ถึงแม้จะสงสัยเป็อย่างมาก เพราะดูจากท่าทางการแต่งกายของเด็กน้อยตรงหน้าแล้ว ไม่มีเค้าโครงของการเป็ลูกหลานตระกูลใหญ่หรือเชื้อพระวงศ์เลยสักนิด
แล้วเ้าเด็กคนนี้นำเอาเครื่องป้องกันครบชุดนี้มาจากไหนกัน ถึงจะมีความสงสัยใคร่รู้มากมายแค่ไหน แต่ตามกฎของโรงประมูลเขาก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะไถ่ถามออกไปแม้แต่น้อย
“ฮึ่ม..เ้า้าตั้งราคาเริ่มต้นการประมูลไว้ที่เท่าใดกัน” เขาถามเพื่อให้ข้อมูลนั้นครบถ้วน
“อืม..ถ้าดูจากวัตถุดิบและคุณสมบัติของมัน ผมว่ามันคงได้ซัก สองร้อย เหรียญทอง อย่างนั้นผมตั้งราคาเริ่มประมูลที่ หนึ่งร้อย เหรียญทองแล้วกันครับ”
โนบลินตอบหลังจากคำนวณราคาต้นทุนของวัตถุดิบ ซึ่งแทบจะไม่ได้ซื้ออะไรเพิ่มเลย และคุณสมบัติของมันนั้นก็อยู่ในระดับพื้น ๆ ในสายตาของโนบลิน
“เ้าเด็กบ้า..!! นี่เ้าไปขโมยเครื่องป้องกันนี้มาหรือยังไง ทำไมถึงไม่รู้ถึงคุณค่าของมันอย่างนี้ เครื่องป้องกันที่เ้าเอามาอย่างต่ำมันต้องได้ห้าร้อยเหรียญทองอย่างไม่ต้องสงสัย แล้วถ้าหากใส่ครบชุด และคุณสมบัติมันเป็ไปตามที่เ้าบอกมาจริง คุณสมบัติของมันย่อมสูงเทียบเท่าระดับ B ราคาขั้นต่ำของมันทั้งชุดต้องไม่ต่ำกว่า สองพันห้าร้อย เหรียญทอง”
“ถึงจะน่าเสียดายที่เ้ามีเพียงแค่เกราะหนังส่วนลำตัวแค่ชิ้นเดียวก็เถอะ แต่เ้ากลับบอกว่าขายได้แค่สองร้อยเหรียญทองเ้านี่มันไม่เอาไหนเลยจริง ๆ”
ในฐานะของผู้ประเมินราคาของเขา ทำให้เขารู้สึกโกรธเป็อย่างมากที่โนบลินตีราคาของเครื่องป้องกันชิ้นนั้นงต่ำแสนต่ำ ในสายตาของเขาโนบลินเป็เพียงเด็กโง่คนหนึ่งที่อยากได้เงิน แต่ไม่มีความรู้เื่ของเครื่องป้องกันใด ๆ เลย เห็นอย่างนั้นแล้วเขาจึงอดตักเตือนด้วยความโมโหไม่ได้
“อะ..เอ่อ..เ้าชุดหนังนี่มันมีราคาถึงขนาดนั้นเลยเหรอครับ” โนบลินยังไม่อยากจะเชื่อกับราคาที่นักเวทกลางคนบอก
“ถ้าให้ประเมินแยกเป็แต่ละชิ้น คงได้ราคารวมกันประมาณสองพันเหรียญทอง แต่ถ้าหากใช้ร่วมกันทั้งชุดแล้ว ด้วยคุณสมบัติตามที่เ้าบอกมานั้น ราคาของมันย่อมไม่ต่ำกว่า สองพันห้าร้อยเหรียญทอง แน่นอน” เขาตอบด้วยสีหน้าเคร่ง
“แต่ก็อย่างที่บอก มันน่าเสียดายที่เ้าไม่ได้มีชุดเกราะหนังนี่ทั้งชุด ทำให้ได้แค่ราคาของเกราะแยกชิ้นที่ต่ำกว่าที่ควรจะเป็..” เขาบ่นอย่างเสียดาย
“งั้น..ถ้าเกิดผม..เอ่อ..”
โนบลินพูดพลางนำของเหลวหยดลงไปบนลวดลายของถุงหนังใบน้อยข้าง ๆ ก่อนที่ละอองเวทมนต์กระจายออกมาเบา ๆ
เสี้ยววินาทีที่ละอองแสงของเวทมนต์เปล่งประกายออกมา ปรากฎเครื่องป้องกันที่ทำจากหนังของเซบัปแบบเดียวกับเกราะอกที่โนบลินเคยให้เขาได้ทดสอบ
แต่คราวนี้มันกลับเป็ชิ้นส่วนเกราะหนังส่วนที่เหลือที่โนบลินเขียนไว้ในกระดาษบอกคุณสมบัติสินค้าก่อนหน้านี้
“น..นี่ มันคือชุดเครื่องป้องกันเกราะหนังที่เ้าเขียนไว้นี่..แล้ว..นี่มัน ครบชุดเลยอย่างนั้นหรือ..?”
