ตอนที่ 10สวัสดีค่ะน้องชายจากต่างดาว
หลี่ฟางจิงสะดุ้งใเมื่อได้ยินเสียงะโเรียกเธอจึงหันหน้าไปมองแล้วพบว่าเป็ชายหนุ่มลูกค้าที่เพิ่งให้การรับรองไปเมื่อสักครู่เธอเดินเข้ามาสอบถามชายหนุ่มด้วยความสงสัยว่า
“ขอโทษนะคะคุณลูกค้า ไม่ทราบว่า้าอะไรเพิ่มหรือคะ?”
“ผมอยากให้คุณช่วยแนะนำคอนโดในโครงการหน่อยผมไม่อยากรอคุณโหวแล้ว ผมมีงานต้องไปทำอีกมาก”
เสิ่นอี้แจ้งความ้ากับพนักงานหญิงโดยตรง
“อ้อ! ได้ค่ะ!เชิญทางนี้เลยนะคะ ฉันจะได้แนะนำพร้อมกับให้คุณลูกค้าได้เห็นภาพไปด้วย”
หลี่ฟางจิงรับคำอย่างยินดีพลางผายมือเชิญเสิ่นอี้ตรงไปยังตำแหน่งจัดวางผังแสดงโมเดลบ้านและคอนโดมิเนียมของโครงการเพื่อที่ชายหนุ่มจะได้มองเห็นภาพรวมและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องทั้งหมด
เสิ่นอี้ลุกเดินไปตามคำแนะนำของพนักงานหญิงพร้อมรับฟังคำแนะนำอย่างผ่อนคลาย
“โครงการของเรามีทั้งบ้านเดี่ยวในเนื้อที่หลายขนาดส่วนคอนโดในปัจจุบันก็มีอยู่สองเกรดที่เลือกพักอาศัยได้หากคุณ
ลูกค้ามีเงินมากกว่าสองล้านหยวน ฉันแนะนำให้เลือกซื้อบ้านเดี่ยวดีกว่านะคะจะมีความเป็ส่วนตัวและไม่ต้องวุ่นวายเื่เพื่อนบ้านอีกด้วยเนื่องจากโครงการเราคัดเลือกลูกค้าเกรดเอทั้งนั้นค่ะ”
เสิ่นอี้พยักหน้าเป็ระยะอย่างเข้าใจเขากำลังคิดเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียในการเลือกซื้อบ้าน คฤหาสน์และคอนโดมิเนียมหรูอยู่ ซึ่งพบว่าลักษณะที่อยู่อาศัยล้วนมีความแตกต่างกันไปคนละอย่าง
พลันมีเสียงพูดเหน็บแนมหลี่ฟางจิงขึ้นมาอย่างไม่พอใจจากโหวเจียวโจวที่เดินมาพร้อมลูกค้าชายว่า
“น้องสาวหลี่ คุณเพิ่งได้ลูกค้าหรือ? ขอให้โชคดีนะ”
หลี่ฟางจิงยิ้มแหยก่อนตอบคำถามของโหวเจียวโจวตามจริงว่า
“พี่ชายโหวค่ะอันที่จริงคุณลูกค้าคนนี้เป็ลูกค้านัดหมายของพี่แหละค่ะเผอิญว่าเขา้าให้ฉันช่วยแนะนำ”
หลี่ฟางจิงรับรู้อิทธิพลของโหวเจียวโจวเป็อย่างดีจึงไม่้าให้อีกฝ่ายรับรู้ภายหลังว่าแย่งลูกค้าไปจากเขา จึงรีบ
กล่าวออกตัวไว้ก่อนอย่างกังวลใจ
“อ้าว! หากเป็ลูกค้าพี่ก็ต้องรอให้พี่เสร็จงานก่อนสิ จะมาแย่งกันแบบนี้ได้ยังไง?”
