ณรงค์ "นี่คุณ AI... ผมไปอ่านเจอมาว่าไอ้ 'นิวเคลียร์' เนี่ย มันเปลี่ยนโลกได้เลยนะ แต่ถามจริงเถอะ ถ้าผมเดินไปแถววัดูเาทอง แล้วขุดดินขึ้นมา ผมจะเจอยูเรเนียมกับเขาบ้างไหม?"
AI: "โถ่... คุณณรงค์ครับ ถ้ามันหาง่ายขนาดนั้น ป่านนี้ข้างบ้านคุณคงกลายเป็มหาอำนาจระดับโลกไปแล้ว! ยูเรเนียมเนี่ยมันขี้อายครับ มันชอบซ่อนตัวอยู่ใต้ดินลึกๆ ในที่ไกลปืนเที่ยง แหล่งใหญ่ๆ ที่เขาขุดกันจริงๆ อยู่ที่คาซัคสถาน (อันนี้เบอร์หนึ่งเลยนะ) รองมาก็แคนาดา แล้วก็ออสเตรเลียครับ บ้านเราน่ะหาทองยังง่ายกว่าหายูเรเนียมเยอะ!"
ณรงค์: "อ้าวเหรอ... แล้วสมมติว่าผมดวงดีจัด ขุดเจอเข้าจริงๆ หน้าตามันเป็ยังไง? เป็ก้อนเขียวๆ เรืองแสงเหมือนในหนังการ์ตูน Simpson หรือเปล่า?"
AI: "นั่นไม่ใช่คุณโดนหนังหลอกแล้ว! ในธรรมชาติมันก็ดูเหมือนก้อนหินสีเทาๆ ดำๆ ทั่วไปนี่แหละครับ ไม่ได้เรืองแสงวูบวาบแบบนั้นหรอก แต่ความร้ายกาจมันอยู่ที่ 'พลังงานที่ซ่อนอยู่ข้างใน' ครับ นักวิทยาศาสตร์เขาต้องเอาไอ้ก้อนหินพวกนี้ไปผ่านกรรมวิธี 'สกัดเข้มข้น' จนมันกลายเป็ผงละเอียดสีเหลืองสด ที่เขาเรียกกันว่า Yellowcake ครับ"
ณรงค์: "Yellowcake? ชื่อฟังดูน่ากินจัง เหมือนเค้กวานิลลาไหม?"
AI: "ห้ามชิมเด็ดขาดเลยนะคุณณรงค์! กินเข้าไปนี่ถึงขั้น 'อิ่มไปชั่วชีวิต' เลยนะ (เพราะอาจจะตุยได้) เ้า Yellowcake นี่แหละคือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง แต่มันยังใช้งานไม่ได้ทันทีนะ เพราะในผงสีเหลืองนั่น มันมีพระเอกที่เรา้าจริงๆ คือไอโซโทป U^{235} แค่ 0.7% เองครับ ที่เหลืออีก 99.3% คือตัวประกอบที่ทำอะไรไม่ได้เลย"
ณรงค์: "โห... 0.7% นี่มันน้อยกว่าเปอร์เซ็นต์แอลกอฮอล์ในเบียร์อีกนะเนี่ย! แล้วเราจะทำยังไงให้มันเข้มข้นพอจะเอาไปต้มน้ำทำไฟฟ้ายันทำะเิได้ล่ะ?"
AI: "นี่แหละครับคือไม้ตาย! เขาต้องเอาไปผ่านเครื่องที่เรียกว่า Gas Centrifuge หรือเครื่องหมุนเหวี่ยงความเร็วสูง มันจะหมุนติ้วๆๆ เร็วกว่าความเร็วเสียงหลายเท่า เพื่อแยกเอาเฉพาะไอ้ตัว U^{235} ที่เบากว่าออกมา ถ้าหมุนจนได้ความเข้มข้นสัก 3-5% อันนี้เอาไปทำเชื้อเพลิงโรงไฟฟ้าได้แล้วครับ แต่ถ้าคุณณรงค์เกิดอยากจะครองโลก (ซึ่งผมไม่แนะนำนะ) ต้องปั่นไปให้ถึง 90% ถึงจะทำหัวรบนิวเคลียร์ได้ครับ!"
