ทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ)

    เล่มที่ 2 บทที่ 45 มาเพื่อขอเงิน

             

            เมื่อเห็นท่าทางของโจวซื่อฉือหางก็ก้าวไปข้างหน้าอย่างเป็นห่วง "ท่านแม่ ท่านไม่สบายตรงไหนหรือ?"

            ก่อนที่มือของเขาจะแตะแขนของโจวซื่อเขาก็ถูกโจวซื่อปัดมือออกไปแล้ว

            "ข้าไม่ต้องการให้เจ้าประคอง!"โจวซื่อตะโกนเสียงดังใส่ฉือหางด้วยความโกรธ ท่าทีของนางเต็มไปด้วยความโมโห

            หลินกู๋หยู่ยืนอยู่ข้างๆ ขมวดคิ้วแน่นพูดง่ายๆ ก็คือโจวซื่อมาที่นี่เพียงเพื่อขอเงิน

            “สวรรค์ของข้า ข้าเลี้ยงลูกจะมีประโยชน์อะไร” โจวซื่อพูดโดยจับกรอบประตูข้างตัว น้ำเสียงสำลัก “ลูกชายของข้าไม่ยอมอยู่ฝ่ายเดียวกับข้า ข้าคงใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้อีกแล้ว”

            ฟางซื่อวิ่งเข้ามาจากข้างนอกยื่นมือออกไปประคองร่างที่โคลงเคลงของโจวซื่อ มองไปที่ฉือหางด้วยสายตาเย็นชา"น้องชายสาม เจ้าจะทำให้ท่านแม่ขุ่นเคืองเจียนตายให้ได้หรืออย่างไร?"

            ฉือหางยืนอยู่ข้างๆมองดูโจวซื่อด้วยอาการปวดศีรษะ คิดอย่างไรก็ยากที่จะเข้าใจท่านแม่ที่เมื่อก่อนพูดเสียงดัง ร่างกายแข็งแรงคนนั้นหายไปไหนแล้ว

            “พี่สะใภ้รอง พี่กำลังพูดถึงอะไร?” หลินกู๋หยู่ก้าวเท้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าวสายตามองที่คิ้วขมวดของฟางซื่อด้วยความเฉยเมย “พี่ฉือหางทำให้ท่านแม่ขุ่นเคืองอย่างไรหรือ?”

            "ท่านแม่เป็นเช่นนี้ไม่ใช่เพราะพวกเจ้า..."ฟางซื่อพูดตรงนี้ จู่ๆ ก็ดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ จากนั้นนางก็เงียบไป ‘ไม่ใช่เพราะพวกเจ้าหาเงินมาได้มากมายถึงเพียงนั้น แต่กลับไม่ส่งเงินมาทางนี้แม้แต่แดงเดียว’ ไม่ว่าอย่างไร นางก็ไม่ได้พูดถ้อยคำนี้ออกมา

            "เพราะพวกเราทำไมหรือ?" หลินกู๋หยู่มองไปที่ร่างของฟางซื่อ "ใช่แล้ว พี่หญิงหลี่บอกว่าแม่สามีของนางดูเหมือนจะล้มป่วยอีกหนแล้ววันนี้พี่หญิงหลี่จึงถามข้าว่าเป็นเพราะตอนนั้นหรือไม่ที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอ?"

            "เจ้า..."เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูด แผ่นหลังของฟางซื่อก็มีเหงื่อเย็นซึมออกมา

            ถ้าแม่สามีของพี่หญิงหลี่ซื่อสบายดีทุกอย่างก็ไม่เป็นไร แต่ตราบใดที่ช่วงนี้แม่สามีของนางมีปัญหาปัญหาทุกอย่างก็ถูกสาดลงบนศีรษะของนาง

            นั่นเป็นเรื่องร้ายแรงที่สามารถเกี่ยวโยงไปถึงการฆาตกรรมแม้กระทั่งคนเช่นฟางซื่อก็อดไม่ได้ที่จะหวั่นกลัว