เสิ่นอี้พ่นลมหายใจอย่างไม่พอใจที่พบบรรยากาศไม่เอื้ออำนวยในการบริการของพนักงานเขาโพล่งขึ้นมาทันทีเพราะไม่
้าเสียเวลาอีกต่อไปว่า
“ผม้าให้คุณคนนี้ช่วยเองผมไม่อยากเสียเวลารออีกแล้ว ตกลงผมเลือกบ้านดีกว่า เอาหลังนี้แหละ”
เสิ่นอี้ชี้ตำแหน่งบ้านที่เขาเห็นว่าเป็ชัยภูมิเหมาะสมเพราะอยู่ห่างไกลจากบ้านหลังอื่นซึ่งช่วยให้เขาไม่ต้องวุ่นวายกับเพื่อนบ้านรอบข้างมากนัก
“เอ๊ะ! นี่มันบ้านที่ผมเลือกไว้แล้วนี่”พลันมีเสียงท้วงขึ้นจากชายหนุ่มที่มากับโหวเจียวโจวทันที
เสิ้นอี้เลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจที่ภารกิจตนมีอุปสรรคขัดขวางทว่าเขาไม่เป็กังวลเท่าใดนัก เนื่องจากมีแผนสำรองไว้
หลายแผนอยู่
“ในเมื่อลูกค้าผมเลือกไว้แล้วก็ควรให้เป็สิทธิ์ทางนี้ คุณเลือกทีหลังก็ควรถอยให้ จริงไหมครับ?”
โหวเจียวโจวพูดเน้นเสียงใส่เสิ่นอี้โดยตรงเขากำลังลังเลใจในการเลือกให้บริการแต่เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มหล่อเหลาตัดสิน
ใจเลือกรับบริการจากพนักงานหญิงรุ่นน้องทำให้เขาเลือกเข้าข้างลูกค้าข้างกายตนแทนทันที
“ถูกต้องผมเลือกก่อนก็ควรได้สิทธิ์นั้นก่อน” ชายหนุ่มที่มากับโหวเจียวโจวพูดสนับสนุนอีกเสียงอย่างมั่นใจ
เสิ่นอี้หรี่ตามองทั้งสองคนเขาพบว่าทั้งคู่ตั้งใจท้าทายตนจึงตอบกลับอย่างอวดดีว่า
“ผมไม่เอาบ้านหลังนี้ก็ได้มันเล็กและแคบเกินไป ผมเลือกคฤหาสน์หลังนี้เลยละกัน”
เสิ่นอี้ชี้นิ้วเปลี่ยนทิศทางตรงไปยังตำแหน่งที่อยู่ของคฤหาสน์หลังหนึ่งในเขตพื้นที่เ่าั้มีคฤหาสน์อยู่เพียงยี่สิบหลัง โดยมีหลังหนึ่งที่ติดป้าย“ว่าง” ซึ่งเขาเห็นว่าเป็ทำเลห่างไกลผู้คนเช่นกันถึงแม้จะมีราคาสูงมากถึงห้าล้านหยวนก็ตาม
หลี่ฟางจิงตาโตเป็ประกายอย่างยินดีที่เห็นว่าชายหนุ่มหล่อเหลาตัดสินใจเลือกคฤหาสน์หรูแทนเหตุเพราะการเลือกของเสิ่นอี้จะทำให้เธอได้รับเงินคอมมิชชันมากกว่าโหวเจียวโจวทันที
โหวเจียวโจวและชายหนุ่มลูกค้าต่างพากันตกตะลึงที่ไม่คาดคิดว่าชายหนุ่มหล่อเหลาจะเปลี่ยนใจไปเลือกคฤหาสน์หรูแทนในทันทีซึ่งเป็ราคาสูงเกินไปสำหรับลูกค้าหนุ่มอีกราย
จินฟางหรงกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอเขาไม่อยากเชื่อว่าชายหนุ่มหล่อเหลาจะกล้าเลือกซื้อคฤหาสน์หรูแทนบ้านที่เขาเลือกไว้ก่อนแล้วทำให้เขาไม่กล้าท้าทายกับอีกฝ่ายต่อไปเพราะไม่มีเงินสูงมากพอที่จะแข่งขันได้
โหวเจียวโจวกัดฟันแน่นอย่างไม่พอใจที่ตนปล่อยลูกค้าเงินหนาทิ้งไปซึ่งเขาไม่กล้าที่จะแย่งชิงลูกค้าต่อหน้าพนักงานขายทั้งหลาย โดยที่เวลานี้ทุกคนกำลังจ้องมองพวกเขาอยู่จุดเดียวจึงเลือกที่จะกล่าวข่มเสิ่นอี้โดยตรงว่า
