ข่าวการหลบหนีของหลินเฟย (ลู่ซาน) และการที่พรรคมารอัคคีทมิฬเตรียมพร้อมรับมือกับสงคราม ได้สร้างความโกรธแค้นให้กับสำนักดาบฟ้าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยเฉพาะ หลี่จื่อเหว่ย ผู้ที่รู้สึกอับอายขายหน้า และ อาจารย์ใหญ่เฉินเฟิง ผู้ที่ความสงสัยในตัวหลินเฟยทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ
ในห้องโถงใหญ่ของสำนักดาบฟ้า เฉินเฟิงนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธาน ดวงตาของเขาปิดสนิท แต่พลังปราณที่แผ่ออกมากลับหนักอึ้งจนศิษย์ที่ยืนอยู่รอบๆ รู้สึกกดดัน
"ท่านลุงเฟิง! เราจะปล่อยให้ไอ้คนไร้วรยุทธนั่นลอยนวลได้อย่างไรขอรับ!" หลี่จื่อเหว่ยตะโกนด้วยความโกรธ "มันทำลายชื่อเสียงของสำนักเรา! มันต้องชดใช้!"
เฉินเฟิงลืมตาขึ้นช้าๆ แววตาของเขาคมกริบราวกับใบมีด "ใจเย็นก่อนจื่อเหว่ย... การกระทำของหลินเฟยครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัวอีกต่อไปแล้ว"
เขาหันไปมองศิษย์เอกที่ยืนอยู่ข้างๆ "เจ้าสำนักเฉินกวงอยู่ที่ไหน?"
"ท่านเจ้าสำนักกำลังเตรียมกำลังพลอยู่พ่ะย่ะค่ะ" ศิษย์เอกตอบ
"ดี" เฉินเฟิงพยักหน้า "ข้าต้องการให้เจ้าสำนักมาพบข้าเดี๋ยวนี้"
ไม่นานนัก เจ้าสำนักเฉินกวงก็เดินเข้ามาในห้องโถง ใบหน้าของเขาดูเคร่งเครียดและเต็มไปด้วยความกังวล
"ท่านลุงเฟิงเรียกหาข้าหรือขอรับ"
"ใช่" เฉินเฟิงตอบเสียงเรียบ "ข้าต้องการให้เจ้าอธิบายว่าเหตุใดเจ้าจึงปล่อยให้หลินเฟยหนีไปได้ และเหตุใดเจ้าจึงยังคงปกป้องพรรคมารอัคคีทมิฬ"
"ท่านลุงเฟิง... หลินเฟย... เขาไม่เหมือนคนทั่วไป" เจ้าสำนักเฉินกวงกล่าว " 'วิทยาการ' ของเขาน่าทึ่งยิ่งนัก มันสามารถเปลี่ยนแปลงโลกนี้ได้"
"เปลี่ยนแปลงโลก?" เฉินเฟิงหัวเราะเยาะ "เจ้าเชื่อคำพูดไร้สาระของมันงั้นรึ? 'วิทยาการ' บ้าบออะไรนั่น มันก็แค่เล่ห์กลของพวกปีศาจ! ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายที่ชั่วร้ายในตัวมัน! มันไม่ใช่คนของโลกนี้!"
คำกล่าวของเฉินเฟิงทำให้เจ้าสำนักเฉินกวงตกใจ "ท่านลุงเฟิงหมายความว่าอย่างไรขอรับ?"
"ข้าไม่รู้ว่ามันมาจากไหน แต่ข้ารู้ว่ามันไม่ใช่คนธรรมดา" เฉินเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "พลังที่มันใช้... มันไม่ใช่พลังปราณ มันเป็นพลังที่แปลกประหลาดและอันตรายยิ่งนัก หากปล่อยให้มันเติบโตขึ้นเรื่อยๆ มันอาจจะนำหายนะมาสู่โลกวรยุทธของเราได้"
เขาหันไปมองหลี่จื่อเหว่ย "จื่อเหว่ย... เจ้าจงนำกำลังพลทั้งหมดของสำนักดาบฟ้า บุกพรรคมารอัคคีทมิฬทันที ทำลายทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า และนำตัวหลินเฟยกลับมาให้ข้า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม"
"ขอรับท่านลุงเฟิง!" หลี่จื่อเหว่ยตอบรับด้วยความกระหายเลือด
"ส่วนเจ้าเฉินกวง" เฉินเฟิงหันมามองเจ้าสำนัก "เจ้าจงนำกองกำลังพิเศษของสำนักไปปิดล้อมพรรคมารอัคคีทมิฬไว้ อย่าให้ใครหนีรอดไปได้ และจงจับตาดูหลินเฟยให้ดี หากมันคิดจะใช้ 'วิทยาการ' ประหลาดของมันอีกครั้ง... เจ้าจงจับตัวมันมาให้ข้าให้ได้"
เจ้าสำนักเฉินกวงลังเลเล็กน้อย แต่ก็พยักหน้า "ขอรับท่านลุงเฟิง"
เฉินเฟิงยิ้มเย็น "ข้าจะไปสมทบกับพวกเจ้าในภายหลัง ข้าต้องการดูด้วยตาของข้าเองว่า 'วิทยาการ' ของมันจะสามารถต้านทานพลังที่แท้จริงของสำนักดาบฟ้าได้หรือไม่"
ในขณะที่ทัพของสำนักดาบฟ้ากำลังเคลื่อนพลไปยังพรรคมารอัคคีทมิฬ ลู่ซานก็กำลังตรวจสอบความพร้อมของอาวุธและอุปกรณ์ป้องกันเป็นครั้งสุดท้าย
"เครื่องยิงลูกระเบิดพร้อมแล้ว!" จ้าวหยุนรายงาน "ผงระเบิดดำและระเบิดเพลิงถูกบรรจุไว้เต็มที่"
"อุปกรณ์ส่งกระแสไฟฟ้าที่ประตูและกำแพงก็ทำงานได้ดีพ่ะย่ะค่ะ" ศิษย์คนหนึ่งรายงาน
ลู่ซานพยักหน้า "ดีมาก! ทุกคนจงตั้งมั่น! เราจะปกป้องพรรคของเราให้ถึงที่สุด!"
