บทที่ 9 ขอเจี่ยฟาง
"ฮูหยินเ้าใจกว้างกว่าข้าคิดไว้มาก หากเ้าเอ่ยมาเช่นนี้ข้าจะจัดการสู่ขอสวี่เจี่ยฟางมาเป็อนุทันที คืนนี้พระจันทร์ช่างงดงามจริง ๆ ์เมตตาข้าแล้ว"
ความรู้สึกหลากหลายซับซ้อนไร้ถ้อยคำกระทันหัน มองบุรุษที่เดินจากไปชีวิตของนางต่อจากนี้คงไม่อาจฝืนชะตาฟ้า พาร่างตนเดินเข้าไปในห้องนั่งลงบนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง รู้สึกอยากร่ำไห้แต่น้ำตากลับคั่งค้างอยู่ในอกไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร่ำไห้
รุ่งสางวันต่อมา
สวี่หยางอึกครึ้มด้วยหัวใจที่ห่อเหี่ยวไม่คิดเลยว่าเสิ่นเกาหลานจะทำอย่างที่เอ่ยมาเมื่อคืนจริง ๆ เขาเดินทางไปหาท่านพ่อของสวี่หยางั้แ่เช้าตรู่เพื่อทำการสู่ขอสวี่เจี่ยฟางมาเป็อนุตน สวี่หยางเฝ้าภาวนาไม่ให้เจี่ยฟางรับ แต่นางจะทำเช่นใดได้เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของเจี่ยฟางเมื่อวานยากที่จะเดาออก
"เอ่อ...ฮูหยินเ้าคะหม้อแกงน้ำเดือดจนล้นออกมาแล้วเ้าค่ะ " หลีลี่จื่อที่ทำงานในโรงครัวแปลกใจที่เห็นฮูหยินเข้าครัวั้แ่เช้าตรู่แถมวันนี้ใบหน้าของฮูหยินเศร้าหมองคล้ายเก็บงำเื่อันใดอยู่ในใจ นางคอยลอบมองอยู่บ่อย ๆ จนเห็นน้ำแกงที่ฮูหยินตั้งใจทำเริ่มเดือดแต่ทว่าฮูหยินกลับยืมมองด้วยความเหม่อลอยจนนางต้องบอกฮูหยินที่ยืนอยู่หน้าหม้อแกงให้ดูแกงที่นางกำลังจะทำ
"โอ๊ะ ! ที่ข้าใจลอยขนาดนี้เชียวหรือ ? " สวี่หยางคว้าผ้าจับหูทั้งสองข้างยกหม้อแกงลงจากเตาฟืนก่อนจะตักใส่หม้อใบเล็กเพื่อนำไปให้แม่สามีหรือว่าฮูหยินผู้เฒ่า
"เพราะเ้าเรียกข้าเอาไว้มิเช่นนั้นแกงหม้อนี้คงไม่เหลือ " เมื่อตักอาหารใส่หม้อเสร็จนางได้หันไปพูดกับหลีลี่จื่อด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลอย่างไม่เคยเป็มาก่อนทำให้หลีลี่จื่อคลายความกลัวลงจึงเอ่ยถามสิ่งที่อยากรู้
"ฮูหยินจะไปที่ใดหรือเ้าคะ"
"ข้าจะไปที่เรือนของฮูหยินผู้เฒ่า เ้าช่วยยกตะกร้าของเดินทางไปกับข้าได้หรือไม่ ?" สวี่หยางเงยหน้ามองหลีลี่จื่อนางยิ้มกว้างพร้อมตอบรับทันที
"ได้สิเ้าคะ"
