เมื่อรู้ว่าตัวของเซียงหลินกลายมาเป็ผู้ฝึกฝนิญญาแล้ว สีหน้ารวมถึงแววตาของเ้าของหอก็แทบจะแปรเปลี่ยนไปในทันที
ถึงยังไงคนธรรมดาเช่นมันก็มีสถานะที่แตกต่างไปจากพวกเขาอย่างสิ้นเชิง ในโลกที่แปรเปลี่ยนไปเช่นนี้ ผู้ฝึกฝนิญญาย่อมมีค่ายิ่งกว่าสิ่งใดๆ
พวกเขาจะได้รับสิทธิพิเศษต่างๆมากมาย
เหนือชั้นมากยิ่งกว่าคนธรรมดาเช่นมันไปไกลลิบเลยก็ว่าได้
"ฉันจะออกไปภายในวันนี้แหละ"
"เ้าของหอคงจะไม่ว่าอะไรหรอกมั้ง?"
เซียงหลินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดตลก
ซึ่งตัวของชายอ้วนก็พยักหน้ารับรัวๆราวกับเป็เด็กน้อยในทันที
"นะ..แน่นอน ไอ้เด็.. เซียงหลิน"
"เ้าสามารถออกไปตอนไหนได้เลย"
"ข้าจะไม่เก็บค่าเช่าห้องของเดือนนี้ด้วย!!"
หลังจากนั้นชายอ้วนก็รีบเพ่นแน่บวิ่งหนีไปในทันที ทำให้ตัวของชายหนุ่มเริ่มเข้าใจแล้วว่าในโลกแห่งนี้มันเป็ยังไง มันคือโลกที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
เขาได้หันหลังกลับเข้าไปภายในห้องของตน มองหากระเป๋าเดินทางเล็กๆและเสื้อผ้าที่ถูกแขวนเอาไว้อีกไม่กี่ชิ้น เก็บพวกมันเข้าสู่กระเป๋่าสะพายทั้งหมด
"เหอะ ไอ้ห้องเน่าๆสกปรกแบบนี้"
"พวกเราไม่จำเป็ต้องอยู่มันหรอก"
"ฉันจะนำพาเ้าไปยังสถานที่ๆดีกว่าเอง"
ชายหนุ่มหันมองไปยังสภาพห้องเป็ครั้งสุดท้าย จากนั้นก็สะพายกระเป๋าขึ้นเหนือบ่า ก้าวเดินออกไปจากหอพักแห่งนี้ในทันที
นับจากวันนี้เป็ต้นไป ตัวของเซียงหลินจะถือกำเนิดขึ้นใหม่ทั้งหมด เขาไม่จำเป็ต้องทำงานพาร์ทไทม์หรืออะไรอีกต่อไป
เขาได้กลายมาเป็ผู้ฝึกฝนิญญาที่สามารถหาเงินเครดิตได้อย่างสบายๆ ทุกสิ่งทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนแปลงไปหลังจากวันนี้อย่างแน่นอน
"อืม.. นี่หรอคือเมืองแห่งั?"
"หนึ่งในเมืองฝึกฝนิญญาที่แข็งแกร่ง"
ไม่นานตัวของเขาก็ได้เดินอยู่ท่ามกลางริมขอบถนน เริ่มเดินไปยังจุดหมายที่ตนเอง้า
มีรถมากมายที่สันจรไปมาอย่างคับคั่ง ขณะเดียวกันภายในบริเวณแห่งนี้ก็มีร้านค้าและผู้คนมากมาย ส่งเสียงเจื้อยแจ้วดังขึ้นอยู่ตลอดเวลา
พวกเขาอาศัยอยู่ในเมืองแห่งนี้ราวกับว่าสถานการณ์ของโลกยังไม่เปลี่ยนแปลงไปไหน ทำกิจวัตรประจำวันกันเหมือนเช่นเดิม
แต่ที่แน่ๆเลยก็คือหลายสิ่งได้แปรเปลี่ยนไปแล้ว เมืองัแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยกำแพงที่สูงตระหง่าน มีอาณาเขตที่กว้างใหญ่และปกคลุมไปทั่ว
กำแพงเมืองขนาดใหญ่ถูกสร้างมาจากโลหะเงินทั้งหมด มันคือสิ่งเดียวที่สามารถปิดกั้นภูติผีิญญาร้ายได้ ทำให้เมืองต่างๆนั่นปลอดภัยสำหรับมนุษย์เป็อย่างมาก พวกเขาอาศัยอยู่ในกำแพงที่ราวกับเป็ป้อมปราอันไร้เทียมทาน
"ถ้าอยากจะออกไปยังนอกเมืองั ฉันต้องเดินทางไปที่ประตูิญญาสี่ทิศใช่ไหม?"
