ว จากยุคสมัยอันรุ่งเรืองในแผ่นดินซ่งสู่แผ่นดินต้าหมิงอันยิ่งใหญ่ในปัจจุบัน ด้วยอำนาจความรับผิดชอบของแม่ทัพหยางกงตระกูลนี้จึงมีหน้าที่ในการดูแลรักษาอาณาเขตอันกว้างใหญ่ซึ่งติดกับกำแพงหมื่นลี้ทางตอนเหนือของอาณาจักรต้าหมิง เพื่อป้องกันอันรายจากการรุกรานของมองโกล หรืออดีตราชวงศ์หยวนที่ถูกขับไล่กลับทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่นอกกำแพงเมืองจีนนี้เมื่อหลายสิบปีก่อนดังนั้นตระกูลแห่งนี้จึงจารีตในการรับไพร่พลและบ่าวรับใช้เข้าตระกูล ไม่เว้นแม้แต่ตำแหน่งคนสวนในบ้าน ก็ล้วนคัดสรรกันไม่ต่างกับการทดสอบหาจอหงวนเลยทีเดียว !!และแน่นอนว่าจูไคเข้าสู่ตระกูลหยางได้ก็ด้วยทักษะด้านการเพาะปลูกของตนเอง แต่ด้วยเด็กบ้านนอกไม่รู้หนังสือ เขาจึงเป็นได้เพียงผู้ช่วยคนสวนเพียงเท่านั้น โดยมีหน้าที่ในการเพาะปลูกและดูแลพืชผักสวนครัวแต่เพียงผู้เดียว เพื่อใช้บริโภคสำหรับเหล่าคนงานเท่านั้น ชายหญิงที่เข้าตระกูลมาแล้ว ย่อมต้องเปลี่ยนเป็นเป็นแซ่หยางด้วยกันทั้งสิ้น กระนั้นหยางไคก็ไม่เป็นที่รู้จักนัก เพราะมักถูกเรียกเป็น 'เสี่ยวไค' (小开 อิสระน้อย) เนื่องด้วยอายุที่ยังน้อย หรือรูปร่างที่ผอมบางก็เป็นได้ "เสี่ยวไคเอ๊ย เอ็งเตรียมดินปลูกไปถึงไหนแล้ว?""เสี่ยวไค! เมื่อไรเอ็งจะตักน้ำมา?""เสี่ยวไค!! เอ็งจะนอนแบบนั้นไปจนถึงเมื่อไหร่กัน!!" ผ่านมา 2 เดือนแล้ว แต่ด้วยร่างกายที่ลีบเล็กเกินไป ย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญในหน้าที่คนสวนตัวเล็ก ๆ อย่างแน่นอน และหากปล่อยให้ล่วงเลยเกินกว่า 3 เดือน หากหยางไคยังไม่ปรับปรุงตัว เขาย่อมถูกขับออกไปในที่สุด เด็กหนุ่มร่างเล็กผู้นี้เป็นคนขยัน แต่ร่างกายนั้นไม่เป็นใจสักเท่าไร แม้เด็กหนุ่มพยายามอย่างหนักเพียงไรก็ป่วยการเพราะใช้ได้แค่เพียงแรงกายจากกล้ามเนื้อมัดเล็ก ๆ โดยปราศจากกำลังที่ก่อเกิดภายในร่างกายแม้แต่นิดเดียว ซึ่งแตกต่างจากคนสวนในตระกูลหยางคนอื่น ๆ หนำซ้ำการรับน้องของที่นี่ก็หนักหนาสาหัสเป็นอันมาก เพราะเมื่อเข้ามาถึงในเดือนแรก ทุกคนจะต้องเข้ารับน้องตั้งแต่ ยามซวี (戌 20:00 น.) ถึง ยามจื่อ (子 1:00 น.) พอเข้าเดือนที่สอง รับน้องตั้งแต่ ยามซวี (戌 20:00 น.) ถึง ยามโฉ่ว (丑 2:00 น.) ครั้นเดือนที่สาม ก็น่าจะต้องอยู่ยาวถึง ยามสามอย่างแน่นอน เฮ้อ! ณ เรือนนอนของเหล่าคนสวนนั้นถูกแยกออกมาจากตึกหลักของตระกูล ถูกแบ่งเป็นห้อง ๆ สำหรับคนงานทุกคน แม้ห้องพักจะไม่กว้างขวางนักแต่ก็มีความเป็นส่วนตัวมาก ๆ แม้จะมีเสียงเรียก แต่ก็ไม่มีการล่วงล้ำกล้ำกรายเข้าไปโดยเด็ดขาด ฝ่ายหยางไคเมื่อฝืนลืมตาตื่นขึ้นมายามเหม่า (卯 06:45) ก็ลุกขึ้นมาเพื่อล้างหน้าและด้วยใบหน้าอันคมคายของเด็กหนุ่มอายุ 15 ปีนี้เอง จึงช่วยให้เขาผ่านการสอบสัมภาษณ์มากได้อย่างหวุดหวิด ด้วยนรลักษณ์ (โหงวเฮ้ง) อันบ่งบอกถึงโชคลาภวาสนาที่มีมาแต่กำเนิดแม้กระนั้นตั้งแต่เขาเกิดจนล่วงเลยมาจนถึงตอนนี้ หยางไคจะไม่เคยสัมผัสประสบการณ์อันใกล้เคียงกับคำทำนายนั้นเลยแม้แต่เพียงครั้งเดียวก็ตาม ครั้นหยางไคเตรียมตัวจนพร้อมแล้ว จึงเริ่มงานทันที เขาเริ่มงานเบา ๆ ก่อน นั่นคือการกำจัดวัชพืชที่ขึ้นตามบนแปลงผักด้วยสายตาอันคมวาวอีกทั้งมือเล็ก ๆ อันว่องไว จึงสามารถถอนต้นหญ้าเล็ก ๆ ที่ปะปนอยู่กับพืชผลที่กำลังเพาะปลูก จากนั้นตักน้ำขึ้นมาจากสระสองถัง แล้วหาบน้ำขึ้นมารดแปลงผักอยู่หลายรอบอย่างเหน็ดเหนื่อย จนเวลาก็ล่วงเลยมาถึงยามซื่อ (巳 09:00) หยางไคจึงรีบมาที่โรงเลี้ยงของกลุ่มคนสวนด้วยกัน เพื่อตักเอาข้าวปลาอาหารที่มีให้รับประทานอย่างอุดมสมบูรณ์ “มาอยู่ตั้งหลายเดือนแล้ว แถมกินก็เยอะ เหตุใดเจ้าจึงผอมแห้งอยู่เช่นเดิมอีกเล่า?” สหายงานสวนของเด็กหนุ่มไต่ถามด้วยความสงสัย แต่ไม่คล้ายมิได้สอบถามเพราะเกิดจากความห่วงใยอย่างจริงใจเท่าใดนัก ด้วยรอยยิ้มอย่างเหยียดหยามนั้นเป็นคำตอบอย่างชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้ว หยางไคก็มิได้ตอบโต้แต่ประการใด เพราะทราบดีถึงความผิดปกติในร่างกายตน เพราะเขาอาจจะเป็นชายเพียงผู้เดียวที่แม้จะอายุ 15 แล้ว แต่กลับมีร่างกายเล็กจิ๋วและบอบบางกว่าเด็กผู้หญิง 12 ขวบเสียอีก เมื่อเด็กหนุ่มกินอาหารเช้าเสร็จจึงรีบลุกขึ้น เพื่อออกไปทำหน้าที่ของตนต่อทันที เพราะการปลูกผักนั้น แม้จะดูเหมือนง่ายต้องใช้ความใส่ใจมากยิ่งกว่า หาใช่แค่ปลูกแล้วรอให้เป็นไปตามบุญกรรมไม่ หยางไคเดินย่อยมาถึงแปลงผักแล้วก็นั่งลงเพื่อพรวนดิน จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตรเฉพาะของตน จนกว่าจะเสร็จก็เลยเวลาเที่ยง วัฒนธรรมของที่นี่เวลาเที่ยงย่อมเป็นมื้อกลางวันสำหรับเจ้านาย ส่วนบ่าวไพร่นั้นยามเว่ย (未 :13.00 - 15.00) เป็นต้นไป เหล่าสาวใช้นั้นกินก่อน สุดท้ายจึงเป็นเหล่าคนงานเช่นหยางไค แต่บัดนี้เด็กหนุ่มนั้นได้ใช้พลังกายอันมีอยู่อย่างจำกัดจนสิ้นแล้ว จึงดื่มน้ำเข้าไปเพื่อคลายหิว แล้วเลือกที่จะนอนกลางวันเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายที่ถูกใช้งานอย่างเกินกำลังมาทั้งชีวิต