“เขตคฤหาสน์หรูต้องจ่ายครั้งเดียวนะครับไม่มีให้ผ่อนชำระ ไม่เหมือนบ้านหรือคอนโดนะ”
เสิ่นอี้ยิ้มมุมปากอย่างนึกสมเพชโหวเจียวโจวเขาหันหน้าไปบอกหลี่ฟางจิงอย่างผ่อนคลายว่า
“ตกลงครับ ผมเลือกคฤหาสน์หลังนี้แหละพวกเราไปทำสัญญาซื้อขายกันเถอะ”
หลี่ฟางจิงกำลังสับสนในการตัดสินใจเลือกบ้านของเสิ่นอี้ที่ดูง่ายดายจนทำให้เธอตามอารมณ์เขาไม่ทันเธอรีบดึงสติตนเองกลับคืนมาแล้วกล่าวเชื้อเชิญชายหนุ่มอย่างยินดีว่า
“อ๊ะ! เชิญทางนี้ค่ะ”
โหวเจียวโจวจ้องมองแผ่นหลังของเสิ่นอี้ด้วยความเสียดายลูกค้ากระเป๋าหนักและซื้อง่ายเช่นนี้ทว่าเขาไม่สามารถทอดทิ้งลูกค้าอีกคนได้ จึงยิ้มแห้งให้อีกฝ่ายแล้วพาไปติดต่อธุรกรรมซื้อขายบ้านอย่างเฉื่อยชา
..........
เสิ่นอี้นำหนังสือสัญญาซื้อขายพร้อมใบเสร็จรับเงินและกุญแจบ้านจากหลี่ฟางจิงในเวลารวดเร็วจากนั้นหญิงสาวพาเขาไปชมบ้านอย่างกระตือรือร้นเขากวาดสายตามองสำรวจบ้านหลังใหม่ของตนเองอย่างตื่นเต้นพลางคิดในใจอย่างมีความสุข
ว่า
‘เสิ่นอี้เอ๋ย.....เ้าไม่ใช่คนยากจนเหมือนเดิมแล้วดูบ้านสิ.....โอ่อ่ายิ่งกว่าบ้านของเถ้าแก่เสียอีก ชิชะ! สมน้ำหน้าจ้าวเฟยเซียน กล้านอกใจฉันไปเลือกเ้าหนุ่มนั่นอย่ามาเสียดายฉันทีหลังละ ระดับฉันต้องได้ภรรยาดีกว่าเธอ’
เขาเดินสำรวจรอบบ้านที่มีอาณาเขตกว้างถึงครึ่งเอเคอร์โดยมีรั้วรอบบ้านแข็งแรง หน้าและหลังบ้านมีสวนหย่อมร่มรื่นสบายตาโดยหน้าบ้านมีสระน้ำขนาดเล็กที่มีปลาคาร์ปหลากสีว่ายไปมาจำนวนมาก
เมื่อเข้าไปสำรวจภายในบ้านที่เขาต้องจ่ายเพิ่มอีกหนึ่งล้านหยวนสำหรับเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งทั้งหลายทว่าพอสำรวจเข้าจริงกลับพบว่าเงินหนึ่งล้านที่จ่ายเพิ่มไปนอกเหนือจากค่าบ้านแล้วเขารู้สึกว่าการตกแต่งดูสวยงามถูกใจเขาเป็อย่างมาก
“ที่นี่ตกแต่งได้ดีทีเดียว” เสิ่นอี้เอ่ยชมกับหลี่ฟางจิงอย่างพึงพอใจ
“ใช่ค่ะฉันถึงแนะนำให้คุณจ่ายเพิ่มหากมีเงินพอ ไม่อยากให้คุณต้องไปตกแต่งเองบางทีเฟอร์นิเจอร์อาจไม่เข้ากับตัวบ้านค่ะ”
หลี่ฟางจิงยิ้มกว้างพร้อมตอบรับคำกล่าวชมของเสิ่นอี้อย่างพึงพอใจเธอตั้งใจบริการชายหนุ่มอย่างดีเพื่อสร้างความประทับใจโดยคิดว่าวันนี้เป็วันดีมีโชคของเธออย่างแท้จริง
เมื่อตรวจสอบบ้านทุกซอกมุมจนพอใจแล้วเสิ่นอี้แยกย้ายกับหลี่ฟางจิงจากนั้นเขารีบเดินทางไปยังโชว์รูมรถยนต์หรูเพื่อจัดซื้อรถเป็รายการต่อไป
..........