ชายวัยกลางคนผู้เฝ้าประตูโรงประมูลส่งเสียงออกมาอย่างใ เมื่อเขาได้พบกับชุดเครื่องป้องกันหนังเซบัปครบชุดใหม่เอี่ยมวางอยู่ตรงหน้า
“ครับ นี่เป็ชุดป้องกันทั้งชุดอย่างที่ผมบอก” โนบลินบอก
“คือ..ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะลองเอาเข้าประมูลสักชิ้นเผื่อจะพอได้เงินบ้าง แต่ถ้าคุณบอกว่าถ้ามีครบชุดจะได้มากกว่าผมเลยเปลี่ยนใจเอาเข้าประมูลทั้งชุดเลยดีกว่า..”
“ถะ..ถ้าอย่างนั้นรบกวนคุณ...เอ่อ..”
“ข้าชื่อ [ดอน ฮันเตอร์] เป็ผู้ประเมินของโรงประมูลตระกูลฮันท์”
“อ้อ..สวัสดีครับคุณดอน ผมโนบลินครับ อาศัยที่บ้านเด็กกำพร้าของคุณลอเลนซ์ ถ้ายังไงผมอยากรบกวนคุณดอนช่วยตั้งราคาประมูลเริ่มต้นของเครื่องป้องกันนี้ให้หน่อยได้ไหมครับ” โนบลินขอความช่วยเหลือจากดอนอย่างจนปัญญา
“หือ..เ้ามาจากบ้านเด็กกำพร้านั่นน่ะหรือ”
เมื่อได้ทราบที่มาของเ้าเด็กน้อยตรงหน้า ยิ่งทำให้ดอนสงสัยหนักขึ้นไปอีก ว่าเด็กน้อยนี้ไปเอาของวิเศษอย่างนี้มาจากที่ไหน
ไม่แน่ว่าเขาอาจจะเป็ลูกหลานของผู้ทรงอำนาจหรือเศรษฐีที่สูลเสียพ่อแม่ครอบครัวไป จนต้องมาอาศัยอยู่ที่บ้านเด็กกำพร้า และได้นำสมบัติชิ้นนี้ติดตัวมาด้วยก็เป็ได้
แต่ถ้าจะดูจากสภาพของเกราะหนังเซบัปที่นำมา ดอนคิดว่ามันเป็สิ่งที่เพิ่งถูกสร้างขึ้นมาใหม่ ไม่น่าจะเป็สมบัติตกทอดในตระกูลได้ ไม่ว่าจะคิดยังไงเขาก็คิดไม่ออกมาโนบลินไปเอาเกราะหนังี้มาจากไหนกัน
เมื่อไม่สามารถสืบทราบความเป็มาที่แม้จริงของเกราะหนังนี้ ดอนก็ไม่อยากที่จะเก็บไปคิดให้วุ่นวาย
“ไม่ต้องห่วง โรงประมูลของเราต้องทำให้ของที่ลงประมูลมีราคามากที่สุดเท่าที่จะเป็ไปได้อยู่แล้ว เพราะรายได้หลักของเราก็มาจากของที่ประมูลนี่ด้วยส่วนหนึ่ง เ้าคงรู้แล้วสินะว่าเงินจำนวนหนึ่งในสิบของราคาประมูลนั้นจะถูกหักเข้าสู่โรงประมูล”
“อ๋อ ครับ...จริง ๆ ผมยังไม่รู้มาก่อน แต่ยังไงก็ถือซะว่าเป็ค่าดำเนินการ หนึ่งในสิบคงไม่ได้มากจนเกินไป แล้วผมจะทราบราคาประมูลสูงสุดได้เมื่อไหร่เหรอครับ?”
