第五十九章
อวี้หนี่เดินกลับเข้าไปดูอาการของฟ่านเสวียนพบว่าเจ้าตัวอาการดีขึ้นมากแล้วและกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงหยกที่ปูด้วยขนเสือดำสนิททั้งผืน ใบหน้าผ่อนคลายอย่างเห็นได้ชัด ผิวเนื้อสีชมพูเป็นวงขนาดใหญ่ด้านข้างของลำคอและใบหน้าแสดงให้เห็นถึงผิวเนื้อเกิดใหม่ นางเดินประคองท้องตัวเองช้าๆเข้าไปหยุดที่ข้างเตียงก่อนจะใช้มืออวบอูมแตะเบาๆตรงท่อนแขนที่โผล่ออกมานอกผ้าห่ม
"คุณชาย...คุณชายฟ่าน"
"อืออ"เสียงตอบรับแหบแห้งครางอยู่ในลำคอ
"ตื่นมาดื่มยาก่อนเจ้าค่ะ แล้วข้าจะทายาให้"น้ำเสียงนุ่มนวลเอ่ยเบาๆเกรงเพราะเจ้าตัวจะสะดุ้งจากอาการหลับไหล อวี้หนี่อดยิ้มน้อยๆด้วยความเอ็นดูไม่ได้ ใบหน้าจะว่าหล่อก็ไม่เชิงสวยก็ไม่ใช่นอนตะแคงข้างลืมตาขึ้นช้าๆแล้วเหม่อลอยคล้ายไม่ได้สติดูงัวเงียไม่น้อย
"ใครอยู่ข้างนอกเอาน้ำอุ่นมาให้คุณชายล้างหน้า"ทันใดนั้นนางใบ้เดินประคองอ่างมีควันฉุยเข้ามาด้านในค่อยวางอ่างลงตรงโต๊ะข้างเตียงหยก อวี้หนี่ทรุดตัวลงนั่งขอบเตียงเอื้อมมือไปหยิบผ้ามาบิดให้หมาดค่อยๆแตะลงข้างแก้มที่ยังมีผิวสีชมพู
"ตื่นก่อนเถอะเจ้าค่ะ"ฟ่านเสวียนค่อยมีสติขึ้นกระพริบตาปริบๆ
"แม่นางอวี้หนี่"
"เจ้าค่ะเป็นข้าเอง ท่านลุกขึ้นนั่งก่อนเถอะ"อวี้หนี่ถอยห่างออกมาอีกนิดเพื่อให้อีกฝ่ายขยับตัวลุกขึ้นถนัด สายตาเหลือบไปเห็นรอยแต้มสีน้ำตาลอ่อนเป็นวงรีเล็กๆแล้วส่ายหน้าไปมาช้าๆ สิษย์พี่ของนางคงไม่อยากรอแล้วจริงๆหากนางกลับไม่เอ่ยปากถึงที่มาของรอยนั้น
"ประเดี๋ยวกินโจ๊กเห็ดหอมที่บ่าวเตรียมไว้เสียหน่อยนะเจ้าคะ ส่วนเจ้าไปนำโจ๊กมาให้คุณชายแล้วก็ยาด้วย ให้คนยกเข้าดูแลการต้มยาให้ดีอย่าให้เกิดเรื่อง"อวี้หนี่ย้ำชัดเจน นางใบ้ย่อเข่ารับคำแล้วจากไป อวี้หนี่หันกลับมามองฟ่านเสวียนที่เช็ดหน้าบ้วนปากจนสะอาดแล้วใบหน้าผ่องแผ้วอิ่มเอิบมากกว่าตอนบาดเจ็บใหม่ๆมากนัก
"หิวหรือยังเจ้าคะ"
"ยังไม่หิว แม่นางอวี้หนี่อย่าได้เกรงใจ เรื่องเหล่านี้ให้พวกนางดูแลก็ได้"
"ท่านเป็นพี่สะใภ้ของข้า สมควรที่ข้าต้องดูแลถูกแล้วเจ้าค่ะ"ฟ่านเสวียนหน้าแดงเมื่อได้ยินดังนั้น
"เจ้าพูดเหลวไหล"ฟ่านเสวียนอุบอิบอยู่ในลำคอ อวี้หนี่หัวเราะน้อยๆหันไปดูคนที่เข้ามาใหม่เป็นนางใบ้ที่เดินนำบ่าวรับใช้ผู้หนึ่งเดินประคองถาดส่งกลิ่นหอมโชยมาเบาๆ
"โจ๊กมาแล้ว เจ้าเอามาให้ข้า"นางรับถาดมาวางไว้ข้างตัว โจ๊กยังร้อนๆอยู่ท่านระวังน้อย"
"ขอบคุณแม่นาง"
"เลิกเรียกข้าแบบนั้นได้แล้ว จริงสิพวกเจ้าออกไปดูชุดใหม่ที่ข้าตัดเย็บให้คุณชาย ค่อยเอาเข้ามาทีหลังเก็บชามโจ๊กออกไป"สองบ่าวย่อกายลงแล้วถอยจากไป อวี้หนี่ไล่สำรวจไปทั่วตัวคนนั่งด้านข้างของนางเมื่อเห็นฟ่านเสวียนเริ่มกินโจ๊กที่ถืออยู่นางจึงกระแอมเสียงให้โล่งคอเล็กน้อย
