“ท่านพี่” กู้หยูม่านมองสามีอย่างลำบากใจ “ไฉไฉบอกว่าหลังจากกินยาเม็ดนี้เข้าไป ร่างกายท่านจะทรมานมากเลยนะเจ้าคะ”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าอยากเดินเคียงข้างและอยากขี่ม้าไปพร้อมเจ้ากับลูกๆ มากเพียงใด” เฮ่อหลานจวินจับมือภรรยา “ไม่ต้องกังวล ขอแค่ผ่านวันนี้ไปได้ เจ้าก็จะไม่เห็นข้าต้องเจ็บปวดอีกแล้ว”
กู้หยูม่านยื่นยาและน้ำเปล่าให้สามี “คืนนี้ข้าจะนอนในมิติกับท่านนะเจ้าคะ”
“ได้สิ” เฮ่อหลานจวินยิ้มกว้างให้ภรรยา “พรุ่งนี้ข้าคงต้องรับบทเป็นคนเจ้าอารมณ์ที่ถูกความโมโหทำให้ล้มป่วย เจ้ากับเฉินซีก็ต้องเล่นละครให้ดีแล้วอย่าได้ใจอ่อนกับคนเลวพวกนั้นเป็นอันขาด”
“ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะ” กู้หยูม่านตอบ
ทันทีที่เฮ่อหลานจวินกลืนยาเม็ดสุดท้ายลงไป ความเจ็บปวดและความร้อนก็กระจายไปทั่วร่าง ดีที่เขากับภรรยาเข้ามาอยู่ในมิติวิเศษ ความเย็นในมิติวิเศษจึงช่วยบรรเทาความร้อนให้เขาได้บ้าง
กู้หยูม่านเห็นสามีเหงื่อออกมาก นางจึงยกอ่างน้ำเย็นและเอาผ้ามาเช็ดตัวให้สามี เมื่อความร้อนคลายลง เฮ่อหลานจวินก็เริ่มปวดตามกระดูก กู้หยูม่านไม่รู้จะช่วยสามีอย่างไร นางจึงกอดสามีไว้แล้วนอนเคียงคู่กับเขาไปจนถึงเช้า แต่ก็น่าแปลกที่อ้อมกอดของกู้หยูม่านกลับช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้เฮ่อหลานจวินได้เป็นอย่างดี
“พี่หญิง อยู่ดีๆ ทำไมพี่เขยถึงล้มป่วยขอรับ” กู้เฉินซีถามเมื่อเดินมาเห็นพี่เขยนอนหน้าซีดอยู่บนเตียง
“ก็จะอะไรเสียอีก ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องเมื่อคืนที่ทำให้พี่เขยของเจ้าโมโหจนกระอักเลือดออกมา” กู้หยูม่านใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้สามี “แต่เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ได้นอนพักสักวัน อาการของเขาก็น่าจะดีขึ้นแล้ว”
“เป็นความผิดของข้าเองขอรับที่ทำให้พี่เขยต้องเป็นเช่นนี้” กู้เฉินซีพูดอย่างรู้สึกผิด
“จะโทษเจ้าได้อย่างไร ในเมื่อคนผิดคือหม่าต้วนกับหม่าชิงเหยา” กู้หยูม่านตบไหล่น้องชาย “อย่าคิดมากไปเลย หากท่านพี่รู้ว่าเจ้าเอาแต่โทษตัวเอง เขาจะไม่สบายใจ”
“ขอรับ ข้าจะไม่คิดมากอีกแล้ว” กู้เฉินซีถามสิ่งที่คิดอยู่ในใจ “พี่หญิง ข้าสงสัยว่าท่านกับพี่เขยรู้ได้อย่างไรว่าหม่าต้วนกับหม่าชิงเหยาจะมาพาตัวข้าไปวางยาปลุกกำหนัด”
“เจ้าก็เห็นแล้วว่าก่อนกลับเมืองหลวง ท่านพ่อกับพ่อสามีได้มอบผู้คุ้มกันไว้ให้เราตั้งยี่สิบคน ยังมีองครักษ์ขององค์ชายสามที่คอยคุ้มกันเราอยู่เงียบๆ อีก แค่พวกเขาเห็นหม่าต้วนกับหม่าชิงเหยาคอยมาป้วนเปี้ยนอยู่แถวบ้านเรา พวกเขาก็ไปสืบจนรู้ว่าสองพ่อลูกต้องการวางแผนร้ายกับเจ้าแล้ว เมื่อพวกเขามารายงานข้ากับท่านพี่ เราสองคนจึงให้เจ้าซ้อนแผนเพื่อที่จะจัดการกับสองพ่อลูกคู่นั้น” กู้หยูม่านไม่ได้บอกเรื่องคำเตือนของไฉไฉกับน้องชาย
“ยังเป็นท่านพ่อ พี่ใหญ่ แล้วก็พวกท่านที่คิดการได้รอบคอบ มีแต่ข้าที่ใช้ชีวิตอยู่อย่างสบายใจและไม่ทันระวังตัว”
“ความจริงแล้วเราสองคนก็ไม่ได้คิดอะไรมากมายขนาดนั้น เพียงแต่หม่าต้วนกับหม่าชิงเหยามั่นใจในแผนการของตนเองมากเกินไป แผนของพวกเขาจึงถูกเราย้อนกลับได้ง่ายๆ อีกไม่นานท่านลุงจงเต๋อคงจะให้คนมาเรียกพวกเราไปที่ศาลบรรพชนแล้ว เจ้าเตรียมตัวให้พร้อมไว้ก็พอ”
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าท่านลุงจงเต๋อจะให้คนมาตามเรา?”