เซียงหลินครุ่นคิดอยู่เล็กน้อยและจ้องมองภาพแผนที่ๆแสดงไว้อย่างเด่นชัด
เมืองัแห่งนี้มีขนาดที่กว้างใหญ่ มีพิ้นที่มากกว่าหลายหมื่นตารางกิโลเมตร สามารถบรรจุผู้คนได้มากกว่าเกือบร้อยล้านคนเลยก็ว่าได้
การเดินทางในเมืองเอง ถ้าจะให้เดินไปมันก็ต้องใช้ระยเวลา แต่ด้วยเทคโนโลยีที่ยังก้าวล้ำสมัยและพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ รถไฟพลังิญญาที่วิ่งไปทั่วทั้งเมืองจึงได้ถูกใช้งานขึ้น ถ้าอยากจะไปสถานที่แห่งไหนเร็วๆ มันก็ไม่มีอะไรดีไปกว่าการนั่งรถไฟพลังิญญาในยุคสมัยแห่งนี้แล้วละ
สำหรับการเดินทางไปยังเมืองต่างๆที่อยู่ไกลออกไป อย่างแรกเลยก็คือนั่งเครื่องบิน มันคือพาหนะที่มีความรวดเร็วและสามารถเดินทางบนท้องฟ้าได้
แถมยังมีความปลอดภัยในระดับที่สูงมาก
ใช้เวลาเพียงไม่นานก็สามารถข้ามไปยังอีกซีกโลกนึงได้เลยทีเดียว
ส่วนอีกวิธีการนึงเลยก็คือเดินทางด้วยรถโดยสาร ในแต่ละวันจะมีรถมากมายที่เดินทางเข้าออกตามเมืองต่างๆอย่างไม่เว้นวรรค พวกเขาเดินทางสัญจรไปมาระหว่างเมืองด้วยความยากลำบาก
เพราะพวกเขาเองก็ยังต้องมีผู้ฝึกฝนิญญาคอยคุ้มกันไปด้วย ในตลอดระยะทางจะมีภูติผีิญญาเร่ร่อนกระจัดกระจายไปทั่ว บางครั้งพวกมันก็อาจจะเข้ามาโจมตี ทำให้การไปยังเมืองต่างๆตามเส้นทางพวกนี้ต้องใช้เวลามากเลยทีเดียว
"เอาละ งั้นเราก็ไปยกระดับกันเลย"
"ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการพัฒนาพลังของตนเองแล้ว"
หลังจากนั้นเซียงหลินก็ได้ขึ้นรถไฟิญญาและมุ่งตรงไปยังหน้าประตูเมืองในทันที
ใช้เวลาประมาณ10นาทีก็เดินทางมาถึง
สถานการณ์ภายในบริเวณหน้าประตูเมืองเรียกได้ว่าคึกคักอย่างถึงที่สุด เต็มไปด้วยผู้คนมากมายนับไม่ถ้วน
"กลุ่มของเรายังขาดแรงค์Eอีกสองคน ชักช้าอดแดรกนะว้อย"
"ฉันเป็มือใหม่ค่ะ หากลุ่มออกไปล่าิญญาซอมบี้แรงค์F มีใครจะไปบ้างไหมคะ"
"โอ้ๆ น้องสาวคนสวย เดียวพี่ระดับแรงค์Eคนนี้จะแบกน้องสาวให้เองนะ"
มีผู้ฝึกฝนิญญามากมายที่กำลังยืนคอย
บางคนก็มองหาพักพวกของตนเองเพื่อที่จะออกไปทำภารกิจ ใช่แล้ว มันคือภารกิจ
ผู้ฝึกฝนิญญาทุกคนจะต้องไปลงทะเบียนที่โถงแห่งิญญา พวกเขาจะได้การรองรับให้กลายมาเป็ผู้ฝึกฝนิญญาที่แท้จริง
หลังจากที่ได้เป็แล้ว ผู้ฝึกฝนิญญาจะได้รับสิทธิพิเศษอยู่มากมาย อีกทั้งยังสามารถทำภารกิจที่ถูกติดเอาไว้ได้อีกด้วย
ภารกิจก็มีระดับแยกย่อยกันออกไป เต็มไปด้วยของรางวัลที่ล้ำค่า แต่ในเวลาเดียวกันมันก็เต็มไปด้วยความอันตรายที่มากล้น
พลาดมาเพียงนิดเดียวชีวิตของพวกเขาก็ย่อมจบสิ้นได้ในทันที ผู้ฝึกฝนิญญาเองก็รู้ถึงสภาพของตนเองกันเป็อย่างดี
ส่วนใหญ่พวกเขาจะไม่ทำภารกิจที่เกินกว่าระดับของตนเอง ยกเว้นก็แต่ว่าพวกเขาอยากจะไปหาเื่ตายน่นะ
"หึหึ ชั่งครื้นเครงกันซะจริงๆ"
"นี่นะหรอโลกในยุคสมัยปัจจุบัน"
"มันก็ไม่เลวหรอกนะ"
"เหมือนกับในวิดีโอเกมเลยนะเนี่ย"
เซียงหลินเมื่อเห็นถึงบรรยากาศทั้งหมดก็ลอบยกยิ้มออกมาอยู่นิดๆ ั์ตาเองก็ส่องประกายไปด้วยความลุกวาว
นี่แหละคือชีวิตที่ตัวของเขากำลังมองหา ทั้งห้วงัั ทั้งกลิ่นอายต่างๆ มันราวกับว่าโลกใบนี้ได้แปรเปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวง
"ไปลุยกันเลยดีกว่า!!"