“อีกหนึ่งชั่วโมงการประมูลจะเริ่ม น่าจะเสร็จสิ้นใน่เย็นวันนี้ ยังไงเสียพรุ่งนี้ค่อยมารับเงินประมูลก็แล้วกัน”
“อ่า..ครับ”
โนบลินเดินออกมาจากโรงประมูลอย่างงง ๆ เขายังใกับราคาของเครื่องป้องกันที่เขาทำขึ้น เพราะของที่สร้างจากวัตถุดิบทั่ว ๆ ไป คุณภาพก็แค่เพียงพอใช้ (ในความคิดของโนบลิน) จะสามารถมีราคาได้มากถึงสองพันห้าร้อยเหรียญทองอย่างที่ดอนบอก
สำหรับโนบลินนั้นเครื่องป้องกันชุดนั้นเป็เพียงเครื่องป้องกันแก้ขัด ที่เผ่ากอบลินสร้างขึ้นอย่างลวก ๆ เพื่อใช้เวลาล่าสัตว์เท่านั้นเอง
ถึงแม้เขาจะผสานลวดลายวงเวทของโนมและอักขระของเอลฟ์เข้าไปด้วยเพื่อเพิ่มคุณสมบัติ แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรซับซ้อนมากมายจนราคาต้องพุ่งสูงขึ้นไปขนาดนั้น ถ้าเขารู้ว่ามันทำเงินได้ดีขนาดนี้โนบลินคงสร้างมันออกมาขายั้แ่แรกแล้ว
แต่สิ่งที่โนบลินไม่รู้นั่นคือ ความรู้เื่ของวงเวทในเมืองกรูมนั้น น้อยคนนักที่จะรู้จัก และในจำนวนคนที่รู้จักนั้นก็มีเพียงหยิบมือเดียวที่สามารถสร้างวงเวทได้ ไม่ต้องพูดถึงอักขระของเอลฟ์ที่เป็อักขระโบราณที่แทบจะหายสาบสูญไปแล้ว ทำให้นักเวทในเมืองแทบจะลืมเลือนความสามารถของอักขระไปแล้ว
สำหรับวงเวทและรูปแบบในการปรับปรุงคุณภาพของวัตถุดิบนั้น นอกจากนักเวทระดับสูงขึ้นที่มุ่งมั่นศึกษาเื่การสร้างเครื่องป้องกันและอาวุธอย่างจริงจังเพียงไม่กี่คนแล้วก็ไม่มีใครสามารถใช้ได้อีก นั่นทำให้อาวุธและเื่ป้องกันใด ๆ ที่มีการปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบนั้น จะถือได้ว่าสร้างขึ้นจากฝีมือของสุดยอดนายช่างมนตราอย่างแน่นอน
นายช่างมนตรา เป็คำเรียกหาที่ผู้คนนิยามให้แก่ช่างฝีมือที่มีความสามารถในการใช้พลังเวทมนต์เพื่อสรรสร้างอาวุธ ชุดเกราะ หรือเครื่องไม้เครื่องมือเวทมนต์ขึ้นมา เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้คน
ในโลกที่ดำรงชีวิตอยู่ด้วยความสามารถด้านเวทมนต์ อุปกรณ์เวทมนต์ต่าง ๆ ถือเป็หัวใจหลักในการดำรงชีวิตของผู้คน ที่ช่วยยกระดับความสามารถในการต่อสู้ให้แก่ผู้ที่มัน
ช่วยให้สามารถเพิ่มพูนความสามารถในการต่อกรกับสภาวะแวดล้อมที่โหดร้าย สัตว์ร้ายที่มุ่งหมายชีวิต หรือแม้กระทั่งกำจัดสัตว์เวทที่อันตรายยิ่งกว่า
หรือการใช้เพื่อเพิ่มพูนอำนาจในการต่อรอง แม้กระทั่งการใช้เพื่อการรุกรานผู้อื่นก็สามารถทำได้เช่นกัน
คุณค่าของอาวุธหรือเครื่องป้องกันนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับคุณสมบัติของมันแต่เพียงอย่างเดียว แต่ระดับของนายช่างมนตราที่เป็ผู้สร้างสิ่งของนั้นก็เป็อีกหนึ่งในสิ่งที่จะช่วยเพิ่มคุณค่าของมันให้สูงมากยิ่งขึ้นไปอีก
อาวุธหรือชุดเกราะที่สร้างจากวัตถุดิบและส่วนประกอบระดับสูงและราคาแพง จนเกิดเป็ศาสตราหรืออาภรณ์เวทระดับสูง ก็นับเป็ของล้ำค่าในด้านของมูลค่าของวัตถุดิบที่นำมาใช้
แต่อีกด้านหนึ่ง เหล่านายช่างมนตราก็ต่างพยายามแข่งขันกัน เพื่อที่จะใช้ความสามารถของตนเองสร้างสรรค์ศาสตราอาภรณ์ที่ดีที่สุด จากวัตถุดิบที่มีระดับต่ำที่สุด
