นิยายแห่งรักพันผูกที่ผูกพันธ์ พ่อลูก-ผูก-พัน-รัก เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่๔
“ออฟ” แซนเรียกชื่อเพื่อนรัก เมื่อเขาตัดสินใจชัดเจน “แซนอยากไปหาพี่ปลา”
ออฟมองหน้าเพื่อนรัก เมื่อเห็นว่าแซนไม่ได้พูดเล่น จึงถามซ้ำ “เอาจริงเหรอแซน?” ออฟถามด้วยความหวั่นวิตก
“อืม..” แซนรับคำ แล้วอธิบายต่อ “แซนอยากไหว้พี่ปลา อยากขอโทษพี่เค้า อยากขอโทษเื่น้ำ .. เื่ทั้งหมด”
“เอางั้นก็ได้”
แซนยิ้มรับการตัดสินใจของออฟ
“แต่ถ้าพี่ปลาะเิอารมณ์หรืออาละวาดอะไรสักอย่าง แซนต้องถอยนะ อย่าดื้อนะเพื่อความปลอดภัยของแซนเอง” ออฟบอกข้อตกลงที่ดูจะเป็ข้อห้ามเพราะเป็ห่วงแซน ออฟกลัวแซนจะคิดสั้น โดยการเข้าไปพูดยั่วอารมณ์ให้พี่ปลาโกรธและฆ่าเขา
แซนคิดเท่าทันเพื่อน จึงบอกไป “เราไม่คิดสั้นหรอกน่า”
“ไม่รู้ล่ะ ตกลงกันไว้ก่อนเพราะแค่เื่ที่ผ่านมา แม่แซนก็ไม่เคยอภัยให้ออฟเลย ถ้าออฟพาแซนไปหาพี่ปลา แล้วเกิดอะไรขึ้นอีก ออฟจะกลายเป็คนบาปในสายตาแม่แซนไปตลอดชีวิตแน่”
“ไม่ต้องห่วงหรอกออฟ เรารับปากออฟเลยว่า เราไม่คิดสั้นแน่นอน” แซนยืนกรานอย่างชัดเจน
“ได้ได้” แล้วออฟก็เดินนำแซนไปบ้านพี่ปลา
แซนเดินตามเพื่อนออฟไป
เมื่อถึงคอนโดฯ ชลกับชีทพาซีเข้าไปที่ห้องของตน ซีมองไปรอบๆ ห้องพักของชล ทุกอย่างตกแต่งอย่างสวยงาม..
ไม่ว่าจะเป็ชุดรับแขกสีสันสวยงามขนาดพอดีโทรทัศน์ขนาดใหญ่ที่มองดูได้อย่างเต็มตา จัดวางไว้อย่างพอเหมาะ โต๊ะกินข้าวที่จัดวางอาหารไว้อย่างน่าชวนชิม แล้วอีกสารพัดที่ตกแต่งไว้อย่างปราณีตแม้จะมีอายุกว่าสิบปีแล้ว แต่ก็ไม่ได้มีอะไรทรุดโทรม ข้าวของทุกอย่างจัดวางไว้อย่างลงตัว มองไปทางไหนก็น่ามอง ..
ทำไมเราไม่ได้อยู่ในห้องแบบนี้บ้างนะ.. ทำไมเราจึงต้องอยู่ในที่ที่แสนโดดเดี่ยว .. ไร้ความน่ามองอย่างนั้น .. ดาร์กไซค์ของซีแว่บขึ้นมาในความคิด..