            “เจ้า พูดพล่ามอะไร!” ฟางซื่อจ้องเขม็งที่หลินกู๋หยู่อย่างเย็นชา พูดอย่างโกรธเคืองว่า “เจ้าอย่าพูดไร้สาระ มันไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”

            ดวงตาของหลินกู๋หยู่มองใบหน้าของฟางซื่อด้วยความสงบ

            ฟางซื่อจับมือของโจวซื่อในท้องของนางเต็มไปด้วยความโกรธ

            วันนี้นางบังเอิญเห็นฉือหางแบกหมาป่ากลับมาจากนั้นนางก็เห็นเขาไปยืมรถที่บ้านสกุลหวัง นงก็เข้าใจทันทีว่าฉือหางกำลังจะไปขายหมาป่า

            หมาป่ามีค่ามากแค่ไหน?

            ฟางซื่อคิดคำนวณว่าหมาป่าตัวนั้นสามารถขายได้เงินเป็นจำนวนมากเงินเหล่านั้นจะให้ฉือหางเก็บเงินไว้คนเดียวได้อย่างไรหรือ?

            ด้วยเหตุนี้นางจึงพูดถึงเรื่องนี้ต่อหน้าโจวซื่ออย่างลอยๆ คล้ายไม่ตั้งใจ นางรู้ถึงนิสัยใจคอของโจวซื่อมาเนิ่นนานแล้ว

            โจวซื่อยืนตัวตรง ชี้หน้าฉือหางพูดอย่างเย็นชาว่า "ข้าทำงานอย่างยากลำบากเพื่อเลี้ยงเจ้าให้โตถึงเพียงนี้เจ้าจะไม่ให้เงินข้าเลยงั้นหรือ ลูกอกตัญญูเช่นนี้ ไม่มีก็ไม่เป็นไรวันข้างหน้าข้าจะคุยกับสมาชิกในตระกูล"

            ฉือหางมองไปที่โจวซื่ออย่างกระวนกระวายคิ้วของเขาขมวดด้วยความวิตกกังวล "ท่านแม่ ท่านกำลังพูดถึงอะไรหรือ?"

            หลินกู๋หยู่หมุนตัวหันหลังกลับและเดินกลับไปที่ห้องหยิบถุงเงินออกมา นางหยิบเงินสิบตำลึงออกมาแล้วเดินออกไปข้างนอก

            “ท่านแม่นี่คือเงินที่ได้จากการขายหมาป่า” หลินกู๋หยู่ยื่นถุงเงินให้โจวซื่อโดยตรง “เงินทั้งหมดสิบตำลึง แม้ว่าหมาป่าจะหายาก แต่อย่างไรเสียหมาป่าก็ตัวเล็กเกินไป จึงไม่มีค่ามากมาย”

            เมื่อโจวซื่อได้รับถุงเงินสีหน้าของนางก็ผ่อนคลายเล็กน้อย และพยักหน้าให้หลินกู๋หยู่ด้วยความพึงพอใจ"แค่นี้หรือ?"

            “หมูตัวหนึ่งก็มีราคาเพียงหกตำลึงเงินเท่านั้น” หลินกู๋หยู่กล่าวเสริมในเวลาที่เหมาะสม

            โจวซื่อคิดคำนวณสักพัก นางพยักหน้า ก่อนที่จะหมุนตัวหันมองหลินกู๋หยู่ด้วยความพึงพอใจ"เช่นนี้สิถึงจะถูกต้อง เจ้าพูดสิว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกันถ้ามีอะไรก็ต้องแบ่งปันทุกอย่างให้กับข้าหนึ่งส่วน"

            "ท่านแม่หมายความว่าของของท่าน ท่านแม่ก็ต้องการแบ่งสันปันส่วนอีกครึ่งหนึ่งกับพวกเรางั้นหรือ?" หลินกู๋หยู่ยืนอย่างสงบใบหน้าของนางอ่อนโยน

            การแสดงออกทางสีหน้าของโจวซื่อเปลี่ยนไปกำเงินในมือแน่น

            “เป็นไปได้อย่างไร?” ฟางซื่อพึมพำด้วยริมฝีปากหนา พูดอย่างไร้ยางอาย “จะให้พวกเราอดตายหรืออย่างไร?”

