ตอนที่ 21 การประลองในด่านที่สาม
"ใช่แล้วพนันกัน ในเมื่อเ้า้าให้ข้าลงประลองงั้นเราก็มาพนันกันเ้ากล้าไหม?"
.............?
"ไม่ต้องห่วงข้าไม่ให้เ้าอะไรที่มันผิดศีลธรรมอะไรหรอกน่า"เจิ้งฟู่รีบพูดขึ้นทีเมื่อเห็นเทียนฉีทำหน้าสงสัยและเป็กังวล.....
“ตกลงถ้ามันไม่เป็เื่ที่มันผิดศีลธรรม ข้ายอมรับการพนันของเ้าก็ได้!!”
"ตกลงตามนี้ผู้ที่ชนะสามารถขออะไรก็ได้หนึ่งอย่างแต่ต้องเป็เื่ที่ไม่ผิดศีลธรรมการพนันของเราถือว่าเป็อันตกลง"
ตกลง!!
เมื่อพูดจบนางก็เชิดหน้าของนางขึ้นและเดินจากไปทุกคนต่างก็หันหน้ามองกันและยิ้มแห้งๆเพราะนี่หรือที่เด็กอายุแค่นี้เขาคุยกัน......
“ลูกเจิ้งเรากลับบ้านกันก่อนเถอะ แม่เ้าคงจะเป็ห่วงแล้ว”
ขอรับท่านพ่อ!!
“ถ้าไม่รังเกลียดขอเชิญทุกคนด้วยไปทานอาหารที่บ้านข้ากัน”
“อย่าเลยพี่คงซือ ข้ากับลูกชายมีเื่ที่ต้องกลับไปทำเชิญก่อนพวกท่านตามสบายเลย”ไหกู่ยกมือขึ้นปฏิเสธทันทีเพราะเขามีเื่ที่จะต้องไปทำเช่นกัน.....
“พวกข้าเองก็เช่นกันพวกเราสองคนต้องไปดูแลพื้นที่ต่อคงไม่อาจจะไปร่วมได้ไว้โอกาสหน้าพวกเราค่อยไปขอรบกวนท่านก็แล้วกัน”ส่วนถงหลางและถงเทียนเองก็ปฏิเสธไปเช่นกันเพราะพวกเขายังมีหน้าที่ที่ต้องดูแลพื้นที่โดยรอบตระกูลอยู่.....
“เช่นนั้นก็แล้วแต่พวกท่านละกันถ้าว่างก็เชิญมาได้ทุกเมื่อข้าจะได้เลี้ยงตอบแทนที่ช่วยดูแลลูกชายข้าด้วย”คงซือเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายมีธุระก็ไม่ได้คิดจะรั้งไว้เพราะต่างคนต่างมีเื่ที่ต้องทำ......
อือ!!
ขอตัวลา!!
จากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันกลับไปทางใครทางมันและข่าวที่เจิ้งฟู่สามารถอยู่ในด่านการทดสอบจิตใจได้ถึงหกชั่วยามกระจายไปทั่วตระกูลของเขาอย่างรวดเร็วจากขยะที่ถูกใครต่อใครว่ากลับกลายเป็อัจฉริยะที่ใครๆต่างก็ชื่นชมและยกยอเขาแต่ก็ยังมีคนที่ไม่พอใจกับเื่นี้อยู่นั้นก็คือพ่อลูกเล่าชู่และตงชู่นั้นเอง.....
เอี๊ยดดดดด!!
ตุบ ตุบ ตุบ!!
ยินดีต้อนรับกลับบ้านจร้าาาา!!!
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูถ่างหลิงไม่รอช้านางรีบวิ่งไปต้อนรับทันทีเพราะคิดว่าต้องเป็สามีและลูกของนางอย่างแน่นอนและก็เป็อย่างที่นางคิดจริงๆเมื่อนางไปถึงหน้าประตูก็พบกับคงซือและเจิ้งฟู่ที่กำลังยืนยิ้มหน้าบานอยู่ที่ทางเข้า....
ท่านแม่!!
