ร่างเงามฤตยู

    บทที่3

             “อยู่โรงเรียนเห็นเวลาว่างแอบเอาเกมไปลงในเครื่องคอมที่โรงเรียนเล่นกัน จนครูเคยจับได้ เขาเก่งคอมครับนะน้า ครูตั้งค่าอะไรไว้ในเครื่อง แว่นแก้ได้หมด ผมยังนึกเลยว่าอนาคตเขาน่าจะเรียนทางคอมพิวเตอร์”

            แม่มองหน้าทุกคน แล้วพูด “ไม่นะ แม่เคยขอเข้าไป เห็นเขาไม่เปิดคอม มองแต่หน้าจอ

            โทรศัพท์ แม่ยังกลัวจะบ้า ชวนคุยชวนไปเที่ยวชวนไปหาอะไรอร่อยๆ กินนอกบ้าน แต่แว่นไม่เอาเลยบางทีแม่แอบได้ยินมันพูดคนเดียวในห้อง แว่นมันชอบคุยคนเดียว นั่งพูดกับตัวเองค่ะครู” แม่บอกแล้วถอนใจเสียงดัง

            พศินหันไปพูดกับอนุชิตและท็อป“เป็๞แบบนี้ที่ห้องที่โรงเรียนมั้ย”

            “เป็๲พี่”อนุชิตกับท็อปพูดพร้อมกัน

            นิอรเงียบมานาน เธอพูดขึ้นบ้าง“หนูเห็นกินก๋วยเตี๋ยวโต๊ะเดียวกับหนู แต่ไม่ได้คุยกันเลย จู่ๆ ไม่นานก็ตกจากตึก ไม่มีคนเห็นเข้าโรงเรียนด้วย”

            “แว่นออกจากบ้าน๻ั้๹แ๻่เช้าแล้วหนู” แม่บอก

            “มันมาถึงโรงเรียนแต่เช้า ผมยังคุยกับมันเลย” อนุชิตพูด

            “คุยเ๱ื่๵๹ไร”พศินถาม

            “พรีเมียร์ลีกเมื่อคืน”

            “แล้วมันออกไปกินก๋วยเตี๋ยวตอนไหน ทำไมเข้าโรงเรียนเร็วจัง เหมือนหายตัวได้” นิอร

            สงสัย

            พศินเห็นเป็๲โอกาสรีบพูด “เ๱ื่๵๹นี้แหละที่พวกเราสงสัยครับแม่” พศินขยับตัว “คืออย่างนี้ครับ

            น้า มีคนเห็นแว่นโบกมือให้ในเวลาเดียวกันเพื่อนอีกคนก็นั่งกินก๋วยเตี๋ยวโต๊ะเดียวกันกับแว่น”

            “หนูนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับแว่น” นิอรยกมือ

            “ผมกับท็อปโบกมือตอบกับแว่น” อนุชิตยกมือแสดงตัว

            พศินพูด“ผมเช็คเวลาดูแล้ว คลาดไปก็คงไม่กี่นาที แล้วถ้าห่างกันมากๆ ก็ยังไม่มีคน

            เห็นแว่นเดินเข้าโรงเรียน ถ้ากินก๋วยเตี๋ยวเสร็จนะแม่ เพราะเวลานั้นตอนเย็นแล้ว ประตูเปิดเหลือแต่หน้าโรงเรียนประตูเดียว กลุ่มอื่นทยอยกลับกันหมดไปแล้ว กินก๋วยตี๋ยวแล้ววิ่งไปบนตึก ยังไงก็ไม่น่าทันและต้องมีคนเห็นแน่ๆ แต่นี่ไม่”

            “สินเธอสงสัยอะไร” อาจารย์ชื่นจิตถามในที่สุด “เอาให้ตรงประเด็น”

            “ผมยังตอบครูไม่ถูก แต่ผมรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้” พศินพูด“มันเหมือนมีแว่นสองคนในเวลา

            เดียวกัน”

             

            ๰่๥๹เวลาเดียวกันที่นักเรียนชั้นมัธยมสี่ของโรงเรียนนี้คนหนึ่งชื่อ 'เน็ต' กำลังเดินในตลาดนัด พ่อของเด็กไปด้วยเห็นลูกชายซึ่งขอแยกไปเดินดูของกำลังเลือกซื้อแผ่นซีดีเกมรู้สึกโกรธทั้งๆ ที่ตนเองห้ามแล้วห้ามอีก แต่ตอนนั้นตนเองกำลังเลือกปลาและส่งรอให้แม่ค้าชำแหละจึงเดินไปต่อว่าลูกชายไม่ได้ เมื่อได้ปลามาหิ้วในมือ หันไปดูลูกชายตนก็หายไปจากแผงซีดีเกมแล้ว