ณรงค์: "โอเคๆ ผมแค่จะเขียนสารคดี ไม่ได้จะไปสู้กับอเวนเจอร์ส... สรุปคือจากก้อนหินกลายเป็ผงสีเหลือง แล้วเอาไปปั่นจนเข้มข้น ถึงจะได้ 'อนุภาคนิวเคลียร์' มาใช้งานจริงๆ ใช่ไหม?"
AI: "เป๊ะเลยครับเพื่อน! แต่ขั้นตอนพวกนี้เขาคุมกันเข้มงวดสุดๆ ใครแอบไปปั่นเองที่บ้านนี่ รับรองว่าทรัมป์หรือปูตินต้องโทรหาคุณแน่นอนครับ!"
ณรงค์: "โห... ฟังดูเหมือนเครื่องซักผ้าที่บ้านผมเลยนะคุณ AI ไอ้เครื่องหมุนเหวี่ยง (Centrifuge) เนี่ย แต่มันคงไม่สั่นจนฝาหลุดแบบของผมใช่ไหม? แล้วถามจริง ใครเป็คนแรกที่ไปขุดไอ้ก้อนหินพวกนี้ขึ้นมาแล้วบอกว่า 'เฮ้ย! นี่แหละขุมพลังทำลายล้างโลก' เขาไปรู้ได้ยังไงครับ?"
AI: "ฮ่าๆๆ ถ้าเครื่องซักผ้าบ้านคุณณรงค์หมุนเร็วเท่าเครื่อง Centrifuge นิวเคลียร์ล่ะก็ ผมว่าบ้านคุณคงบินไปดาวอังคารแล้วครับ! เพราะมันหมุนเร็วกว่าเสียงหลายเท่า! ส่วนคนที่เจอคนแรกน่ะเหรอ... ต้องย้อนไปปี 1789 ครับ นักเคมีชาวเยอรมันชื่อ มาร์ติน คลาพรอท (Martin Klaproth) เขาไปเจอแร่สีดำๆ ในเหมืองเงิน แล้วตั้งชื่อมันว่า 'ยูเรเนียม' ตามชื่อดาวมฤตยู (Uranus) ที่เพิ่งค้นพบในยุคนั้นครับ"
ณรงค์: "อ๋อ... ตั้งชื่อตามดวงดาวซะด้วย ฟังดูโรแมนติกนะเนี่ย แต่ตอนนั้นเขาคงยังไม่รู้ใช่ไหมว่ามันทำะเิได้?"
AI: "ยังครับ! ตอนนั้นเขาเอาไปใช้แค่ 'ระบายสีเครื่องปั้นดินเผา' ให้เป็สีส้มๆ เหลืองๆ เองคุณณรงค์! จนกระทั่งปี 1896 โน่น อองรี เบคเคอเรล (Henri Becquerel) ถึงไปเจอโดยบังเอิญว่า 'เฮ้ย ก้อนหินนี่มันปล่อยรังสีออกมาเองได้ว่ะ!' นั่นแหละครับคือจุดเริ่มต้นของฝันร้ายและฝันดีของวงการพลังงานโลก เพราะหลังจากนั้น มาดามคูรี และนักวิทยาศาสตร์อีกหลายคนก็เริ่มะโเข้ามาศึกษาเ้า 'หินอาถรรพ์' นี่กันยกใหญ่เลย"
ณรงค์: "จากสีย้อมจานกลายเป็พลังงานล้างโลก... พลิกผันสุดๆ! แล้วย้อนกลับมาที่ 'เครื่องซักผ้านิวเคลียร์' ของคุณหน่อย มันทำงานยังไงให้แยกไอ้ 0.7% ที่เรา้าออกมาได้? มันมีตะแกรงร่อนเหมือนร่อนทองไหม?"