หญิงสาวผู้เป็แม่เมื่อเห็นหน้าลูกชายตัวเองนางก็รีบเข้าไปกอดลูกชายด้วยความดีใจและรู้สึกภูมิใจในทันทีนางไม่เคยคิดเลยว่าลูกชายตัวเองจะมาถึงขนาดนี้ได้นางคิดเพียงว่าลูกนางคงเป็ได้แค่จอหงวนหรือไม่ก็คงขุนนางทั่วๆไปที่ไม่อาจเข้ามายุ่งเกี่ยวกับโลกของยุทธภาพได้.....
แต่แล้วในที่สุดเขาก็สามารถที่จะเข้ามาอยู่ในโลกของการฝึกยุทธได้สำเร็จนางเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงสามารถทำได้แต่นางก็ดีใจกับเขาอยู่ดี....
"ท่านแม่ท่านเป็อะไร ทำไมถึงร้องไห้?"เจิ้งฟู่ถามขึ้นเมื่อเห็นน้ำใสๆที่ดวงตาของมารดา.....
“แม่ไม่เป็ไร แค่ฝุ่นเข้าตานะลูกมาเถอะเรามาทานข้าวกันแม่ทำอาหารอร่อยๆไว้ให้ลูกเยอะแยะเลยนะแถมยังมีของชอบเ้าด้วย”
เย้ๆๆๆ!!
“ลูกเราโตขึ้นมากแล้วตอนนี้เขาก็แปดขวบแล้วอีกสามปีจะมีการประลองระหว่างตระกูลและเขาก็เป็ที่คาดหวังของตระกูลเรามากด้วยดังนั้น.....”
“ข้าทราบดีค่ะท่านพี่สำหรับผู้ฝึกยุทธแล้วการต่อสู้ยังไงก็หนีไม่พ้นอยู่ดีเมื่อเขาตัดสินใจที่จะเลือกทางนี้แล้วข้าคงทำอะไรไมได้”
อือ!!
หลังจากนั้นทั้งสามพ่อแม่ลูกก็กินข้าวร่วมกันและพูดคุยกันอย่างมีความสุขก่อนที่จะกินข้าวเสร็จจากนั้นเจิ้งฟู่ก็กลับเข้าห้องของเขาไปเพื่อปรับสมดุลพลังซีภายในร่างกายที่เขาดูดซับมาจากมิติทดสอบจิตใจก่อนหน้านี้.....
จากระดับพื้นฐานขั้นหกชั้นสูงเลื่อนเป็ขั้นเจ็ดได้นั้นก็ทำให้ทุกคนอิจฉาแล้วแต่มันไม่ได้เป็เพียงแค่นั้นเขายังสามารถดูดซับพลังอย่างต่อเนื่องจนเลยผ่านมาอีกสามชั่วยามทำให้พลังของเจิ้งฟู่นั้นอยู่จุดสูงสุดของขั้นเจ็ดชั้นสูงแล้วเพียงแค่ก้าวเดียวก็จะสามารถทะลวงผ่านไปได้แล้ว.....
ตอนนี้สิ่งที่เขาสมควรทำที่สุดคือการปรับพลังให้สมดุลและพักผ่อนให้เต็มที่เพราะในวันพรุ่งนี้เขาจะต้องลงประลองแต่มันคงจะไม่เป็เื่ยากสำหรับเขาหรอกที่จะเจอกับเด็กคนๆอื่นแต่ที่เขาหนักใจคือสิ่งที่ไม่คาดคิดต่างหากหละ......
ในที่สุดรุ่งเช้าก็มาถึงทุกคนต่างไปรวมตัวกันที่ลานทดสอบเพื่อชมการประลองในด่านนี้และผู้ที่ชนะจะได้รับหินพลังซีระดับต่ำเพิ่มอีกห้าก้อนแถมยังได้รับโสมพลังกายไปอีกด้วยเพราะเื่นี้เลยทำให้ทุกคนต่างก็ตื่นเต้นกับการประลองนี้มากถึงทุกคนจะรู้ว่าเจิ้งฟู่มีระดับพลังที่สูงแต่พวกเขาก็รู้ว่าเจิ้งฟู่ยังไม่ได้ฝึกทักษะต่อสู้ใดๆเลยเพราะเขาใช้เวลาไปกับการเรียนสะมากกว่า....