“ก็จะอะไรเสียอีกถ้าไม่ใช่ผู้คุ้มกันของเราที่มารายงาน” กู้หยูม่านหัวเราะเสียงดังเมื่อได้ยินเสียงคนตะโกนเรียก “ไปกัน...เดี๋ยวเราไปถึง เจ้าจะได้ฟังเรื่องสนุกยิ่งกว่านี้อีก”
ณ ศาลบรรพชนตระกูลจง
“ขออภัยผู้อาวุโสทุกท่านเจ้าค่ะ เป็นเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนทำให้สามีของข้าโมโหจนกระอักเลือดข้าถึงได้มาช้า” กู้หยูม่านบีบน้ำตา “ข้าคิดว่าพอท่านพี่ฟื้นขึ้นมา ครอบครัวของเราจะย้ายออกจากหมู่บ้าน เพราะข้ากลัวว่าจะมีคนมาวางแผนร้ายกับครอบครัวของข้าอีกเจ้าค่ะ”
“แม่นางกู้โปรดใจเย็น” จงเต๋อรีบบอก แม่นางกู้จ้างคนงานในหมู่บ้านทำให้คนในหมู่บ้านมีงานทำ นอกจากนี้นางยังขายเมล็ดพันธุ์ผักอย่างดีในราคาถูก ทั้งยังให้ปุ๋ยสูตรพิเศษที่เร่งดอกเร่งผลให้ชาวบ้านไปใช้เปล่าๆ รวมถึงยังหาแหล่งขายสินค้าให้ชาวบ้านอีก ทำให้ความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านดีขึ้นไม่น้อย หากแม่นางกู้พาครอบครัวย้ายออกไป ชาวบ้านหลายครอบครัวคงกลับไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบากเหมือนเดิมเป็นแน่ “ข้ากับชาวบ้านจับตัวหม่าต้วนกับหม่าชิงเหยามาแล้ว พวกเรารับรองว่าจะตัดสินเรื่องนี้อย่างยุติธรรม”
“ขอบคุณท่านลุงเจ้าค่ะ” กู้หยูม่านพูดจบก็เดินไปหาที่นั่ง
“หม่าต้วน หม่าชิงเหยา เจ้ารู้ความผิดของตนเองหรือไม่” จงเต๋อไม่รอช้า เขาเริ่มการไต่สวน
“ข้าไม่ได้ทำอะไรผิด ทำไมข้าต้องยอมรับด้วย มีแต่เจ้ากับชาวบ้านพวกนั้นที่อยู่ดีๆ ก็จับตัวข้ามา” หม่าต้วนพูดขึ้น จากนั้นเขาก็หันไปตะคอกหัวหน้าหมู่บ้าน “จงเต๋อ เจ้าเป็นน้องเขยของข้า แต่เจ้ากลับทำให้ข้าต้องอับอาย เจ้าไม่กลัวว่าน้องสาวข้าจะหย่ากับเจ้าหรือ”
“หม่าต้วน! ตั้งแต่วันนี้ข้ากับเจ้าตัดสัมพันธ์กัน” ท่านป้าหม่าซื่อตะโกนสวนขึ้นมา “ขอให้ทุกท่านโปรดช่วยเป็นพยาน นับจากวันนี้ข้ากับหม่าต้วนจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกันอีก”
“หม่าซู! เจ้ากล้าตัดสัมพันธ์กับข้าหรือ เจ้าลืมคำสั่งเสียของท่านพ่อท่านแม่แล้วหรือว่าให้เราปกป้องดูแลกันให้ดี” หม่าต้วนไม่คิดว่าน้องสาวจะประกาศตัดสัมพันธ์กับตน
“หากไม่เห็นแก่คำสั่งเสียของท่านพ่อท่านแม่ ข้าคงไม่พาเจ้ากับครอบครัวของเจ้าย้ายมาอยู่ที่นี่ด้วยกันหรอก” ท่านป้าหม่าซื่อพูดอย่างเสียใจ “เมื่อก่อนไม่ว่าพวกเจ้าจะเอาเปรียบข้าหรือแม้แต่เอาชื่อของสามีข้าไปทำเรื่องไม่ดี แต่เพราะเห็นแก่ความเป็นญาติ ข้ากับสามีจึงปล่อยผ่านและไม่เอาเรื่องพวกเจ้า แต่ครั้งนี้สิ่งที่เจ้ากับหม่าชิงเหยาทำมันเกินไป พวกเจ้าถึงกับกล้าวางยาปลุกกำหนัดเพื่อหวังจะทำลายชื่อเสียงของคนอื่น”
