หลานอวี้เดินตรงไปหาหลี่เหลียงผิง
หลี่เหลียงผิงเห็นหลานอวี้ได้รับอิสระจึงรีบกล่าวว่า “เหลียงกั๋วกง พวกเรา...”
เพียะ!
ยังพูดไม่ทันจบ หลานอวี้ก็ตบหน้าเขาไปฉาดใหญ่พร้อมตวาดเสียงเย็น
“เ้ามีสิทธิ์อะไรมาส่งเสียงเอะอะต่อหน้าพระนัดดาสาม? มานี่เดี๋ยวนี้!”
“ข้า...”
หลี่เหลียงผิงอ้าปากตั้งท่าจะพูดต่อ แต่หลานอวี้ก็ถีบเข้าที่ยอดอกจนเขาล้มคะมำลงกับพื้น
ทันใดนั้น หลานอวี้ใช้มือเดียวหิ้วปีกหลี่เหลียงผิงขึ้นมา แล้วลากตัวมาตรงหน้าหน่วยองครักษ์เสื้อแพร ก่อนจะชูมือขึ้นยอมจำนนแต่โดยดี ไม่คิดจะขัดขืน และยอมทำตามคำสั่งของจูอวิ่นเถิงทุกประการ
“เฝิงเซิ่ง” จูอวิ่นเถิงเรียก “คนที่เหลือ เ้าจงคุมตัวกลับค่ายทหารและเฝ้าไว้ให้ดี รอการตัดสินขั้นต่อไป”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
เฝิงเซิ่งคาดไม่ถึงว่าพระนัดดาสามจะออกคำสั่งกับเขาด้วย
อย่างไรก็ตาม เขารับคำสั่งตามสัญชาตญาณทันที
เหล่าขุนศึกแห่งหวยซีถูกลิขิตมาแล้วว่าต้องเลือกยืนอยู่ข้างจูอวิ่นเถิง ยิ่งพวกเขายอมทำตามคำสั่งมากเท่าไหร่ โอกาสรอดชีวิตก็จะมีมากขึ้นเท่านั้น เฝิงเซิ่งรู้ซึ้งถึงข้อนี้ดี
ขอเพียงพวกเขายอมสยบแทบเท้าจูอวิ่นเถิง เหมือนดั่งที่เคยทำกับจูเปียวในวันวาน พวกเขาย่อมมีชีวิตรอดไปได้
“กลับได้!” จูอวิ่นเถิงกล่าว
หลานอวี้และบุตรบุญธรรมอีกสามคนถูกคุมตัวออกไปพร้อมกัน
หนึ่งในนั้นคือถังต้า บุตรบุญธรรมคนที่ถูกจูอวิ่นเถิงฟาดจนปากแตกเป็คนแรก ส่วนทหารที่เหลือทั้งหมดถูกเฝิงเซิ่งควบคุมตัวไว้
“พระนัดดา จะให้กลับไปที่ใดพ่ะย่ะค่ะ?” เจี่ยงหวนถามขึ้นอย่างโล่งอก
เขาเองก็กลัวจนใจหายคว่ำว่าจะเกิดการนองเืจริง ๆ
ลำพังเพียงองครักษ์ในจวนเหลียงกั๋วกง เจี่ยงหวนไม่นึกหวั่น เพราะจำนวนองครักษ์เสื้อแพรมีมากกว่า
แต่ทหารที่หลี่เหลียงผิงพามานั้น หากต้องปะทะกันจริง ๆ ความสูญเสียของหน่วยองครักษ์เสื้อแพรย่อมหนักหนา