ชลชวนซีร่วมโต๊ะอาหาร แล้วทั้งสามก็นั่งกินข้าวร่วมกัน
“อนาคตชีอยากเป็อะไรล่ะ”
“ซีอยากเป็ดาราค่ะพ่อ” ชีทตอบแทนซี
“เอ่อ.. จริงๆ แล้ว ซีอยากเป็นักแสดงที่มีฝีมือครับ” ซีบอกพ่อชล
“ถ้าเป็นักแสดง ก็.. แบบพ่อนะ แต่ถ้าเป็ดารา ก็.. ” ชลจงใจทอดเสียงอย่างมีความหมายแต่ไม่ได้อธิบายต่อ
“แล้ว.. ดารากับนักแสดงต่างกันยังไงคะพ่อ” ชีทถามพ่อของเธอ
“ซีลองอธิบายซิ” พ่อชลบอกให้ซี พร้อมกับรอยยิ้มที่ซีชอบนักหนา
“ก็.. ถ้าซีพูดผิดพ่อช่วยแก้ให้ถูกด้วยนะครับ” ซีเอ่ยอย่างถ่อมตน
ชลวิทย์พยักหน้าให้ซี พร้อมกับยิ้มให้กำลังใจเขาอีก
ซีหัวใจพองโต จึงอธิบายให้ชีทฟัง “ดาราคือคนที่แสดงอะไรก็เอาตัวเองเล่นหรือเล่นบทไหนก็เป็ตัวเอง ผลงานทุกเื่ก็แสดงเหมือนกันหมด แค่เปลี่ยนชุดเปลี่ยนทรงผม เปลี่ยนการแต่งหน้าไปตามเื่ราวเท่านั้น .. ใช่ไหมครับพ่อชล”
ชลพยักหน้ารับ และถามต่อ “แล้วนักแสดงล่ะ”
“นักแสดงคือคนที่ฝึกฝนการแสดงอย่างดียอมทำทุกอย่างเพื่อเปลี่ยนตัวเองไปเป็ตัวละคร เมื่อแสดงบทไหนก็กลายเป็ตัวละครตัวนั้น”
“เก่งมากซี” ชลชมซี
ซียิ้มรับและก้มหน้าอย่างเอียงอายแต่เขาก็พึงพอใจไม่น้อย ที่พ่อชลอกปากชม “ขอบคุณครับพ่อ”
ชีทชมซีอีกมากมาย ซีได้แต่ยิ้มรับ เขามิได้เขินอายอย่างที่ตอนพ่อชลชมเขา ชลวิทย์ยังชมซีต่ออีกว่า .. คิดถึงอนาคตไว้อย่างชัดเจนและหาข้อมูลไว้อย่างดี แต่ซีทสิ.. ไม่คิดอะไรไว้เลย
คำพูดพ่อชล ทำให้เด็กสาวงอนจนแก้มป่อง
“พี่ปลาครับ” แซนเรียก เมื่อเขาเดินไปถึงหน้าบ้านพี่ปลา แล้วเห็นพี่ปลากำลังก้มๆ เงยๆจัดข้าวของที่จะขายอยู่หน้าบ้าน
เ้าของชื่อหันมามองหน้าแซน เขาจำแซนได้ดี เมื่อเห็นหน้าแซนอีกครั้ง สายตาที่จงเกลียดจงชัง มองมาที่แซนอย่างชัดเจน
แซนไหว้พี่ปลา “ขอโทษครับพี่ แซนขอโทษสำหรับทุกอย่าง”
พี่ปลาโกรธ ชี้หน้าแซน “มึงยังกล้ากลับมาให้กูเห็นหน้าอีกเหรอ ไอ้...”
แซนยังพนมมืออยู่ตรงหน้าพี่ปลา เริ่มสะอึกสะอื้นไห้
“มึงเป็ต้นเหตุให้น้องกูเสียใจจนตาย มึงมัน... ” เสียงพี่ปลาขาดหายไปเขาเองก็ไม่ได้อยากพูดถึงมัน
“น้ำเสียใจจนตายเพราะไม่ได้พบหน้าแซน เพราะพี่ปลาไม่ยอมให้เค้าเจอกันต่างหาก น้ำถึงตรอมใจตาย” ออฟตัดสินใจพูดสิ่งอยู่ในใจเขามาตลอด
พี่ปลาอึ้ง!! เขาเองก็เคยคิดแบบนั้น แต่มันยากเหลือเกินที่จะยอมรับ เขาจึงเลือกที่จะไม่ยอมรับมัน เมื่อไม่ยอมรับพี่ปลาเลือกที่จะโทษว่าเป็ความผิดของแซน .. ก็การโทษคนอื่นเป็สิ่งที่มนุษย์เราถนัดที่สุดนี่นา
“ก็เพราะความผิดเพศของพวกมึงไง กูถึงต้องทำอย่างนั้น”
“แต่น้ำเค้ารับได้พี่ น้ำรู้ว่าแซนรักน้ำมากแต่แซนก็ชอบมีอะไรกับผู้ชาย น้ำเป็คนพาแซนมาหาผม มานอนกับผม พี่รู้หรือเปล่า?” ออฟพูดในสิ่งที่เขาไม่เคยกล้าพูดมาก่อน .. เพราะรัก เพราะรักตัวเดียว ออฟจึงกล้าพูดเชนนี้
พี่ปลาอึ้งไป ตอนนั้น.. เขาโกรธ.. เขาอารมณ์ร้อนเขาจึงไม่เคยฟังอะไรจากน้องสาวเลย ไม่ว่าน้ำจะพยายามอธิบายอย่างไร พี่ปลาก็ไม่เคยยอมรับรู้..หรือรับฟังเื่นี้เลย
ระหว่างที่ออฟชี้แจงเื่ราวต่างๆในอดีตให้พี่ปลาฟัง แซนเห็นรูปซีที่ฝาผนังบ้านของพี่ปลา.. เขายิ่งมั่นใจว่าซีต้องเป็ลูกหลานบ้านนี้แน่ๆ
“แล้ว.. พวกมึงมาทำไม ้าอะไร” พี่ปลาถามขึ้น
“ผมขอไหว้กระดูกน้ำหน่อยนะครับพี่ปลา” แซนพูดทั้งน้ำตา “ตอนมีชีวิตผมแทบไม่ได้คุยกับน้ำเลย ขอนะครับพี่ปลา” แซนคุกเข่าลงตรงหน้าพี่ปลา “ตอนนี้..ผมขอ.. ขอโอกาสผม.. คุยกับน้ำสักหน่อยเถอะครับ” เขากำลังจะก้มกราบพี่ปลา
“อย่า!!” พี่ปลาห้ามเสียงดัง “อย่ามากราบกู โกฏิกระดูกน้ำอยู่นั่น” พี่ปลาชี้ไปที่มุมหนึ่งของบ้าน มีโกฏิขนาดพองามจัดวางอยู่บนหิ้งที่เปลือยเปล่า มีเพียงดอกยิปโซที่น้ำชอบเท่านั้น ที่วางเคียงข้างโกฏิเธอ
“ขอบคุณครับพี่ปลา” แซนพูดพร้อมกับรอยยิ้มทั้งน้ำตา
ออฟประคองแซนขึ้น แล้วพาแซนเดินไปที่โกฏิน้ำ แซนเดินไปร้องไห้ไป เสียงสะอึกสะอื้นของแซน ทำใจพี่ปลาสั่นไหวไปด้วย
แซนเดินไปยืนหน้าโกฏิของน้ำ และคุกเข่าลงตรงหน้าโกฏิเขาร้องไห้จนพูดต่อได้อย่างยากลำบาก “แซนมาหาน้ำแล้วนะ .. น้ำเป็ไงบ้าง .. น้ำสบายดีมั้ย? .. ตอนนี้แซนอยู่ที่กรุงเทพ.. ก็ .. สบายดี ..” ก้อนสะอึก..ขึ้นมาจุกที่ลำคอแซนห้วงหนึ่ง .. “คิดถึงน้ำเหลือเกิน”
ออฟจุดธูป แล้วส่งให้แซน