“ท่านป้าเจ้าคะ ไม่ใช่ข้านะเจ้าคะ เป็นคุณชายกู้ที่คิดจะวางยาปลุกกำหนัดข้า” หม่าชิงเหยาร้องไห้อย่างน่าสงสารก่อนจะหันไปมองกู้เฉินซี “คุณชายกู้ เหตุใดท่านถึงทำกับข้าเช่นนี้ ข้าเคยบอกไปแล้วว่าขอแค่ท่านส่งคนมาสู่ขอข้าดีๆ ท่านพ่อย่อมไม่ขัดขวางความรักของเรา แต่ท่านกลับคิดที่จะบังคับข่มเหงข้าก่อนที่จะมีการทาบทาม เมื่อข้าไม่ยอมท่านก็มาวางยา ท่านทำร้ายข้าถึงเพียงนี้แต่กลับมาใส่ร้ายข้า ท่านอยากให้ข้าถูกคนจับไปถ่วงน้ำหรือเจ้าคะ”
“ไม่กี่วันก่อนเจ้ายังไปอาละวาดกับท่านป้าหม่าซื่อที่นางไม่ยอมให้เจ้าแต่งงานกับพี่จื่อเหวินอยู่เลย แต่มาวันนี้ทำไมกลายเป็นข้ากับเจ้าที่มีใจให้กันไปแล้วเล่า” กู้เฉินซีพูดขึ้นอย่างโมโห
“หม่าชิงเหยา ในเมื่อเจ้าพูดถึงเรื่องจับถ่วงน้ำขึ้นมา ข้าก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้” กู้หยูม่านจ้องหม่าชิงเหยา “เมื่อคืนชาวบ้านหลายคนต่างก็ได้ยินเสียงสุขสมของพวกเจ้า เช่นนั้นก็มีเหตุผลที่เราจะจับพวกเจ้าสองคนพ่อลูกใส่กรงหมูถ่วงน้ำได้แล้วสิ มีอย่างที่ไหนที่บิดาและบุตรสาวกล้าทำเรื่องไม่สมควรเช่นนี้ต่อกัน”
หม่าต้วนเป็นผีพนันและเข้าออกบ่อนบ่อยก็จริง แต่เขากลับเป็นคนขี้ขลาด และเมื่อดูจากท่าทางของกู้หยูม่าน นางคงไม่ปล่อยเขากับลูกสาวไปง่ายๆ แน่ เช่นนั้นก็โยนความผิดเรื่องยาปลุกกำหนัดให้ลูกสาวรับไป ส่วนเรื่องความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหม่าชิงเหยา ขอแค่เขาบอกความจริงไปว่าหม่าชิงเหยาไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ บางทีเขาอาจจะไม่ถูกจับไปถ่วงน้ำก็เป็นได้ เขาต้องชิงพูดก่อน
“เป็นนาง! นางเป็นคนบอกให้ข้าไปซื้อยาปลุกกำหนัดมาใช้กับคุณชายกู้ เป็นเพราะข้าติดหนี้ที่บ่อนเป็นเงินหลายสิบตำลึง ข้าจึงหน้ามืดตามัวทำตามแผนของนาง” หม่าต้วนชี้ไปที่หม่าชิงเหยา “ส่วนเรื่องที่เจ้าบอกว่าข้ากับนางมีสัมพันธ์ที่ไม่เหมาะสมในฐานะพ่อกับลูก ข้าจะบอกความจริงว่าหม่าชิงเหยากับหม่าชิงจู๋ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของข้า เช่นนั้นพวกเจ้าจะจับข้าไปถ่วงน้ำไม่ได้”
เมื่อได้ยินคำสารภาพของหม่าต้วน พวกเขาต่างก็หันไปหม่าชิงเหยาอย่างรังเกียจ แผนการทั้งหมดเป็นความคิดของนาง สตรีผู้นี้ช่างมีความคิดชั่วร้ายเสียจริง