เพราะวิธีนั้น จะทำให้นายช่างมนตราสามารถแสดงฝีมือออกมาได้ดีที่สุด
ทำให้โรงประมูลได้พบเห็นศาสตราอาภรณ์เวทที่มีลักษณะนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่การที่นายช่างมนตราสามารถนำหนังของเซบัปที่มีคุณสมบัติดี ๆ อยู่ไม่กี่อย่าง ในขณะที่ข้อเสียของมันนั้นมีอยู่มากมายหลายข้อ
ทั้งกลิ่นสาบที่รุนแรง ความแห้งสากของผิวสำผัส เส้นขนที่สากแข็งจนรู้สึกขนลุกเวลาที่ได้ัั ความแข็งกระด้างในเวลาที่มันถูกตากแห้ง รวมไปถึงน้ำนักที่ค่อนข้างสูง
นั่นทำให้หนังเซบัปกลายเป็วัตถุดิบระดับต่ำ ที่สามารถสร้างออกมาเป็เครื่องใช้ที่ระดับต่ำเท่านั้น
แต่ชุดเครื่องป้องกันหนังเซบัปที่เขาได้เห็นในวันนี้นั้นต่างออกไป
แม้จะมั่นใจได้ว่าหนังที่ใช้เป็ส่วนประกอบหลักนั้น คือหนังของเซบัปอย่างแน่นอน แต่หนังจากได้ััผิวของมันแล้ว ดอนพบว่ามันให้ความรู้สึกที่นุ่มลื่นกว่าที่ควรจะเป็ แต่ไม่รู้สึกว่าสูญเสียความแข็งแกร่งของตัวหนังไปแต่อย่างใด
ส่วนขนที่แข็งกระด้างนั้นถูกกำจัดออกไปจนหมด พร้อม ๆ กับกลิ่นสาบเฉพาะตัวที่ถูกแทนที่ด้วยความหอมอ่อน ๆ นอกจากนี้น้ำนักของมันยังน้อยเสียจนดอนแทบจะคิดว่าทำมาจากหนังชั้นดี
นี่คือความวิเศษที่สุดของชุดเกราะชุดนี้ แม้คึณสมบัติที่เพิ่มขึ้นมายังไม่นับว่าน่าตื่นตาตื่นใจเท่าใดนัก แต่ในเื่ของการปรับปรุงคุณภาพของวัตถุดิบนั้น เรียกในว่าอยู่ในระดับเหนือสุดของนายช่างมนตราที่เขาได้เคยรู้จัดมาเลยก็ว่าได้
เมื่อไม่รู้จะทำอะไรโนบลินจึงเข้าไปที่หอสมุดตระกูลวอนเดอร์เพื่ออ่านหนังสือฆ่าเวลาก่อนที่จะกลับบ้านในเวลาเย็น
เช้าวันรุ่งขึ้นโนบลินแนะนำเพื่อน ๆ เกี่ยวกับการฝึกควบคุมพลังเวทใน่เช้า เขาพบว่าทุกคนมีพัฒนาการในการควบคุมเวทมนต์ที่ดีขึ้นมาก
โดยที่เรซนั้นมีความเร็วในการพัฒนาที่เร็วกว่าเพื่อนคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด สามารถรวบรวมพลังได้นานและต่อเนื่องที่สุด
ในขณะที่พอลนั้นแทบจะเรียกได้ว่าอยู่สุดปลายอีกข้างหนึ่ง เพราะเขาเน้นการรวบรวมพลังให้ได้มากที่สุดและรวดเร็วที่สุดเพื่อปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกไปทีเดียว แต่ก็ถือได้ว่ามีการควบคุมพลังที่อยู่ในระดับที่ดีไม่น้อยหน้าใคร
พอถึง่สายโนบลินออกจากบ้านเพื่อเดินทางไปที่โรงประมูลเพื่อสอบถามถึงราคาประมูลสูงสุดที่ได้จากเครื่องป้องกันที่เขาสร้างขึ้น
“มาแล้วหรือโนบลิน” เสียงเย็นถูกส่งมาจากผู้ประเมินคนเดิม ดอน ฮันเตอร์
“ครับ คือผมอยากรู้ราคาของเครื่องป้องกันที่ประมูลไปแล้วน่ะครับ”
ตุ้บ!! ถุงหนังขนาดใหญ่น้ำหนักค่อนข้างมากถูกโยนมาให้โนบลิน เขายื่นมือไปรับจนเสียหลักแทบล้มหัวคะมำ
“นะ...นี่มันอะไรกันครับ” เจาถามอย่างสงสัย
“ก็เงินของเ้าที่ได้จากการประมูลยังไงล่ะ” ดอนตอบเสียงเรียบ ๆ
“หะ..หา? ทำไมมัน..เอ่อ..”
โนบลินพูดจาตะกุกตะกักฟังไม่ได้ศัพท์ ในขณะที่ดอนทำหน้าพยักพเยิดให้โนบลินนับเงินที่อยู่ในถุงหนังนั้น
“สองพันเจ็ดรอยเหรียญทอง?” โนบลินใตาแทบถลน “ถ้ารวมกับที่ถูกหักไปหนึ่งในสิบ ก็...สะ..สามพันเหรียญทอง”
‘นี่มันเป็ไปได้ยังไงกัน’