บทที่ 54 หมีป่า
เฉินเถียนเถียนยังคงเจ็บปวดอยู่ จึงไม่ได้สนใจอะไรมากนัก แต่จู่ ๆ นางก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ชายหนวดเคราที่อยู่ตรงหน้า ทำไมถึงได้ลูบคลำร่างกายของนางไปทั่วแบบนี้เล่า?
นางพยายามผลักเขาออกไป แต่น่าเสียดายที่มีแรงน้อยเกินไป อวิ๋นเคอจึงไม่แม้แต่ขยับตัวสักนิด
“ท่านคิดจะทำอะไร?”
น้ำเสียงของเฉินเถียนเถียนเริ่มสั่นเครือราวกับจะร้องไห้ออกมา คนตรงหน้านางสามารถต่อสู้กับหมีได้ ถ้าตกไปอยู่ในมือเขา นางคงไม่มีทางรอด
เขาจะทำอะไรกันแน่? ดูเหมือนว่านอกจากนั่งรอความตายแล้ว นางก็ไม่มีความสามารถอื่นอีก
แต่อวิ๋นเคอกลับพูดอย่างไม่อดกลั้นว่า “เจ้าบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่?”
เฉินเถียนเถียนเพิ่งจะรู้ตัว ที่แท้ชายผู้นี้กลัวว่านางจะได้รับบาดเจ็บ จึงได้ตรวจดูร่างกายให้นาง การกระทำเหล่านี้นางเข้าใจผิดไปเอง
“ข้าไม่ได้บาดเจ็บ แต่ต่อให้บาดเจ็บจริง ท่านก็ไม่ควรปฏิบัติต่อข้าแบบนี้!”
อวิ๋นเคอเพิ่งจะรู้ตัวว่าตนเองดูเหมือนกำลังฉวยโอกาสเอาเปรียบเฉินเถียนเถียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมือใหญ่ที่วางอยู่บนเอวนั้น!
เขารีบชักมือกลับด้วยความตกใจ จากนั้นก็ถามว่า “ให้ข้ารับผิดชอบหรือไม่?”
ฮะ!?
เฉินเถียนเถียนถึงกับงุนงง แค่แตะเนื้อตัวต้องตัวนางนิดหน่อย ถึงกลับถามว่า ‘ให้ข้ารับผิดชอบหรือไม่’ เลยเหรอ?
หากนางเป็นหญิงสาวที่เกิดและโตในหมู่บ้านเซินหนี่แห่งนี้จริง ๆ เขาก็คงต้องรับผิดชอบ อวิ๋นเคอก็ดูเหมือนจะนึกถึงเรื่องนี้ด้วย แต่สีหน้าของเฉินเถียนเถียนเต็มไปด้วยอาการต่อต้าน และด้วยความที่หนวดเครารุงรังบดบังใบหน้าของอวิ๋นเคอไว้ ทำให้นางมองไม่เห็นสีหน้าที่ชัดเจนของเขา
หลังจากนั้นปฏิกิริยาของเฉินเถียนเถียนก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจไม่น้อย
“รับผิดชอบอะไรกัน? วันนี้ท่านแบ่งอุ้งเท้าหมีให้ข้าได้ไหมล่ะ?”
หื้ม? แค่นี้เองหรือ? ไม่ใช่ว่าถ้าโดนบุรุษแตะเนื้อต้องตัวแล้วก็นับว่าเสียความบริสุทธิ์และต้องแต่งงานกันใม่ใช่หรือ?
อวิ๋นเคอรู้สึกว่าไม่ค่อยเข้าใจความคิดของสาวน้อยตรงหน้าสักเท่าไร
ได้! อุ้งเท้าหมีก็อุ้งเท้าหมี!