แซนรับมาไหว้โกฏิน้ำ “แซนมาไหว้นะ” แซนร้องไห้จนพูดต่อไปไม่ได้
ออฟเอาธูปในมือแซนไปปักที่กระถางธูปหน้าโกฏิ
“รักน้ำเสมอนะ .. คนดี” แซนพยายามพูดทีละคำอย่างยากเย็น เพราะแซนอยากพูดให้ชัดเจน อยากให้น้ำได้ยินทั้งคำพูดและความรู้สึกจากถ้อยคำนั้น
พี่ปลาได้ยินทุกอย่างที่แซนพูดเขาแอบปาดน้ำตาตนเอง เขารับรู้ถึงความรักที่แซนมีให้น้ำจึงปล่อยให้สองคนนั่นอยู่ที่หน้าโกฏิน้ำครู่หนึ่ง จึงะโบอก “กลับกันไปได้แล้ว”
ออฟประคองแซนออกมาจากที่หน้าโกฏิมาที่ที่พี่ปลานั่งอยู่ “ขอบคุณพี่ปลามากนะครับ”
พี่ปลาพยักหน้ารับแบบขอไปที ออฟจึงประคองแซนผ่านไปเพราะออฟเองก็ไม่อยากให้แซนอยู่ที่นี่นานไปกว่านี้ คนแบบพี่ปลาอาจจะอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้นมาเมื่อใดก็ได้
“วันที่ ๒ มีนา กูทำบุญให้น้ำทุกปี” พี่ปลาพูดลอยๆ
“ครับพี่ ขอบคุณพี่ปลามากครับ” ออฟไหว้ขอบคุณพี่ปลา
แซนนึกขึ้นได้ จึงชี้ไปที่รูปซีที่อยู่บนผนังบ้านข้างๆที่ที่พี่ปลายืนอยู่ “พี่ปลาครับ นั่นคือลูกผมกับน้ำใช่ไหมครับ”
พี่ปลามองตามมือของแซน พอเห็นว่านิ้วมือแซนชี้ไปที่รูปซีเท่านั้นเขาะเิอารมณ์พร้อมกับเสียงที่เกรี้ยวกราด “ไม่ใช่!!”
ออฟสะดุ้ง แต่แซนยืนนิ่ง รอฟังคำอธิบาย
พี่ปลาปฏิเสธเสียงแข็ง “นั่นลูกชายกู ไม่เกี่ยวกับ..” เขาเผลอจะพูดบางอย่างจึงหยุดพูด แล้วพี่ปลาก็พูดย้ำคำอย่างชัดเจนว่า.. “ลูกกูไม่เกี่ยวอะไรกับมึง!! แล้วไม่ต้องมาวุ่นวายอะไรกับลูกกู ไม่งั้นกูเอาตาย!!”
ออฟรีบพาแซนออกมาจากที่นั่นก่อนที่เื่จะเลวร้ายกว่านี้
“พ่อทำอะไรให้ชีทกินเนียะ ทำใมชีทจู๊ด จู๊ดอย่างนี้” ชีทบ่นขณะที่เดินไปห้องน้ำเป็ครั้งที่สอง
“ชีทไปกินอะไรมาก่อนหรือเปล่า พ่อกับซีไม่เห็นเป็ไรเลย ใช่ไหมซี?” ไม่พูดเปล่าๆพ่อชลยกมือขึ้นโอบไหล่ซีอีกด้วย
ซียิ้ม “ครับ” ซีตอบได้แค่นั้น มากกว่านั้นชีทอาจจะงอนเขาก็ได้
แต่ชีทหายเข้าไปในห้องน้ำก่อนที่จะต่อปากต่อคำอะไรได้
“พ่อชลฟิตเนสนานมั้ยครับ กว่าจะได้รูปร่างดีแบบนี้” พูดจบ ซีก็ทิ้งสายตาที่แผ่นอกของพ่อชล
“ถ้าฝึกถูกวิธี มีคนแนะนำที่ถูก กินตามสูตรที่กำหนด ก็ไม่นานนะ” ชลตอบจริงๆ “ทำไม?” ชลถามซี “อยากได้หุ่นแบบพ่อเหรอ”
“ครับ” ซีรับคำ โดยที่สายตาซียังอยู่ที่หน้าอกของพ่อชล “ดูดีมากครับพ่อ” ซีพูดจากใจ
