เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 87 ตื่นเต้น

            ในช่วงเวลานี้โทรศัพท์บ้านไม่ใช่ของราคาถูก มีเงื่อนไขจำกัดสองสามีภรรยาตระกูลซูจึงไม่ได้ติดตั้งโทรศัพท์บ้านเบอร์ที่ทิ้งไว้ให้ซูอินเป็นเบอร์ของที่บ้านคุณลุง

            ตอนที่เธอโทรศัพท์ไป คุณป้าของเธอหลิวจินเซียงนั่งอยู่ในห้องพอดีเมื่อได้ยินชัดเจนว่าปลายสายคือใครหลิวจินเซียงที่เหนื่อยจากการทำงานในทุ่งนามาทั้งวันจนปวดหลังก็รู้สึกว่าพลังฟื้นกลับมาทันที

            หลิวจินเซียงรู้สึกดีกับหลานสาวคนนี้มาก

            ครั้งก่อนที่เข้าเมืองไปเป็นเพื่อนสองสามีภรรยาตระกูลซูทุกคนในตระกูลหลิงรวมถึงเมิ่งเมิ่งที่เคยเป็นหลานสาวของเธอทุกคนมองคนอื่นด้วยปลายจมูก ทำให้รู้สึกบางสิ่งโดยไม่ตั้งใจ ราวกับว่าคนในชนบทอย่างพวกเขาน่ารังเกียจ

            เป็นคนบ้านนอกแล้วจะทำไม พวกเราไปกินข้าวที่บ้านของคุณหรือ

            หลิวจินเซียงโกรธมาก หากแสดงท่าทีออกไปพวกเขาจะเป็นฝ่ายไร้เหตุผลจึงทำได้เพียงอดกลั้นใครจะไปรู้ว่าในเวลาต่อมาซูอินจะปฏิเสธการเลี้ยงดูจากตระกูลหลิงและยืนกรานที่จะกลับมาอยู่ในชนบท

            ในเวลานั้นสีหน้าของคนในตระกูลหลิงต่างตกตะลึงในตอนนี้เมื่อนึกถึงขึ้นมาหลิวจินเซียงก็รู้สึกมีความสุข

            หลานสาวคนนี้เห็นแก่หน้าคนจากตระกูลซูจริงๆ

            รวมไปถึงในตอนท้ายที่จะส่งพวกเขากลับ กิริยามารยาท คำพูดคำจาต่างๆของเธอทำให้หลิวจินเซียงรู้สึกสบายใจมาก

            สองพี่น้องตระกูลซูมีอาชีพทำไร่ทำนา พวกเขามีบ้านอยู่ติดกันหลิวจินเซียงเป็นอีกคนหนึ่งที่เห็นหลิงเมิ่งมาตั้งแต่เด็กจนโตแต่การพบหน้ากันเพียงครั้งเดียวกลับทำให้ซูอินมีสถานะในใจเธอที่เหนือกว่าหลิงเมิ่งเสียอีก

            และก่อนหน้านี้หลังจากการสอบขึ้นชั้นมัธยมปลายเจี้ยนจวินและเถียนเฟินก็เดินทางเข้าเมืองเพื่อไปรับบุตรสาวกลับ

            เมื่อเห็นว่าหลานสาวไม่ได้กลับมาด้วย เธอคิดว่าเกิดเรื่องยังไม่ทันจะได้ถาม เถียนเฟินก็เอาถุงหลายใบยัดใส่มือเธอในนั้นเต็มไปด้วยอาหารน่ารับประทาน เนื้อสัตว์ และผักมากมาย

            จากนั้นเถียนเฟินอธิบายต่อว่าอินอินยังมีเรื่องต้องจัดการที่โรงเรียน จึงยังกลับมาไม่ได้ตอนกลางวันก็จะเลี้ยงอาหารพวกเขา จึงสั่งของกินมามากมายและกำชับว่าให้พวกเขานำกลับมาให้ญาติทุกคนได้ลองรับประทาน

            ถึงแม้จะเป็นอาหารเหลือ แต่ถูกบรรจุมาโดยไม่เสียหายอุ่นร้อนสักหน่อยก็ส่งกลิ่นหอมอบอวลไปทั้งห้องครัว