            จนกระทั่งลูกชายเดินเข้ามาถาม“หาอะไรหรือพ่อ”

            คนเป็๲พ่อ๻๠ใ๽ “ ๻๠ใ๽หมดเลย หาเอ็งน่ะสิพ่อบอกแล้วไง เล่นแต่เกม หัดอ่านหนังสือมั่ง หน้าที่ของเอ็งตอนนี้คือเรียนหนังสือ”

            “อะไรพ่อหนูไม่เข้าใจ จู่ๆ พ่อก็มาว่าหนูแบบนี้”

            “ก็ตะกี้พ่อเห็นเอ็งยืนเลือกแผ่นซีดีเกมไอ้ร้านที่เอ็งเคยซื้อบ่อยๆ น่ะ” พ่อเท้าสะเอวพูด

            “ผมไม่ได้ไปนะพ่อตะกี้ผมไปซื้อกุ๋ยช่ายฝากพ่อนี่ไง ของชอบของพ่อไม่ใช่หรือ”พูดพลางยกถุงหิ้วแสดงให้พ่อดู

            “เอ็งอย่ามาทำเป็๲โกหกพ่อพ่ออาบน้ำร้อนมาก่อนเอ็ง” คนเป็๲พ่อไม่พอใจ

            “โธ่พ่อผมจะโกหกพ่อไปทำไม” เด็กหนุ่มพูด “ไม่เชื่อไปถามที่ร้านขายกุยช่ายได้เลยผมยืนรอคิวเค้าตั้งนาน คนมันเยอะ สิบห้านาทีมั้งนี่ถ้าไม่คิดว่าพ่อชอบผมไม่รอหรอกนะ”

            พ่ออ่อนลง“แล้วถ้าไม่ใช่แกที่พ่อเห็นที่ร้านแผ่นเกม แล้วหมาที่ไหน”

            “ผีมั้ง”

            “ตลกผีกลางวันแสกๆ นี่นะ”

            จากนั้นตอนค่ำเด็กหนุ่มกำลังเดินข้ามถนนไปหาเพื่อนที่บ้านอยู่อีกฝั่งถนน ระหว่างเดินสวนข้ามถนนบนทางม้าลาย แม้ในความเร่งรีบนั้น เด็กหนุ่มเห็นตัวเองหรืออย่างน้อยก็คนหน้าตาคล้ายตัวเองกำลังเดินสวนมา ไม่พอ! เด็กคนนั้นยังยิ้มให้อย่างยียวนอีกด้วย ตอนแรกนึกว่าตัวเองตาฝาดไป แต่เมื่อหันหลังก็ยังเห็นคนที่หน้าตาเหมือนตนเองยักคิ้วให้

            กลับมาที่บ้านรีบเล่าให้พ่อที่กำลังสนใจข่าวในโทรทัศน์ฟัง “พ่อ ผมเห็นคนหน้าตาเหมือนผมยังกะปั้มล่ะ ตะกี้นี้เอง”

            “อะไรของแกดูหนังมากไปหรือเปล่า”

            “เปล่าพ่อจริงๆ นะ มันยังทำหน้ากวนๆ ใส่ผมอีก”

            พ่อทำหน้าไม่เชื่อแล้วสนใจโทรทัศน์ตรงหน้าต่อ

             

            เช้าวันรุ่งขึ้นในห้องเรียน เด็กหนุ่มคนนี้ที่ชื่อเน็ต ได้เล่าเ๹ื่๪๫นี้ให้เพื่อนร่วมห้องฟัง อนุชิตกับท็อปสนใจเ๹ื่๪๫นี้มาก

            “แกว่าเ๱ื่๵๹มันคล้ายๆกับเ๱ื่๵๹ของไอ้แว่นมั้ย” ท็อปว่า

            “กูไม่แน่ใจนะไอ้เน็ตมันเห็นคนที่เหมือนมัน มันเห็นคนเดียว แต่ไอ้แว่นนี่เราเห็นกันหลายคนมาก” อนุชิตตอบ

            เวลานั้นเองที่เน็ตเดินเข้ามาอนุชิตจึงถามเ๱ื่๵๹นี้อีกครั้ง

            ดูเหมือนเน็ตจะไม่ค่อยพอใจ “จริงนะกูไม่ได้โม้” เน็ตเสียงดังจนคนอื่นในห้องหันมามอง

            “พูดเบาๆก็ได้” อนุชิตพูดเสียงอ่อยๆ “ใจเย็นๆกูไม่ได้ว่ามึงโม้เลย กูสนใจเ๱ื่๵๹นี้ต่างหากถึงได้ถามมึง”

            เน็ตพูดเสียงยานคาง “เอ่อๆๆกูก็ไม่ได้ว่าอะไร ว่าแต่ไอ้แว่นก่อนตาย พวกมึงเห็นมันโบกมือให้จริงๆ หรือ”

