หลังจากกินยาเสร็จ จางเหมยก็ขอตัวกลับมาที่ห้องของตนเอง
เมื่อจางเหมยเข้ามาในห้อง จางเหมยก็เปิดดูตู้เสื้อผ้าที่อยู่ในห้อง
เมื่อเปิดดูก็พบเสื้อผ้าแค่ 6-7 ตัว เพราะหลายปีมานี้ั้แ่เ้าของร่างได้ทุนการศึกษาให้ไปเรียนอยู่ในอำเภอ ส่วนมากเ้าของร่างก็จะใส่ชุดนักเรียนที่ทางโรงเรียนจัดให้
ส่วนชุดที่อยู่ในตู้ส่วนมากก็จะใส่แค่เวลากลับมาบ้านใน่ฤดูร้อนเท่านั้น ทำให้ชุดที่มีอยู่ในตู้ค่อนข้างใหม่พอสมควร และดูสะอาดสะอ้านเพราะแม่หลินดูแลเป็อย่างดีถึงแม้จางเหมยจะไม่อยู่บ้าน
" เสี่ยวเหมยลูกจะอาบน้ำหรอให้แม่ต้มน้ำให้ไหม "
แม่หลิวที่เห็นจางเหมยเดินออกมาพร้อมกับผ้าเช็ด ก็พอจะเดาได้ว่าจางเหมยคงต้องอาบน้ำแน่นอน
" ไม่ต้องหรอกค่ะแม่ ่นี้เป็่ฤดูเก็บเกี่ยวอากาศยังร้อนอยู่มากไม่ต้องต้มน้ำหรอกค่ะ "
จางเหมยพูดจบก็เดินผ่านแม่หลิวไป เมื่อเดินมาถึงห้องครัวจางหลงก็เรียกให้จางเหมยหยุด
" มีอะไรหรอเสี่ยวหลง "
จางเหมยเอ่ยถามเสี่ยวหลงที่เรียกให้ตนหยุด
" ไม่มีอะไรหรอกครับ พี่อย่าลืมเอาตะเกียงเข้าไปในห้องน้ำด้วยสิ ฟ้ามืดแล้วพี่คงจะมองไม่เห็น "
จางหลงที่เห็นพี่สาวกำลังจะไปอาบน้ำ แต่ไม่เห็นว่าจางเหมยจะหยิบตะเกียงไปเลย เขาเลยเอ่ยเรียกเพราะตอนนี้ฟ้าก็มืดแล้ว แม้จะมีแสงจันทร์รำไรแต่ก็ยังมืดอยู่ดี
" ฮือ ขอบคุณนะ "
จางเหมยรับตะเกียงจากมือจางหลงก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในห้องน้ำ
จางเหมยแทบจะลืมไปแล้วว่าตอนนี้เธออยู่ในยุค 1984 เป็ยุคที่ไฟฟ้ายังเข้าไม่ถึงหมู่บ้านชนบท
จางเหมยคิดว่าเธอคงต้องใช้ชีวิต ที่ขาดไฟฟ้าไปอีกหลายปี และคงต้องทนใช้ตะเกียงแบบนี้ไปอีกนาน
เมื่อเข้ามาในห้องน้ำก็พบกับถังไม้ขนาดใหญ่ ที่มีน้ำใส่เอาไว้จนเต็มถัง
จางเหมย้าชำระสิ่งสกปรกออกจากตัวให้หมด เพราะหลังจากเธอกลับมาถึงบ้าน ก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่กลับแขนคอตายเป็สิ่งแรก
จากนั้นจางเหมยก็นอนอยู่บนเตียงจนถึงเที่ยง เมื่อตอนเที่ยงตื่นมาก็ยังอ้วกใส่ผ้าห่มอีก
จางเหมยรู้สึกว่ากลิ่นอ้วกยังติดอยู่บนตัวของเธออยู่เลย และเหมือนจะยังมีร่องรอยของเมื่อคืนหลงเหลือไว้อยู่
จางเหมยจึงอยากทำความสะอาดร่างกายของตนเองให้สะอาด จางเหมยแขนตะเกียงไว้ที่ตะขอ
จากนั้นจางเหมยก็ลงมืออาบน้ำชำระร่างกายของตนเอง
" ว้าวมีสบู่ใช้ด้วย ดีจัง "
จางเหมยที่เห็นสบู่อยู่ในห้องน้ำ ก็เอ่ยออกมาด้วยความดีใจ เพราะถึงแม้ตอนนี้จะไม่ใช่ยุคโบราณ แต่สบู ยาสีฟัน ยาสระผมก็ยังเป็ของใช้ที่หายากอยู่
จากนั้นจางเหมยก็เริ่มชำระสิ่งสกปรกออกจากตัว จางเหมยใช้เวลาอาบน้ำนาน จนทำให้แม่หลิวรู้สึกเป็ห่วง
