ตอนที่ 12 องค์ชายเขาดันไม่เล่นตามบท (28)
ท่านชายอันหนิงเงียบอยู่ครู่หนึ่งจึงเอ่ยเสียงเบา “ทงโจวเกิดอุทกภัย ชาวบ้านผู้ประสบภัยจึงอพยพไปที่เจียงโจว แต่ว่าเจ้าเมืองเจียงโจวไม่ฟังคำสั่งของอี้เหยียนเจ๋อเปิดประตูเมืองและคลังเสบียง คาดไม่ถึงว่าผู้ประสบภัยเหล่านั้นครึ่งหนึ่งเป็นคนของลัทธิแสงเทวะ พวกเขาในนอกร่วมมือกันแย่งชิงเมืองและเสบียงอาหารของเจียงโจว
“อี้เหยียนเจ๋อสู้รบสองวันเอาชนะศึกไร้เสบียงนี้ เปิดประตูเมืองไปยืมเสบียงกับหวั่นเฉิงได้ ทว่าระหว่างทาง เจ้าเมืองเจียงโจวและหวั่นเฉิง…เกิดคิดกบฏขึ้น”
ท่านชายอันหนิงเห็นสีหน้าของเหอหรงนิ่งเป็นน้ำแข็ง คำพูดที่เหลือจึงไม่ได้กล่าวต่อ คราก่อนเป็นลัทธิแสงเทวะ ครั้งนี้ก็เป็นลัทธิแสงเทวะ สุดท้ายยังเชื่อมโยงเข้าไปถึงคนในกองทัพ
ท้ายที่สุดล้วนสาวไปถึงคนผู้หนึ่ง อี้อวิ๋นเฟย อีกฝ่ายระวังตัวเป็นอย่างมาก ตัดขาดเบาะแสด้วยความว่องไว จับพยานและหลักฐานไม่ได้เสียที
เขากลัวเหอหรงเสียใจ อย่างไรนั่นก็เป็นคนที่บุตรของเขาเคยชอบโดยไม่สนคำใคร
“อี้เหยียนเจ๋อเล่าขอรับ” เหอหรงลอบกำสองหมัดแน่น อี้เหยียนเจ๋อจะเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด มิเช่นนั้นภารกิจบนโลกนี้ของเขาได้จบเห่แน่!
ท่านชายอันหนิงอ้าปากและหุบลงด้วยความลังเล
เหอหรงสูดหายใจลึก ถามอีกครั้ง “อี้เหยียนเจ๋อเล่าขอรับ!”
“อี้เหยียนเจ๋อ...ตกแม่น้ำหวั่นเจียง หายตัวไปแล้ว”
“2333!” เหอหรงใจดิ่งวูบ “เขายังมีชีวิตอยู่ไหม”
2333 ตรวจสอบดูอย่างรวดเร็ว บอกอย่างโล่งอก “โฮสต์ไม่ต้องห่วงครับ อี้เหยียนเจ๋อยังมีสัญญาณชีวิตอยู่ เพียงแต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่ค่อยดี สัญญาณชีวิตอ่อนมาก ตำแหน่งที่ผมระบุได้บอกว่าเขายังอยู่ในแม่น้ำหวั่นเจียงครับ!”
ไม่ได้ อี้เหยียนเจ๋อจะเป็นอะไรไปไม่ได้
เหอหรงผุดลุกขึ้นยืน 2333 ระบุตำแหน่งได้ เขาต้องตามหาอี้เหยียนเจ๋อให้เจอโดยเร็ว
เมื่อครู่เขาเหนื่อยเปลี้ย ตอนนี้ลุกขึ้นไวเกินไป จึงพลันวิงเวียนศีรษะหน้ามืด กระทั่งยืนยังไม่มั่นคง
ท่านชายอันหนิงจ้ำเท้าเข้าไปสองก้าว ประคองเขา “เจ้ารีบร้อนอันใด สารส่งเข้าไปในวังแล้ว ประเดี๋ยวฮ่องเต้ก็ส่งทหารออกไป ไม่นานก็จัดการกบฏได้ ย่อมช่วยอี้เหยียนเจ๋อกลับมาได้!”
เหอหรงส่ายหน้า “สารส่งกลับมาใช้เวลานานเท่าใดขอรับ”
“ม้าเร็วควบมาทันทีจากตอนที่เกิดเรื่อง ถึงวันนี้ก็สามวันพอดี”
สามวันอย่างนั้นหรือ หมายความว่าอี้เหยียนเจ๋อแช่อยู่ในน้ำมาสามวันแล้ว
เหอหรงหันกายกลับไปเก็บสัมภาระทันใด ทั้งออกคำสั่งว่า “เตรียมม้า! ข้าจะไปตามหาเขา!”
ท่านชายอันหนิงกล่าวด้วยโทสะ “เจ้าห้ามไป! สองเมืองทางนั้นกำลังเกิดสงครามก่อกบฏ เจ้าไปแล้วจะมีประโยชน์อันใด ข้าจัดคนตามหาเขาแล้ว เจ้าอยู่ในเรือนให้ข้าเสียแต่โดยดี!”
เหอหรงกัดฟัน เขาอธิบายให้ท่านชายอันหนิงฟังไม่ได้ว่าเขาระบุตำแหน่งของอี้เหยียนเจ๋อได้
“เตียเตีย หากคนที่เกิดเรื่องเป็นท่านพ่อ ท่านยังจะพูดเช่นนี้หรือไม่ขอรับ” เหอหรงตัดสินใจแสร้งทำเป็นถลำใจลึก กระบอกตาแดงก่ำ “เตียเตีย ข้าไม่มีวิธีอื่นแล้ว”
ท่านชายอันหนิงลอบถอนหายใจ ที่แท้บุตรของเขาถลำลึกถึงเพียงนี้แล้วหรือ
“ข้าจะจัดทหารในจวนไปกับเจ้าด้วย” เขาห้ามปรามโยวเอ๋อร์ของเขาไม่ได้ จึงทำได้เพียงปกป้องให้เขาปลอดภัย ตอนนี้เขาต้องอยู่ควบคุมที่เมืองหลวง จึงทำได้แค่จัดเกณฑ์กำลังให้มากที่สุด
“อีกฝ่ายย่อมมีหูตาอยู่ในเมืองหลวง คนมากจะเป็นจุดสนใจเกินไป ให้ข้าไปเถอะขอรับ เตียเตียเชื่อใจข้านะ ข้าทำได้”
ท่านชายอันหนิงไม่พูด ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่รู้อะไรเลย