ทีปกรเขย่าตัวกกธูปอีกครั้งเพื่อให้ฟื้นคืนสติ จนเ้าของร่างนั้นค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
“พี่เป็ใคร แล้วที่นี่ที่ไหนครับ” สีหน้าของกกธูปดูงงงวยถามขึ้น ก่อนที่จะค่อย ๆ ชันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่ง สายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณ มือที่เปื้อนดินอยู่นั้นยกขึ้นมาถูหน้าผากเบา ๆ ซึ่งสีของหน้าผากในตอนนี้เริ่มกลายเป็สีเขียวช้ำ จากก่อนหน้าที่เป็สีแดง
“เฮ้ย! กกธูปจำพี่ไม่ได้เหรอ พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่นี่ที่ไหน น้องเป็คนพาพี่เข้ามาไง แล้วเมื่อกี้เรายังคุยกันอยู่เลยนะ”
ทีปกรพยายามอธิบายให้กกธูปฟัง แต่ผู้เป็เพื่อนฟังแล้วก็อดใจไม่ไหวจึงพูดแทรกเข้ามาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจเป็อย่างมาก ยิ่งทำให้เด็กหนุ่มผู้นี้งงมากกว่าเดิม
“อะไรวะ เพื่อนพี่เพิ่งจะช่วยชีวิตน้องเมื่อกี้ ตอนเป็ิญญาก็มาร้องห่มร้องไห้ขอให้ช่วยจนฉันขนลุกไปหมด พอฟื้นขึ้นมาก็จำไม่ได้แล้วเหรอ ทำคุณบูชาโทษชัด ๆ”
“เฮ้ย! ไอ้ทีพอก่อน ให้เวลาน้องเขาหน่อย” ทีปกรหันไปปรามเพื่อนรัก
“กกธูปจำพี่ไม่ได้เหรอ” ทีปกรทำน้ำเสียงราบเรียบถามขึ้นอีกครั้ง แต่เด็กหนุ่มผู้นี้เอาแต่ส่ายหน้า และพยายามคิดในสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่คิดเท่าไรก็คิดไม่ออกจนหัวคิ้วทั้งสองข้างแทบจะผูกกันเป็ปม
“เราเพิ่งเจอกันเป็ครั้งแรก พี่รู้จักชื่อผมได้ยังไง” เมื่อได้ฟังสิ่งที่กกธูปพูด ความหงุดหงิดที่สุมอยู่ในหัวของเกียกกายก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง
“ให้ตายเถอะยิ่งฟังยิ่งโมโหว่ะ ตอนเป็ิญญาตัวเองเป็คนบอกเองแท้ ๆ ไอ้ทีนายไม่น่าเห็นใจั้แ่แรก…”
“ไอ้กาย!!!"
เกียกกายยังไม่ทันพูดจบ ทีปกรก็หันมาตะคอกด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เพื่อหวังให้เพื่อนรักหยุดพูด แต่ความร้อนั้แ่ปลายเท้าพุ่งปรี๊ดขึ้นสู่หัวทันที ใบหน้าของเกียกกายเปลี่ยนเป็สีแดงด้วยความโกรธอย่างเห็นได้ชัด
“ฉันไปรอที่รถนะ” เมื่อพูดจบเกียกกายก็หันหลังเดินจากไป โดยไม่รอให้เพื่อนรักตอบกลับมา
“ฉันขอ…” ทีปกรหันไปเพื่อจะพูดกับเกียกกายแต่ไม่ทันเสียแล้ว...ฉันขอโทษนะไอ้กาย เสร็จเื่นี้เมื่อไรฉันค่อยง้อนายละกัน... เ้าตัวได้แต่ถอนหายใจออกมา และหันกลับมาคุยกับคนตรงหน้าต่อ
“น้องลองนึกดูดี ๆ ซิ”
“พยายามไปก็เปล่าประโยชน์ ความทรงจำใน่ที่เป็ิญญาของเด็กผู้นี้ได้หายไปหมดแล้ว” เสียงของเขมทัตพูดแทรกขึ้นมาอีกครั้ง
“อ๋อเป็อย่างนี้นี่เอง…" ทีปกรหยุดชะงักบ่นพึมพำกับตัวเอง ทำเอาคนตรงหน้าถึงกับงงในท่าทีที่แปลกประหลาด เมื่อนึกขึ้นมาได้ทีปกรจึงเปลี่ยนคำถามใหม่
"เอาอย่างนี้ ก่อนที่น้องจะสลบไปน้องทำอะไรอยู่” เด็กหนุ่มนั่งหลับตาพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นกับตัวเองก่อนหน้านี้
“เอ่อ… เพื่อนผมบอกให้ออกมาเจอกันที่บ่อปลาที่อยู่ด้านใน” กกธูปพูด พลางชี้เข้าไปตามทางที่อยู่ด้านหน้า
หลังจากนั้นจึงได้รู้ว่า ระหว่างทางที่กกธูปกำลังขับรถมอเตอร์ไซค์เข้ามา เพื่อนของกกธูปก็ดักรออยู่ระหว่างทางเข้า ซึ่งมาพร้อมกับใครนั้นกกธูปก็ไม่รู้เช่นกัน รู้แค่ว่าชายผู้นั้นได้ปาก้อนหินมาโดนหน้าผากจึงทำให้กกธูปสลบไป มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ทีปกรมาเรียก
“เดี๋ยวนะ แล้วมอเตอร์ไซค์่ของน้องล่ะ” กกธูปหันซ้ายหันขวามองหามอเตอร์ไซค์คู่กาย
“เฮ้ย! มอเตอร์ไซค์ผมหายไปจริง ๆ ด้วย ผมจะทำยังไงดีพี่ แม่ผมต้องว่าแน่ ๆ” กกธูปนั่งกุมขมับร้องไห้ ไม่คิดว่าคนเป็เพื่อนกันจะทำกันได้ลงคอ
เสียงไซเรนจากรถหน่วยกู้ชีพดังขึ้นจากที่ไกล ๆ ทำให้คนที่อยู่ในที่เปลี่ยวได้ยินอย่างชัดเจน หลังจากนั้นไม่นานรถตู้สีขาวก็จอดอยู่ด้านหลังของรถเกียกกาย
เกียกกายรีบนำทางเ้าหน้าที่ให้มารับผู้าเ็ เพราะรู้สึกชังน้ำหน้าเด็กหนุ่มผู้นั้นเต็มทน ใจได้แต่คิดว่าที่ตนต้องถูกเพื่อนรักตวาดใส่ก็เป็เพราะเ้าเด็กผู้นั้น และถ้าไม่ใช่เ้าเด็กนั่นป่านนี้คงกลับถึงกรุงเทพฯไปตั้งนานแล้ว
เ้าหน้าที่สองคนรีบเข้าไปในที่เกิดเหตุและช่วยกันประคองคนาเ็ขึ้นรถกู้ชีพ ส่วนทีปกรก็เดินตามขึ้นรถไปเช่นกัน เมื่อเกียกกายเห็นดังนั้นความคิดฟุ้งซ่านก็สลายไปทันที มืออันหยาบกร้านรีบจับแขนรั้งเพื่อนรักเอาไว้
“ขอบคุณพวกพี่มากครับ ผมฝากด้วยนะครับ” เกียกกายรีบพูดกับเ้าหน้าที่ที่อยู่ด้านล่าง พลางกระตุกเพื่อนรักให้ลงจากหลังรถสีขาวคันนั้น
“เฮ้ย! นายจะทำอะไร” ทีปกรกระซิบกระซาบถามเกียกกาย
“กลับ”