            หลิวจินเซียงเป็นคนที่โตมากับการกินข้าวหม้อใหญ่ร่วมกัน[1] เธอจึงไม่รู้สึก “รังเกียจ”เลย ได้กินของอร่อยๆ ก็ทำให้เธอพอใจมาก

            เจอกันแค่หนึ่งครั้ง แต่หลานสาวก็นึกถึงเธอ สั่งอาหารมาให้โดยเฉพาะทำให้ความประทับใจของหลิวจินเซียงที่มีต่อซูอินเพิ่มมากขึ้น

            ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในหัวของเธอเมื่อดึงสติกลับมาก็ได้ยินเสียงหวานๆ ของซูอินดังเข้ามาในหู

            “เธอจะกลับมาวันมะรืนหรือ”

            แม้มีโทรศัพท์กั้น แต่ซูอินที่อยู่ในห้องพักของโรงแรมก็รู้ได้ถึงความดีใจของอีกฝ่าย

            เมื่อได้รับความรู้สึกเช่นนี้ เธออดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก “ใช่ค่ะ หนังสือเรียนโต๊ะเรียนเป็นสิ่งที่จ่ายเงินซื้อเอง หลังจากเรียนจบจะต้องนำไปด้วย หนูมีของค่อนข้างเยอะวันมะรืนรบกวนให้พวกคุณมารับหนูหน่อยนะคะ”

            ของเหล่านั้นล้วนแต่ใช้เงินตระกูลหลิง ในตอนแรกซูอินคิดว่าจะส่งคืนแต่ตอนนี้ฉีกหน้ากันขนาดนั้นแล้ว เธอไม่อยากกลืนน้ำลายตัวเองกลับไปที่คฤหาสน์อีก

            เมื่อชาติก่อนเธอเป็นแม่บ้านให้ตระกูลหลิงตั้งหลายปีเงินเดือนสักหยวนก็ไม่ได้ แค่หนังสือเก่าๆ โต๊ะเรียนเก่าๆไม่ทำให้ซูอินรู้สึกละอายใจ

            “รบกวนอะไรกัน ไม่รบกวนเลย เป็นครอบครัวเดียวกันไม่ต้องเกรงใจ เอาละเดี๋ยวฉันจะบอกพ่อแม่ของเธอให้นะ”

            วางโทรศัพท์แล้วหลิวจินเซียงรีบใส่รองเท้า วิ่งไปลานบ้านก่อนจะตะโกนข้ามกำแพง “เถียนเฟินลูกของเธอจะกลับมาแล้ว”

            เมิ่งเถียนเฟินกำลังนั่งซักผ้าอยู่ข้างท่อประปาในลานบ้านม้านั่งด้านข้างมีเด็กผู้ชายตัวผอมนั่งอยู่ หน้าตาละม้ายคล้ายซูอินมากโดยเฉพาะช่วงดวงตาที่เหมือนกันเป็นพิเศษ ในมือของเด็กชายถือของเล่นกบไขลานนั่งเล่นเงียบๆ อยู่คนเดียว

            มือของเมิ่งเถียนเฟินจับเสื้อผ้าถูไปมาบนไม้กระดานซักผ้าอย่างเหม่อลอย

            ไม่รู้ว่าตอนนี้อินอินเป็นอย่างไรบ้าง

            ถึงแม้เด็กคนนั้นจะเป็นคนคล่องแคล่วว่องไวและหัวดีแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังเป็นเด็กอายุแค่สิบกว่าปี ใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกคนเดียวไม่รู้ว่าได้กินข้าวตรงเวลาหรือไม่ โดนใครรังแกหรือเปล่า

            และถึงแม้ก่อนแยกกันเธอได้ให้เงินไว้และรู้ว่าชีวิตของซูอินไม่มีปัญหา แต่เมิ่งเถียนเฟินก็อดเป็นห่วงไม่ได้

            ช่วงกลางวันงานในไร่นาดึงความสนใจของเธอแต่ถึงตอนเย็นที่ไม่มีอะไรทำ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเป็นห่วง

            หากซูอินถูกพวกอันธพาลเข้ามาหาเรื่องอีก…

            “แม่ มันไม่ขยับแล้ว”

            มือสีเหลืองและเล็บที่เปื้อนโคลนยื่นมาหา ในมือเล็กๆถือกบไขลานหนึ่งตัว เสียงเบาและอ่อนแรงดึงความสนใจของเมิ่งเถียนเฟินกลับมา