ท่านหญิงอวิ๋นซีเดินเข้ามาหาลู่ซาน นางยื่นมือออกไปจับมือเขาเบาๆ "หลินเฟย... เจ้าต้องระวังตัวด้วยนะ"
"ข้าจะระวังตัวอวิ๋นซี" ลู่ซานตอบ "เจ้าเองก็เช่นกัน จงอยู่ใกล้ๆ ท่านพ่อของเจ้าเสมอ"
เสียงโห่ร้องของกองทัพสำนักดาบฟ้าเริ่มดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ท้องฟ้าที่เคยถูกปกคลุมด้วยเมฆหนา บัดนี้เริ่มมีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาเล็กน้อย ราวกับเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นสงครามครั้งใหญ่
"พวกมันมาแล้ว!" เสียงตะโกนของศิษย์เฝ้าระวังดังขึ้น
จากระยะไกล ทัพของสำนักดาบฟ้าปรากฏขึ้นอย่างชัดเจน พวกเขาเคลื่อนพลมาอย่างรวดเร็วราวกับคลื่นยักษ์ที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า
ลู่ซานมองไปยังกองทัพศัตรูที่กำลังเข้ามาใกล้ ใบหน้าของเขาเรียบเฉย แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น เขาพร้อมแล้วที่จะใช้ "วิทยาการ" ของเขาในการต่อสู้กับโลกวรยุทธ และปกป้องคนที่เขารัก
สงครามระหว่าง "วิทยาการ" และ "วรยุทธ" กำลังจะปะทุขึ้นแล้ว และมันจะเป็นสงครามที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของโลกนี้ไปตลอดกาล
-----------------------------
สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม พรรคมารอัคคีทมิฬที่เคยสงบเงียบ บัดนี้กลายเป็นดุจป้อมปราการที่พร้อมรับมือกับสงคราม ทุกคนทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยภายใต้การนำของหลินเฟย (ลู่ซาน) และจ้าวหยุน
เครื่องยิงลูกระเบิด ที่หลินเฟยออกแบบ ถูกติดตั้งไว้บนกำแพงเมือง มันมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องยิงหินธรรมดาถึงสองเท่า และมีกลไกซับซ้อนที่ทำให้สามารถยิงลูกระเบิดเพลิงไปได้ไกลและแม่นยำยิ่งขึ้น
ประตูทางเข้าพรรคถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยแผ่นเหล็กหนา และมีการติดตั้ง อุปกรณ์ส่งกระแสไฟฟ้า ที่ทำงานด้วย แร่สายฟ้า ซึ่งสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นออกมาได้ในรัศมีที่กำหนด ใครก็ตามที่แตะโดนประตูหรือกำแพงที่ติดตั้งไว้ จะถูกกระแสไฟฟ้าช็อตจนชะงักงันหรือหมดสติ
หลินเฟยยังได้สร้าง "กับดักระเบิดใต้อิฐ" รอบบริเวณทางเข้าพรรค ซึ่งเป็นระเบิดขนาดเล็กที่ถูกฝังไว้ใต้พื้นดิน และจะระเบิดเมื่อมีแรงกดจากน้ำหนักมากพอ
เช้าวันสงครามมาถึง ท้องฟ้าถูกปกคลุมด้วยเมฆหนา บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก ทุกคนในพรรคสวมชุดเกราะอย่างเรียบง่าย และถืออาวุธประจำกาย เตรียมพร้อมสำหรับการปะทะที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้
