สีหน้าของภูติหิมะพลันแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนฝืนเปล่งเสียงแ่เบาออกมา “แต่ว่าที่แห่งนี้…เป็อนุสรณ์สถานเพื่อระลึกถึงเ้าสำนักคนเก่า มิใช่ที่ๆ ผู้ใดจะใช้พักอาศัยได้”
แววตาของเทพีน้ำค้างเหมันต์พลันแข็งกร้าว วาจาเด็ดขาดดังสายฟ้าฟาด “ข้าเป็ประมุขแห่งสำนักเทพอัสนีย์ ข้าพิชิตสำนักของเ้าได้ทั้งสำนัก แล้วสถานที่เล็กๆ เช่นนี้ เหตุใดจะไม่คู่ควรกับข้า!”
“แต่…” ภูติหิมะยังพยายามเอ่ยท้วง
“หุบปาก!” นางตวาดเสียงดุจนํ้าแข็งบาดผิว อำนาจกดทับทำให้แม้แต่ลมหายใจยังหนักอึ้ง “ไปเตรียมอาหารมาให้ข้ากับท่านผู้เฒ่าสูงสุดเสีย! ข้าจะพักที่นี่ ไม่เปลี่ยนใจ!”
คำประกาศิตเด็ดขาดทำให้ห้องทั้งห้องเงียบงัน ภูติหิมะจำต้องก้มหน้ารับคำ “ขอรับ…โปรดรอสักครู่” แล้วถอยออกไป แม้สีหน้าดูเรียบเฉย แต่ภายในใจกลับเดือดพล่านและกดดันราวูเาทับ
เมื่อประตูตำหนักปิดลง เทพฟ้าดิน จึงหันมาถามอาจารย์เบาๆ “เหตุใดท่านอาจารย์ถึงกดดันเขาถึงเพียงนั้น”
เทพีน้ำค้างเหมันต์ยิ้มบาง ทอดสายตามองไปยังประตูที่เพิ่งปิด “เ้าเห็นแววตาเขาหรือไม่? ชายผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะยอมจำนนง่ายๆ หากไม่กดข่มไว้ วันหนึ่งเขาอาจเป็หนามพิษทิ่มแทงเรา”
ศิษย์สาวยังคงกังวล “แต่หากกดดันเขามากเกินไป เขาอาจจะต่อต้านอย่างลับๆ อาจกระทำสิ่งใดเกินคาดเดาก็เป็ได้…”
“เ้าวางใจเถิด” นางตอบอย่างอารมณ์ดี “ข้าไม่เคยประมาทใครอยู่แล้ว”
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง ภูติหิมะกลับมา พร้อมขบวนศิษย์ถือถาดอาหารหวานคาวและสุรานานาชนิด จัดเรียงลงบนโต๊ะจนเต็มพรั่งพร้อม
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มที่ยากหยั่งถึง “เชิญท่านประมุขและท่านผู้เฒ่าสูงสุดตามอัธยาศัย หากมีสิ่งใดให้รับใช้ เพียงสั่นกระดิ่ง ศิษย์ทุกคนยินดีรับใช้อย่างเต็มที่”
เขาก้าวถอยออกจากห้อง ปิดประตูเงียบๆ แต่ในใจกลับหัวเราะกร้าวราวกับอสูร “ยาภูตินิทราที่ข้าแอบใส่ลงไป แม้หมอยาอันดับหนึ่งยังมิอาจตรวจพบได้! ครึ่งก้านธูปเท่านั้น…ทั้งสองจะสิ้นสติ และเมื่อตื่นขึ้นพรุ่งนี้ นางทั้งสองก็จะกลายเป็ของข้าไปแล้ว ฮ่าๆๆ!”
ภายในตำหนัก เทพฟ้าดินหยิบจอกสุราขึ้น กำลังจะยกดื่ม แต่กลับถูกมืออาจารย์กดเบาๆ ไว้ เทพีน้ำค้างเหมันต์ ดึงเข็มเงินสลักอักขระโบราณออกมาจากคัมภีร์ธารา์ ใช้ปลายเข็มแตะลงในอาหารทุกจานและสุราทุกไห
“เข็มเงินไม่เปลี่ยนสี… ปลอดภัย” นางนึกในใจ
ทว่า… ทันใดนั้น เสียงก้องกังวานของบุรุษผู้หนึ่งพลันดังสะท้อนขึ้นในกระแสจิตของทั้งสองนางพร้อมกัน
“อาหารทุกจานมียาภูตินิทรา หากกินเข้าไป ครึ่งก้านธูปก็จะสิ้นสติ วิธีแก้เพียงหนึ่งเดียวคือ…ต้องรีบสกัดพิษออกด้วยปราณผ่านปลายนิ้ว!”