“ที่เจ้าพูดมามีหลักฐานหรือไม่” จงเต๋อถาม
“มี! ข้ามีหลักฐาน” หม่าต้วนรีบบอก “เงินที่ข้าเอาไปซื้อยาปลุกกำหนัดก็ได้มาจากที่หม่าชิงเหยาให้ข้าเอาผ้าปักไปขาย ส่วนเรื่องที่ข้ากับนางไม่มีความสัมพันธ์เป็นพ่อลูก พวกเจ้าให้ข้ากับนางหยดเลือดพิสูจน์ก็ได้”
หม่าชิงเหยาได้ยินคำสารภาพของบิดาถึงกับเข่าทรุด “ท่านพ่อ เหตุใดท่านถึงโยนความผิดมาให้ข้ารับไว้คนเดียว”
“อย่าโทษข้า หากไม่ใช่เพราะเจ้าเอาเงินมาล่อ ข้าจะกล้าทำผิดกับคุณชายกู้ได้อย่างไร” หม่าต้วนยังปัดความผิดไปที่ลูกสาว
เรื่องการขายผ้าปักของหม่าชิงเหยา ชาวบ้านไม่คิดที่จะพิสูจน์เพราะพวกเขารู้ดีว่าการขายผ้าปักเป็นรายได้เพียงอย่างเดียวของหม่าชิงเหยา และมีหลายครั้งที่หม่าชิงเหยาฝากผ้าปักของตนให้เพื่อนบ้านช่วยเอาไปขาย
ส่วนเรื่องเจาะเลือดพิสูจน์นั้นไม่ยาก ไม่นานก็มีคนเอาถ้วยใส่น้ำเปล่ามาวาง จากนั้นชาวบ้านก็ช่วยกันเจาะเลือดหม่าต้วนกับหม่าชิงเหยาแล้วหยดลงไปในถ้วย ปรากฏว่าเลือดของพวกเขาไม่เข้ากันจริงๆ
“ในเมื่อหม่าต้วนได้สารภาพออกมาแล้ว ข้าจะเริ่มตัดสินความผิดตอนนี้เลย” จงเต๋อพูดอย่างเด็ดขาด “แต่ไหนแต่ไรหมู่บ้านของเราก็อยู่กันอย่างสงบสุข แต่เพราะครอบครัวของหม่าต้วนทำให้หมู่บ้านของเราเสียชื่อเสียงอยู่หลายครั้ง ทั้งเรื่องที่เกิดกับคุณชายกู้และเรื่องที่พวกเขาสองคนพ่อลูกมีสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันก็ถือเป็นเรื่องใหญ่ หากคนภายนอกรู้ ต่อไปลูกหลานในหมู่บ้านจะยังมีใครกล้ามาสู่ขอ เพื่อเป็นการเตือนและไม่ให้ทุกคนเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ข้าขอตัดสินให้ครอบครัวของหม่าต้วนย้ายออกจากหมู่บ้านทันที”
คำตัดสินนับว่าปรานีมากแล้ว เพราะให้ย้ายออกอย่างไรก็ดีกว่าการถูกขับไล่
“แม่นางกู้ เจ้าพอใจคำตัดสินนี้หรือไม่” จงเต๋อถามกู้หยูม่าน
“ท่านลุงอย่าได้ถามข้าเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ ข้าไม่อยากให้คนเข้าใจผิดคิดว่าท่านตัดสินโทษเพราะอยากเอาใจข้า เพราะข้าคงแบกรับกับคำนินทานั้นไม่ไหว” กู้หยูม่านตอบเสียงเบา
‘แม่นางกู้อย่าคิดมาก พวกเราไม่มีทางนินทาว่าร้ายท่านกับครอบครัวของท่านอย่างแน่นอน’
‘หม่าต้วนมักวางท่านักเลง หูซื่อก็หาเรื่องตบตีกับชาวบ้านไปทั่ว หม่าชิงเหยาชอบนินทาคนโน้นคนนี้และยังชอบพูดให้ผู้อื่นผิดใจกัน ส่วนหม่าชิงจู๋ก็ชอบลักเล็กขโมยน้อย สรุปแล้วคนในครอบครัวเขาไม่ใช่คนดีเลยสักคน ให้พวกเขาย้ายออกจากหมู่บ้านก็ถือว่าเมตตาพวกเขามากแล้ว หากเป็นข้าคงไล่พวกเขาออกไปเลยด้วยซ้ำ’
