เสียงเอะอะมากมายข้างนอกนั้นคืออะไร
“หมอ แม่หมอ เป็ไงบ้าง ใกล้หรือยัง”ยายเฒ่าเว่ยร้องเรียกถามแม่หมอทำคลอด
“ยัง บอกแม่นางเว่ยเบ่ง ออกแรงเบ่งเร็วเข้าก่อนที่นางจะหมดแรง” แม่หมอตำแยตอบกลับ
“เว่ยเอ๋อเบ่งอีกนิดๆ ใกล้แล้วอย่าพึ่งท้อ อย่าหลับๆเ้าต้องเบ่ง”ยายเฒ่าเว่ย
“ฮึบ อื้ออออ ”เว่ยอีพยายามอีกครั้งพยายามทนความเ็ปที่แสนสวยงามนี้
“ออก ออกมาแล้ว ทำไมไม่ร้อง ข้าตีก้นไปทำไมไม่ร้อง”
“อะไรกันนี่มันอะไร ทำไมมันเนอะหนะแบบนี้แล้วอะไรแสงสว่างนี่แสบตาชะมัดเอ๊ะ แล้วอะไรทำไมหลังคาบ้านกลับหัว คนกลับหัวอย่างนี้ แค๊กๆๆ”ทารกน้อยแต่ิญญาไม่น้อยคิดในใจ
“อะไม่ร้องแต่ไอหรอเ้าเด็กคนนี้นี่หรือจะเป็ใบ้ เอาเป็ว่าตัดสายสะดือก่อนก็แล้วกัน ยายเฒ่าเว่ยห่อหลานเ้าไว้ดีดีละ”
“เ้าค่ะแม่หมอ ดูสิน่าเกลียดเสียจริงหลายชายข้า”
“ทะ ท่านแม่ลูกชายหรือเ้าค่ะ”
“ใช่จ๊ะเดียวอาบน้ำเสร็จเ้าค่อยให้นมลูกนะเว่ยอี” แม่เฒ่าเว่ยยิ้มแย้มกับหลานชายที่พยายามฝืนจะลืมตาที่ปิดสนิท
“อะยายเฒ่านี่ยิ้มให้ข้าทำไมกัน ดูสิมองหน้าข้าแล้วยิ้มรู้หรอน่าถึงข้าจะแก่ข้าก็ยังหล่อเหลาเหอะ แต่ตอนนี้ทำไมตาข้าช่างหนักอึ้งแบบนี้เล่า อะน้ำตา เหตุใดน้ำตาถึงไหล โอ้ย โอ้ยยย หงุดหงิดเสียจริงงง”ตาเฒ่าร่างทารกก็โวยวายไม่เป็คำเสียงที่ออกมาได้แต่ แง แง แง๊ เท่านั้น
“อะที่แท้ก็ไม่ได้เป็ใบ้นี่หว่า ข้าก็นึกว่าหลานเ้าจะพูดไม่ได้ก็ยังส่งเสียงร้องนิ” หมอตำแยทำคลอดหลังจากทำความสะอาดร่างกายของเว่ยอีเรียบร้อยแล้ว กำจัดผ้าเปื้อนเืและรก สิ่งต่างๆ เรียบร้อยก็หันมาใส่ใจเช็ดคราบใครของเด็กน้อยสมาชิกใหม่ของตระกูลเว่ย
“นั่นนะสิเ้าคะ แม่หมอ ดูสิร้องไห้แง แง แต่เสียงไม่ดัง และยังไม่ได้โวยวายอะไรสงสัยจะหิวนมแล้วเป็แน่ รอสักครู่นะเ้าก้อนแป้งน้อย” แม่เฒ่าเว่ยพูดคุยกับหลายชายคนใหม่ที่น่าตายับยู่ยี่ หน้าตาเด็กแรกเกิดก็เป็เช่นนี้
“อ่า น้ำอุ่นๆนี่มันรู้สึกดีเสียจริง งื้อนี่นางอาบน้ำให้ข้าหรอกหรือ โอ๊ะ ตายละหญิงสองคนนี้ ช่างน่าอายนัก ทำไมข้าขยับตัวไม่ได้ดูอ่อนแรง อ่อนปวกเปียกแบบนี้ รู้สึกอยากร้องไห้อีกแล้ว ความรู้สึกนี้มันโอ้ยอึกอัด”
“ดูสิ หลานเ้านี่แข็งแรงจัง ดีดดิ้นจังเลย หนูน้อยอย่าดิ้นสิตัวเ้าก็ใช่จะเบาน้าข้าก็แก่แล้ว จ้ำม่ำเสียจริง” แม่หมอเฒ่าเอ่ยกับเด็กน้อยแม้จะรู้ว่าเด็กน้อยคงไม่เข้าใจที่ตนพูดก็ตาม
“อะไรใครเด็กน้อย...อะแขนข้า ทำไมเล็กจ้อย อย่าบอกนะว่าเราเป็เด็กทารก โอ้ยนี่มันสิ่งใดกัน โถ่์ทำไมไม่ลบความจำของข้า”เฒ่าโอพึมพำในใจ