หลังจากนั้นตัวของเขาก็ได้ก้าวเดินไปยังที่บริเวณหน้าประตูเมือง ซึ่งบริเวณดังกล่าวก็มีเ้าหน้าที่ของเมืองัอยู่กันให้เพียบ พวกเขาคือผู้ที่ตรวจสอบคนเข้าออกไปมา ขณะเดียวกันก็คอยป้องกันภูติผีิญญาร้ายที่จะเข้ามารุกรานอีกด้วย
"ไอ้หนู? นี่เ้าตัวคนเดียวแต่จะออกไปนอกเมืองงั้นเหรอ"
"ทำไมไม่นั่งรถโดยสาริญญาหรือไปพร้อมกับกลุ่มคนละ"
เมื่อมาถึงชายหนุ่มก็ถูกเอ่ยถามจากเ้าหน้าที่คนนึงในทันที เขาได้สักไซประวัติเลยก็ว่าได้
"จะออกไปล่าิญญาระดับแรงค์Fหน่อยนะครับ พอดีผมเพิ่งปลุกภูติิญญาประจำตัวของตนเองได้แล้ว"
คำพูดของเซียงหลินได้ทำให้หลายคนพลันประหลาดใจ มีบางคนถึงกับต้องหันขวับมามองพร้อมกับพูดขึ้น
"ฮ่าฮ่าฮ่า เพิ่งปลุกภูติิญญาแต่จะออกไปนอกเมืองแล้วหรอ?"
"ข้าจะบอกอะไรให้นะไอ้เด็กน้อย โลกแห่งนี้น่ะมันน่ากลัวมากนะเว้ย ต่อให้จะเป็ผู้ฝึกฝนิญญาแล้วก็ตาม แต่อัตราการตายที่ด้านนอกก็สูงมาก"
"โดยเฉพาะกับคนอย่างเ้าที่ไม่รู้เื่ราวอะไรเลย คิดว่ากลายมาเป็ผู้ฝึกฝนิญญาแล้วจะสามารถทำอะไรก็ได้"
"ต่อให้จะเป็ิญญาร้ายระดับแรงค์F มันก็ไม่ใช่่อะไรที่มือใหม่เช่นเ้าจะจัดการได้หรอกนะ"
คำพูดของเขาได้ทำให้หลายคนต้องพยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย พวกเขาเองก็เข้าใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเป็อย่างดี ในอดีตพวกมันก็ห้าวเป้งแบบนี้แหละ
คิดว่าปลุกภูติิญญาได้แล้วจะทำอะไรต่างๆได้มากมาย แต่เมื่อได้พบเจอกับโลกที่แท้จริง
ความเชื่อมั่นก็ต้องพังทลายลงในทันที
พวกมันหลายคนได้เห็นพักพวกที่ถูกฉีกกระชากและกลืนกินลงไปต่อหน้า เต็มไปด้วยความน่าสยดสยองที่น่าสะพรึงยิ่งกว่าสิ่งใดๆ
"ก็ตามนั่นแหละ อย่างที่พวกเขาว่าเอาไว้"
"ข้าไม่แนะนำให้เ้าออกไปที่นอกเมืองั"
"กลับไปสมัครเรียนที่สถาบันการศึกษาิญญาซะ ไว้ค่อยมีประสบการณ์รวมถึงความรู้แล้วค่อยออกไป!!"
เ้าหน้าที่คนดังกล่าวพูดออกมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง แสดงให้เห็นเลยว่าเขาจะไม่ให้ตัวของเซียงหลินออกไปที่โลกภายนอก
แต่เหมือนว่าเซียงหลินจะไม่ได้สนใจถึงคำเตือนใดๆ เขายังเชื่อมั่นใจพลังของตนเองอย่างถึงที่สุด
"ไม่ละ ฉันจะออกไปที่ด้านนอก"
พูดจบเซียงหลินก็เอ่ยขอบคุณพวกเขาทุกคน จากนั้นก็เดินทางออกไปยังเบื้องหน้าในทันที
มันทำให้หลายคนที่เห็นเหตุการณ์ก็ลอบส่ายหัวออกมา บางคนเองก็จ้องมองเข้ามาด้วยความเย้ยหยัน กำลังบอกว่าชายหนุ่มไม่ประมาณตนเอง ส่วนบางคนก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก
"เฮ้อ ดูเหมือนเขาจะมั่นใจในพลังของตนเองมาก แต่ก็ชั่งเถอะ คนแบบนี้พูดไปก็ไม่ได้ช่วยอะไร"
"ต้องให้ได้ไปพบเจอกับความเลวร้ายที่แท้จริงของโลกใบนี้ ตัวของเขาคงจะวิ่งหน้าตั้งและหลบหนีด้วยความหวาดกลัวเลยละมั้ง"