AI: "มันล้ำกว่านั้นครับคุณณรงค์! หลักการคือเขาจะเปลี่ยน 'Yellowcake' ให้กลายเป็ก๊าซก่อน (ชื่อโคตรเท่ว่า Uranium Hexafluoride) แล้วฉีดเข้าไปในถังทรงกระบอกยาวๆ ที่หมุนด้วยความเร็วสูงมากกกก... พอหมุนปุ๊บ ก๊าซยูเรเนียมตัวที่หนักกว่า (U^{238}) จะโดนแรงเหวี่ยงเหวี่ยงไปติดขอบถัง ส่วนตัวที่เบากว่า (U^{235} พระเอกของเรา) จะลอยอยู่ตรงกลางครับ"
ณรงค์: "อ๋อ... เหมือนเวลาเราปั่นน้ำแตงโมแล้วกากมันไปติดขอบโถปั่น ส่วนน้ำเนียนๆ อยู่ตรงกลางแบบนั้นป่ะ?"
AI: "เป๊ะเลย! แต่เครื่องเดียวไม่พอนะครับ เพราะมันแยกออกมาได้จึ๋งเดียว เขาเลยต้องเอาเครื่องพวกนี้มาต่อกันเป็ตับ เรียกว่า 'Cascade' หรือแบบขั้นบันได ปั่นจากเครื่องที่ 1 ส่งไปเครื่องที่ 2 ต่อไปเครื่องที่ 100... 1,000... กว่าจะได้ความเข้มข้นที่พอจะทำไฟฟ้านี่ ต้องใช้โรงงานขนาดมหึมาและค่าไฟมหาศาลเลยล่ะครับ"
ณรงค์: "มิน่าล่ะ... ถึงว่าทำไมไม่ใช่ใครก็ทำนิวเคลียร์ได้ เพราะแค่ค่าไฟปั่นเครื่องเหวี่ยงนี่ก็คงหน้ามืดแล้ว!"
AI: "ถูกต้องครับ! แถมถ้าเครื่องสั่นนิดเดียว หรือสมดุลเสียแม้แต่มิลลิเมตรเดียว เครื่องราคาพันล้านก็กลายเป็เศษเหล็กได้ในพริบตา นี่แหละครับคือ 'ความลับ' ที่หลายประเทศพยายามปิดบังกันสุดชีวิตในแล็บใต้ดิน!"
[ทริคท้ายบทที่ 1: "The Demon Core" ก้อนหินมรณะที่เกือบทำโลกพินาศ]
ณรงค์: "คุณ AI ไหนๆ ก็คุยเื่ยูเรเนียมแล้ว ผมเคยได้ยินเื่ 'ก้อนหินปีศาจ' อะไรสักอย่างที่แค่วางไว้บนโต๊ะก็ฆ่าคนได้จริงไหม?"
AI: "โอ้โห... คุณณรงค์ไปขุดเื่สยองขวัญของวงการนิวเคลียร์มาเลยนะเนี่ย! มันคือ 'Demon Core' ครับ มันเป็ก้อนพลูโตเนียม (ญาติสนิทของยูเรเนียม) ทรงกลมขนาดเท่าลูกบาสเกตบอลลูกเล็กๆ แต่มันอันตรายขนาดที่ว่า ถ้านักวิทยาศาสตร์พลาดทำไขควงหลุดมือไปสะกิดโดนมันแม้แต่นิดเดียว มันจะปล่อยแสงสีฟ้า 'วาบ' ออกมาทันที!"