ฝั่งด้านเสิ่นจิ้นที่รอคอยสวี่หยางอยู่ที่เรือนอย่างใจจดใจจ่อ เขาแจ้งท่านแม่ว่านางจะมาเยือนในวันนี้ท่านแม่ให้สาวใช้จัดเตรียมอาหารต้อนรับไว้มากมาย เสิ่นจิ้นแม้ภายนอกจะดูเหมือนเป็คนเ้าสำราญตลกขบขัน มีรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลาแต่ทว่าแท้จริงแล้วเขามักจะเก็บซ่อนความจริงจังและนิสัยที่แท้จริงเอาไว้
หลายวันที่เขาไปเยือนเสิ่นเกาหลานที่เรือนมักจะดูออกว่าเสิ่นเกาหลานมิได้รักพี่สะใภ้สักเท่าไหร่ ? สวี่หยางแม้นางจะเลื่องลือเื่ความโหดร้ายแต่นางมิสมควรถูกพี่ชายของเขาปฏิบัติตนใส่เช่นนั้น หรือเพราะเขาใส่ใจสวี่หยางมากไปถึงดูออกถึงเพียงนี้ เขาเดินไปมาที่หน้าเรือนเห็นท่านพ่อนำของมากมายกำลังขึ้นเกี้ยวความสงสัยจึงก่อเกิดเสิ่นจิ้นเดินเข้าไปหาท่านพ่อเพื่อถามให้คลายความสงสัย
"ท่านพ่อเตรียมของพวกนี้ไปที่ใดหรือขอรับ เอ๊ะ ! นั้นของมีค่าในเรือนมิใช่หรือ ? ท่านพ่อบอกจะเก็บรักษาเหตุใดถึงนำออกมาคงมิได้นำไปขายใช่หรือไม่ขอรับ? " เสิ่นจิ้นกวาดสายตามองหีบของมากมายแก้วแหวนเงินทองที่ตั้งอยู่ด้านหน้าความใคร่รู้ของเขามีมากกว่าเดิม
ท่านพ่อคงมิได้ไปหาสตรีเรือนใดให้เขาโดยไม่ถามหรอกนะ!
"ข้าจะไปที่เรือนสกุลสวี่นะสิ" เมื่อได้ยินคำพูดของท่านพ่อเสิ่นจิ้นครุ่นคิดคำพูดของสวี่หยางขึ้นมาเื่สวี่เจี่ยฟางน้องสาวของนาง
"เอ่อ ....ท่านพ่อคงมิได้ไปขอคุณหนูรองสวี่เจี่ยฟางของสกุลสวี่ให้ข้าหรอกนะขอรับ " เสิ่นจิ้นใบหน้าซีดเซียวเหงื่อเริ่มตกเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก
"ใช่! ข้าจะไปขอคุณหนูรองสกุลสวี่แต่ไม่ได้ขอให้เ้า ั้แ่เช้าตรู่ก่อนดวงตะวันจะขึ้นพี่ชายของเ้ารีบร้อนเข้ามาหาข้าอ้อนวอนให้ข้าไปสู่ขอสวี่เจี่ยฟางมาเป็อนุนะสิ ! แถมพี่ชายของเ้ายังต่อว่าข้าอีกด้วยซ้ำหากข้าไม่ไปขอสวี่เจี่ยฟางเพราะก่อนจะแต่งสวี่หยางนั้นพี่ชายของเ้าหมายปองผู้เป็น้องสาวนะสิ ! เฮ้อ ! ผู้ใดจะไปรู้กันเห็นว่าเื่นี้เสิ่นเกาหลานได้หารือกับสวี่หยางเรียบร้อยแล้ว ข้าเองก็พลอยเบาใจมีเพียงต้องไปเจรจาให้ใต้เท้าสวี่ยอมยกสวี่เจี่ยฟางให้อีกคน" เสิ่นเจียงซื่อถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ในอกเต็มไปด้วยความลำบากใจไม่รู้ว่าใต้เท้าสวี่จะยอมยกบุตรสาวคนรองให้อีกคนหรือไม่ ?