“ถอดเสื้อให้พ่อดูรูปร่างหน่อยสิ” ชลบอก พร้อมกับเอาแขนของเขาออกจากบ่าและไหล่ของซี
ซียิ้มอายๆ พลางปฏิเสธ “รูปร่างผมไม่ดีหรอกครับ”
“ไม่ต้องอาย พ่อขอโครงสร้างตัวซีเฉยๆ พ่อจะได้แนะนำได้ไง”
ซีถอดเสื้อออกอย่างอายๆ
ชลใช้สายตาสำรวจร่างกายของซีสักครู่ “อืม.. โครงสร้างตัวดีนะซี โครงกล้ามเนื้อตรงนี้พอมีอยู่” ชลแตะที่อกของซี “อย่างนี้นะ เล่นฟิตเนสแล้วต้องออกมาดีแน่ๆ”
ซียิ้มรับ
“นี่นี่.. ตรงนี้ของซีเป็แบบนี้” ชลพูดไปมือก็ััไปตามรูปกล้ามเนื้อหน้าอกของซี “พอซีได้เล่นฟิตเนสแล้ว ก็จะได้อกแบบพ่อนี่” ชลชี้ที่หน้าอกตัวเอง
ซีถือโอกาสััแผ่นอกของชล .. อา.. ดีเหลือเกิน .. ซีรู้สึกดีที่ได้ัักล้ามเนื้อแน่นๆ ของเพศชาย .. ซีลูบไล้จากแผ่นอกพ่อชลไปมาแล้วมือของซีก็.. เลื่อนลงมาที่ซิกแพค .. จนถึงสะดือ แล้วก็กำลังจะเลื่อนลงต่ำไปอีก
“เอ่อ .. พอได้แล้วซี”
เสียงของชล เรียกสติซีกลับมา!!
ซีใ!! ยิ้มเก้อๆ .. ให้พ่อชล พลางกล่าวขอโทษสองสามครั้ง ซีรู้สึกสับสนในตัวเองเหลือเกิน
แต่.. ชลรู้ในทันทีว่า ซีเป็เกย์!!
แซนร้องไห้เสียใจอยู่ในอ้อมกอดของออฟ ออฟพาแซนออกมาจากบ้านพี่ปลา ประคองแซนมาขึ้นรถ แล้วออฟก็ขับรถพาแซนมาที่บ้านพักของเขาระหว่างทางออฟจอดรถแวะซื้อเส้นจันท์ผัดปูที่แซนชอบ มาให้แซนกินที่บ้านพักด้วย
การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของน้ำ ..เป็เื่เหนือความคาดหมายของแซน .. แซนจึงเสียใจจนแทบประคองสติไม่อยู่
ออฟมองแซนด้วยความเห็นใจอย่างที่สุด เขาป้อนอาหารให้ชายคนรักเก่ากินด้วยหัวใจที่ยังคงรักแซนอย่างที่สุดเช่นกัน
ชีทออกมาจากห้องน้ำพอดีกับที่ซีใส่เสื้อเรียบร้อยแล้ว ซีลาสองพ่อลูกกลับห้องพัก ชลจะไปส่งซีให้ถึงที่พัก แต่ซีอ้างว่าเขากลับเองได้ การเดินทางไม่ยาก แล้วซีก็รีบไหว้ลาแล้วออกจากห้องพักของชลไปทันที
ซีนั่งรถเมล์ ด้วยความสับสน ซีปล่อยให้ลมพัดใบหน้าของเขาไปเรื่อยๆสักพัก.. ซีก็ลงรถเมล์ แล้วเดินกลับห้องพัก .. ขณะที่เดินอยู่ริมถนนนั่น .. ซียิ่งรู้สึกสับสนในตัวเองอย่างที่สุด..
นี่!! .. เกิดอะไรขึ้นกับเขา? .. ซีรักผู้หญิงมาตลอด .. เคยมีแฟนผู้หญิง .. ตอนนี้.. กำลังจีบผู้หญิงที่น่ารัก .. แล้ว .. ทำไมเขาจึงรู้สึกเป็สุขที่ได้ััมัดกล้ามของผู้ชายแบบนี้?.. ทำไมเขาจึงอยากลูบไล้ซิกแพคผู้ชาย .. อยากจับลงไปอีกอย่างเมื่อครู่.. ซึ่งมันไม่ดีเลย ..