“ดูสิแข็งแรงเสียจริงยกไม้ยกมือ เอ้าให้แม่นางเว่ยให้นมลูก เ้าหนูคงหิวแล้วดูจ้องหน้าข้าแถมยังขมวดคิ้วน้อยๆอย่างกับว่าจะบอกข้าชักช้างั้นแหละฮ่า ฮา ฮ่า”
แม่หมออาบน้ำให้หนูน้อยเว่ยพร้อมทั้งหัวเราะในท่าทางของเด็กน้อยนั่น ที่เอาแต่คิ้วขมวดยกแขนกำปั้นไปมาทำปากขมุบขมิบ ตนเลยคิดว่าเด็กน้อยคงหิว เป็แน่
“เว่ยอีดูสิลูกชายเ้าน่าเกเสียจริง ”ยายเฒ่าเว่ยนำหลานชายมาให้บุตรสาวเข้าเต้า
“อะ สาวงามนี่งามจริงๆ อะ อย่าบอกนะว่านี่แม่ข้า แล้วอะไรเข้าเต้า อ๊า ใช่ๆนี่ข้าเป็เด็กทารกข้าต้องกินนม ตายๆ ์ข้าจะเขินม้วนแล้วนะเนี่ย เหตุใดไม่ลบความทรงจำข้ากันเล่า แบบนี้ใครจะกล้ากินนมกัน...อะแต่ท้องเ้ากรรมดันเรียกร้องน้ำนมที่หอมหวนนั่น ทำไงดีทำไงดี อะจริงสิหลับตาไว้ หลับตากินนมเสียก็สิ้นเื่ ข้านี่ช่างเป็ตาแก่ที่ฉลาดเสียจริงนะเรา”
เด็กน้อยเอาแต่พึมพำในคอ
“ดูสิหลับตาพริ้มเลย กินสะนะเด็กดี แม่จะเลี้ยงเ้าให้เติบโตเป็คนดีถึงแม้ว่าจะยากจนก็ตาม”
“หื้มความรู้สึกนี้...ความผูกพันความอบอุ่นนี่สินัความรู้สึกของเด็กน้อยวัยทารก ช่างอบอุ่นจริงๆดีละในเมื่อได้โอกาสกลับมาเกิดอีกครั้งเราต้องตั้งใจใช้ชีวิตถึงแม้จิตใจจะแก่หงำเหงือกแล้วก็ตามปล่อยอะไรอะไรให้เป็ไปตามวัยก็พอ”
เมื่อคิดได้ดังนั้นแต่เด็กน้อยก็ยังไม่ลืมตามองแม่ของตนอีกพร้อมทั้งยังรู้สึกเริ่มง่วง นี่สินะที่เขาเรียกว่า...หนังท้องตึง หนังตาหย่อน
“ดูสิคะท่านแม่เ้าก้อนนี้พอได้กินนมก็หลับไปเสียแล้ว ขอให้เ้าเป็เด็กดีไม่ดื้อเลี้ยงง่ายๆ โตวันโตคืนนะลูก” เว่ยอีบอกกล่าวลูกชายพร้อมทั้งเอาเด็กน้อยวางข้างกายและค่อยๆ นอนลงข้างๆ
“เ้าพักเถอะเดียวแม่ไปต้มน้ำแกงไก่ให้” แม่เฒ่าจางเห็นสองแม่ลูกกำลังจะพักเลยเร่งไปนำน้ำแกงไก่ตุ๋นโสมที่แพงแสนแพงมาไว้ให้บุตรสาวของตนดื่มก่อนที่จะพักผ่อนหลังจากผ่านการคลอดลูกอันเหนื่อยหนักมา
เมื่อทั้งสองพักผ่อนเรียบร้อยแม่เฒ่าเว่ยนำเงินตำลึงใส่ในมือแม่หมอทำคลอดให้บุตรสาวไปหลายตำลึงและแยกย้ายกันพักผ่อนถึงแม้ตอนนี้จะย่ำรุ่งแล้วก็ตาม
ทั้งบ้านเว่ยที่ดูดีมีหลังคากระเบื้องและบ้านอิฐดูรวมๆแล้วเป็บ้านที่มีฐานะที่สุดแต่เทียบกับหมู่บ้านของชาวบ้านที่ยากจนนี้แล้วก็ถือว่าดีที่สุดแต่ก็แย่ที่สุดเมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆที่อยู่ใกล้แถบติดต่อของชายทะเล
ทักทายรี๊ดจร้าาาา พยายามตรวจคำผิดเรียบร้อยนะคะ หากพบเจอฝากติเตือนแนะนำ และสุดท้ายฝากเลี้ยงน้องด้วยนะคะอิอิ