แถมข่าวที่เขาไปเลือกทักษะต่อสู้ก็ยังถูกพูดกันไปทั่วว่าเขาพึ่งจะเลือกทักษะเมื่อเดือนก่อนเองนั่นจึงทำให้ทุกคนไม่กลัวที่จะประลองกับเขาแต่บ้างก็กลัวเพราะว่าระดับพลังที่แตกต่างกัน....
“ลูกเจิ้งเ้าพร้อมไหม ถ้าเ้าไม่้าที่จะเปลี่ยนใจก็....”
"ท่านพ่อลูกได้เดิมพันกับเทียนฉีไว้แล้วยังไงลูกก็ต้องลงประลองอยู่ดี"
“อือ ถ้างั้นก็ขอให้เ้าโชคดี ถ้าเกิดไม่ไหวก็ยอมแพ้สะอย่าฝืนเดียวกลืนไม่ลง”
ขอรับท่านพ่อ!!
พวกเขาทั้งสองเดินทางออกจากที่พักตรงไปยังลานทดสอบทันทีเพียงเวลาไม่นานลานทดสอบก็ถูกเปลี่ยนให้เป็ลานประลองในชั่วข้ามคืนเท่านั้น......
“อรุณสวัสดิ์พี่คงซือ!!” เมื่อทั้งคู่มาถึงเสียงทักทายของไหกู่ก็ดังขึ้นเมื่อเห็นทั้งสอง.......
“อ้า....เช่นกันน้องไหกู่!!”
“คาราวะท่านลุงคงซือ”
“เช่นกันหลานไหกัง!!”
จากนั้นคนอื่นๆก็เริ่มที่จะทยอยมาเรื่อยๆทั้งเล่าชู่และผู้าุโคนอื่นถงเทียงถงหลางต่างก็มาแล้วเช่นกันและคนสุดท้ายที่เข้ามาก็คือหม้อจือที่มักจะมาปิดท้ายเสมอ.....
“อแฮ่ม!!วันนี้เราจะเริ่มการทดสอบด่านที่สามเพื่อหาคนที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับรุนเยาว์ในปีนี้และสำหรับรางวัลทุกคนคงจะทราบดีอยู่แล้วไม่ต้องพูดเยอะและการแข่งขันครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมดสิบหกคนจากสิบเก้าคน”เสียงประกาศของกรรมการดังขึ้น......
“แสดงว่ามีสามคนที่สละสิทธิสินะ?”
“พวกนั้นคงเป็พวกลูกคนรับใช่หละสิท่า”
สามคนที่ไม่ลงแข่งขั้นด้วยที่จริงแล้วพวกเขาเพียงแค่้าผ่านการทดสอบเท่านั้นไม่ได้หวังที่จะลงประลองอะไรนี้ด้วยพวกเขาจึงไม่ขอร่วมและสละสิทธิ์ไป....
“การประลองจะแบ่งออกเป็สองสายสายแรกจะมีผู้เข้าประลองสี่คู่แปดคนสายที่สองเองก็เหมือนกันผู้ชนะของแต่ละสายจะมาเจอกันในรอบสุดท้ายเพื่อหาผู้ชนะส่วนรายชื่อการประลองนั้นขอให้เหล่าผู้ลงแข่งขันมาจับฉลากด้วย”
เมื่อประกาศจบทุกคนที่เข้าร่วมกันประลองก็มาจับลากเลือกคู่จนในที่สุดก็ได้รายชื่อของแต่ละคู่มาเรียบร้อยแล้วจากนั้นเสียงของกรรมการก็ดังขึ้นอีกครั้งว่า.....
“ตารางการแข่งขันจะถูกติดไว้ให้ดูว่าใครคู่กับใครและเราจะเริ่มการประลองกันในอีกครึ่งชั่วยามตอนนี้ให้ผู้เข้าประลองทุกคนเตรียมตัวให้พร้อมส่วนกติกาก็ง่ายๆทำให้อีกฝ่ายตกเวทีหรือพูดยอมแพ้ก็เป็อันว่าชนะแต่ห้ามคิดเอาชีวิตเด็ดขาด!!”