            "ข้าคิดเสมอว่าถ้าพวกเราให้เงินกับท่านแม่ท่านแม่ก็จะเลี้ยงดูพวกเรา" หลินกู๋หยู่จ้องมองฟางซื่อด้วยสีหน้างุนงงความเสียใจปรากฏบนใบหน้าของนางอย่างชัดเจน

            ฉือหางยืนอยู่ข้างๆแม้รู้ว่าในบ้านยังมีเงินอีกมาก แต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไร เขาก้มหน้าลง

            จุดประสงค์ของการมาที่นี่ในครั้งนี้ของโจวซื่อได้บรรลุแล้วจึงลากฟางซื่อออกไปทันที

            หลินกู๋หยู่ปิดประตูด้วยความขยาดแขยง จากนั้นก็ปิดสลักจากนั้นจูงมือฉือหางเดินเข้าไปในห้อง

            “กู๋หยู่” ฉือหางมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างไม่สบายใจนัก พูดด้วยเสียงต่ำว่า “เจ้าอย่าโกรธท่านแม่ของข้า”

            “ทำไมข้าต้องโกรธท่านแม่ของเจ้าด้วย?” หลินกู๋หยู่เดินไปที่กล่องไม้ นำเอาเสื้อผ้าออกมา มองฉือหางเดินตามนางทีละก้าว“สิ่งที่นางทำไม่เกี่ยวอะไรกับข้าข้าเป็นแค่คนนอกเท่านั้น"

            ฉือหางมองไปที่ด้านหลังของหลินกู๋หยู่ด้วยความรู้สึกผิดหวังเฝ้าดูหลินกู๋หยู่ลดผ้าม่านลง ฝีเท้าที่เดินตามนางก็หยุด

            “ข้าจะไปอาบน้ำแล้ว” เสียงของหลินกู๋หยู่ดังมาจากอีกด้านหนึ่งของผ้าม่าน

            แม้ว่าจะเป็นเพียงม่านบางๆ แต่เขาก็สามารถฉีกม่านชั้นนั้นออกได้ตราบเท่าที่เขาต้องการเขารู้ว่า แม้ว่าหลินกู๋หยู่จะยังอยู่ที่นี่ แต่นางไม่เคยมองว่าตัวเองเป็นสมาชิกของสกุลฉือ

            หลินกู๋หยู่ออกมาจากที่อาบน้ำ ขณะเช็ดผมนางมองฉือหางนั่งอยู่บนขอบเตียง จึงห่อผมเปียกด้วยผ้าขนหนูเดินไปที่ด้านข้างกล่องไม้และหาเสื้อผ้าสะอาดสำหรับฉือหาง

            "นี่?" ฉือหางมองไปที่เสื้อผ้าในมือของเขา ขมวดคิ้วเล็กน้อยมองไปที่หลินกู๋หยู่อย่างสงสัย

            "เสื้อตัวนี้ข้าทำเมื่อบ่ายวันนี้เอง" หลินกู๋หยู่พูดพลางสวมเสื้อคลุมอาบน้ำบนร่างกายของตนเอง"เจ้าใส่เช่นนี้ แล้วก็คาดที่คาดเอวด้วย"

            ฉือหางพยักหน้าใบหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงอย่างควบคุมไม่ได้

            หลินกู๋หยู่สวมเสื้อคลุมอาบน้ำด้วยการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ คอเสื้อที่หน้าอกเปิดกว้างเกินไป

            ฉือหางเทน้ำเย็นลงบนร่างกายอย่างรวดเร็วหันศีรษะไปมองคนที่อยู่อีกด้านหนึ่งของม่าน ภายใต้แสงเทียนภาพเงาของนางยังคงอยู่บนผ้าม่าน