เจ้าสำนักไป๋ซาน ยืนอยู่บนกำแพงเมือง เคียงข้างด้วย หลินเฟย และ ท่านหญิงอวิ๋นซี อวิ๋นซีสวมชุดเกราะที่ดูทะมัดทะแมง แม้จะพยายามเก็บซ่อนความกังวลไว้ แต่แววตาของนางก็ยังฉายความห่วงใยหลินเฟย
"พวกมันมาแล้ว!" เสียงของศิษย์เฝ้าระวังดังขึ้นจากหอคอย
จากขอบฟ้า ร่างของนักรบจำนวนมหาศาลปรากฏขึ้น พวกเขาคือทัพของสำนักดาบฟ้า นำโดย อาจารย์ใหญ่เฉินเฟิง และ หลี่จื่อเหว่ย ผู้มีสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความแค้นและอิจฉา พวกเขามาพร้อมกับธงสำนักดาบฟ้าที่ปลิวไสว และพลังปราณที่แผ่ซ่านออกมาอย่างน่าเกรงขาม
"หึ! พรรคมารอัคคีทมิฬเล็กๆ เช่นนี้ จะต้านทานเราได้อย่างไร!" หลี่จื่อเหว่ยตะโกนเสียงดัง
ทัพสำนักดาบฟ้าเคลื่อนเข้ามาอย่างรวดเร็วราวกับกระแสน้ำ หลี่จื่อเหว่ยพุ่งนำหน้าด้วยกระบี่ในมือ พร้อมที่จะสังหารทุกคนที่ขวางทาง
"เตรียมพร้อม!" เจ้าสำนักไป๋ซานสั่งการเสียงกังวาน
"หลินเฟย! เจ้าจะสั่งการจากข้างบนนี้" ไป๋ซานกล่าว "จ้าวหยุนจะคอยช่วยเจ้า"
"พ่ะย่ะค่ะท่านเจ้าสำนัก" ลู่ซานตอบ เขายืนอยู่ข้างเครื่องยิงลูกระเบิดขนาดใหญ่ มือวางอยู่บนคันบังคับ
เมื่อทัพสำนักดาบฟ้าเข้ามาใกล้ในระยะยิงที่กำหนด ลู่ซานก็สั่งการ "ยิง!"
โครม! โครม! โครม!
เครื่องยิงลูกระเบิดขนาดใหญ่สามเครื่องยิงออกไปพร้อมกัน ลูกระเบิดเพลิงพุ่งทะยานไปในอากาศ สร้างวิถีโค้ง ก่อนจะตกลงสู่กลางกองทัพของสำนักดาบฟ้า
ตูมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมฟตู้ม!**
คลื่นระเบิดสั่นสะเทือนป่า เสียงดังก้องราวฟ้าผ่า ต้นไม้หักโค่นเป็นแถบ แรงระเบิดนั้นรุนแรงเกินกว่าที่ใครจะคาดคิด แม้แต่ผู้นำจากสำนักดาบฟ้าที่อยู่ห่างออกไปก็ยังรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาล
ควันไฟและฝุ่นดินพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าบดบังทัศนียภาพชั่วขณะ เมื่อควันจางลง ภาพที่ปรากฏทำให้ทุกคนต้องตกตะลึง
บริเวณหน้าประตูพรรคมารอัคคีทมิฬกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ ต้นไม้หักโค่นรากถอนกระจัดกระจาย ศิษย์สำนักดาบฟ้าที่พุ่งนำหน้าเข้ามาอยู่ในรัศมีของแรงระเบิด ร่างของพวกเขาถูกฉีกกระจุย เลือดและเนื้อกระจัดกระจายไปทั่วพื้นดิน ภาพนั้นโหดร้ายเกินกว่าจะจินตนาการ
หลี่จื่อเหว่ย ผู้ที่พุ่งนำหน้าทัพเข้ามาเป็นคนแรก ถึงกับทรุดเข่าลง ใบหน้าของเขาซีดเผือดราวกับศพ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด เขาไม่เคยเห็นพลังทำลายล้างเช่นนี้มาก่อนในชีวิต แม้แต่วรยุทธขั้นสูงสุดก็ไม่สามารถทำเช่นนี้ได้!