            “จริงสิพี่นิอรก็เห็น แต่แกเห็นว่านั่งกินก๋วยเตี๋ยวโต๊ะเดียวกับแกด้วยซ้ำ”

            “เห็นมั้ยเ๹ื่๪๫นี้พูดไป คนก็ไม่ค่อยเชื่อ มึงเข้าใจกูไหม”

            “เข้าใจ”อนุชิตลากเสียงยายคาง

            “แต่เ๹ื่๪๫กูก็แค่หนุกๆพอคนไม่เชื่อ กูชักไม่เชื่อเข้าไปแล้วสิ” เน็ตหัวเราะ “มึงทำไมสนใจเ๹ื่๪๫กูนัก”

            “ไม่มีอะไรอาจจะเพราะว่าบังเอิญมั้ง” ท็อปตอบ “มันคล้ายๆ กัน”

            “ไม่คล้ายล่ะที่กูเห็นเหมือนยังกะเป็๞แฝดกูเลย” เน็ตโบกมือ

            “เอ่อ ใช่แฝด อย่างไอ้แว่นต้องเรียกแฝดผี ฮ่าฮ่าฮ่า” ท็อปที่ฟังเพื่อนสองคนพูดมานานหัวเราะ

            ท็อปขัดเพื่อน “ทำเป็๞หัวเราะไปมึงไม่กลัวผีหรือ”

            “ใครไม่กลัวมั่งเ๱ื่๵๹ผีๆ ไม่ใช่กูล่ะ” อนุชิตทำหน้าเบ้

            ท่ามกลางความสงสัยนั้น ในร้านฟาสต์ฟู้ดที่ทั้งสองนัดพบกัน รวิวารพูดกับพศิน “ทำไมเธอถึงสนใจเ๹ื่๪๫แว่นนัก”

            “เราอยากช่วยน้าเค้า สงสาร”

            “พวกเราจะช่วยอะไรเค้าได้”

            “ก็ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย”

            “มันไม่ใช่เ๹ื่๪๫ของพวกเรานะ วิหมายถึงเราเด็กๆ จะไปทำอะไรได้”

            “ก็ไม่เห็นผู้ใหญ่กว่าพวกเราจะทำอะไร”

            “ตำรวจคงทำอยู่มั้ง แต่เราไม่รู้”

            “พ่อของแว่นไปตามเ๱ื่๵๹ที่โรงพัก ตำรวจก็บอกว่ารอหมอสรุปมา กลายเป็๲อย่างนั้นไป” พศินเริ่มเสียงแข็ง

            รวิวารทำหน้าไม่ค่อยพอใจนัก “แล้วสินจะให้ตำรวจเขาทำอะไรล่ะ”

            “อย่างน้อยก็ไม่นิ่งเฉย ไม่ทำอะไรแบบนี้”

            “ก็เขารอหมอไงอาจจะเป็๞ว่าแว่นพลัดตกลงมาเอง ไม่มีใครทำ หรือไม่ก็ฆ่าตัวตาย” รวิวารสรุป

            “แล้วเมื่อไหร่”

            “เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ตำรวจเขาก็มีงานอื่นของเขา หมอเขาก็มีงานอื่นของเขา”

            “วิพยายามพูดมาทั้งหมดให้เราเลิกยุ่งเ๱ื่๵๹นี้ใช่ไหม” พสินเริ่มหมดความอดทนเขาไม่เคยรู้สึกเช่นนี้มาก่อน๻ั้๹แ๻่คบกับเธอ

            รวิวารยืนขึ้นพูด “ยุ่งแล้วจะมีอะไรดีขึ้น”

            พศินไม่ตอบในทีแรก ถอนใจและมองเข้าไปในดวงตาของรวิวาร ก่อนจะเอ่ยขณะค่อยๆยืนขึ้น “เราเห็นแว่นมา๻ั้๹แ๻่เล็ก เราสงสารพ่อแม่แว่น เราอยากตอบคำถามของครูชื่นจิตด้วย ที่สำคัญเรารู้ว่าเราคงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร”พศินอธิบาย

            รวิวารมีท่าทีปฏิเสธคำพูดของพศิน

            พศินยังอยากพูดต่อ “ถูกของวิ แว่นอาจจะพลัดตกมาเอง หรือตั้งใจฆ่าตัวตายเสียด้วยซ้ำ แต่อย่างที่บอกมันก็ยังดีกว่าไม่ได้ทำอะไร” พศินย้ำในตอนท้ายอีกครั้ง

            รวิวารนั่งลง แต่ไม่พูด เบือนหน้าไปทางอื่น

            พศินเหมือนพูดกับตัวเอง “มีแว่นสองคนในเวลานั้นหรือ” พศินถามกับตัวเองกับคำถามที่ครูชื่นจิตเคยถาม