"คุณชายฟ่าน"ฟ่านเสวียนเงยหน้าจากช้อนที่กำลังจะตักโจ๊กเข้าปากมองหน้าอวี้หนี่ด้วยความสงสัย ทว่าเขาย่อมไม่เปิดปากก่อน
"ข้ามีเรื่องจะพูดกับท่านเจ้าค่ะ เรื่องนี้เกี่ยวพันกันหลายคนข้าอย่างให้ท่านพิจารณาให้ถ้วนถี่ก่อนตอบข้าจะได้หรือไม่เจ้าคะ"ฟ่านเสวียนวางชามโจ๊กลงบนถาดเม้มริมฝีปากแน่นเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไรกันแน่ เดิมทีครั้งแรกๆที่เจอกันเขานึกชมชอบความกล้าหาญเก่งกาจของนางแต่นางกลับไม่ชอบหน้าเขา ทั้งยังลงมือกลั่นแกล้งเขาหลายครั้ง มาบัดนี้นางกลับมาพูดจาพาทีเช่นนี้ทำให้เขาลังเลไม่น้อย
"ข้า.."นางถอนหายใจเฮือก เอื้อมมือมากุมมือที่วางอยู่บนตักของอีกฝ่าย
"เรื่องแรก ข้าต้องขอโทษกับเรื่องราวที่ผ่านข้ากลั่นแกล้งท่าน แอบทำร้ายท่านลับหลังอีก นับว่ายังโชคดีที่ศิษย์พี่ใหญ่รักใคร่ดูแลปกป้องท่าน ท่านจะอภัยให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ"ฟ่านเสวียนจ้องใบหน้าอิ่มเอิบเพราะตั้งครรภ์ของนางนิ่งไปครู่ใหญ่อย่างใช้ความคิดจากนั้นเขาพยักหน้าช้าๆ
"ข้าไม่คิดมากแล้วเรื่องผ่านมาก็ให้ผ่านไปเถอะอย่ารื้อฟื้นอีกเลย"อวี้หนี่ยิ้มกว้าง
"ท่านเป็นคนดีจริงๆ ถึงว่าพี่ใหญ่จึงรักท่านมาตั้งแต่ยังเด็ก"ฟ่านเสวียนหน้าแดงร้อนเห่อขึ้นมาอีกครั้ง
"ข้าไม่.."อวี้หนี่ยกมือขึ้นห้าม
"ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ เรื่องท่านกับศิษย์พี่มีใครบ้างในสำนักที่ไม่รู้เรื่องนั้นช่างเถอะ ข้ามีเรื่องจริงจังจะคุยกับท่าน ขอเพียงท่านตอบข้ามาจากใจจริงได้หรือไม่เจ้าคะ"
"แน่นอนข้าจะไม่ปิดบังเจ้า"ฟ่านเสวียนเอ่ยหนักแน่น
"เช่นนั้นก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ท่านรักศิษย์พี่ใหญ่หรือไม่"ฟ่านเสวียนเบิกตากว้างอึกอักด้วยไม่รู้จะตอบเช่นไร แน่นอนเรื่องนี้นางรู้ดีว่ายากจะเอ่ยออกมาเพราะเขาทั้งคู่ล้วนเป็นบุรุษจะตอบเช่นไรย่อมมิใช่ผลดี นางบีบมือที่อยู่ในอุ้งมือเอาไว้แน่น
"ท่านไม่ต้องเหนียมอาย คนเรานั้นจะตายจากกันเมื่อใดใครจะรู้ หากรักก็อย่างปิดบัง ท่านยังโชคดีมากนักที่คนที่ท่านรักรักตอบท่านด้วยน้ำใสใจจริง แต่ข้ากลับมองไม่เห็นคุณค่าของความรักนี้ ข้าทำร้ายคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีจนตาย ข้าหลงรักคนที่ไม่เคยคิดจะรักข้าแบบชู้สาว ข้าไม่เห็นคุณค่าของความรักนั้นได้แต่เหยียบย่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนตอนนี้สายไปเสียแล้ว เอาล่ะข้าไม่พูดเเรื่องของข้าแล้วอยู่ที่ตัวท่านเถอะ ท่านบอกข้าได้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วท่านคิดเช่นไรกับศิษย์พี่ใหญ่ของข้า"ฟ่านเสวียนเม้มปากทอดเวลาไตร่ตรองเรื่องราวของเขากับจื่อหลงและใช้ความคิดของตนเองทบทวนทุกสิ่งที่ผ่านมา ทุกครั้งที่เขาเดือดร้อนมักมีคนไม่ปรากฏตัวช่วยเหลือให้รอดพ้นทุกครั้ง สิ่งของที่ตนเองชอบพอมักได้มาโดยไม่ต้องเสาะแสวง การดูแลใส่ใจทุกสิ่งอย่างนับตั้งแต่จื่อหลงปรากฏตัวอย่างโจ่งแจ้งนับว่ามีมากยิ่ง อีกทั้งเขาและจื่อหลงเกินเลยกันมาจนยากจะถอนกลับอีกแล้ว หากจะบอกว่าคนผู้นั้นล้วนดูแลเขาทุกย่างก้าวจริงหรือไม่ก็จริง เขามิเคยต้องอาธรร้อนใจเรื่องใดๆแม้แต่น้อย ยกเว้นตอนที่โดยไห่เปียวทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เพียงแค่คิดถึงจื่อหลงใบหน้าก็ร้อนผ่าวยิ่งนึกเลยเถิดไปถึงยามที่ทั้งคู่ร่วมสัมพันธ์ร้อนแรงร่างกายก็คล้ายขาดอากาศหายใจ ถามตัวเองกลับไปกลับมาว่ามีความสุขหรือไม่ คอยตอบคือใช่ เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะจ้องสบตาอวี้หนี่ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"ใช่ ข้ารักเขา"อวี้หนี่ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินคำตอบ
"ข้ามีข่าวดีเรื่องหนึ่ง นับจากนี้ไปท่านไม่ต้องกลัวไห่เปียวอีกแล้วเจ้าค่ะ เขาตายแล้ว"ฟ่านเสวียนตกใจเพียงครู่แต่มิได้ถามกลับว่าเกิดเรื่องใดขึ้น
"ศิษย์พี่ใหญ่ถูกลอบฆ่าดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้อง.."
"ข้าเข้าใจแล้ว"ฟ่านเสวียนพยักหน้า
"ข้าขอถามท่านสักหน่อย พอท่านหายดีแล้วจะคิดอ่านเช่นไรเจ้าคะ"
"กลับจวนไปหาท่านพ่อ"
"เรื่องนั้นแน่นอนอยู่แล้วเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าหมายถึงเรื่องของท่านกับศิษย์พี่ต่างหากเล่า"
"ข้า..ข้าก็ไม่รู้"
"เช่นนั้นข้าจะบอกความคิดของศิษย์พี่ใหญ่ เขาตั้งใจจะให้ข้ายกลูกคนนี้ให้เป็นบุตรสายตรงของเขากับท่าน เรื่องสู่ขอหมั้นหมายได้รับพระราชทานสมรถจากฝ่าบาทเจ้าค่ะ ท่านคิดเห็นเช่นไร"
"หมายความว่าอย่างไร เจ้าจะยกเด็กคนนี้ให้ข้าอย่างนั้นหรือ"นางพยักหน้าช้าๆมองสบตาหงส์ของอีกฝ่ายแน่วแน่
"เด็กคนนี้นับว่ามีวาสนานัก หากเป็นชายก็จะได้เป็นถึงซื่อจื่อหากเป็นหญิงก็จะได้อวยยศเป็นท่านหญิง และข้ารู้ดีว่าศิษย์พี่ข้าย่อมจะรักเขาประดุจลูกในไส้ของเขาเองและข้ายิ่งมั่นใจยิ่งกว่าว่าถ้าข้ายกให้ท่านแล้วท่านจะรักและเลี้ยงดูเขาเป็นอย่างดี ท่านยินยอมหรือไม่เจ้าคะ"ฟ่านเสวียนมองนางด้วยสายตาคล้ายไม่อยากเชื่อ มารดาผู้หนึ่งอุ้มท้องมาด้วยความยากลำบากแต่กลับยกบุตรของตนที่ทนุถนอมมาสิบเดือนให้ผู้อื่นง่ายดายเช่นนี้นับว่าใจเด็ดยิ่ง
"จื่อหลงว่าอย่างไร"
"เขามาขอร้องด้วยปากตัวเองเจ้าค่ะ"
"นั่น!"