อวิ๋นเคอนึกถึงเรื่องในอดีตก็รู้สึกว่าผู้หญิงนี่ยุ่งยากจริง ๆ สุดท้ายจึงตัดสินใจยอมรับข้อเสนอนี้
ครั้งนี้เป็นหมีตัวใหญ่ และมีกลิ่นเลือดคลุ้งกระจายไปทั่ว ถ้าหากดึงดูดสัตว์ร้ายตัวอื่น ๆ มาอีก ก็คงจะยุ่งยากไม่น้อย
อย่างไรก็ตาม หมีตัวนี้หนักมากกว่าร้อยกิโลกรัม อวิ๋นเคอคิดว่าตัวเองคงไม่มีความสามารถพอที่จะลากมันไปได้ แต่ถ้าจะทิ้งมันไปเฉย ๆ ก็น่าเสียดาย
ในขณะที่อวิ๋นเคอกำลังครุ่นคิดว่าจะจัดการกับหมีป่าตัวนี้ยังไง เฉินเถียนเถียนก็คิดบางอย่างขึ้นมาได้ว่า ถ้านางใช้พื้นที่เถาเป่า ความลับก็จะถูกเปิดเผย!
เมื่อเห็นชายหนวดเคราลังเลใจ เหมือนจะเสียดายที่ต้องทิ้งหมีตัวนี้ไป เฉินเถียนเถียนจึงเสนอวิธีแก้ปัญให้
“ยังไงหมีตัวนี้ก็อ้วนเนื้อแน่น พวกเราลองลากมันไปที่ถ้ำของท่านก่อนสิ แล้วค่อยหาวิธีแบ่งมัน ข้าอยากได้แค่อุ้งเท้าหมีกับหนังหมี ส่วนอื่นข้าไม่เอา”
เมื่อพูดจบ เฉินเถียนเถียนก็มองหาเถาวัลย์ ในไม่ช้า อวิ๋นเคอก็เอาเถาวัลย์พาดบ่าและพยายามลากหมีป่าไปด้วยสุดแรง แม้ว่าเฉินเถียนเถียนจะมีแรงน้อย แต่ก็ช่วยดันอยู่ข้างหลัง หมีตัวใหญ่เท่าภูเขาถูกพวกเขาสองคนช่วยกันลากไปถึงปากถ้ำได้ในที่สุด
แต่เมื่อมาถึงแล้ว อวิ๋นเคอกลับไม่ได้ลงมือหั่นหมี เฉินเถียนเถียนรู้สึกแปลกใจจึงถามว่า “จะจัดการหมีตัวนี้อย่างไรดีล่ะ?”
อวิ๋นเคอกล่าวว่า “หมีป่าทั้งตัวราคาดีมาก ข้าคิดว่าจะขายหมีทั้งตัวและจะแบ่งเงินให้เจ้าครึ่งหนึ่ง เจ้าว่าอย่างไร?”
เฉินเถียนเถียนพยักหน้ารับอย่างงง ๆ
“หากเจ้าไม่เชื่อ เจ้าก็เข้าเมืองกับข้าสิ”
เข้าเมือง?
สองคำนี้ทำให้เฉินเถียนเถียนรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก นางก็มาอยู่ที่นี่นานแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นเมืองในยุคโบราณจริง ๆ เลย
“แต่ข้าสัญญากับเฉินเฉินไว้ว่าพรุ่งนี้ข้าจะสอนหนังสือให้เขา”
อวิ๋นเคอมีแววตาลึกล้ำ ไม่ใช่เพราะเฉินเถียนเถียนปฏิเสธเขา แต่เป็นเพราะคำพูดเมื่อครู่ของนางต่างหาก
“เจ้ารู้หนังสือจริง ๆ ด้วย!”
ประโยคที่โพล่งออกมาอย่างกะทันหันของอวิ๋นเคอ ทำให้เฉินเถียนเถียนตกตะลึงทันที นางยังจำได้ดีว่าเมื่อไม่กี่วันก่อนตนเองพูดต่อหน้าเขาอย่างหนักแน่นว่าตนไม่รู้หนังสือ
“ข้าก็แค่พอรู้แบบถู ๆ ไถ ๆ! อวิ๋นเคอ ข้ามีเรื่องต้องทำในตอนเช้า ค่อยไปช่วงบ่ายได้หรือไม่?”
อวิ๋นเคอมองเฉินเถียนเถียนด้วยสายตาจับผิด ก่อนจะตอบว่า “รอเจ้าไปด้วยกันช่วงบ่ายก็ไม่มีปัญหา แต่หมีป่าตัวนี้ใหญ่เกินไป จะขนเข้าเมืองอย่างไรดี?”