เมื่อนั้นเื่ราวจะบานปลายใหญ่โตจนอาจเกินกว่าที่ฝ่าาจะควบคุมได้ เจี่ยงหวนไม่รู้ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของฝ่าาคืออะไร แต่เขารู้ว่างานนี้ย่อมต้องมีฝ่าาเป็ผู้บงการอยู่เื้ัแน่
หากปราศจากการเตรียมการของฝ่าา จูอวิ่นเถิงย่อมไม่มีทางกล้าลงมือถึงเพียงนี้
“กลับไปยังหน่วยองครักษ์เสื้อแพรของพวกเ้า”
จูอวิ่นเถิงตัดสินใจไม่ส่งตัวหลานอวี้ไปยังกรมอาญา ศาลต้าหลี่ หรือคุกเมืองอิ้งเทียน
ในเมื่อเขาเป็คนจับมา เขาย่อมต้องควบคุมตัวไว้กับมือตนเอง การไปที่หน่วยองครักษ์เสื้อแพรจึงเหมาะสมที่สุด
จากสถานการณ์เมื่อครู่ จูอวิ่นเถิงสังเกตเห็นว่ายังมีสายตาอีกหลายคู่แอบจับจ้องการกระทำของเขาอยู่ เื่นี้จึงห้ามประมาทเด็ดขาด
“มุ่งหน้าไปยังหน่วยเจิ้นฝู่!” เจี่ยงหวนะโสั่ง
จากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันไป
จูอวิ่นเถิงบุกจับตัวหลานอวี้ หลานอวี้ยอมสยบแต่โดยดี นอกจากความขัดแย้งเล็กน้อยใน่แรกแล้ว ก็ไม่มีเหตุร้ายใดเกิดขึ้นอีกเลย
เื่นี้มองผิวเผินเหมือนกำลังจะสงบลง ต่อไปก็คงเป็เพียงขั้นตอนการสอบสวนว่าหลานอวี้มีความผิดจริงหรือไม่ แต่เฝิงเซิ่งรู้ดีว่าการหักเหลี่ยมเฉือนคมที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มขึ้น
มันไม่จบง่าย ๆ อย่างนี้หรอก
“กลับกันเถอะ!”
“ฉางเซิง เ้าฟังข้าให้ดี กลับไปแล้วไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น จงอยู่นิ่ง ๆ ในจวน เว้นแต่เ้าอยากให้หลานอวี้ตายจริง ๆ ดังนั้นถ้าไม่อยากให้หลานอวี้ตาย…พวกเราทำได้เพียงรอผลลัพธ์เท่านั้น”
เฝิงเซิ่งกำชับทิ้งท้าย ก่อนจะเข้าควบคุมกำลังพลที่หลี่เหลียงผิงพามา เพื่อนำตัวกลับค่ายทหาร
“ไม่เป็ไรหรอก” ฟู่โหย่วเต๋อตบบ่าฉางเซิงเบา ๆ “เชื่อใจพระนัดดาสามเถอะ”
หลังจากนั้นพวกเขาก็จากไป
แม้ฉางเซิงจะยังกังวลและเครียดมากเพียงใด แต่ในสถานการณ์นี้เขาก็ไม่อาจยื่นมือเข้าไปยุ่งได้ชั่วคราว ทำได้เพียงกลับบ้านไปรอฟังข่าว
...