ซีรู้สึกแย่ที่ตัวเองไปลูบคลำลำเรือนร่างของชลอย่างนั้นเขาไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่า เมื่อครู่.. เขาทำไปได้อย่างไร? .. แต่ .. ตอนที่กำลังลูบไล้นั่น ..มันก็รู้สึกดีจริงๆ นี่นา ..
หลังจากกินอาหารเย็นและนั่งคุยกันไปสักครู่ใหญ่ เมื่อใดที่แซนคิดถึงน้ำ เขาก็อดที่จะร้องไห้ออกมาไม่ได้ ออฟพยายามปลอบใจ ให้กำลังใจแซนตลอดเวลาที่แซนร้องไห้
ความที่แซนเพิ่งรู้ว่าน้ำจากไปอย่างไม่มีวันกลับแล้วก็ไปไหว้โกฏิกระดูก มันทำร้ายจิตใจแซนมากจนเขาแทบประคองสติไม่ได้ จึงไม่แปลก ที่แซนจะโอบกอดออฟจะร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนของออฟ
ออฟเองก็ยังรักแซนไม่เปลี่ยนแปลง แล้ว..การที่แซนมากอดรัด ััออฟอย่างนี้ .. ทำให้ทั้งความรัก.. ความเห็นใจ.. ความปรารถนา..มันอัดอั้นเต็มความรู้สึกออฟไปหมด ออฟเริ่มจูบที่เส้นผมแซนอย่างทนุถนอม.. จากนั้นก็.. หอมแก้มแซน.. จูบแซน..
รุ่งเช้า...
แซนงัวเงียตื่นขึ้นมา เขามองรอบๆ ตัวอย่างแปลกใจ ..นี่ไม่ใช่ห้องนอนแซนที่บ้านแม่นี่นา .. ไม่มีอะไรคุ้นตาเลย
ออฟเดินเข้ามาหาแซน “นี่บ้านออฟเอง หลับสบายไหมแซน”
แซนพยักหน้ารับรู้ แต่แซนก็ยังรู้สึกงงงง .. แล้วแซนก็เริ่มรู้ตัวว่า เรือนร่างเขาที่อยู่ใต้ผ้าห่มนั่นไม่มีเสื้อผ้าเลยสักชิ้นเดียว “ทำไม? ทำไมเรา... ”
“อ๋อ .. คือ.. เมื่อคืนแซนร้องไห้เสียใจมากจนหมดแรง ออฟเลยเช็ดตัวให้..”
แซนมองออฟ เป็เชิงถามว่า ..แค่นั้นจริงๆ เหรอ ?..
“เอ่อ .. แล้วก็... ออฟมีความสุขมากเลยแซน มันเหมือนเมื่อสิบกว่าปีนั่นเลย”
แซนเข้าใจทันที “ออฟ.. เรามีคนรักแล้ว ออฟไม่น่าทำกับเราอย่างนี้”
“ทีแรกเราแค่จะเช็ดตัวให้ แต่พอเห็นแซนไม่มีเสื้อผ้าใส่ มันก็..ห้ามใจไม่อยู่”
แซนน้ำตาร่วง เขาไม่คิดว่าออฟจะทำกับเขาแบบนี้ “เื่แบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกนะออฟ” แม้จะเปลือยกายอยู่ แต่แซนก็ลุกขึ้นยืนไส่เสื้อผ้าโดยไม่แคร์สายตาออฟที่มองดูอยู่
พอเเต่งตัวเสร็จแซนก็เดินจากออฟไปโดยไม่มีแม้ ..คำลา!!
ออฟยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น .. นี่!! ..นี่เขาเสียเพื่อนรักไปอีกใช่ไหม? .. หลังจากที่เพิ่งเสียคนรักไป.. ออฟถามตัวเอง .. แต่ไม่กล้าพอที่จะตอบคำถามนั่น .. จึงได้แต่เสียใจอยู่ตรงนั้น..