            เธอรับของเล่นมาและช่วยซ่อมกบไขลานที่ค้างให้กลับมาใช้ได้ก่อนส่งคืน เมิ่งเถียนเฟินกำลังจะเตรียมซักผ้าก็ได้ยินเสียงดังมาจากลานบ้านใกล้ๆเธอเห็นหน้าพี่สะใภ้โผล่ขึ้นมาเหนือกำแพงดินเตี้ยๆ

            เมิ่งเถียนเฟินลุกขึ้นด้วยความตื่นเต้นอาการตื่นเต้นมากเกินไปทำให้เธอเตะกระดานซักผ้าจนน้ำกระฉอกไปเกือบครึ่งกะละมัง

            เมื่อเงยหน้า เธอมองอีกฝ่ายด้วยแววตาคาดหวัง

            “เมื่อกี้อินอินโทรศัพท์มา บอกว่าจะกลับบ้านวันมะรืนถึงเวลานั้นให้พวกเราไปรับในเมือง”

            เมิ่งเถียนเฟินตกตะลึงไปชั่วขณะ

            เมิ่งเถียนเฟินยังคงตกอยู่ในความงุนงงหลิวจินเซียงเดินออกมาจากบ้านคนที่เดินเข้ามาพร้อมกับเธอคือซูเจี้ยนกั๋วผู้เป็นสามีและลูกของพวกเขาสองคน

            ซูเจี้ยนจวินที่กำลังทำอาหารอยู่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวจึงโผล่ออกมาจากห้องครัวที่เต็มไปด้วยควัน รวมถึงเมิ่งเถียนเฟินและบุตรชายตัวน้อยสองพี่น้องบ้านใกล้เคียงทำให้จำนวนสมาชิกที่มีในตอนนี้เท่ากับเจ็ดคน

            หลิวจินเซียงเล่าเรื่องที่ซูอินโทรศัพท์มาตั้งแต่ต้นจนจบให้ฟังสุดท้ายก็อดไม่ไหวที่จะกล่าวชม “อินอินกลัวว่าตอนนั้นพวกเราจะติดธุระ ถึงได้แจ้งมาก่อนล่วงหน้าเด็กคนนี้ช่างรอบคอบ”

            “แม่คะ”

            ซูเล่อบุตรสาวที่ยืนอยู่ข้างกายหลิวจินเซียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจในฐานะเพื่อนร่วมชั้นที่โรงเรียนในตำบล เธอมักจะได้ยินหลิงเมิ่งพูดถึงซูอินพวกเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องกันมาหลายปีแม้ซูเล่อจะไม่ชอบหลิงเมิ่งที่เอาแต่ใจและเห็นแก่ตัวแต่อย่างไรก็ยังเลือกที่จะยืนอยู่ข้างเธอ

            “เบะปากอะไรอย่างนั้นถ้าลูกทำคะแนนได้สักครึ่งหนึ่งของอินอินแม่ก็จะชมลูกเหมือนกันนั่นแหละ!”

            เด็กสาวหน้าบาง ซูเล่อที่ถูกมารดาทำให้เสียหน้าเบ้ปากแล้ววิ่งหนีไปทันที

            หลิวจินเซียงเห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงขมวดคิ้วแต่เรื่องที่บุตรสาวของตระกูลซูกลับบ้านถือเป็นเรื่องน่ายินดีโดยเฉพาะอินอินผู้เป็นเด็กที่ใครเห็นเป็นต้องรักเมื่อหันมามองหน้าของเมิ่งเถียนเฟิน เธอก็ยังคงเผยรอยยิ้มแห่งความดีใจให้เช่นเคย

            “เรื่องที่ต้องแจ้งฉันก็แจ้งเรียบร้อยแล้ว เอาละ พวกเธอสองคนรีบนอนล่ะพรุ่งนี้ทำงานเยอะสักหน่อยจะได้มีเวลาว่างไปรับลูกสาววันมะรืน”

            เอ่ยจบหลิวจินเซียงซูเจี้ยนกั๋วสองสามีภรรยาจึงพาซูผิงบุตรคนโตกลับบ้าน

            ในบ้านของพวกเขาเงียบลงอีกครั้งเมิ่งเถียนเฟินและซูเจี้ยนจวินสบตากันซึ่งสามารถเห็นความสุขออกมาจากแววตาของคนทั้งคู่