‘ดีที่ครั้งนี้คุณชายกู้เฉินซีรอดจากมือของหญิงใจร้ายคนนี้มาได้ ไม่เช่นนั้นสกุลกู้ของท่านต้องร้อนเป็นไฟแน่’
‘ยังมีคุณชายเฮ่อที่ต้องมาล้มป่วยเพราะเรื่องนี้ ที่แม่นางกู้ไม่เรียกร้องให้พวกเขาจ่ายค่ารักษาก็ถือว่าใจดีกับพวกเขามากแล้ว’
‘แม่นางกู้ไม่ต้องคิดมาก ไล่คนเลวๆ ออกไปได้ ต่อไปหมู่บ้านของเราจะได้อยู่กันอย่างสบายใจเสียที’
เสียงสนับสนุนของชาวบ้านล้วนเป็นไปในทิศทางที่ดี แต่ถึงอย่างนั้นกู้หยูม่านก็ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้ตนเองเพิ่มอีกสักนิด
“ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่ทุกท่านมีต่อครอบครัวเรานะเจ้าคะ” กู้หยูม่านโค้งคำนับให้ทุกคน จากนั้นนางก็หันไปพูดกับหม่าต้วน “ท่านลุงหม่า ความจริงแล้วข้าโกรธจนไม่อยากให้อภัยที่ท่านวางแผนร้ายกับน้องชายของข้า เห็นแก่ที่ท่านสารภาพความจริงและเพื่อไม่เป็นการตัดทางรอดของท่าน เช่นนั้นข้าจะขอซื้อที่ดินของท่านเพื่อให้ท่านได้มีเงินไปตั้งตัว ท่านเต็มใจจะขายที่ดินให้ข้าหรือไม่เจ้าคะ”
หม่าต้วนคิด ‘ในเมื่ออยู่ไม่ได้ ข้ายังจะเก็บที่ดินแปลงนี้ไว้ทำไม’
“ท่านลุงหม่า ว่าอย่างไรเจ้าคะ ท่านจะขายที่ดินแปลงนี้ให้ข้าในราคาที่เหมาะสมหรือไม่” กู้หยูม่านถามย้ำ
“ขายสิ ข้าจะขายที่ดินให้เจ้า” หม่าต้วนกัดฟันตอบ เขาจะฟังไม่ออกได้อย่างไรว่ากู้หยูม่านจงใจเตือนไม่ให้เขาโก่งราคา “ข้าจะขายบ้านกับที่นาให้เจ้าแค่ยี่สิบตำลึง”
จงเต๋อและชาวบ้านถึงกับแปลกใจ บ้านและที่นาของหม่าต้วนแม้จะได้กว้างมาก แต่มันก็ยังอยู่ในทำเลที่ดีและยังเป็นที่ดินที่เหมาะจะทำการเกษตร อีกทั้งราคาของที่ดินแปลงนั้นก็สูงถึงสามสิบตำลึง แต่หม่าต้วนกลับขายให้กู้หยูม่านแค่ยี่สิบตำลึง ชาวบ้านจึงคิดกันไปว่าที่หม่าต้วนขายที่ดินในราคาถูกคงเพราะอยากขอโทษกับสิ่งที่ได้ทำ
หลังซื้อขายที่ดินเสร็จ เย็นวันนั้นหม่าต้วนก็พาครอบครัวย้ายออกจากหมู่บ้าน หลังจากนั้นไม่กี่วันกู้หยูม่านกับเฮ่อหลานจวินก็ได้ข่าวว่าครอบครัวของหม่าต้วนเสียชีวิตทั้งหมดเพราะถูกโจรดักปล้น แต่สองสามีภรรยาไม่รู้เลยว่าการที่ครอบครัวของหม่าต้วนต้องพบจุดจบเช่นนี้เป็นฝีมือของท่านพ่อและพี่ใหญ่
เพราะกู้เจี้ยนกับกู้เทียนโหย่วจะจัดการกับคนที่คิดร้ายกับครอบครัวด้วยวิธีการที่เด็ดขาดเสมอ เหมือนครั้งที่พวกเขาจัดการกับจวงซูซิ่นและจวงเหมยเหลียนไม่มีผิด