            หลังจากอาบน้ำด้วยใบหน้าสีแดงระเรื่อใส่เสื้อผ้าที่กู๋หยู่ทำให้เขา ร่างกายของเขาก็รู้สึกเบาหวิว

            "ผมแห้งช้ามาก"หลินกู๋หยู่มองดูฉือหางที่กำลังเดินใกล้เข้ามา โดยยังคงเช็ดผมตนเองไม่หยุด"ข้าไม่รู้ว่าจะแห้งเมื่อไร เจ้าก็ควรเช็ดผมให้แห้งโดยเร็วเถอะ"

            "อืม" ขณะที่นั่งอยู่ข้างๆสายตาของฉือหางตกอยู่ที่แขนที่เปิดออกมาให้เห็นครึ่งหนึ่งของหลินกู๋หยู่ดวงตาของเขาก็เหม่อลอยเล็กน้อย

            เขานอนบนเตียงเดียวกันกับหลินกู๋หยู่ทุกคืนหัวใจของฉือหางก็มักจะอยู่เหนือการควบคุมเสมอแต่กระนั้นเขาก็ไม่มีความกล้าที่จะเข้าหานาง

            เมื่อผมเกือบแห้งแล้วหลินกู๋หยู่ก็ปล่อยผมลง เมื่อมองไปที่ท่าทางเหม่อลอยของฉือหาง นางก็หยิบผ้าขนหนูจากมือของฉือหาง

            "ถ้าเจ้าจะเช็ดเอื่อยๆถึงเพียงนี้ ไม่รู้ว่าผมของเจ้าจะแห้งได้เมื่อไร" หลินกู๋หยู่ช่วยฉือหางเช็ดผมอย่างง่าย

            ฉือหางนั่งถัดจากหลินกู๋หยู่ มองดูการเคลื่อนไหวของหลินกู๋หยู่เงียบๆ

            เขานั่งกระสับกระส่ายอยู่บนม้านั่งจิตใจของเขาฟุ้งซ่าน ราวกับว่าเขาได้ยินเสียงหัวใจเต้นเร็วเป็นพิเศษ

            "เสร็จแล้ว"หลังจากที่หลินกู๋หยู่เช็ดผมให้ฉือหางแห้งแล้ว นางก็พูดว่า"เจ้านอนบนเตียงสักครู่ ข้าจะช่วยดูเอวให้"

            เขาจำได้ว่าเมื่อก่อนหลินกู๋หยู่เช็ดตัวให้เขาถอดเสื้อผ้าออกโดยไม่สนอะไรทั้งนั้น

            "อืม" ฉือหางขึ้นไปนอนอยู่บนเตียง

            หลินกู๋หยู่ก็ขึ้นไปด้วย

            ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลินกู๋หยู่ไม่ได้นวดให้ฉือหางนานแล้ว เขาเป็นเช่นนี้ ดังนั้นนางจึงควรนวดให้มาก

            “เมื่อก่อนเจ้าไปล่าสัตว์บนภูเขาบ่อยหรือไม่?” หลินกู๋หยู่ถามอย่างเป็นกันเอง ขณะนวด

            "อืมการล่าสัตว์ทำเงินจำนวนมากกว่า บางครั้งข้าก็อยู่บนภูเขาเป็นเวลาหลายวัน"ฉือหางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

            ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเขาหาเงินได้หลายร้อยตำลึง แต่ตัวเขากลับไม่มีเงินในมือแม้สักแดงเดียว

            แยกครอบครัวกันแล้วแต่โจวซื่อก็ยังมาขอเงินถึงบ้าน

            ฉือหางรู้สึกอึดอัดมาก เขาหันไปมองหลินกู๋หยู่และพูดเบาๆ ว่า "วันนี้เจ้าให้ท่านเงินแม่มากถึงเพียงนั้น"

            “ถ้าให้เงินแล้วก็จะไม่เป็นไรแล้ว” มือของหลินกู๋หยู่ยังคงเคลื่อนไหวต่อไปยื่นมือออกไปและตบที่แผ่นหลังของฉือหาง “เจ้านอนคว่ำให้ดีไม่เช่นนั้นข้าจะนวดให้เจ้าไม่ได้”