แม่หลิวจึงเดินมาดูที่ห้องน้ำอยู่หลายครั้งเพราะกลัวว่าลูกสาวจะเป็ลมหมดสติไป ก็ปกติลูกสาวของเธอก็ไม่ใช่คนที่อาบน้ำนาน แต่ครั้งนี้เหมือนจะนานผิดปกติ
แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้ๆห้องน้ำ ก็ได้ยินเสียงน้ำ แม่หลิวจึงวางใจและเดินกลับเข้าไปในบ้าน
" เสี่ยวหลงแกดูพี่สาวแกหน่อยนะ ดูเหมือนพี่สาวแกจะอาบน้ำนานกว่าปกติ "
แม่หลินที่กำลังเดินผ่านห้องครัว เอ่ยบอกลูกชายที่นั่งอยู่ในห้องครัว
" อะไรกันแม่ พี่สาวไม่เป็อะไรหรอก แค่เธออาบน้ำนานเท่านั้นเอง "
จางหลงเอ่ยตอบแม่ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมแม่เขาถึงกังวลขนาดนี้
" ฉันบอกให้แกดู แกก็ดูเถอะ "
แม่หลิวพูดจบก็เดินจากไป หัวอกของคนเป็แม่ไม่มีใครจะเข้าใจเธอเท่ากับตัวเธอหรอก
ผ่านไปไม่นานหลังจากแม่หลินเดินจากไป จางเหมยก็อาบน้ำเสร็จ เมื่อเปิดประตูเดินออกมาจากห้องน้ำ ก็เห็นจางหลงนั่งอยู่ไม่ไกลจากห้องน้ำมากนัก
จางเหมยที่เห็นแว๊บแรกเธอก็ในึกว่าผี แต่เมื่อเอาตะเกียงในมือของตนส่องไปก็พบว่าเป็จางหลง
" เสี่ยวหลงมานั่งอะไรตรงนี้พี่ใแทบแย่ "
จางเหมยเอ่ยถามจางหลงที่นั่งอยู่ในมุมมืด
" โถ่พี่ก็อะไรอีกล่ะ ก็วันนี้พี่อาบน้ำนานกว่าปกติ แม่เดินมาดูหลายครั้งแล้ว แต่แม่เห็นว่าภายในห้องน้ำยังมีความเคลื่อนไหวอยู่ เมื่อแม่กลับไป แต่แม่ก็สั่งให้ฉันมานั่งเฝ้าพี่ กลัวพี่จะเป็อะไรไปเนี่ยแหละ "
จางหลงเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย ให้มาเฝ้าอะไรก็ไม่รู้ เขามานั่งอยู่ตรงนี้ไม่รู้ว่ายุงกินเืของเขาไปมากเท่าไหร่แล้ว ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกคันๆไปทั้งตัวแล้ว
จางเหมยเห็นท่าทางน้องชายจอมทึ่มของตน ก็อดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้
" ฮ่า ฮ่า เอาเถอะเข้าบ้านกัน "
จางเหมยพูดจบก็เดินนำจางหลงเข้าบ้าน จางหลงที่เห็นพี่สาวเดินเข้าบ้านแล้วตนก็เดินตามเข้าไป
เมื่อเข้ามาในบ้านก็เห็นแม่หลิวนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว โดยโต๊ะกินข้าวตั้งอยู่ที่ลานกลางบ้าน
" แม่เป็อะไรคะเนี่ยทำไมทำหน้าแบบนั้น "
จางเหมยที่เห็นหน้าตาของแม่หลินขมวดมุ่นเข้าหากันแบบนั้นก็อดที่จะเอ่ยถามไม่ได้ แม้จะรู้อยู่แล้วว่าคนที่มีหน้าตาแบบนั้น ตอนนี้มีอารมณ์ความรู้สึกอย่างไร
" ไม่มีอะไรหรอก ลูกเข้าห้องเถอะอากาศเริ่มเย็นแล้ว "
แม่หลิวไม่ได้เอ่ยตอบอะไร เพียงแค่บอกให้จางเหมยเข้าห้องของตัวเองเท่านั้น
" ค่ะ แม่งั้นหนูเข้านอนก่อนนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะแม่ ราตรีสวัสดิ์เสียวหลง "
จางเหมยพูดจบก็เดินเข้าห้องของเธอไป ส่วนแม่หลิวก็มองดูหลังของลูกสาวที่เดินเข้าห้องของเธอก็อดที่จะถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาไม่ได้