            เวลานั้นเองที่มีสายเรียกเข้าจากอนุชิต

            “พี่สินมีเ๱ื่๵๹คล้ายๆ กับแว่นล่ะพี่” อนุชิตพูดขึ้นทันทีในสาย

            “เป็๞ยังไง”

            “เพื่อนห้องเดียวกับผมชื่อเน็ต มันบอกว่ามันเห็นคนหน้าตารูปร่างเหมือนมันเปี๊ยบตอนเดินข้ามถนนสวนกัน”

            “มีเ๹ื่๪๫แบบนี้ด้วยหรือ”

            “ผมไม่รู้ว่าเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹ของแว่นด้วยหรือเปล่า ผมหมายถึง”

            “ชิตกำลังบอกพี่ว่าแว่นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวกับแว่นบนตึกเป็๞คนละคนกัน”

            “ประมาณนั้นพี่”

            “พี่นิอรบอกพี่หรือยังว่า ไอ้แว่นมันก็เคยพูดเ๹ื่๪๫เห็นคนหน้าตาเหมือนตัวมันเองกับแม่มันหนหนึ่ง”

            “อ้าวเหรอ ทำไมน้าเค้าไม่บอกพี่”

            “อันนี้ผมไม่รู้แต่น้าของพี่บอกว่า ไม่เชื่อที่แว่นพูด คิดว่ามันพูดเพ้อเจ้อ เพราะไอ้ความที่มันมุมานะเรียนมากเกินไป”

            “พี่นิอรโทรพอดีแป๊ปนะพี่ เดี๋ยวผมโทรกลับ” อนุชิตว่า

            สักครู่อนุชิตก็โทรกลับ เขาพูดในสายทันทีว่า “พี่นิอรบอกว่า แว่นมันเคยพูดเ๹ื่๪๫เจอคนหน้าตาเหมือนมันกับเพื่อนห้องอื่นด้วย แต่ไม่มีใครเชื่อมัน”

            “พวกนายก็สนใจเ๱ื่๵๹แว่นมากขนาดนี้เลยหรือ”

            “ผมอยากรู้น่ะพี่พี่อรเขาก็คงเหมือนกัน”

            “อืมม์” พศินรับคำ จากนั้นทั้งสองก็วางสาย พศินแปลกใจที่ทำไมนิอรสนใจเ๱ื่๵๹นี้ด้วย

             

            หลายวันล่วงไป เ๱ื่๵๹ราวเหมือนจะเงียบไปราวกับไม่เกิดมาก่อน แต่นิอรเองกลับเจอแต่เ๱ื่๵๹แปลกๆ

            เอ๊ะ.. ใครมาเดินตามหลังนะ

            เธอรู้สึกเหมือนมีคนเดินตามมาข้างหลังในระยะประชิดแต่เมื่อหันไปมองเต็มๆ ตาก็ไม่เจอใคร

            เอ๊ะ...เสียงอะไรนั่น

            บางทีตอนเดินอยู่คนเดียวเธอจะได้ยินเสียงก้าวเท้าที่เหลื่อมกับจังหวะการก้าวของตัวเองอยู่นิดหน่อยตามมาด้านหลัง

            หลายครั้งทำให้เธอคิดว่าเพื่อนบางคนแอบเดินตามมาเพื่อจะแกล้งให้เธอ๻๷ใ๯ แต่ทุกครั้งที่หันไปก็พบเพียงความว่างเปล่า

            นิอรเริ่มกังวล เริ่มกลัวเธอไม่ได้บอกอนุชิต พศินหรือใครๆ เธออยากหาคำตอบด้วยตัวเอง เมื่อเ๱ื่๵๹ราวของแว่นและเน็ตที่เธอได้ยิน ทำให้เธอยิ่งสนใจเ๱ื่๵๹นี้มากขึ้น

            จะมีฉันอีกคนหรือเปล่านะ นิอรอดถามตัวเองไม่ได้

            เพราะในบางครั้งหางตาของเธอจะเห็นใครบางคนนั่งอยู่ใกล้ๆ หรือแม้แต่เสียงพูดพึมพำบางอย่าง แต่ก็ไม่มีใครอีกเช่นกัน

            พูดไปใครจะเชื่อเดี๋ยวหาว่าเราเพี้ยน มองเราเป็๞ตัวตลกอีก เ๹ื่๪๫แบบนี้หากเป็๞คนที่เชื่อเ๹ื่๪๫ผีสางอาจนึกกลัวจนเตลิดเปิดเปิงไปแล้ว

    แต่นิอรเป็๲คนที่เชื่อในเ๱ื่๵๹เหตุผลมากกว่า อย่างน้อยเธอก็พยายามบอกตัวเองอย่างนั้นใช่