"นี่... นี่มันอะไรกัน..." หลี่จื่อเหว่ยพึมพำ เสียงสั่นเครือ
อาจารย์ใหญ่เฉินเฟิง ผู้ที่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาจากด้านหลัง ก็ต้องชะงักฝีเท้า ใบหน้าของเขาเปลี่ยนจากความเย็นชาเป็นความตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด เขาสัมผัสได้ถึงพลังงานที่ผิดธรรมชาติ พลังที่ไม่ได้มาจากปราณ แต่มาจาก... สิ่งที่เขากำลังจับตามอง
บนกำแพงเมืองของพรรคมารอัคคีทมิฬ เจ้าสำนักไป๋ซาน ผู้อาวุโส และศิษย์พรรคมารต่างยืนนิ่งงันด้วยความตกตะลึงระคนหวาดกลัว แม้พวกเขาจะเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบ แต่พลังทำลายล้างของ "วิทยาการ" ที่หลินเฟยแสดงออกมานั้น น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าที่พวกเขาจะจินตนาการได้
ท่านหญิงอวิ๋นซี ถึงกับทรุดลงข้างๆ หลินเฟย ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความกลัว แต่ก็มีความชื่นชมยินดีที่หลินเฟยปลอดภัย
ลู่ซานยืนนิ่งอยู่ข้างเครื่องยิงลูกระเบิด ใบหน้าของเขาเคร่งขรึม ไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นี่เป็นเพียงการแสดงพลังเบื้องต้นเท่านั้น เพื่อข่มขวัญศัตรู
"เตรียมพร้อม! พวกมันจะต้องบุกเข้ามาอีก!" ลู่ซานสั่งการเสียงก้อง
เสียงระเบิดครั้งแรกสร้างความวุ่นวายในกองทัพสำนักดาบฟ้าอย่างมาก ศิษย์หลายคนกรีดร้องด้วยความหวาดกลัวและพยายามวิ่งหนี แต่เฉินเฟิงก็สั่งการอย่างเยือกเย็น
"ทุกคน! ตั้งสติ! นี่คือเล่ห์กลของมันเท่านั้น! อย่าได้หวาดกลัว!"
แม้จะกล่าวเช่นนั้น แต่ในใจของเฉินเฟิงก็เริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามที่แท้จริงของ "วิทยาการ" ที่หลินเฟยครอบครอง พลังทำลายล้างที่ไร้รูปแบบ ไร้ปราณ แต่กลับรุนแรงเกินกว่าวรยุทธใดๆ ที่เขารู้จัก
"บุกเข้าไป!" หลี่จื่อเหว่ยคำรามด้วยความโกรธที่ท่วมท้นความหวาดกลัว "อย่าให้มันได้ใจ!"
นักรบสำนักดาบฟ้าที่เหลือเริ่มเคลื่อนพลเข้าใกล้ประตูพรรคอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาไม่ได้พุ่งเข้าใส่แบบสุ่มสี่สุ่มห้า แต่พยายามใช้พลังปราณสร้างเกราะป้องกันตัวเอง
เมื่อนักรบกลุ่มแรกพุ่งเข้ามาถึงประตูพรรค หลินเฟยก็สั่งการอีกครั้ง "เปิดใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้า!"
ซ่า!
กระแสไฟฟ้าที่มองไม่เห็นพุ่งออกมาจากประตูและกำแพง ครืน! ครืน! เสียงกรีดร้องดังลั่น ศิษย์สำนักดาบฟ้าที่แตะโดนประตูต่างล้มลงไปนอนชักกระตุกกับพื้น บางคนสลบไปทันที บางคนกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
"อะไรกันอีกนี่!" หลี่จื่อเหว่ยเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
เฉินเฟิงเห็นดังนั้น ใบหน้าของเขายิ่งเคร่งเครียด เขาตระหนักว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่ "เล่ห์กล" แต่มันคือ "กับดัก" ที่ถูกวางแผนมาอย่างดี และเขาไม่เคยเจอสิ่งเหล่านี้มาก่อน
"ศิษย์ทุกคน! อย่าสัมผัสประตู! ใช้พลังปราณทะลวงกำแพง!" เฉินเฟิงสั่งการ
นักรบวรยุทธระดับสูงเริ่มรวบรวมพลังปราณ พุ่งเข้าโจมตีกำแพงพรรคด้วยกระบวนท่าที่รุนแรง แต่กำแพงที่ถูกเสริมด้วยเหล็กกล้าก็ยังคงยืนหยัดอย่างมั่นคง แม้จะมีรอยร้าวบ้าง แต่ก็ไม่พังทลายง่ายๆ
ลู่ซานยืนนิ่งบนกำแพง เขามองลงไปที่นักรบวรยุทธที่กำลังดิ้นรนอยู่เบื้องล่าง ใบหน้าของเขาเรียบเฉย ราวกับเป็นผู้คุมเกม
"นี่คือบทเรียนแรกของพวกเจ้า" ลู่ซานพึมพำกับตัวเอง "วิทยาการ ไม่ได้ด้อยไปกว่าวรยุทธ"
สงครามเพิ่งเริ่มต้นขึ้น แต่พรรคมารอัคคีทมิฬได้แสดงให้โลกเห็นแล้วว่า แม้จะไร้วรยุทธ แต่พวกเขาก็มีพลังที่สามารถสั่นสะเทือนโลกวรยุทธทั้งใบได้