ซีชวนชีทเดินมาที่สวนดอกไม้ของโรงเรียน “สวยเนอะ” ซีชวนคุย
“พามาโรแมนติคแบบนี้ คิดไรกะชีทหรือเปล่าเนียะ” ชีทถามตรงๆ
“ก็ .. ถ้าคิด .. จะได้ไหมล่ะ” ซีตอบและมองหน้าชีท ด้วยแววตาที่ส่งความรู้สึกจากใจอย่างชัดเจน
“ทะลึ่ง!!” ชีทว่าเข้าให้
“ไม่ใช่อย่างนั้นซะหน่อย”
“แล้วไง”
“ก็ .. จะขอคบ .. เป็แฟน ..งัย?”
คำพูดซีทำชีทอึ้งไป เธอเคยยืนยันกับพ่อว่า .. แค่เพื่อน ..แต่ตอนนี้ชักจะไม่ใช่ซะแล้ว .. เอาไงดี .. ชีทถามตัวเอง
“ยังไม่ต้องตอบซีก็ได้นะ” ซีพูดขึ้นเมื่อเห็นชีทเงียบไป
“เอ่อ.. ไม่ใช่ยังงั้น” ชีทหลุดปากพูดออกไป
ซียิ้มออก
“ชีท..” ชีทเองก็รู้สึกว่าซีเป็คนดีจึงพยายามเรียบเรียงคำพูด “ชีทว่า..” แต่จะตอบตกลงก็ใช่ที่.. หรือไม่ปฏิเสธก็ไม่ดี “เอางี้ .. เราคุยกันแบบนี้ไปก่อน.. ดีกว่านะ” ชีทคิดว่าเป็ทางออกที่ดีที่สุดตอนนี้
แต่คำตอบชีท ทำซีคอตกซีหน้าเหี่ยวลงจากเมื่อครู่ที่ยิ้มอย่างมีความหวัง
ชีทเห็นอาการซีชัดเจน “ซี ชีทไม่ได้มีใครในใจนะ ซีเป็คนแรกนะ ที่ชีทคุยด้วย” คำพูดแสนยาก เมื่อหลุดจากปากเธอออกไป ชีทก็โล่งอก
“ขอบคุณมากครับชีท” ซีตอบชีทไป พร้อมกับส่งยิ้มที่มีความหวังให้ชีทไป
ชีทยิ้มตอบ
“เออ.. แล้วอีกคนที่เคยมาส่งชีท ที่ไม่ใช่พ่อชลน่ะ คือใครเหรอ?”
“อ๋อ.. อาแซน เพื่อนสนิทของพ่อ” ชีทตอบคำถามทุกคนแบบนี้จนเป็ปกติ ทั้งที่เธอรู้ดีว่าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับอาแซนคืออะไรแล้วทำไมต้องตอบแบบนั้น “ทำไมเหรอ?”
“เปล่า .. ก็วันนั้น ไปทานข้าวที่บ้านชีท แล้วไม่เห็นเค้าคนนั้นไง”
“อาแซนค่ะ เรียกว่าอาแซนก็ได้ค่ะ”
“อาแซน .. อาแซน”
“ใช่ค่ะ ก็เค้าไม่ได้อยู่ห้องเดียวกะพ่อชีทนี่ซีเขาจะอยู่ให้ซีเห็นทำไมล่ะ"
แต่คำพูดของชีท ไม่ได้เข้าไปสู่ระบบประสาทส่วนรับรู้ของซีซียังคงติดอยู่ที่ชื่อของอาแซน .. แซน .. สุดแดน “แซน .. แซน .. สุดแดน” ซีพูดลอยๆ กับตัวเอง ด้วยเสียงที่ไม่ดังไปกว่ากระซิบ แต่น้ำเสียงนั่นกลับแฝงความเกลียดชังอย่างชัดเจน
จบตอน๔