บทที่ 21 ร้องขอ
"เ้าแน่ใจหรือว่าไม่้าใช้สมุนไพรพวกนี้" เฉิงม่อพูดขึ้นมา หลังจากกองสมุนไพรจำนวนมากที่เฉิงมู่มอบให้สองสามีภรรยา มันเพียงพอจะทำให้เฉิงมู่เพิ่มพลังปราณได้มหาศาล ดีไม่ดีเฉิงมู่มีโอกาสเลื่อนระดับพลังกลายเป็ปราณสมบูรณ์ได้อีกด้วย
เฉิงมู่ส่ายหน้าและตอบ "ข้าได้เตรียมส่วนของข้ากับน้องไว้แล้ว"
เฉิงมู่มีผลปีศาจอยู่ในกระเพาะที่กำลังซึมซับตลอดเวลา เฉิงซินมีแกนอสูรของสิงโตเขาเหล็กรอการสกัดให้บริสุทธิ์ เพียงเท่านี้เฉิงมู่มั่นใจมากว่าระดับปราณต้องก้าวะโไปไกล หากไม่พอในแหวนมิติของบิดามารดายังมีสมุนไพรที่หยิบออกมาใช้ตอนไหนก็ได้เหลืออีกเพียบ
นอกจากนี้เฉิงมู่ยังคงจดจำคำชี้แนะและอบรมสั่งสอนของหยางฟงได้ดี รากฐานพลังปราณเป็สิ่งสำคัญ การเร่งรีบยกระดับปราณจะเกิดผลเสีย
เฉิงมู่พยายามหักห้ามใจไม่ให้เร่งรีบยกระดับปราณเร็วเกินไป มัน้าเวลาและการใช้สมุนไพรให้เหมาะสม
ถ้าทุกอย่างเป็ไปตามที่มันวางเอาไว้ แน่นอนว่าการแข่งประลองรุ่นเยาว์ของตระกูลสาขาจะไม่ใช่เื่ยากอีกต่อไป
"ตกลง หากเ้า้าใช้สมุนไพรเมื่อไหร่สามารถมาบอกพ่อและแม่ได้เลย" เฉิงม่อเห็นความมั่นใจในตัวของบุตรชาย มันไม่สืบกล่าวอีกต่อไป
เฉิงมู่ยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้า
หากเฉิงม่อ ไป่ฉิงรับรู้ว่าในแหวนมิติของมันมีสมุนไพรเหลืออีกจำนวนมาก ทั้งสองต้องตกตะลึงเป็แน่แท้
ตอนนี้เฉิงมู่ไม่ได้ขาดแคลนสมุนไพรอีกต่อไปแล้ว มันพูดได้เลยว่าสมุนไพรในแหวนมิติมันมีมากกว่าคลังสมบัติของตระกูลสาขาเฉิงเสียอีก
เมื่อเฉิงมู่นึกถึงความยิ่งใหญ่ของตระกูลหยางกับตระกูลเทียนขึ้นมาโดยพลัน ทั้งอุปกรณ์และสมุนไพรในแหวนมิติของบิดามารดาแท้จริงจากผู้สืบเชื้อสายตระกูลใหญ่ทั้งสอง ทุกอย่างล้วนจัดอยู่ในระดับสูงทั้งหมด ระดับต่ำ ระดับกลางไม่มีให้เห็นแม้แต่ชิ้นเดียว
มันพอบอกได้ว่าตระกูลบิดามารดาเป็ั์ตัวใหญ่มากแค่ไหน ตอนนี้มันไม่ต่างจากมดปลวกตัวเล็กๆแม้แต่น้อย
ทันใดนั้นเฉิงมู่ฉุกคิดบางอย่างขึ้นมา มันกล่าวว่า "จริงสิ ท่านพ่อท่านแม่ข้ามีเื่ไหว้วานพวกท่านทั้งสอง"
เฉิงม่อ ไป่ฉิงมองเฉิงมู่ทันที "เ้ามีเื่อะไรก็ว่ามาได้เลย? "
เฉิงมู่ยิ้มเล็กน้อยและพูด "ข้าอยากให้พวกท่านสอนวิชาเกี่ยวกับปราณธาตุของพวกท่านทั้งสองให้ข้าหน่อย"
"เ้าอยากเรียนรู้วิชาพวกเรา!?" ทั้งสองประหลาดใจ หลังจากเฉิงม่อ ไป่ฉิงรู้แล้วว่าเฉิงมู่ได้รับการสืบทอดวิชาความรู้จากหยางฟงกับเทียนหลิง สองพ่อแม่บุญธรรมของเฉิงมู่คิดว่าบุตรชายไม่อยากเรียนรู้ฝึกฝนวิชาความรู้พลังปราณธาตุของพวกตนแล้วด้วยซ้ำ