ณรงค์: "แสงสีฟ้า? ฟังดูสวยดีนะ เหมือนดาบเจไดเลย"
AI: "สวยแต่ตายเรียบครับ! แสงนั่นคือการปล่อยรังสีมหาศาลออกมาในพริบตา นักวิทยาศาสตร์ที่โดนแสงนั้นเข้าไป ร่างกายจะค่อยๆ ย่อยสลายจากข้างใน... นี่คือบทเรียนราคาแพงที่สุดว่า 'อย่าล้อเล่นกับมวลวิกฤต' ถ้าเครื่องไม้เครื่องมือไม่พร้อมครับ!"
[ทริคท้ายบทที่ 2: ยูเรเนียม... จริงๆ แล้วหาได้ใน 'ปาก' เรา?!]
ณรงค์: "เฮ้ย! เมื่อกี้คุณบอกว่าหาได้ในเหมืองลึกๆ แต่ทำไมมีคนบอกว่าเราเจอได้ในชีวิตประจำวันด้วยล่ะ?"
AI: "เชื่อไหมครับคุณณรงค์... ในยุคหนึ่ง (่ปี 1930-1950) ยูเรเนียมเคยถูกนำมาทำเป็ 'ฟันปลอม' ด้วยนะ! เพราะมันช่วยให้ฟันปลอมดูขาววาววับเป็ธรรมชาติในที่ร่ม แถมยังมีเครื่องแก้วที่เรียกว่า Vaseline Glass ที่ผสมยูเรเนียมลงไปจนเป็สีเขียวเรืองแสง เอามาวางโชว์ในตู้กับข้าวกันหน้าตาเฉยเลยครับ!"
ณรงค์: "ห๊ะ! เอาของที่ทำะเิได้มาใส่ในปากเนี่ยนะ? แล้วเขาไม่กลายเป็ยอดมนุษย์ฟันเหล็กกันหมดเหรอ?"
AI: "โชคดีที่ปริมาณมันน้อยมากครับ แต่มันก็แสดงให้เห็นว่ามนุษย์เราเคย 'เห่อ' นิวเคลียร์ขนาดไหน ก่อนที่จะรู้ซึ้งถึงพิษสงของมันจริงๆ ครับ"
[ทริคท้ายบทที่ 3: กองขยะที่แพงที่สุดในโลก]
ณรงค์: "สรุปแล้ว ถ้าผมอยากรวยจากการขุดยูเรเนียม ผมต้องไปที่ไหนดีที่สุด?"
AI: "ถ้าเอาแบบถูกกฎหมายและรวยเละจริงๆ ต้องไปที่ 'ทะเลทรายในคาซัคสถาน' ครับ ที่นั่นขุดขึ้นมาทีหนึ่งเหมือนขุดเจอทองคำขาว เพราะราคาของยูเรเนียมเข้มข้นนั้นผันผวนยิ่งกว่าหุ้นเทคโนโลยีเสียอีก แต่จำไว้นะครับ... ของยิ่งแพง ความรับผิดชอบยิ่งสูง เพราะถ้าคุณทำหายแค่กรัมเดียว 'ตำรวจสากล' จะเคาะประตูบ้านคุณภายใน 5 นาทีแน่นอน!"
สรุปส่งท้ายตอนที่ 1
ณรงค์: "เอาล่ะครับท่านผู้ชม... วันนี้ผมกับ AI คู่หูพาคุณไปรู้จักั้แ่ก้อนหินสีดำๆ ในเหมือง จนกลายเป็ผงเค้กสีเหลือง และการปั่นเหวี่ยงระดับความเร็วเสียง"
AI: "ตอนหน้าเราจะขยับจาก 'วัตถุดิบ' ไปสู่ 'อาวุธ' ที่ร้ายแรงที่สุดที่มนุษย์เคยสร้างขึ้น... ตอนที่ 2: วิธีผลิตหัวรบนิวเคลียร์ เตรียมตัวให้พร้อม เพราะเราจะไปดูไส้ในของะเิปรมาณูกันครับ!"