ที่หน่วยเจิ้นฝู่ กองบัญชาการองครักษ์เสื้อแพร
“พระนัดดา” เจี่ยงหวนเข้ามารายงาน “คุมตัวบุตรชายของเย่เซิงมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
จูอวิ่นเถิงพยักหน้า “ขังพวกเขารวมกันไว้ พรุ่งนี้ข้าจะพาพวกเขาไปพบเสด็จปู่ ผิดถูกอย่างไร พรุ่งนี้จะได้รู้กัน”
“พ่ะย่ะค่ะ!” เจี่ยงหวนค้อมกายรับคำ
หลังกล่าวจบเขาก็ถอยไปยืนด้านข้าง พลางคิดในใจว่า พระนัดดาสามมีความเด็ดขาดดั่งฝ่าา ไม่เหมือนจูอวิ่นเหวินที่มีแต่ความขลาดเขลา
เจตนาของฝ่าาดูจะชัดเจนยิ่งขึ้น
ขอเพียงจูอวิ่นเถิงจัดการเื่ตรงหน้าให้สำเร็จ ตำแหน่งผู้สืบทอดบัลลังก์ก็น่าจะมั่นคงแล้ว
เจี่ยงหวนกำลังครุ่นคิดว่า ตนเองควรจะต้องรีบเลือกฝ่ายเสียแล้ว เมื่อถึงคราวเปลี่ยนแผ่นดิน เปลี่ยนขั้วอำนาจ หากจูอวิ่นเถิงได้ครองราชย์ เขายังอยากจะดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์เสื้อแพรต่อไป
“คนเหล่านี้ ขังไว้ที่นี่ก่อน” จูอวิ่นเถิงกำชับ “หากไม่มีคำสั่งจากข้า หรือราชโองการจากเสด็จปู่ ไม่ว่าใครหน้าไหนมาขอก็ห้ามให้พบหลานอวี้ และห้ามใครพาเขาออกไปเด็ดขาด”
เจี่ยงหวนพยักหน้ารับ “กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”
เห็นเจี่ยงหวนเป็คนฉลาดและรู้ความเช่นนี้ จูอวิ่นเถิงจึงเดินทางกลับวัง
หลังจากแบกรับความตึงเครียดมาทั้งวัน เมื่อกลับไปแล้วเขาก็อยากจะพักผ่อนให้เต็มที่สักหน่อย
...
ในหอตำราหลวง
จูอวิ่นเหวินที่ตรากตรำอ่านตำรามาเมื่อคืน กลับรู้สึกตื่นตัวอย่างประหลาดไปตลอด่บ่าย
สาเหตุสำคัญคือการเฝ้ารอคอยโอกาส เขารอคอยที่จะดูความล้มเหลวของจูอวิ่นเถิง จนกระทั่งเวลาล่วงเลยไปเนิ่นนาน ฉีไท่จึงรีบร้อนเดินกลับเข้ามา
เมื่อจูอวิ่นเหวินและคนอื่น ๆ เห็นฉีไท่เดินมาถึง ต่างก็ตาเป็ประกายขึ้นมาทันที
“มีข่าวดี!” ฉีไท่ผ่อนลมหายใจก่อนจะเริ่มเล่า “พระนัดดาสามไม่ได้ต่อสู้กับหลานอวี้ แต่ตอนนี้ได้คุมตัวหลานอวี้ไปแล้ว ด้วยข้อหาที่ว่าบุตรบุญธรรมของหลานอวี้แอบซ่อนตัวบุตรชายของเย่เซิง ฏในคดีหูเหวยยงเอาไว้”
“อะไรนะ?!”
ทุกคนอุทานออกมาพร้อมกัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็ความตื่นเต้นและดีใจจนปิดไม่อยู่
ตราบใดที่มีชื่อของ 'หูเหวยยง' มาพัวพัน ไม่ว่าเป็เื่อะไรหรือเป็ใคร ย่อมต้องพบจุดจบด้วยความตายสถานเดียว
ไม่สำคัญว่าลูกของเย่เซิงจะเป็หลานอวี้ซ่อนเองหรือจางโจวเป็คนซ่อน แค่มีฏซุกซ่อนอยู่ในที่แห่งนั้น หลานอวี้และพวกพ้องย่อมต้องตายแน่นอน
“ดี! ดียิ่งนัก!” หวงจื่อเฉิงกล่าวอย่างสะใจ “หากเป็เช่นนี้ หลานอวี้ต้องไม่รอดแน่ เผลอ ๆ ฉางเซิงและพวกพ้องอาจถูกหางเลขจนล้มระเนระนาดกันไปหมด ถึงเวลานั้นพระนัดดาสามจะไร้ซึ่งคนหนุนหลัง และคนที่ฆ่าพวกเขา... ก็คือตัวพระนัดดาสามเอง!”