เทพีน้ำค้างเหมันต์หันไปกระซิบกับศิษย์ “เ้าได้ยินเช่นเดียวกับข้าใช่หรือไม่” เทพฟ้าดินพยักหน้าเบาๆ
“ดังนั้น อย่าได้เผยพิรุธออกมา จงแสร้งเล่นตามน้ำไปก่อน ข้าจะดูเองว่าภูติหิมะ…ยังคิดจะเล่นตุกติกอะไรอีก” แววตาของนางคมกริบราวคมมีด
ยังไม่ทันจะขาดคำดี ประตูตำหนักก็ถูกผลักเปิดอีกครั้ง เผยให้เห็นเงาร่างของภูติหิมะ เขาเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มอันยากจะอ่านออก และสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้า…คือเทพีน้ำค้างเหมันต์กำลังใช้เข็มเงินทดสอบอาหาร
“ท่านประมุขโปรดวางใจ” เสียงเขาดังขึ้นทันที “ข้าน้อยไม่มีเจตนาร้าย เข็มเงินของท่านก็ไม่เปลี่ยนสีอยู่แล้ว มิใช่หรือ ดูเถิด…แสดงว่าอาหารนี้ปลอดภัย”
แววตาของเทพีน้ำค้างเหมันต์แข็งกระด้าง นางเอ่ยเสียงเย็นเฉียบ “ข้าไม่ได้เรียก…เ้าเข้ามาทำไม”
ภูติหิมะค้อมศีรษะ พลางแสร้งอ่อนน้อม “โปรดอย่าขุ่นเคือง ข้าน้อยเพียงนึกขึ้นได้ว่า…ในตำหนักไร้ซี่งผู้รับใช้ หากปล่อยให้สองท่านอยู่กันโดยลำพัง อาจไม่สมเกียรติ ข้าจึงย้อนกลับมาปรนนิบัติด้วยตนเอง”
แม้จะรู้สึกขัดเคือง แต่ทั้งเทพีน้ำค้างเหมันต์และเทพฟ้าดินก็แสร้งทำเป็เชื่อใจ ทั้งสองยกจอกสุราและลิ้มรสอาหารราวกับไม่ระแวงสิ่งใด
ไม่กี่อึดใจต่อมา…
เพียงครึ่งก้านธูป ร่างทั้งคู่ก็เอนฟุบลงกับโต๊ะ เหมือนต้องมนต์สะกด
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมผุดขึ้นบนใบหน้าภูติหิมะ เขาหัวเราะต่ำในลำคอ ก้าวเข้าใกล้ร่างงามทั้งสอง “ฮึๆ…นึกไม่ถึงว่าเทพผู้สูงศักดิ์จะตกเป็เหยื่อของข้าได้ง่ายดายนัก…”
เขาค่อยๆ ช้อนร่างอรชรทีละนางไปวางบนเตียง ไฟปรารถนาแผดเผาในดวงตา มือสั่นน้อยๆ เมื่อยื่นไปััใบหน้างามของเทพีน้ำค้างเหมันต์
แต่—!
ผั๊วะ!
แรงบางอย่างประหนึ่งฝ่ามือเย็นะเืฟาดกระแทกเข้าที่แก้มของเขา ร่างภูติหิมะปลิวกระเด็นลงไปกองกับพื้น เืกบปาก
เขาเงยหน้าขึ้นอย่างตื่นตระหนก สิ่งที่เห็นคือดวงตาเย็นเยียบของเทพีน้ำค้างเหมันต์…ที่ตาลืมขึ้นมาั้แ่เมื่อใดก็ไม่รู้ แววตาคมดั่งมีดกรีดน้ำแข็ง แทงทะลุทะลวงเข้ามาถึงจิติญญา
“เ้า…” ภูติหิมะผงะถอย เขาพยุงกายยืนขึ้น ร่างอันสั่นระริกพยายามวิ่งจนล้มลุกคลุกคลาน จนกระทั่งมาล้มลงบริเวณลานฝึก ทั้งสองนางตามมาทันจึงตรึงร่างเขาไว้กับพื้นด้วยพลังปราณ
เสียงของเทพีน้ำค้างเหมันต์ดังขึ้นช้าๆ ราบเรียบแต่ทรงพลัง
“เ้าปล่อยให้ความแค้นกลืนกินจนั์ตามืดบอด เ้าทำลายทั้งเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และแม้กระทั่งความจริงใจของผู้อื่น…”
ภูติหิมะกัดฟันกรอด เืไหลซึมจากมุมปาก ดวงตาเต็มไปด้วยไฟแค้น “ข้าหามิได้้าเกียรติยศ! แต่เพราะพวกเ้า…ทำลายทุกสิ่งที่ข้ามี เมื่อครั้งก่อน ข้าสูญสิ้นครอบครัว สูญสิ้นบ้านเกิด แต่แล้วพวกเ้าก็กลับทำให้ข้าสูญสิ้นแม้โอกาสที่จะล้างแค้นและฟื้นฟูแผ่นดินเกิดของข้า!”