ทันทีที่เสิ่นจิ้นได้ยินใบหน้าของสวี่หยางได้ปรากฏขึ้นป่านนี้จิตใจของนางจะเป็เช่นไรบ้าง? แล้วทำไมท่านพี่เสิ่นเกาหลานถึงทำเช่นนี้ได้ลงกันนะ ! เสิ่่นจิ้นมองดูขบวนเกี้ยวเคลื่อนขบวนออกไปม่านหมอกอึกอึกครึ้มในใจ
เพียงครู่มีรถม้ามาเทียบท่าอยู่หน้าเรือนเสิ่นจิ้นรีบเดินออกไปต้อนรับหากคิดไม่ผิดน่าจะเป็สวี่หวางที่เดินทางมาหาท่านแม่
"พี่สะใภ้ข้ากำลังรอท่านอยู่พอดีท่านแม่ดีใจมากเตรียมอาหารไว้มากมายเลยขอรับ" เสิ่นจิ้นยิ้มกว้างยื่นมือให้สวี่หยางจับเพื่อเดินลงจากรถม้า
"ขอบคุณคุณชายเสิ่นจิ้น ข้าเองก็ทำน้ำแกงมาให้ท่านแม่เช่นเดียวกันไม่รู้จะถูกปากหรือไม่ ? "
"ไม่ว่าจะเป็อะไรที่ท่านทำท่านแม่ชอบทุกอย่างขอรับ" เสิ่นจิ้นพาสวี่หยางเดินไปที่ห้องโถงฮูหยินผู้เฒ่าที่รออยู่ที่ก่อนหน้านั้นเมื่อเห็นต้อนรับสวี่หยางเป็อย่างดี
หลังจากที่ิกินอาหารเช้าเสร็จสิ้นสวี่หยางจึงขอตัวกลับก่อนกลับฮูหยินผู้เฒ่าที่รับรู้เื่ที่เสิ่นเกาหลานไปขอเจี่ยฟางมาเป็อนุของตน นางเห็นใจสวี่หยางจับมือแน่นพลางปลอบใจ
"สวี่หยางข้าผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอเข้าใจเ้าดี ยามนี้เ้าคงทุกข์ใจไม่น้อยสินะ! ข้าเองก็เคยเป็มาก่อน การที่สามีมีอนุนั้นมิใช่เื่ใหญ่แต่สำหรับเ้าแล้วอนุเป็น้องสาวของตนเช่นนี้คงปวดใจไม่น้อยสินะ"
"ไม่เลยเ้าค่ะ ข้านับว่าเป็โชคชะตาสะอีกที่เจี่ยฟางจะได้มาอยู่ในเรือนเดียวกับข้า ข้าไม่เคยคิดเป็ทุกข์เลยเ้าค่ะ หากเจี่ยฟางกับท่านพี่มีความสุขข้าที่เป็ฮูหยินก็มีความสุขเ้าค่ะ " สวี่หยางอยากให้ทุกคนสบายใจจึงเอ่ยมาเช่นนั้น นางครุ่นคิดทั้งคืนเื่นี่ก็ดีเช่นกันหากเจี่ยฟางมาเป็อนุของเสิ่นเกาหลานแม้่แรก ๆ จะถูกชาวบ้านหรือสาวใช้พากันซุบซิบนินทาแต่นานไปเื่คงซาลงไปเอง นางมาอยู่ที่เรือนเดียวกับสวี่หยางก็เบาใจหากนางเป็อนุเรือนอื่นคงเกิดเื่ขึ้นกับเจี่ยฟางมากมาย นางเป็คงอ่อนแอแถมยังหัวอ่อนคงไม่ทันคน
"หากเป็เช่นเ้าเอ่ยมาก็ดี เ้าช่างใจกว้างยิ่งนัก " ฮูหยินผู้เฒ่าเมตตาในความรักน้องของสวี่หยางที่ยอมมีสามีคนเดียวกันได้ยิ่งทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าเอ็นดูนางมากกว่าเดิม
เสิ่นจิ้นได้เดินมาส่งสวี่หยางขึ้นรถม้ากลับเรือนระหว่างทางเต็มไปด้วยความเงียบงันมีเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังตามจังหวะเดิน เสิ่นจิ้นลอบมองใบหน้าของสตรีที่เดินข้าง ๆ อย่างสงสัย ไม่เข้าใจสักนิดนางจะยอมทำเช่นนี้ทำไมกัน แต่ก็เพียงสงสัยไม่เอ่ยถามให้ขุ่นเคืองหัวใจ