            มีเพียงคนเดียวที่เป็นกังวล ซูอันกำกบไขลานตัวเล็กร่างผอมบางของเด็กชายซ่อนตัวอยู่ในเงามืดหลังบานประตู เบะปากออกมาอย่างอดไม่ได้

            ถึงแม้เขาจะอายุยังน้อย แต่จำเรื่องต่างๆ ได้เขาจำได้ว่าตอนที่ยังเล็กพี่สาวมักจะแอบหยิกเขาตอนที่พ่อแม่ไม่เห็นอีกทั้งยังชอบขู่ว่าหากเขาบอกเรื่องนี้กับใครจะจับโยนทิ้งให้เป็นขอทานตอนที่ผ่านถนนในชนบท

            พี่สาวคือสิ่งที่น่าหวาดกลัว

            ไม่ใช่เรื่องง่ายที่พี่สาวของเขาไปจากที่นี่เพิ่งจะโล่งใจได้ไม่กี่วัน ตอนนี้ก็จะมีพี่สาวอีกคนโผล่มา

            จิตใจอ่อนเยาว์ของซูอันพลันมืดมน แสดงอาการเศร้าสร้อยเหงาหงอยเนื่องจากเขาเป็นเด็กที่สุขภาพอ่อนแอ ปกติจึงไม่ร่าเริงทำให้สองสามีภรรยาตระกูลซูที่ตอนนี้กำลังมีความสุขไม่สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลง

            ในที่สุดบุตรสาวแท้ๆที่พลัดพรากกันถึงสิบหกปีก็จะกลับมาอยู่ที่บ้านเสียที

            เมิ่งเถียนเฟินดีใจราวกับเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่เธอทำงานมาทั้งวันด้วยความเหน็ดเหนื่อยจิตใจที่ควรเหนื่อยล้ากลับสดชื่นขึ้นเป็นร้อยเท่า เธอหยิบไม้กวาดและตักน้ำก่อนจะเริ่มทำความสะอาดทั้งในและนอกบ้าน

            เธอดูมีความสุขและมีสุขภาพจิตที่ดีวันต่อมารีบตื่นมาทำงานตั้งแต่เช้า สองสามีภรรยาตระกูลซูราวกับถูกเพิ่ม BUFF[2] อย่างไรอย่างนั้นงานบนพื้นที่หลายไร่ที่ต้องใช้เวลาสองวันถึงจะจัดการเสร็จพวกเขายังตกตะลึงที่สามารถทำภายในหนึ่งวัน

            และเป็นอีกคืนหนึ่งที่มีความสุขเมื่อนึกถึงว่าพรุ่งนี้จะได้ไปรับบุตรสาว เมิ่งเถียนเฟินรู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กอีกครั้งช่วงปีใหม่จะมีการตัดเสื้อผ้าใหม่ เธอแทบอดทนรอให้ผ่านคืนส่งท้ายปีเก่าไปแทบไม่ไหววันแรกของปีจะได้ตื่นมาสวมเสื้อผ้าที่ตัดใหม่ร่วมกัน

            รอแล้วรอเล่า ในที่สุดท้องฟ้าก็เช้า

             

    --------------------------------------------------------------

    [1] กินข้าวหม้อใหญ่ร่วมกันหมายถึง การกินข้าวหม้อใหญ่ร่วมกัน ช่วงที่รัฐบาลจีนเพิ่งตั้งประเทศใหม่รัฐบาลมีระบบจัดสรรอาหารฟรีให้ประชาชนสวัสดิการนี้ถูกจัดให้ประชาชนที่เป็นเกษตรกรในพื้นที่ชนบทรัฐบาลจะทำอาหารในปริมาณมาก และแจกจ่ายให้เหมือนกับในโรงอาหารที่ทุกคนจะได้กินอาหารอย่างเท่าเทียมกัน

    [2] เพิ่มBUFF เป็นศัพท์ที่ใช้ในแวดวงเกม การเพิ่ม BUFF เป็นเหมือนการเพิ่มความสามารถของตนเอง อาจจะเป็นการเพิ่มเวท เพิ่มเวลาเพิ่มพลังโจมตี เพิ่มพลังป้องกัน เป็นต้น

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569] ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023