หลังจากกรรมการได้ประกาศกติกาเรียบร้อยแล้วทุกคนก็แยกย้ายไปตามจุดที่ได้เตรียมไว้ให้พวกเขามีเวลาอีกครึ่งชั่วยามในการเตรียมตัวและในรอบนี้จะมีกรรมการเพิ่มขึ้นมาเพื่อตัดสิ้นการประลองที่จะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน.....
ณ มุม มุมหนึ่ง....
“เ้าเอายาเม็ดนี้ไว้ข้าได้มันมาจากเพื่อนของข้ามันจะช่วยทำให้เ้ามีพลังเพิ่มขึ้นถึงสองเท่าทั้งร่างกายและพลังของเ้ามันจะสูงขึ้นในทันทีเมื่อกินลงไปจำไว้จงใช้มันเมื่อยามจำเป็เท่านั้น”
ขอรับท่านพ่อ!!
เล่าชู่ได้แอบมอบยาเสริมพลังให้กับตงชู่ก่อนที่จะลงประลองเพราะเขาไม่รู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คิดฝันขึ้นหรือไม่แต่ก็กันไว้ดีกว่าเพราะมันไม่รู้ว่าเจิ้งฟู่นั้นสามารถใช้ทักษะต่อสู้ได้หรือไม่แต่มันก็ต้องป้องกันไว้ก่อน......
“เรียนท่านพ่อการประลองนี้ลูกต้องชนะให้ได้ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเลยเ้าค่ะ”
“อย่าหักโหมมากจนเกินไปละถ้าเ้าสู้ไม่ไหวก็ยอมแพ้สะ!!”
“แพ้..? ไม่มีทางข้าไม่มีทางแพ้ให้กับไอ้คนแบบนั้นแน่!!”
อือ!!
*เด็กนั้นต้องมีอะไรซ่อนอยู่แน่ข้าอยากรู้จริงๆว่าเขายังมีอะไรซ่อนไว้อีก*หม้อจือเองก็คิดว่าเจิ้งฟู่ต้องมีอะไรซ่อนไว้อีกแน่ๆเช่นกันแต่ก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรและเวลายังคงเดินไปเรื่อยๆทุกคนต่างก็วอมร่างกายของตัวเองเรียบร้อยแล้วและคู่ต่อสู้คนแรกของเจิ้งฟู่ก็คือเด็กผู้ชายที่มีร่างกายใหญ่ราวกับไม่ใช่เด็กอายุแปดขวบที่ควรจะเป็.....
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!ต่อให้เ้ามีพลังเยอะกว่าแล้วยังไงถ้าเ้าไม่มีทักษะต่อสู้ก็เท่านั้นข้าต้าหลุนคนนี้จะเป็คนจัดการกับเ้าเอง”เด็กชายร่างใหญ่หัวเราะลั่นด้วยท่าทางมั่นใจในพละกำลังของตนเองว่าสามารถเอาชนะเจิ้งฟู่ได้อย่างแน่นอน......
"นั่นก็ต้องดูว่าเ้าจะมีความสามารถพอหรือป่าวละนะ!!"เจิ้งฟู่ไม่คิดจะสนใจในคำพูดของอีกฝ่ายมากนักเขาจึงตอบๆกวนๆไปเท่านั้น....
“การประลองรอบแรก เจิ้งฟู่กับต้าหลุน ขึ้นเวทีได้” เสียงของกรรมการดังขึ้นทั้งสองคนเดินขึ้นเวทีทันทีตามที่กรรมการได้ประกาศชื่อพวกเขาสนามอื่นๆก็เช่นกันทุกคู่ต่างก็เริ่มการต่อสู้แล้ว.....
“ข้าว่าเ้ายอมแพ้ก่อนนะดีกว่านะเ้าเปียก!!”ต้าหลุนกล่าวพร้อมกับจ้องมองอย่างดุร้าย......
"เข้ามาเถอะอย่ามั่วแต่พูดให้เสียเวลาเลยเหม็นขี้ปากวะ!!"
“เ้า!! ได้ข้าจัดให้ตามที่เ้า้า”
“จำไว้เพียงแค่รู้แพ้ชนะเท่านั้นห้ามลงมือรุนแรงเกินไป เข้าใจนะ?”