จูอวิ่นเหวินมองเห็นความหวังของตนอีกครั้ง
หลายวันมานี้เขาถูกจูอวิ่นเถิงกดจนจมดิน ในที่สุดวันนี้ก็ได้เวลาโต้กลับเสียที หากจัดการดี ๆ ทุกอย่างก็ยังมีโอกาสเปลี่ยนมือ
“พัวพันกับคดีหูเหวยยงจริง ๆ หรือ?” ฟางเซี่ยวหรูเอ่ยถามย้ำ
ฉีไท่ยืนยันอย่างมั่นใจ “เกี่ยวแน่นอน ตอนนั้นเจี่ยงหวน ผู้บัญชาการองครักษ์เสื้อแพรก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย การที่พระนัดดาสามกล้าทำเช่นนั้น ย่อมหมายความว่าเขาได้รับข้อมูลลับมาจากหน่วยองครักษ์เสื้อแพรโดยตรง”
ฟางเซี่ยวหรูพยักหน้าด้วยความวางใจ “ถ้าอย่างนั้น หลานอวี้จบเห่แน่”
จูอวิ่นเถิงที่ไร้ซึ่งกำลังสนับสนุนจากหลานอวี้ จะเอาอะไรมาสู้กับจูอวิ่นเหวินได้อีกล่ะ?
“อย่างไรก็ตาม พวกเราควรยื่นมือเข้าช่วยเสียหน่อย เพื่อส่งให้คดีของหลานอวี้จบลงอย่างสมบูรณ์”
จูอวิ่นเหวินเสนอแนะ “พวกเราควรส่งฎีกาสอบสวนร่วมกันดีหรือไม่?”
หวงจื่อเฉิงเสริม “เดี๋ยวกระหม่อมจะติดต่อขุนนางฝ่ายบุ๋นในราชสำนัก โดยเฉพาะพวกสำนักตรวจการคนพวกนั้นย่อมมีหลักฐานเื่ความชั่วร้ายของหลานอวี้ติดมือกันอยู่บ้าง เมื่อรวมหัวกันถอดถอนและผูกเื่เข้ากับคดีหูเหวยยง เขาย่อมตายอย่างไร้ที่กลบฝังแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ”
จูอวิ่นเหวินลอบถอนหายใจยาว ความเครียดที่มีมาหลายวันในที่สุดก็เริ่มผ่อนคลายลง เขาเอ่ยว่า “ลำบากพวกท่านอาจารย์ทั้งสามแล้ว!”
ในเวลานี้ เขารู้สึกว่าตนเอง... มั่นคงแล้ว!
ตำแหน่งพระนัดดารัชทายาทย่อมมั่นคงดุจขุนเขา และมันต้องตกเป็ของเขาเท่านั้น จูอวิ่นเถิงไม่มีวันชิงมันไปได้เด็ดขาด
ในเวลาเดียวกัน ณ จวนเยี่ยนอ๋อง
“บุตรชายของจิ้งหนิงโหวเย่เซิงงั้นหรือ?”
จูตี้เองก็ได้รับรายงานเื่นี้ เขาถอนหายใจพึมพำ “เสด็จพ่อจัดการกับใครก็ตามที่มีส่วนพัวพันกับหูเหวยยงอย่างเด็ดขาดมาตลอด มักจะยอมปะาคนผิดตัว ดีกว่าปล่อยให้คนผิดลอยนวล ท่านไต้ซือคิดว่าคราวนี้หลานอวี้จะตายหรือไม่?”
เขามีเื่หมางใจกับหลานอวี้มาเนิ่นนาน จึงนึกอยากเห็นหลานอวี้ถูกหางเลขจนโดนปะา
เหยากว่างเสี้ยวตอบกลับเพียงสั้น ๆ “ยากจะบอกได้!”