"เพื่อท่านเขายอมทำทุกอย่างเจ้าค่ะ แม้กระทั่งหากฝ่าบาทไม่ยินยอมเขาก็ยินดีจะถอดฐานันดรของตัวเองเป็นสามัญชนเจ้าค่ะ"ฟ่านเสวียนอุ่นวาบในอกด้วยรู้ดีว่าคนคนนั้นล้วนทำทุกอย่างเพื่อเขาจริงๆ มีแต่เขาที่พยายามผลักไสขาออก ฟ่านเสวียนถอนหายใจอีกครั้ง
"ข้ารักเขาลูกคนนี้ไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง เขาก็คือลูกในสายเลือดของข้าเอง เจ้าวางใจเถอะ"อวี้หนี่น้ำตาหยดลงบนหลังมือตัวเองเมื่อได้ยินคำนั้นจากปากของฟ่านเสวียน
"ดีแล้ว ดีแล้ว ข้าวางใจแล้ว ข้ากับปู้เฉินจะแต่งกันหลังจากงานของพี่สะให้กับศิษย์พี่ใหญ่เจ้าค่ะ ท่านลองแตะเขาดูสิเจ้าคะ"นางจับมือของฟ่านเสวียนขึ้นมาแปะตรงท้องโป่งพองของนางบังคับให้มือบางลูบขึ้นลองช้าๆ เด็กน้อยคล้ายรับรู้ว่าผู้ที่แตะอยู่เป็นใครเขาดิ้นแรงๆถีบหน้าท้องจนทั้งคู่รู้สึก
"อ๊ะ!"อวี้หนี่อุทานออกมาคำหนึ่ง เพราะเจ็บแปลบจากการดิ้นของเด็กทารก
"เจ้าเป็นอะไรหรือไม่"
"ไม่เจ้าค่ะข้าแค่ตกใจเล็กน้อย"
"ฮ่า ฮ่า เจ้าตัวแสบไม่ทันไรเจ้าก็ปั่นหัวผู้ใหญ่แล้วหรือ"ฟ่านเสวียนอดหัวเราะไม่ได้ หัวใจที่แฟบฝ่อเพราะคิดหาทางออกไม่ได้กลับฟูพองด้วยความอิ่มเอม
"ขอบใจเจ้ามาก ขอบใจจริงๆ"เขากระซิบเสียงเบาน้ำตารื้น
"ไม่หรอกเจ้าค่ะ พวกเราคือครอบครัวเดียวกัน เรื่องนี้ไม่นับว่าเป็นบุญคุณแม้แต่น้อย จริงสิ ข้าอยากให้ท่านตั้งชื่อให้เขาเจ้าค่ะ"
"เรายังไม่รู้เลยว่าเป็นชายหรือหญิง"
"แปลกอะไรเจ้าคะ ก็แค่เรียกชื่อก่อนชื่อจริงของเขาชื่อนั้นน่ะ ข้าว่าท่านพี่ใหญ่ของขอพระราชทานแน่ๆเจ้าค่ะ"นางย่นจมูก
"อีกกี่วันเจ้าถึงจะคลอด"
"อีกไม่เกินห้าวันเจ้าค่ะ ท้องข้าคล้อยลงต่ำเต็มทีแล้ว"
"แล้วเจ้าเตรียมหมอตำแยหรือยัง"ฟ่านเสวียนแตกตื่นแท้จริง
"ท่านคิดว่าศิษย์พี่ใหญ่จะไม่เตรียมความพร้อมหรือเจ้าคะ เขากับปู้เฉินรอบครอบยิ่งกว่าข้าที่เป็นแม่เสียอีก อีกอย่างท่านหมอเหยียนก็คอยส่งคนมาดูแลทุกวันอยู่แล้วเจ้าค่ะ"
"ดีแล้ว ดีแล้ว เจ้าเด็กดีอย่าดื้อกับท่านแม่เจ้าล่ะรู้ไหม"
"ท่านต่างหากที่เป็นท่านแม่ ข้าจะกลายเป็นแม่บุญธรรมไปแล้ว"ทั้งสองหัวเราะประสานเสียงด้วยความสบายใจ ทว่าจู่ๆอวี้หนี่ก็ต้องงอตัวลงใช้สองมือกุมท้องตนเองเอาไว้
"โอ้ย!"
"อวี้หนี่เจ้าเป็นอะไร"ฟ่านเสวียนตกใจจับมือนางเอาไว้แน่น มือนั้นชื้นเหงื่อจนลื่น
"ขะ..ข้า ท่านเรียกคนเถอะข้าจะคลอดแล้ว"ฟ่านเสวียนตกใจทำอะไรไม่ถูกได้แต่ส่งเสียงเรียกคนให้ดังลั่นทั่วถ้ำ