เฉินเถียนเถียนที่เพิ่งเผยความลับออกไป ตอนนี้จึงระมัดระวังมากขึ้น
“หรือเราจะจ้างเกวียนเพื่อขนมันไปดีหรือไม่?”
อวิ๋นเคอตอบกลับว่า “กลางวันแสก ๆ เจ้ากับข้านั่งเกวียนเข้าเมืองไปด้วยกัน หากใครมาเห็นเข้าคงจะไม่ดีนัก”
ดูเหมือนว่าสิ่งเดียวที่จะใช้ได้คือเถาเป่า เพียงแต่อวิ๋นเคอที่อยู่ตรงหน้าเนี่ยแหละเป็นปัญหา! จะหลบเลี่ยงเขาอย่างไรดี?
เฉินเถียนเถียนขมวดคิ้วครุ่นคิด อวิ๋นเคอ ก็ไม่รีบร้อนรออยู่ข้าง ๆ ทั้งสองเงียบไปสักพัก
ในที่สุดอวิ๋นเคอก็ทนไม่ไหวจึงกล่าวว่า “ข้ารู้ว่าเจ้ามีวิธีขนหมีตัวนี้เขาเมืองได้ ครั้งก่อนข้าเห็นแล้ว เจ้าเอาสิ่งของเข้าไปในอากาศ แล้วเจ้าก็หยิบออกมาจากอากาศได้!”
เฉินเถียนเถียนตกใจมาก นางมองอวิ๋นเคอที่อยู่ตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
ความลับที่ใหญ่ที่สุดถูกเปิดเผยแล้ว จะทำอย่างไรดี!
ฆ่าปิดปากเขางั้นเหรอ? แต่คนอย่างอวิ๋นเคอ ต่อให้มีเฉินเถียนเถียนสิบคน ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้เขาเลย!
อวิ๋นเคอมองเฉินเถียนเถียนที่ระแวดระวังเหมือนกระต่ายตัวน้อย ตาโตจ้องมาที่เขา ในใจก็รู้สึกขบขันนิดหน่อย
“เจ้าไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอก ข้ารู้ว่าเจ้ามีความลับ และข้าก็ไม่ได้อยากรู้อะไรไปมากกว่านี้ แต่ว่าในหมู่บ้านนี้ พวกเราก็ไม่ได้เป็นจุดสนใจสักเท่าไหร่ ดังนั้น...”
เฉินเถียนเถียนคิดได้ว่า หากอวิ๋นเคอ อยากทำลายนาง เขาก็ย่อมทำได้ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ความลับพวกนี้มาข่มขู่ ดังนั้น นางจึงถอนหายใจอย่างโล่งอก
“ตกลง ข้าจะช่วยท่านขนหมีป่าออกไป แต่อวิ๋นเคอ ข้าอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ ท่านไม่ค่อยได้เข้าเมืองบ่อยไม่ใช่เหรอ? หากท่านจะเอาหมีไปขายในเมือง ท่านจะขายได้ที่ไหน?”
อวิ๋นเคอยิ้มเล็กน้อย “ย่อมมีทางอยู่แล้ว ข้าต้องการเงินไปสร้างบ้านหลังหนึ่ง จึงออกล่าสัตว์ป่าเพื่อเอาไปขายในเมือง”
เฉินเถียนเถียนพยักหน้ารับรู้ จึงไม่ปิดบังอีกต่อไป นางโบกมือเบา ๆ หมีตัวใหญ่เท่าภูเขาก็หายไป
“พรุ่งนี้ตอนบ่าย ท่านไปรอข้าในเมืองแล้วกัน ข้าจะตามไปทีหลัง”
เฉินเถียนเถียนพูดจบก็เดินลงจากเขาไป อวิ๋นเคอมองตามเรือนร่างของนางอยู่เป็นเวลานาน…
เฉินเถียนเถียนเดินไปพลางบ่นพึมพำในใจ นางแน่ใจว่าตนเองไม่มีทางเผยช่องโหว่ต่อหน้าบุรุษผู้นี้ แล้วเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้กัน ตั้งแต่ที่นางมาอยู่ในยุคนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางต้องเผชิญเรื่องที่ควบคุมไม่ได้เช่นนี้ เฉินเถียนเถียนรู้สึกร้อนรนวุ่นวายใจเป็นอย่างยิ่ง!