            "อืม"ฉือหางนอนคว่ำบนเตียงอย่างเชื่อฟัง

            อันที่จริง นางเองก็รู้สึกเห็นใจฉือหางเขาเหนื่อยมาทั้งชีวิต ตอนที่เขากำลังจะตาย แม่ของเขากลับขับไสไล่ส่งเขาออกจากครอบครัวโดยไม่คำนึงว่าเขาจะมีชีวิตรอดหรือไม่

            ในเวลานั้นหัวใจของเขาเย็นชาแล้ววันนี้โจวซื่อมาที่นี่ก็ไม่ได้ถามเขาว่ามีธุระอะไรแต่นางมาถึงก็เปิดปากขอแค่เงินทันที

            “ถ้าเราจะสร้างบ้านเราสร้างบ้านให้ห่างจากที่นี่สักหน่อยดีหรือไม่?” ฉือหางขมวดคิ้วเล็กน้อยน้ำเสียงของเขาโดดเดี่ยวอย่างสุดจะพรรณนา

            "เช่นนั้นก็ดี"หลินกู๋หยู่ช่วยฉือหางนวดอย่างสุดแรง วางเข่าลงบนตัวของฉือหาง "จะช่วยลดปัญหาได้มาก"

            เมื่อได้ยินสิ่งที่หลินกู๋หยู่พูดมุมปากของฉือหางก็อดไม่ได้ที่จะยกขึ้น

            เดิมทีร่างกายของฉือหางค่อนข้างร้อนระอุแต่หลังจากได้รับการนวดจากหลินกู๋หยู่ ร่างกายของเขาก็ค่อยๆ ผ่อนคลายลงเขารู้สึกสบายใจไม่น้อย

            “นวดเสร็จแล้ว” หลินกู๋หยู่พูดพลางนั่งลงด้านข้างเตียงจากนั้นทิ้งตัวลงนอนอย่างเกียจคร้าน

            ฉือหางมองไปด้านข้างของหลินกู๋หยู่คิดไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหันไปด้านข้าง

            ตะเกียงน้ำมันก๊าดยังคงให้แสงสว่างภายในความมืดมีแสงสลัวๆ ริบหรี่จากตะเกียง

            ฉือหางขยับตัวเข้าใกล้หลินกู๋หยู่เล็กน้อย

            หลินกู๋หยู่เพิ่งห่มผ้านวมหันศีรษะไปมองฉือหาง "มีอะไรหรือ?"

            "เอ่อ"ฉือหางเม้มปากเล็กน้อย มองหลินกู๋หยู่ด้วยดวงตาที่ลุกเป็นไฟ แล้วพูดเบาๆ ว่า"ปกติเจ้าชอบทำอะไรหรือ?"

            เดิมทีเขาไม่ได้ตั้งใจจะพูดเช่นนี้เลยเขาแค่อยากจับมือของนาง แต่สุดท้าย เขาก็ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงกลายเป็นเช่นนี้

            "ไม่มีอะไรที่ข้าชอบ"

            หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

            เขายกมือขึ้นช้าๆพยายามดิ้นรนเพื่อควบคุมตัวเองทุกวิถีทาง

            มองคนตรงหน้าคนนี้ดูอย่างไรก็ไม่รู้สึกเบื่อ นางหลับตาลง ราวกับว่านางเหนื่อยล้า

            ฉือหางเคลื่อนตัวอย่างระมัดระวัง ใช้ศอกยันตัวขึ้นลดศีรษะลงทีละน้อย จูบที่พวงแก้มของนางอย่างแผ่วเบาด้วยความกล้าหาญ

             

             

             

             

             

     

    คล้ายกับเรื่องทะลุมิติไปเป็นสาวชาวนาผู้มั่งคั่งกับซาลาเปาตัวน้อยๆ (จบ) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367