" เฮ้อ เสี่ยวหลงแกว่าแม่เป็บ้าไปแล้วหรือเปล่าเนี่ย "
แม่หลินอดที่จะเอ่ยถามลูกชายไม่ได้ เพราะเธอไม่เข้าใจอารมณ์ของเธอตอนนี้เลย ใจของเธอเป็ห่วงจางเหมยมากๆ เธออยากจะอยู่กับจางเหมยตลอดเวลา เมื่อเห็นว่าจางเหมยปลอดภัยเธอก็โล่งใจ
แต่เมื่อจางเหมยคาดสายตาไปเพียงเล็กน้อยเธอก็รู้สึกใจหาย
" แม่ครับผมเข้าใจความรู้สึกของแม่นะครับ ถึงผมจะไม่รู้แน่ชัดว่าในใจแม่คิดอะไรอยู่ แต่ผมก็รู้ว่าแม่เป็ห่วงพี่สาวมากๆ
พี่สาวเองก็รับรู้ว่าแม่เป็ห่วงเธอมากเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าแม่ควรทำตัวปกติได้แล้วนะครับ พี่สาวเองก็ปลอดภัยกลับมา และดูจากอารมณ์ของพี่สาว เธอคงไม่คิดสั้นแล้วล่ะครับแม่ "
จางหลงเอ่ยพูดความคิดของตนออกมา ถึงแม้ตนจะไม่เข้าใจว่าแม่ตนคิดอะไรอยู่ แต่จางหลงเองก็เป็ห่วงจางเหมยเหมือนกันเขาก็กลัวว่าจางเหมยจะคิดสั้นเหมือนเมื่อเช้าอีก
แต่หลังจากที่พี่สาวเขาฟื้นขึ้นมา พี่สาวก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาก และดูเหมือนพี่สาวของเขาจะไม่คิดถึงเื่ที่มันผ่านมาแล้ว
แต่กลับกลายเป็แม่ของเขามากกว่าที่คิดมาก
" เฮ้อ ก็ฉันเป็ห่วงเสี่ยวเหมยนี่นา ในวินาทีที่ฉันเห็นเสี่ยวเหมยแขนคอตัวเองกับคานบ้าน ตอนนั้นฉันแทบจะเป็ลมลงตรงนั้น
แต่ฉันกัดฟันรีบหาของมีคมไปตัดเชือก เพื่อช่วยชีวิตพี่สาวแก ในตอนนั้นใจของฉันสลายกลายเป็ฝุ่นผงไปแล้ว หากจะมาให้ฉันนั่งใจเย็นฉันก็ทำไม่ได้จริงๆ "
แม่หลิวเอ่ยระบายความในใจของตนให้ลูกชายได้ฟัง
" แม่ครับถ้าแม่ยังทำตัวแบบนี้ ผมว่ามันยิ่งเป็เหมือนการตอกย้ำแผลที่พี่มีอยู่นะครับ ผมว่าแม่ควรทำตัวปกติ เหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นน่าจะเป็สิ่งที่ดีที่สุดกับพี่แล้วนะครับ ถ้าแม่ยังทำตัวแปลกๆแบบนี้ มันยิ่งทำให้พี่ห้วนนึกถึงเื่ราวที่เลวร้ายที่ผ่านมานะครับ "
แม่หลิวที่ได้ยินคำพูดของลูกชาย ก็ทำให้เธอตาสว่างขึ้นมา
เธอควรจะทำตัวเป็ปกติเหมือนไม่เคยเกิดอะไรขึ้นสิ แม่หลินควรทำตัวให้เหมือนเดิม แต่ดูเธอทำสิ การกระทำของแม่หลินเปรียบเหมือนการตอกย้ำแผลของจางเหมย
" ใช้ แม่ควรจะทำตัวให้เป็ปกติ ขอบคุณแกมากจริงๆนะเสี่ยวหลงที่ย้ำเตือนให้แม่ได้รู้ตัว หากไม่มีคำพูดของแกแม่คงจะเหยียบย่ำแผลพี่สาวของแกไปไม่รู้เท่าไหร่ "
แม่หลิวเอ่ยออกมาทั้งน้ำตา เพราะไม่รู้ว่าการกระทำของเธอวันนี้ มันจะไปทำร้ายจิตใจของจางเหมยมากแค่ไหน
แต่ความเป็จริง จางเหมยไม่ได้คิดมากเลยด้วยซ้ำ และเธอก็ไม่รู้ด้วยว่าการกระทำของแม่หลินนั้นผิดปกติ
จางเหมยคิดแค่ว่า การกระทำของแม่หลิน เพียงแค่แสดงออกถึงการเป็ห่วงเท่านั้น