ขอรับ!!!
เริ่ม!!
เมื่อกรรมการบอกเริ่มต้าหลุนไม่รอช้าเขารีบใช้ทักษะของเขาโจมตีใส่เจิ้งฟู่ทันทีเพราะไม่้าเสียเวลาและ้าจบไว้ๆ.....
ย้าาาา!!
ทักษะกระบอกเหล็กกระบวนท่าที่หนึ่ง!!
[กระบอกกระแทก]
หวืด!!
ทุกคนต่างก็จ้องมองมาที่คู่ของเจิ้งฟู่กับต้าหลุนพวกเขาอยากรู้ว่าเจิ้งฟู่จะทำยังไงและจะใช้ทักษะอะไรออกมารับมือ.....
ปัง!!
ทันใดนั้นเองกระบองของต้าหลุนที่ฟาดออกไปก็หยุดลงและมันไม่สามารถที่จะดันไปข้างหน้าต่อได้อีกเมื่อกระทบกับอะไรบางอย่าง....
“นั้นมันทักษะอะไรกันข้ามองไม่ทันเลย...?”
“มันดูคล้ายๆกับทักษะกระบี่อ่อนเลยนิแต่ว่ากระบวนท่ามัน.....?”
ทุกคนต่างตกอยู่ในความสงสัยกับทักษะที่เจิ้งฟู่ใช่มีบางคนเคยฝึกทักษะนี้พวกเขาจึงคิดว่าเป็ทักษะเดียวกับที่พวกเขาฝึกแต่เมื่อมองการเคลื่อนไหวและท่วงท่ามันกลับต่างออกไปแต่อนุภาพมันดีกว่าจึงทำให้พวกมันไม่แน่ใจว่าใช่หรือไม่ใช่....
“นั่นทักษะกระบี่อ่อน?” เล่าชู่อุทานออกมาด้วยความใทันทีเมื่อเห็นทักษะที่เจิ้งฟู่ใช้....
“ถูกต้องแล้วนั้นคือทักษะกระบี่อ่อน!!”ถงหลางพูดตอบไปในทันที.....
“แต่เหตุใดมันถึงเคลื่อนไหวต่างออกไปจากตำราละ?”
“เื่นั้นข้าก็บอกท่านไม่ได้หรอกนะลองไปถามเขาดูสิ” ถงหลางพูดแหย่อีกครั้งเมื่อได้โอกาส.....
อั๊ก!!
เล่าชู่ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองทันทีเมื่อถูกขัดขาแบบนี้ถึงมันจะอยากรู้ว่าใช่หรือไม่แต่จะให้มันที่เป็ผู้าุโใหญ่ไปถามเด็กรุ่นเยาว์เนี่ยนะบ้าหรือป่าวมันก็ไม่ต่างไปจากการตบหน้าตัวเองนะสิแบบนั้น......
“เ้าหนูนี่ไม่เลวเลย ท่านคงซือลูกชายท่านช่างยอดเยี่ยมนัก” ทันใดนั้นหม้อจือที่นั่งเงียบมานานก็หันไปหาคงซือพร้อมกับพูดชมขึ้น.....
“ท่านผู้นำตระกูลชมเกินไปแล้วเขายังด้อยประสบการณ์มากนักไม่ได้พิเศษอะไรหรอกขอรับ”
“ไม่หรอกข้าชมเขาจริงๆ เขาสามารถทำให้ฉีเอ๋อเกิดแรงกระตุ้นขึ้นมาได้ข้าต้องขอบคุณเขาทีด้วย”
ขอรับ!!
คงซือที่ได้ยินนั้นไม่รู้จะรู้สึกดีใจหรือเศร้าใจดีเพราะคำพูดของหม้อจือเหมือนมีความในแฝงอยู่อย่างนั้นแหละคงซือจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับและยิ้มแห้งๆเท่านั้น.....
กลับมาบนเวที....
“มันยังไม่จบเพียงเท่านี้หรอกเฟ้ย!! ข้าก็แค่ทดสอบเ้าดูเท่านั้นแหละคราวนี้ละข้าจะเอาจริงแล้วนะเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย!!”
ย้าาาาาาา!!!