แม้เฉิงมู่จะมีวิชาความรู้เกี่ยวกับปราณธาตุมืดและปราณธาตุแสงที่ทรงพลังแล้วก็ตาม แต่มันยังคงมองเห็นความสำคัญของปราณธาตุโลหะกับธาตุไม้อยู่ ทั้งสองธาตุของพ่อแม่บุญธรรมอาจไม่ทรงอานุภาพเทียบเท่ากับสองธาตุของพ่อแม่บังเกิดเกล้า แต่มันกลับมองว่าพลังธาตุแต่ละชนิดล้วนมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป
ปราณธาตุมืดลี้ลับและยากหยั่งถึง ปราณธาตุแสงทรงอานุภาพและยิ่งใหญ่ ปราณธาตุโลหะแข็งแกร่งและยากจะหาคู่ต่อกรซึ่งๆหน้า ปราณธาตุไม้ผันแปรและแปรแปลงไม่มีที่สิ้นสุด
เฉิงมู่คาดเดาและวิเคราะห์ความสามารถของพลังในแต่ละธาตุคร่าวๆได้เสร็จสรรพ ทำให้ตอนนี้มันรู้ว่าวิชาความรู้ธาตุอื่นยังตื้นเขินเกินไป ทำให้มันยังไม่สามารถแสดงพลังได้ขีดสุด หากเมื่อไหร่ที่มันเข้าใจอย่างลึกซึ้ง พลังมันต้องถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นแน่
เฉิงม่อ ไป่ฉิงเข้าใจขึ้นมาทันที
"วันนี้เ้าพักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เราจะเริ่มเรียนรู้กันทั้งหมด" เฉิงม่อแนะนำ มันอย่างกระตือรือร้นและเต็มใจสอนวิชาความรู้ทั้งหมดให้แก่บุตรชายเต็มที่
"ใช่แล้ว เ้าไม่ต้องห่วง แม่ยินดีถ่ายทอดวิชาความรู้ทุกอย่างเช่นกัน" ไป่ฉิงมีอาการไม่ต่างจากสามี ใบหน้านางเต็มไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุข
"ท่านพ่อท่านแม่ ข้าละ? พวกท่านไม่สอนข้าบ้างหรือ? " เฉิงซินพูดแทรกขึ้นมาด้วยความกระตือรือร้น
ไป่ฉิงยิ้มเล็กน้อย นางรู้จักนิสัยบุตรสาวเป็อย่างดี "ลูกซิน ไม่ใช่ว่าพ่อกับแม่ได้สอนวิชาความรู้ให้เ้าไปั้แ่วัยเด็กจนหมดแล้วหรือ?"
เฉิงม่อพูดเสริมขึ้นมาด้วยอีกคน "ใช่ เ้าได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากพ่อแม่มากกว่าพี่ชายเ้าเสียอีก"
เฉิงซินที่ฉายแววว่าเป็เด็กที่มีพร์ั้แ่เด็ก ทำให้นางได้รับการอบรมสั่งสอนวิชาความรู้จากบิดามารดามาโดยตลอด แตกต่างกับเฉิงมู่ที่แม้ว่าจะได้เรียนรู้วิชาความรู้มาเหมือนกัน แต่มันกับเรียนรู้ได้ช้าและใช้เวลานานในการทำความเข้าใจ ทำให้เฉิงมู่ต้องคอยตามหลังเฉิงซินอยู่เสมอ
ตอนนั้นเฉิงมู่จึงตัดสินใจถอนตัวจากการอบรมสั่งสอนเพราะไม่อยากกลายเป็ตัวถ่วงน้องสาว มันจึงยินยอมให้บิดามารดามุ่งมั่นสอนน้องสาวคนเดียว เื่นี้มีเพียงบิดามารดาที่รับรู้ข้อเท็จจริง ผิดกับเฉิงซินที่ไม่ได้รู้เลย นางเพียงคิดว่าพี่ชายไม่สนใจวิชาความรู้พลังธาตุมากเท่าไหร่ นางจึงไม่ได้เอะใจเื่ราวคราวนั้นแต่อย่างใด