เสิ่นอี้มาถึงโชว์รูมรถยนต์ยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยูเพราะชื่นชอบในสมรรถนะของมันเป็การส่วนตัวเมื่อสำรวจเงินในบัญชีแล้วพบว่าหายไปแล้วหกล้านหยวนจากการซื้อบ้านเขาจึงตั้งเป้าหมายในการซื้อรถยนต์ไม่เกินสองล้านหยวนเพราะต้องเตรียมเงินไว้สำหรับจัดซื้อนาฬิกาและแหวนหยกสักวงด้วย
โชคดีที่การซื้อรถยนต์ไม่มีเหตุวุ่นวายสำหรับเขาโดยเขาขับรถยนต์หรูยี่ห้อบีเอ็มดับเบิลยูรุ่นซีรีส์ห้าตัวท็อปที่มีราคาอยู่ในวงเงินตามที่คาดการณ์ไว้พอดี
จากนั้นเขาต้องขับรถยนต์หรูกลับบ้านทันทีเพราะเวลาล่วงเลยไปเกือบค่ำแล้วโดยคิดว่ายังมีเวลาเหลืออีกหนึ่งวันในการทำภารกิจที่เหลือของงานแรกให้เสร็จสิ้นได้
เมื่อก้าวเข้ามาในบ้านหลังใหม่ที่โอ่อ่าแต่ต้องอาศัยอยู่เพียงลำพังรวมทั้งงานทำความสะอาดอีกด้วย ทำให้เขารีบค้นหาข้อมูลเพื่อจ้างงานแม่บ้านกับบริษัทหรือใครสักคน
พลันมีเสียงโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นก่อนที่เขาจะค้นหาหมายเลขบริษัทรับทำความสะอาดพอกดรับสายกลายเป็เสียงอันคุ้นเคยที่ไม่คิดว่าจะได้ยิน
“สวัสดีค่ะน้องชายจากต่างดาวจำพี่ซินดี้ได้ไหมคะ?”
เสิ่นอี้เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจพลางตอบกลับอย่างผ่อนคลายโดยแฝงความคาดหวังไว้ว่า
“สวัสดีครับพี่ซินดี้ จำได้ครับ ตกลงจะมาทำงานกับผมแล้วใช่ไหมครับ?”
“เอ่อ.....หากน้องเสิ่นอี้อยากจ้างพี่ซินดี้จริงๆ ละก็ พี่ขอพาน้องชายไปทำงานด้วยได้ไหมคะ?ค่าจ้างไม่คิดเพิ่มหรอกค่ะ คิดเท่าเดิมพี่ไม่อยากทิ้งน้องชายให้ทำงานที่ร้านเสริมสวยคนเดียว”
ซินดี้กล่าวตอบเสิ่นอี้อย่างเกรงใจเพราะเขาไม่เคยเปิดเผยข้อมูลของลูกจ้างในร้านที่ความเป็จริงเป็น้องชายคนเดียวของตนให้ชายหนุ่มรับรู้มาก่อนจึงรีบกล่าวออกตัวถึงเื่ค่าจ้างจำนวนมากซึ่งเป็ตัวเลขที่ชายหนุ่มเคยเสนอไว้มากถึงสองหมื่นหยวนต่อเดือน
เสิ่นอี้ครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนที่จะถามกลับอย่างคาดหวังว่า
“น้องชายของพี่ซินดี้ ทำอาหาร ขับรถหรือทำงานบ้านได้ไหมครับ?”